“ช่างเอ๋” ช่างรับเหมา เปิดโปงเส้นทางเงิน “บุ๋ม ปนัดดา-สามี” โยงเงินบริจาคองค์กรทำดีจ่ายค่าพูลวิลล่าหรู ลั่นตอนแรกสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศ ก่อนเปลี่ยนเป็นพูลวิลล่า 8 หลัง ราคาประเมินหลังการขาย 180 ล้าน รับเงินจากมูลนิธิฯ โอนกลับให้ก๊อตหลายสิบล้านบาท กรรชัย หลุดปาก เห็นสลิปโอนเงินยังตกใจ!
รายการ โหนกระแส วันที่ 29 ต.ค. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 เกาะติดมรสุมชีวิต “บุ๋ม ปนัดดา” และสามี “ก๊อต อธิป” หลังเผชิญข้อครหาทั้งเรื่องรุกป่าสงวน 100 ไร่ ปัญหาครอบครัว และปมร้อนเส้นทางการเงิน-เงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี โดยเชิญ “ช่างเอ๋” เจ้าของธุรกิจรับเหมา, “เอกภพ เหลืองประเสริฐ” ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และ “ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล”มาให้ความรู้ข้อกฎหมาย
ไม่ใช่ไม่อยากทำ โคตรอยากทำ เรื่องใครก็ตามแต่ ผมอยากทำ แต่บางเรื่องถ้าต้องมานั่งฟอกในรายการมันก็อีกมุมนึง แต่ถ้ามาเพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริง ก็ยินดี ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจด้วย แต่มีบางคนไม่เข้าใจ โกรธเกรี้ยว ก็เป็นสิทธิ์ของคุณ คุณเอ๋เป็นใคร?
ช่างเอ๋ : ผมทำธุรกิจที่จังหวัดภูเก็ต เดิมเป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เคยซ้อมกีฬายิงปืน เคยยิงปืนกับพี่ก๊อต
รู้จักสามีคุณบุ๋มมานานแค่ไหน?
ช่างเอ๋ : รู้จัก 10 กว่าปี ในฐานะเล่นกีฬาด้วยกันเท่านั้น คือยิงปืน
ตอนนั้นก๊อตยังไม่รู้จักคุณบุ๋ม?
ช่างเอ๋ : ใช่ครับ
คุณทำธุรกิจมานานแค่ไหน?
ช่างเอ๋ : 20 กว่าปีแล้วครับ
เคยทำธุรกิจ สร้างบ้านสร้างอะไรให้เขามั้ย?
ช่างเอ๋ : ยังไม่เคย แต่ก็มีชวนๆ กันมา เขาชอบทำธุรกิจ ชวนหลายครั้ง แต่ไม่เคยได้มาตกลงกัน มีแค่ครั้งนี้ ในภูเก็ตผมก็ทำธุรกิจหลายอย่าง
เรื่องราวที่เกิดขึ้น มันคืออะไร?
ช่างเอ๋ : เริ่มจากเขาอยากสร้างบ้าน เขาบอกมีที่แปลงนึง อยากสร้างบ้านอยู่ ที่ประมาณ 2 ไร่ อยู่ที่อ.ถลาง ไม้ขาว จ.ภูเก็ต ใกล้ทะเล เป็นที่ผืนเดียวกัน ต่อกัน โฉนดมี 2 ฉบับ ฉบับละไร่
ชื่อโฉนดเป็นชื่อใคร?
ช่างเอ๋ : ชื่อพี่บุ๋มทั้งสองโฉนด เขาได้กรรมสิทธิ์เมื่อปี 66 ครับ สลักหลังเป็นชื่อพี่บุ๋มทั้งสองแปลง
คนติดต่อคือคุณก๊อต แล้วยังไงต่อ?
ช่างเอ๋ : พี่ก๊อตจะให้เข้าไปสร้างบ้าน ผมก็โอเค เข้าไปสร้างให้
สร้างกี่หลัง?
ช่างเอ๋ : ตอนนั้นแค่หลังเดียว
ตอนแรกตั้งใจเป็นบ้านพักตากอากาศของคุณบุ๋ม คุณก๊อตจะทำเองหรือทำให้คุณบุ๋ม?
ช่างเอ๋ : ทำอยู่ด้วยกันกับคุณบุ๋ม มีสนามยิงปืน มีสวนน้ำครับ
จากนั้นยังไงต่อ?
