วงการบันเทิงสูญเสีย “เซอร์แพทริก สจ๊วร์ต” นักแสดงชาวอังกฤษระดับตำนาน เจ้าของบท “ฌอง-ลุค พิคาร์ด” จาก Star Trek และ “ศาสตราจารย์ชาร์ลส์ เซเวียร์” จาก X-Men หลังเสียชีวิตที่บ้านพักในลอสแอนเจลิส ในวัย 86 ปี ภายหลังเผชิญโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมลิวอีบอดี
วงการภาพยนตร์และโทรทัศน์โลกต้องพบกับความสูญเสียครั้งสำคัญ เมื่อ เซอร์แพทริก สจ๊วร์ต นักแสดงชาวอังกฤษผู้สร้างชื่อจากบทบาทในแฟรนไชส์ระดับโลกอย่าง Star Trek และ X-Men เสียชีวิตแล้วในวัย 86 ปี
เคลลี บุช โนแวก โฆษกที่ร่วมงานกับแพทริก สจ๊วร์ตมาอย่างยาวนาน เปิดเผยว่า นักแสดงชื่อดังเสียชีวิตเมื่อวันพุธที่บ้านพักในนครลอสแอนเจลิส หลังผ่านช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ต้องเผชิญกับโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมลิวอีบอดี โดยในช่วงสุดท้ายของชีวิตมีสมาชิกครอบครัวและเพื่อนสนิทอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางเสียงดนตรี การสวดภาวนา น้ำตา และเสียงหัวเราะ
ชื่อของแพทริก สจ๊วร์ตกลายเป็นที่รู้จักทั่วโลกจากบท กัปตันฌอง-ลุค พิคาร์ด ผู้บัญชาการยานยูเอสเอส เอนเทอร์ไพรซ์ ในซีรีส์ Star Trek: The Next Generation ซึ่งเริ่มออกอากาศในปี 1987
ก่อนเข้าสู่จักรวาล Star Trek เขามีประสบการณ์ในวงการละครเวทีอังกฤษมาหลายสิบปี และได้รับการยอมรับอย่างสูงในฐานะนักแสดงสายเชกสเปียร์ แต่ในขณะนั้นยังแทบไม่เป็นที่รู้จักในสหรัฐฯ
โรเบิร์ต จัสต์แมน โปรดิวเซอร์ของ Star Trek: The Next Generation พบเขาระหว่างการบรรยายที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส และประทับใจกับการอ่านบทเชกสเปียร์ ก่อนผลักดันให้เขาเข้าทดสอบบท แม้ จีน ร็อดเดนเบอร์รี ผู้สร้าง Star Trek จะเคยลังเลว่า นักแสดงอังกฤษศีรษะล้านจะเหมาะสมกับการเป็นใบหน้าของซีรีส์ภาคใหม่หรือไม่
ท้ายที่สุด สจ๊วร์ตก็ได้รับบทกัปตันพิคาร์ด พร้อมเซ็นสัญญาระยะยาว ทั้งที่เจ้าตัวเคยคิดว่าซีรีส์อาจอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม Star Trek: The Next Generation กลับประสบความสำเร็จอย่างสูง ออกอากาศต่อเนื่องถึง 7 ฤดูกาล และทำให้ตัวละครกัปตันพิคาร์ดกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์ไซไฟโทรทัศน์
หลังซีรีส์จบลงในปี 1994 ทีมงานยังสร้างภาพยนตร์ภาคต่ออีกหลายเรื่อง ได้แก่ Star Trek: Generations, Star Trek: First Contact, Star Trek: Insurrection และ Star Trek: Nemesis
แม้ความสำเร็จจากบทกัปตันพิคาร์ดจะทำให้สจ๊วร์ตเผชิญกับการถูกจดจำในบทบาทเดิม แต่ต่อมาเขาได้สร้างอีกหนึ่งบทบาทที่กลายเป็นภาพจำของแฟนภาพยนตร์ทั่วโลก นั่นคือ ศาสตราจารย์ชาร์ลส์ เซเวียร์ หรือศาสตราจารย์เอ็กซ์ ผู้นำกลุ่มมนุษย์กลายพันธุ์ในภาพยนตร์ X-Men เมื่อปี 2000
ในภาพยนตร์ชุดดังกล่าว เขาได้ร่วมงานกับเพื่อนสนิทอย่าง เอียน แม็กเคลเลน ผู้รับบทแม็กนีโต และกลับมารับบทศาสตราจารย์เอ็กซ์ในภาพยนตร์หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น X2: X-Men United, X-Men: The Last Stand, X-Men: Days of Future Past และ Logan รวมถึงการปรากฏตัวใน Doctor Strange in the Multiverse of Madness
สจ๊วร์ตเคยกล่าวถึงตัวละครกัปตันพิคาร์ดและศาสตราจารย์เอ็กซ์ว่า เขาชื่นชมทั้งสองคนในเรื่องศีลธรรม ความเมตตา ความอ่อนไหว และความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น พร้อมยอมรับว่าการรับบทพิคาร์ดมาอย่างยาวนานส่งผลต่อชีวิตและความคิดของเขาอย่างมาก
