xs
xsm
sm
md
lg

“ทนายเดชา” ท้า “บุ๋ม” แจ้งความจับ “ผัว-ช่างเอ๋” ถ้าไม่ทำแปลว่าแบ่งหน้าที่กันทำหรือเปล่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




“ทนายเดชา” ซัด “บุ๋ม” แถลงไม่ตรงข้อเท็จจริง ท้าให้ฟ้อง ผัว กับ ช่างเอ๋ ถ้าไม่ฟ้องแปลว่าแบ่งหน้าที่กันทำหรือเปล่า แฉบุ๋มไปภูเก็ต 3 ครั้ง ที่ดินเป็นของบุ๋ม อ้างไม่รู้เป็นไปไม่ได้เพราะต้องเซ็นต์ให้ก่อสร้าง พิรุธโอนเงินครั้งละไม่เกิน 2 ล้านตั้งใจเลี่ยงปปง.ยันช่างเอ๋เป็นเหยื่อไปแจ้งความไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว


“ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์” ในฐานะทีมทนายความ “ช่างเอ๋” ให้สัมภาษณ์กรณีของ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” เรื่องเส้นเงินมูลนิธิองค์กรทำดีที่ถูกโอนไปสร้างพูลวิลล่าว่า เป็นไปไม่ได้ที่บุ๋มจะไม่รู้ เพราะชื่อที่ดินเป็นของบุ๋ม ก่อนก่อสร้างบุ๋มต้องเป็นคนเซ็นต์

"โครงการวิลล่า คุณบุ๋มไปทั้งหมด 3 ครั้ง ก็มีรูป มีอะไรหมด เพราะฉะนั้นคุณบุ๋มบอกไม่รู้เรื่อง เป็นไปไม่ได้ ที่ดินเป็นชื่อคุณบุ๋ม 2 ไร่ 2 แปลงนะครับ เวลาจะปลูกสร้าง เจ้าของที่ดินต้องเซ็นนะครับ"

"เงินจากบัญชีไอ้ที่อะไรองค์กรความดีเนี่ย เงินบริจาคนะครับ โอนมาให้ผู้รับเหมาในนามบริษัท ถ้าจำไม่ผิดประมาณ 3 บริษัทของลูกความผม แล้วก็ให้โอนคืนไปยังสามีตัวเอง อ้างว่ายังไม่ได้ปรึกษากับคณะกรรมการ คือเป็นเงินมูลนิธิ เอาง่ายๆ แล้วกันนะครับ"

"เสร็จแล้วก็โอนมา 20-30 ล้าน ก็ให้โอนกลับไปหมดเลย เพราะฉะนั้นลูกความผมไม่มีส่วนในการร่วมสมคบคิดมูลนิธิ แต่ตกเป็นเหยื่อเพราะอาศัยความไว้วางใจ โอนเงินเสร็จก็โอนเงินออกไปคืนหมดเลย ไม่ใช่ค่าก่อสร้างนะ แต่บอกว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง หลังจากนั้นสรรพากรก็เล่นงาน มีหนังสือมา คุณมีรายได้เข้ามาไม่เสียภาษี โดนอีก สรรพากรตรวจสอบนะ มีหนังสือมาถึงลูกความ ผมก็เลยบอกว่าแบบนี้เอ็งต้องไปแจ้งความ ก็ไปแจ้งความเมื่อ 12 สิงหาคม ปีที่แล้วนะครับ ว่าพฤติกรรมของสามีคุณบุ๋ม แล้วก็ไอ้มูลนิธินี้แหละ โอนเงินมาแล้วก็โอนเงินกลับไป"

"มูลนิธิเราไปตรวจสอบมาแล้ว ไม่เคยมีการแจ้งทรัพย์สิน หรือว่าเอาเงินของมูลนิธิไปซื้อที่ที่ภูเก็ตเลย มีเฉพาะที่ปทุมธานี และที่คุณบุ๋มแถลงข่าว ทีมงานผมก็พยายามถอดเทปดู ครั้งแรกบอกว่าที่ดินที่ภูเก็ตไม่เกี่ยวข้องอะไรกับมูลนิธิเลย แล้วก็เหมือนสามีไปทำโดยภารการ แต่ความจริงแกรู้มาตลอด ภาพอะไรมีหมด แกไปรู้มาตลอดนะครับ การแถลงข่าวมันไม่ตรงความจริง"