ช่างเอ๋ : ก่อนหน้าเป็นวิลล่า เคยถูกออกแบบให้เป็นบ้านพักตากอากาศก่อน จากนั้นสร้างไปจนถึงช่วงฐานราก ก็มีการเปลี่ยนแผนว่าทำพูลวิลล่าขายกันมั้ย เพราะตอนนั้นกระแสพูลวิลล่าในภูเก็ตเขานิยมมาซื้อกัน ประมาณเม.ย.ปี 68 เริ่มก่อสร้าง มีการเสนอราคา และทำบิวคิวให้แอพปรู๊ฟ พี่ก๊อตเป็นคู่สัญญา แต่ในนั้นผมก็เขียนว่าบ้านพักคุณก๊อตคุณบุ๋ม จากนั้นพอเริ่มสร้างถึงพุตติ้งก็เริ่มเปลี่ยนแผน มาสร้างพูลวิลล่ากัน ให้ผมออกแบบ
เปลี่ยนขอเป็นพูลวิลล่ากี่หลัง?
ช่างเอ๋ : 8 หลังครับ เรื่องพูลวิลล่าแกคุยก่อนหน้ามาสร้าง 3 ปี แต่ไม่ได้ตกลงจะทำกัน ทีนี้มาสร้างบ้านก่อน พอสร้างบ้านไปสักระยะก็บอกกลับไปแผนเดิมดีกว่า
ถามง่ายๆ เลย ทำสัญญากับเขามั้ย?
ช่างเอ๋ : กับกับพี่ก๊อต
เอาตั้งแต่บ้านพักตากอากาศ คุณทำกับคุณก๊อตเท่าไหร่?
ช่างเอ๋ : ตอนนั้นแค่ประมาณ 2 ล้านกว่าบาท สร้างบ้านพักตากอากาศ ไม่รวมสระว่ายน้ำ
จ่ายงวดแรกเท่าไหร่?
ช่างเอ๋ : งวดแรก 5 แสนกว่าบาท ซึ่งจ่ายไปแล้ว เป็นเงินโอน งวดแรกถ้าจำไม่ผิด โอนจากพี่ก๊อตครับ
งวดที่สอง?
ช่างเอ๋ : น่าจะคุณบุ๋ม บัญชีส่วนตัว
ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบัญชีองค์กรทำดี?
ช่างเอ๋ : ยังไม่มีครับ
เท่าไหร่?
ช่างเอ๋ : งวดสองผมจำตัวเลขไม่ได้
จากนั้นถูกเปลี่ยนเป็นวิลล่า 8 หลัง สัญญาเปลี่ยนใหม่?
ช่างเอ๋ : จริงๆ เปลี่ยนตั้งแต่งวดที่สองแล้ว พอเปลี่ยนแผน ผมก็มีการเปลี่ยนแบบ ปรับแบบ เพิ่มลดขยายบ้าน บางส่วนเล็กลง บางส่วนใหญ่ขึ้น ให้เป็นเกรดพรีเมียมทั้งหมด ลักชัวรี่ เพราะคอนเซ็ปต์เดิมคือบ้านพักอยู่อาศัยปกติทั่วไปธรรมดา
ราคา 8 หลังเท่าไหร่ในการสร้างที่ตกลงกัน ก่อนคุณไปร่วมทุน?
ช่างเอ๋ : ก่อนร่วมทุน สัญญาทำแค่หลังเดียว พอร่วมทุนก็ค่อยมาเปลี่ยนสัญญา คิดกำไรขาดทุน ตัวเลขโครงการ 8 หลัง 100 กว่าล้าน ไม่แน่ใจ น่าจะ 180 ล้าน ต้องดูตามเอกสาร
ตัวเลขพวกนี้สำคัญหมด ผมอาจถามละเอียดสักนิด อาจไปก้าวล่วงอะไรที่มากเกินไป แต่เพื่อความกระจ่าง จะได้สิ้นสงสัย ว่ามันเกิดอะไร จริงๆ เรื่องนี้ถามว่าความผิดจะเกิดมั้ย สำหรับผม แก้ว เอก มันเกิด แต่จะเกิดตรงไหน กับใครมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่น่าตกใจ คือหลังจากนั้นมีการเปลี่ยนสัญญา มีการโอนเงินเข้ามาเพื่อสร้างบ้านเป็นวิลล่าทั้งหมด 8 หลัง มีเงินโอนเข้าไป 50 ล้าน แต่เงินถูกทอนกลับคืนไปอีกหลายสิบล้านบาทเหมือนกัน แล้วเข้าบัญชีของใคร?