หลังห่างหายจากบทบาทกัปตันพิคาร์ดไปนานถึง 17 ปี สจ๊วร์ตกลับมาสู่จักรวาลเดิมอีกครั้งกับซีรีส์ Star Trek: Picard ซึ่งเริ่มออกอากาศในปี 2020
แพทริก สจ๊วร์ตเกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 1940 ที่เมืองเมอร์ฟิลด์ ยอร์กเชียร์ ประเทศอังกฤษ เป็นบุตรของ อัลเฟรด สจ๊วร์ต และ แกลดีส์ สจ๊วร์ต
วัยเด็กของเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียดจากปัญหาความรุนแรงภายในครอบครัว โดยบิดาซึ่งเป็นทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงต่อมารดา ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้สจ๊วร์ตมีบทบาทในการรณรงค์ช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงสนับสนุนทหารผ่านศึกในเวลาต่อมา
Avengers: Doomsday กลายเป็นผลงานที่แพทริก สจ๊วร์ตถ่ายทำไว้ในช่วงท้ายของชีวิต กับการกลับมารับบทศาสตราจารย์ชาร์ลส์ เซเวียร์ หรือ Professor X ตัวละครสำคัญที่เขาผูกพันมายาวนานเขาเคยเล่าว่า การแสดงกลายเป็นพื้นที่หลบภัยในวัยเด็ก เพราะเวทีเปิดโอกาสให้เขาได้เป็นคนอื่น อยู่ในสถานที่อื่น และในช่วงเวลาอื่น
เมื่ออายุ 15 ปี สจ๊วร์ตเคยทำงานกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น The Dewsbury Reporter ก่อนตัดสินใจทิ้งเส้นทางสื่อมวลชนและเลือกการแสดงอย่างเต็มตัว หลังถูกบรรณาธิการบอกให้เลือกระหว่างการแสดงกับงานข่าว
เมื่ออายุ 18 ปี เขาได้รับทุนเข้าเรียนที่โรงเรียนการละครบริสตอล โอลด์ วิก และเมื่ออายุ 26 ปี ได้เข้าร่วมคณะรอยัล เชกสเปียร์ คอมพานี ก่อนสะสมผลงานละครเวที ภาพยนตร์ และโทรทัศน์มากมาย
ผลงานภาพยนตร์ในช่วงแรกของเขารวมถึง Excalibur ในปี 1981 และ Dune ของผู้กำกับ เดวิด ลินช์ ในปี 1984
ตลอดอาชีพการแสดง สจ๊วร์ตได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงทั้งรางวัลเอ็มมีและลูกโลกทองคำจากผลงานหลายเรื่อง อาทิ Moby Dick, The Lion in Winter, Extras, Hamlet และ Blunt Talk นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้จักจากการพากย์เสียง เอเวอรี บูลล็อก ในซีรีส์แอนิเมชัน American Dad!
ด้านเกียรติยศ สจ๊วร์ตได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่แห่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์จักรวรรดิอังกฤษ หรือ OBE ในปี 2001 ก่อนที่ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะพระราชทานบรรดาศักดิ์อัศวินให้แก่เขาในปี 2010
ชีวิตส่วนตัว สจ๊วร์ตแต่งงานทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรกกับ ชีลา ฟอลคอเนอร์ ระหว่างปี 1966-1990 และมีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ แดเนียล สจ๊วร์ต และ โซเฟีย สจ๊วร์ต ต่อมาแต่งงานกับ เวนดี นอยส์ โปรดิวเซอร์ของ Star Trek ระหว่างปี 2000-2003 ก่อนแต่งงานกับนักดนตรีแจ๊ส ซันนี โอเซลล์ ในปี 2013 โดยมีเอียน แม็กเคลเลนเป็นผู้ประกอบพิธี
แพทริก สจ๊วร์ตทิ้งมรดกสำคัญไว้ในโลกการแสดง จากนักแสดงละครเวทีอังกฤษสู่หนึ่งในไอคอนสำคัญของวงการไซไฟและภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ โดยเฉพาะสองบทบาทอย่างกัปตันฌอง-ลุค พิคาร์ด และศาสตราจารย์ชาร์ลส์ เซเวียร์ ซึ่งกลายเป็นตัวละครที่อยู่ในความทรงจำของผู้ชมทั่วโลก