"แล้วแกพูดว่าพี่เอ๋เงินพวกนี้เป็นเงินเกี่ยวกับการก่อสร้าง ฟังไปฟังมาเหมือนพี่เอ๋ไปก่อสร้างมูลนิธิให้ 50 ล้านที่ปทุม ไม่ได้เกี่ยวข้องเลยครับ แค่ให้เราทำเอกสารเสนอราคาเปรียบเทียบไป แล้วก็ไม่ได้จ้างเรา แต่พูดไปพูดมาเหมือนเอ๋ไปสร้างมูลนิธิ เราก็เลยสงสัยว่าตอนนี้บริษัทที่ไปทำงานก่อสร้างมูลนิธิคือใคร อยากรู้เหมือนกันนะ เมื่อวานนี้ผมก็ให้ลูกน้องถอดเทป คุณบุ๋มก็มานั่งร้องไห้ในรถ อะไรต่ออะไรไม่รู้เยอะแยะมากมาย บอกไม่รู้เรื่องเลยว่าสามีไปทำแบบนั้นแบบนี้ ทำไมไปมีเงินทอน นั่นแน่ นี่จะกล่าวหาว่าเอ๋ไปร่วมมือกับสามีตัวเอง แล้วก็ไปโกงเงินมูลนิธิ"

"ผมอยากให้คุณบุ๋ม ปนัดดาดำเนินคดีกับลูกความผมเลย ดำเนินคดีกับสามีตัวเองเลย จริงๆ นะ อยากให้ดำเนินคดีนะครับ ถ้าไม่ดำเนินคดีแสดงว่าแบ่งหน้าที่กันทำหรือเปล่า"

"ตอนนี้ผมคุยกับตำรวจท่านหนึ่งที่รู้จักเมื่อเช้านี้ เขาบอกว่าแบบนี้ใครคือ The Last Boss เพราะเราสงสัยว่าสามีคุณบุ๋มตอนนี้หายไปเลย ทั้งๆ ที่โดนกล่าวหาเยอะแยะ ลูกความผมก็โดนกล่าวหาตั้งเยอะแยะนะ ทั้งปลอมลายมือชื่อ ทั้งหลอกให้โอนเงิน จ้างวานใช้บุกรุกป่า ถูกกล่าวหาตั้งเยอะแยะ แต่เขากลับหายไป หรือว่าเขาไม่รู้เรื่องเลย ผมคุยกับตำรวจเมื่อเช้านี้บอกจริงๆ แล้วใครคือ The Last Boss ในการเอาเงินมูลนิธิไปใช้ ตอนนี้กำลังคิดอยู่ "

"ถ้าถามผมส่วนตัวนะ เพราะผมก็มีเงินในบัญชีเกิน 10 ล้านเหมือนกันนะ เพราะฉะนั้นต้องรู้นะครับว่าเงินมันเยอะ แล้วมีการให้ทยอยไม่ให้เกิน 2 ล้านด้วย เพราะเลี่ยงกฎหมาย ปปง. มันแปลกนะ ถ้าเราอยากโอน เราไปที่เคาน์เตอร์เลย ถ้าจะโอนเยอะๆ 19 20 30 40 เนี่ย มันไปที่เคาน์เตอร์เลยก็จบไง ครั้งละไม่เกิน 1,900,000 เหมือนเลี่ยงกฎหมาย ปปง. (กำลังบอกว่าถูกโกง?) ไม่ทราบ ผมไม่มีความเห็นนะ แต่ว่าถ้าตามหลักฐาน พฤติการณ์ก็บ่งบอกเจตนา เราเป็นเจ้าของบัญชีคนเดียว แล้วเราไม่รู้เรื่องเลย มันจะเป็นไปได้ไหม”

“แล้วทุกวันนี้สามีคุณเข้าไปทำอะไร ไปคุมงานก่อสร้าง ไปโน่นไปนี่แล้วบอกคุณไม่รู้เรื่อง เป็นไปไม่ได้ไหม เราเป็นประธาน อันนี้คุณบุ๋มก็ต้องไปชี้แจง”