ช่างเอ๋ : ของพี่ก๊อต อธิปครับ
วันนี้เอาตรงๆ พักเบรกเมื่อกี้ ผมกับเอก กับแก้ว ก็เครียดกันอยู่นะ เอาจริงๆ ก็หวังว่าบุ๋มจะเข้าใจ วันนี้เป็นประเด็น เป็นกระแสในสังคม จำเป็นต้องคุยให้สิ้นสงสัย เพราะคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ผม เขาก็ยืนยันว่าเป็นผู้เสียหาย เขาจำเป็นต้องคุยเรื่องนี้เหมือนกัน ถ้าบุ๋มดูอยู่ สามารถชี้แจงได้เลย แต่บุ๋มก็ต้องใจเย็นๆ นะ เราก็ต้องทำงาน อย่างที่บุ๋มบอกแหละ เวลาทนายตั้มไปนั่ง เขาก็ต้องเต็มที่ เหมือนกัน ตอนแรกชวนเอกมา เอกจะไม่มาด้วย โฉนดดูแล้ว?
เอกภพ : ฉบับนึงได้ปี 64 อีกฉบับเป็นปี 66 ถ้าปี 64 ก่อนพี่บุ๋มจดทะเบียนสมรส น่าจะเป็นทรัพย์สินส่วนตัว แต่ถ้าหลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว จะเป็นสินสมรส
ทนายแก้ว : นิติกรรมต่างๆ ที่ทำหลังสมรสก็ต้องมีการทำร่วมกัน เท่าที่รู้แต่งปี 65 ต่ำกว่า 65 เป็นทรัพย์สินส่วนตัว แต่ถ้า 66 ที่ได้มาอีกแปลง ถือเป็นสินสมรส สามีภรรยาต้องมีชื่อร่วมกัน แต่ถ้ามีชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งถือเป็นการถือแทนก็ได้ครับ
ค่าใช้จ่าย 8 หลัง คิด 100 กว่าล้าน ทำไมมูลค่าดีดไปขนาดนั้น?
ช่างเอ๋ : นี่คือราคาขายบ้านแต่ละหลังรวมกันแล้ว ผมทำในฐานะผู้จัดการโครงการ ผู้ดำเนินกิจการ เลยต้องคิดราคาขายเพื่อหักต้นทุน เหลือกำไรเท่าไหร่ก็มานั่งกางดูกันว่าคุ้มไม่คุ้ม
เอาราคาทุนที่คุณสร้าง หลังเดียวบ้านพักตากอากาศ คุณคิดเขา 2 ล้านกว่า แต่ 8 หลังคุณคิดเขาเท่าไหร่?
ช่างเอ๋ : หลังนึง 6 ล้านกว่า หลังนึง 7 ล้านกว่า
8 หลังตีไปเท่าไหร่ เราไม่รู้ว่าคุณเองรับจ้างเขาเท่าไหร่ เงินเข้ามาเกินจากที่คุณรับจ้างหรือเปล่า ผมต้องถามให้สิ้นสงสัย?
ช่างเอ๋ : ประเมินกันตอนแรกจะสร้างหลังละไม่เกิน 7 ล้าน ต้นทุนที่ทำกันมา หลังละ 9 ล้าน แต่พอสร้างจริง เราคุยกันว่าต้องเซฟต้นทุน อย่าให้ถึง เก็บกำไรเอามาใช้ในการตลาด พอสร้างก็พยายามบีบให้เหลือ 7 ล้าน แต่บางอย่างมันบีบไม่ลง เพราะวัสดุบางอย่างมันถูกเปลี่ยน เพราะพอเป็นบ้านลักชัวรี่ ก็เปลี่ยนเป็นหิน เป็นหินคอปเปอร์อะไรต่างๆ ผมน่าจะให้อยู่ที่หลังละ 8 ล้าน
8 หลัง 64 ล้าน ทำสัญญายังไง?
ช่างเอ๋ : ทำสัญญาเป็นบิวคิว ใบราคา ให้คุณก๊อตแอพปรู๊ฟ เขาก็รับ เริ่มงานปกติ จ่ายงวดแรกปกติ จำตัวเลขจ่ายงวดแรกไม่ได้ พี่ก๊อตเป็นคนจ่าย โอนเข้าบัญชีผมโดยตรง ผมมีบริษัท
ทนายแก้ว : มีการแบ่งชำระกี่งวด
ช่างเอ๋ : หลังละ 10 งวดครับ ทำส่วนนี้เสร็จก็จ่ายๆ ไม่มีคุยกันว่ากี่เดือนกี่ปี คิดเป็นรายหลัง งวดแรกจำไม่ได้ว่าโอนมาเท่าไหร่เพราะมันเยอะมาก
ก่อสร้างตามปกติ ไม่ได้มีประเด็นเรื่องราวอะไร จนเกิดอะไรขึ้น?
ช่างเอ๋ : มันจะมีครั้งที่พี่ก๊อตบอกว่ามีปัญหาเรื่องส่วนตัว ซึ่งไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องอะไร ผมก็ไม่กล้าถาม ไม่อยากไปก้าวก่าย เขาเงียบไป ขาดการติดต่อ อย่างวันนี้โทรคุยปกติ ผมโทรคุยวันละ 3-4 ครั้ง แต่พอวันรุ่งขึ้น ส่งไลน์ไปไม่อ่าน วันรุ่งขึ้นผมต้องไปสัมมนา เพื่อทำการตลาดของโครงการ ก็ถ่ายรูปให้แกดู แกไม่อ่านไลน์ โทรไปไม่รับ พิมพ์ไลน์ไปไม่ตอบ ไม่อ่าน
เราก่อสร้างไปเท่าไหร่?
ช่างเอ๋ : หลังที่สามแล้ว
เงินเขาโอนมาให้ตลอด หรือคุณต้องซัปพอร์ตไปก่อน?
ช่างเอ๋ : ซัปพอร์ตไปก่อน
คุณคือหนึ่งในหุ้นส่วน เขาชวนคุณลงด้วยนี่ คุณลงกี่เปอร์เซ็นต์?
ช่างเอ๋ : เขา 60 ผม 40 ผมอยากให้เขาเซ็นสัญญาตั้งแต่เขาไปญี่ปุ่น จนปัจจุบันก็ยังไม่ได้เซ็น ผมก็ไม่ได้ระแวงอะไรหรอก แต่ก็ไม่ประมาท ไม่อยากเอาเงินไปลงที่ดินคนอื่น แล้วเกิดปัญหาเหมือนตอนนี้ที่ผมไม่สามารถทำอะไรได้
ด้วยความที่ดินเป็นชื่อคุณบุ๋ม คุณก๊อตชวนเขาลงทุนด้วย 60-40 ยังไม่ทำสัญญา ถ้าลงเงินไป เกิดปัญหา คุณลงฟรีเลย?
ช่างเอ๋ : เหมือนตอนนี้
คุณเลยจำเป็นต้องโอนเงินซัปพอร์ตไปก่อนกี่ล้าน?
ช่างเอ๋ : ช่วงนั้นผมส่งตารางเอ็กเซลให้เขาดูว่าตอนนี้ผมสำรองไปประมาณ 7 ล้าน จะแบ่งเป็นหลัง หลังนี้เท่าไหร่ ผมก็ชี้แจงเขาตลอด เรื่องในโครงการทั้งหมด ตั้งแต่งานบัญชี งานก่อสร้าง งานขายทุกอย่าง ผมรับผิดชอบทุกอย่าง พี่ก๊อตมาได้แต่ไม่จำเป็นต้องทำงาน ผมทำงานให้หมดทุกอย่าง เรื่องบัญชีผมอัปเดตตลอด อัปเดตค่าใช้จ่ายหน้างานให้ดู ว่าหลังนี้ผมสำรองไปเท่านี้ๆ สำรองไป 7 ล้านแล้วนะ พยายามพูดอ้อมๆ ว่าเซ็นสัญญาให้หน่อย แต่ปรากฏว่าไม่ได้เซ็นสักที ก็เลยขอดึงเงินกลับ โดยการเบิกเป็นค่าใช้จ่ายตามจริงหน้างาน ส่งวางบิล ผ่านไปสามสี่งวดผมไม่เบิก ก็สำรองไปก่อน ให้แกสะดวกก็ค่อยคุยเรื่องนี้กัน แกก็โอนมา
คุณได้คืนมาบ้างแล้ว ปัญหาเกิดอะไรขึ้น?
ช่างเอ๋ : ช่วงท้ายๆ ที่ขาดการติดต่อ ผมส่งไลน์แกไม่อ่าน โทรไม่รับสาย ผมก็เลยน่าจะโทรหาพี่บุ๋ม จำวันที่ไม่ได้ ปีนี้ครับ เมื่อต้นๆ ปี ก็คุยกับคุณบุ๋มก่อนว่าทำไมติดต่อคุณก๊อตไม่ได้เลย คุณบุ๋มบอกแกน่าจะยุ่งๆ หรือเปล่า แกถามว่ามีเรื่องอะไร ผมก็บอกว่ามีเรื่องค่าใช้จ่ายนะในโครงการ ซึ่งตอนนั้นมันผ่านไปประมาณ 3-4 งวดแล้ว พี่บุ๋มถามว่าเท่าไหร่ ผมก็บอกว่าเอางวดนี้ก่อนก็ได้ น่าจะ 1.2 ล้านตามที่เขาบอก คุณบุ๋มบอกว่าเดี๋ยวลองคุยกับพี่ก๊อต ซึ่งผมก็ติดต่อไม่ได้ ก็ต้องรอให้พี่บุ๋มคุย ผมก็คุยประเด็นที่ว่า ติดเรื่องอะไร เรื่องสภาพคล่องหรืออะไร พี่ก๊อตแกเป็นอะไร หรือถ้าผมเอาบ้านไปขาย ตอนนั้นทำการตลาด มีลูกค้าจะซื้อแล้ว หรืออีกหลังผมซื้อมาเองก่อน เดี๋ยวผมจัดการขายของผมเอง ถ้ามีกรณีการโอนพี่บุ๋มช่วยโอนให้ผมหน่อย
สมมติพี่จะขายหลังนี้ 10 ล้านจะหักหนี้ไปเลย เป็นไง?
ช่างเอ๋ : พี่บุ๋มบอกว่าพี่ก๊อตน่าจะอยากให้พี่บุ๋มเข้าไปดูไปเห็นก่อน ไปสัมผัสบ้านที่เขาสร้าง เป็นความภาคภูมิใจพี่ก๊อต จริงๆ ผมก็พร้อมจะซื้อ แต่เขายังไม่เปิดขาย กลายเป็นว่าผมเงินจม ช็อตฟีลนิดนึง ไหนว่าโครงการนี้ทำมาเพื่อขาย แต่ทำไมพอจะขายก็ไม่ขาย ติดต่อไม่ได้ จะไม่ทำต่อเหรอหรือยังไง ถ้าติดเรื่องสภาพคล่อง ทำหลังต่อไปไม่ได้ก็ขายไปสิ แล้วเอาเงินมาทำต่อ ก็ไม่ขาย
หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น เงินเข้ามาในบัญชีคุณยังไง?
ช่างเอ๋ : พอใช้คำว่าเงินทอน ผมก็ไม่ค่อยสบายใจ ใช้คำว่าโอนเงินเกินมาดีกว่า (หัวเราะ)
เงินจม 3 ล้านกับวิลล่า 8 หลัง ทำได้ 3 หลัง แล้วก็ทิ้งไว้ตรงนั้นเลย?
ช่างเอ๋ : ครับ พอติดต่อไม่ได้ มีคนงานมูลนิธิ เขาอ้างว่าเป็นคนงานมูลนิธิกรุงเทพฯ ไปกั้นพื้นที่ปักป้ายห้ามเข้า ทำประตูรั้ว เอาริบบิ้นขาวแดงมาพันๆ ผมก็ไลน์ไปถามทนายของพี่ก๊อตว่าเกิดอะไรขึ้น ผมสามารถเข้าไปได้มั้ย เขาไม่ตอบ เราก็คิดมาก โทรถามทนาย ทนายบอกว่าอย่าเข้าเลย ทีนี้ลูกน้องหรือช่างคนอื่นๆ จะเข้าไปทำงานต่อ เพราะหลังหนึ่งหลังสองต้องมีเก็บงาน เก็บความเรียบร้อย
ตั้งแต่เริ่มสร้างหลังแรก ถึงหลังที่สาม คุณบุ๋มเคยไปดูมั้ย?
ช่างเอ๋ : เคยไปดู ที่ได้เจอกัน 1 ครั้ง หลังจากนั้นไม่แน่ใจ มีคนบอกว่าคุณบุ๋มกับคุณก๊อตมา แต่ผมไม่ได้เจอ
บุ๋มเจอคุณครั้งนึงที่บ้านหลังที่คุณสร้าง?
ช่างเอ๋ : ใช่
ทนายแก้ว : รายการบัญชีเคยแจ้งไปทางคุณบุ๋มบ้างมั้ย คิดว่าคุณบุ๋มรับรู้มั้ย
ช่างเอ๋ : อันนี้ไม่ทราบ เพราะผมแจ้งไปทางพี่ก๊อตอย่างเดียว อยากคุยเป็นคนๆ ไป ไม่อยากกระจายข้อมูลแล้วสับสน
เอกภพ : ถามนิดเดียว เวลาจะก่อสร้างคุณได้ขออนุญาตเทศบาลมั้ย มีใบอนุญาตขอมั้ย
ช่างเอ๋ : มี ผมไปดำเนินการขอ ชื่อคนอนุญาตคือพี่บุ๋ม
เพราะเป็นเจ้าของที่?
ทนายแก้ว : เขาเลยเป็นคนอนุญาตให้ก่อสร้าง แบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกคุยกันว่าจะสร้างพักบ้านอาศัย อันนั้นเป็นของพี่บุ๋ม แต่ตอนเป็นพูลวิลล่า ผมทำเอกสารยื่นบริษัทของผมกับพี่ก๊อต ที่จดด้วยกัน มีผมกับพี่ก๊อตสองคน เริ่มก่อสร้าง 3 เม.ย. ปี 68 ใบอนุญาตออกเมื่อไหร่จำไม่ได้ครับ
หลังจากนั้นมีเม็ดเงินโอนเข้ามาหลายสิบล้าน แต่ช่างเอ๋โอนกลับไปให้ทางคุณก๊อต เงินมาจากไหน?
ช่างเอ๋ : เงินมาจากบัญชี ผมจำตัวเลขไม่ได้ แต่ที่ดูคร่าวๆ 20 กว่าล้าน ล่าสุดฝ่ายบัญชีส่งมาดูกับทนาย น่าจะมีเพิ่มมากกว่านั้น ไม่แน่ใจ ผมโอนกลับไปให้คุณก๊อต
หมดมั้ย?
ช่างเอ๋ : หมดครับ
เอกภพ : ตอนสร้างพูลวิลล่า เงินที่โอนเป็นเงินส่วนตัวหรือเงินองค์กร
ช่างเอ๋ : มีหลายส่วน มีหลายบัญชีที่เข้ามาครับ
ทนายแก้ว : ใบอนุญาตก่อสร้างเป็นชื่อคุณบุ๋ม ถ้าเกิดมีชื่อคุณบุ๋ม หมายความว่าเมื่อมีการขออนุญาตก่อสร้าง คุณบุ๋มก็ต้องรับทราบเพราะต้องมีเอกสาร สามารถเปิดเผยได้ เป็นเอกสารของทางราชการที่ออกมาได้อยู่แล้วครับ
ระหว่างมีการช็อต คุณก๊อตไม่ได้โอนเงินให้คุณ คุณต้องควักเงินไป ช่วงปีที่แล้ว ประมาณเดือนไหน?
ช่างเอ๋ : ช่วงติดต่อไม่ได้น่าจะปีนี้ ประมาณมี.ค. ครับ ปีที่แล้วเงินยังมาเรื่อยๆ ในการก่อสร้างเงินมาจาก 3 บัญชี บัญชีส่วนตัวคุณบุ๋ม บัญชีส่วนตัวคุณก๊อต และอีกบัญชีแยกไม่ออกว่าเอามาทำอะไร
เป็นชื่ออะไร?
ช่างเอ๋ : เป็นชื่อองค์กรทำดี โดยนางสาวปนัดดา
องค์กรทำดีโอนค่าอะไร?
ช่างเอ๋ : ถ้ามียอดตัวนี้เข้ามา พี่ก๊อตจะโทรมาแจ้งว่ามีเงินโอนเข้า และให้โอนไปให้แกหน่อยครับ
เงินที่โอนจากองค์กรทำดี ไม่ใช่เป็นค่าสร้างพูลวิลล่า ใช่หรือไม่?
ช่างเอ๋ : ครับ ใช่ ไม่ได้เป็นค่าสร้างพูลวิลล่า แต่ตอนนี้เงินที่ผมทำบัญชีแยกเป็นสองกอง กองนึงเป็นค่าสร้างพูลวิลล่า ส่วนที่ไม่เกี่ยวโอนกลับคืนไป ไม่เกี่ยวคือถ้าไม่มีการวางบิลไป
ไม่เอา เอาใหม่ เงินจากองค์กรทำดีโดยคุณบุ๋มปนัดดา เป็นค่าสร้างพูลวิลล่า 8 หลังนี้หรือไม่?
ช่างเอ๋ : อันนี้ต้องไปตรวจสอบก่อนว่ามันมีตรงกับใบวางบิลหรือเปล่า ผมวางบิลในยอดของงานพูลวิลล่าไปหรือเปล่า
แต่องค์กรทำดีโอนให้คุณแน่ๆ แล้วเงินก้อนคุณเอาไปทำอะไร?
ช่างเอ๋ : ผมโอนกลับคืนไปให้พี่ก๊อต
เป็นค่าอะไร?
ช่างเอ๋ : เขาไม่ได้แจ้งว่าเป็นค่าอะไร
25 ก.ค.68 องค์กรทำดีโอนมาบัญชีคุณ ค่าอะไร 4.6 แสน?
ช่างเอ๋ : ไม่แน่ใจครับว่าเป็นค่าอะไร อย่างที่แจ้ง ต้องไปขอดูเอกสารการวางบิลว่ายอดตรงกันมั้ย ถึงทราบว่าค่าอะไร
พูดง่ายๆ ตอนนี้คุณไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นเงินค่าอะไรที่โอนมาในวันที่ 25 ก.ค.คุณต้องไปกระทบยอดกับรายละเอียดคุณก่อน แต่ที่แน่ๆ องค์กรทำดีโอนมาแน่ๆ สองกรณีคือหนึ่ง เป็นค่าทำพูลวิลล่า กับสองโอนมาแล้วโอนออกให้ก๊อต ไม่มีอะไรดีทั้งคู่ ต่อให้คุณนึกออกหรือไม่ออก ก็ไม่มีอะไรดีทั้งคู่?
เอกภพ : คุณได้ก่อสร้างมูลนิธิมั้ย
ช่างเอ๋ : ไม่ได้ก่อสร้าง
เอกภพ : อ้าว แล้วไปรับโอนเงินจากองค์กรทำดีได้ยังไง ไม่เอ๊ะเลยเหรอ ทำไมเป็นเงินบัญชีนี้โอนมาหาคุณด้วยเหตุผลอะไร
ทนายแก้ว : ตอนนั้นยอด 4.61 แสน เป็นการโอนค่าวัสดุก่อสร้างพูลวิลล่าหรือเปล่า
ช่างเอ๋ : อย่างที่แจ้งครับ ต้องไปดูใบวางบิลว่าเป็นค่าอะไร
อย่างที่บอก อะไรก็ตามแต่ อะไรที่โอนมาแล้วคุณจำไม่ได้ คุณต้องไปกระทบยอดคุณก่อน เงินที่โอนมีแค่ 2 อันเลย คุณคงไม่ได้เอาไปซื้อหม้อหุงข้าว หรือยุทโธปกรณ์ คุณคิดว่าเงินก้อนนี้มีทางไหนบ้างที่โอนให้คุณ หนึ่งคือค่าทำพูลวิลล่า กับสองคือโอนคืน สองทางนี้เท่านั้น?
ช่างเอ๋ : ครับ
คุณคิดว่าอะไร?
ช่างเอ๋ : (หัวเราะ)
กลัวที่จะพูดใช่มั้ย?
ช่างเอ๋ : (เงียบ)
คุณไม่ต้องกลัว บัญชีที่โอนมา หนึ่งถ้าเกิดเอาไปสร้างรีสอร์ตหรือพูลวิลล่า มันผิดวัตถุประสงค์ สองเงินก้อนนี้ต่อให้ไม่ได้เอาไปทำพูลวิลล่าแต่โอนต่อให้ก๊อตก็ผิดวัตถุประสงค์อยู่ดี นี่เป็นสิ่งที่คุณบุ๋มต้องตอบ เพราะบัญชีนี้คนที่จะโอนได้คือคุณบุ๋ม เพราะมันเขียนเลยว่าโดยปนัดดา อีกคนที่ต้องตอบคือคุณก๊อต สำคัญที่สุดว่าเงินอันนี้เอาออกไปทำอะไร เอาออกไปได้ยังไง ตอนนี้ไม่มีใครตามหาตัวเขาเจอ แล้วเงินไม่ได้แค่นี้ คุณเครียด?
ช่างเอ๋ : ค่อนข้างเครียด วันนี้ที่มา ผมโดนผลกระทบเยอะครับ ทั้งเรื่องภาษี คดีความ เรื่องอะไรต่างๆ ที่เราไม่ได้มีเจตนาจะไปกระทำความผิด
ผมคิดเหมือนคุณนั่นแหละว่าทำไมถึงไม่กล้าพูด ทำไมมาแล้วไม่กระทบยอดก่อน ตอนพักเบรกก็คุยกับเขา สิ่งที่เขาตอบมาให้ฟัง ที่เขามาไม่ต้องการมาเปิดเรื่องใครเลย ไม่ได้อยากเปิดเรื่องบุ่มหรือก๊อต แต่เขาร้องทนายเดชาด้วยเรื่องที่ว่าเขาโดนเรื่องรุกที่ดินของรัฐ เขามาเรื่องนี้ แต่ประเด็นที่เรากำลังพูด เป็นประเด็นพลอยได้ กติกาในใจเขา เขาไม่ได้เตรียมมาว่าเขาโกงผมนะ ไม่ใช่ เขามาด้วยเรื่องที่ว่า หนึ่ง เมื่อไหร่ก๊อตจะคืนเงินเขาเสียที สองเขาโดนสรรพากรตามเก็บเงินเรียกภาษีเขา เพราะมีเงินมาหาเขาเยอะ สามเขาโดนแจ้งความรุกที่ป่า เขาเลยกลัว เลยมาร้องพี่เดชาด้วยเรื่องพวกนี้ แต่เขาไม่ได้มาร้องพี่เดชาว่าคุณบุ๋มเอาเงินออกจากที่นี่ แล้วผัวไปทอนเงินแบบนี้ เขาไม่ได้มาพูดเรื่องนี้ แต่นักข่าวเห็นมีเรื่องนี้ เลยหยิบเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเลย นี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาไม่ได้เตรียมอะไรมา ไม่ต้องกลัว?
ช่างเอ๋ : จริงๆ อึดอัดด้วยครับ คบกันมานาน คนรู้จักกัน
กลัวเขาโกรธ?
ช่างเอ๋ : ใช่ครับ
เจตนาที่มาร้อง คือ?
ช่างเอ๋ : แก้ไขเรื่องคดีความ
ไม่ได้เกี่ยวกับสลิป พวกนี้เป็นงานประกอบ แต่งานประกอบดันเป็นงานสำคัญ?
ช่างเอ๋ : มันกลายเป็นนอกประเด็นกับสิ่งที่ผมต้องการแก้ปัญหา เรื่องนี้เป็นปัญหาผมมั้ยไม่รู้ แต่ผมต้องการแก้เรื่องที่จะมาถึงก่อน เช่นรุกป่า ไม่ได้จะมาเปิดเผยใคร หรือทำให้ใครเสื่อมเสียชื่อเสียง
ไม่ทันแล้วเอ๋ มันไปตั้งแต่ออยศรีคุยกับคุณแล้ว?
ช่างเอ๋ : ผมไปหาอาจารย์เดชา เขาบอกว่าเป็นวันเกิดเขา เข้ามาสิ เราก็อยากจะมาคุยเรื่องรุกป่าปกตินั่นแหละ ผมก็ไม่รู้จักพี่ๆ นักข่าวว่าท่านไหนเป็นท่านไหน เข้าใจว่าจะไปคุยกับทนาย
ถามอีกเรื่องเลย?
ช่างเอ๋ : ครับ ก็เลยเป็นเรื่องนอกเหนือจากสิ่งที่ผมแก้ไข กลายเป็นว่าผมมีปัญหาเพิ่มหรือเปล่าตอนนี้ (หัวเราะ) จากที่จะแก้เรื่องที่หนึ่ง เรื่องที่สอง กลายเป็นว่าเรื่องหนึ่ง เรื่องสอง ยังไม่ได้แก้ เรื่องสามเข้ามาอีกแล้ว เรื่องสี่เรื่องห้าผมปวดหัว
ไม่ทันแล้ว เพราะภาพประกอบของเอ๋ หรือสลิปประกอบของเอ๋ หรือที่ของเอ๋ พวกนั้นมันสำคัญมากๆ กับสังคม ประชาชน เอ๋ต้องเข้าใจตรงนี้?
ช่างเอ๋ : เข้าใจครับ
ทนายแก้ว : มันเกี่ยวโยงกันครับ เหมือนเรื่องประกอบ เอาไปแก้ประเด็นรุกป่าได้ เพื่อให้เห็นมูลเหตุจูงใจว่าคุณเจตนาล่วงภาษีหรือเปล่าหรือเงินที่มาเพราะอะไร เป็นเหตุผลที่คุณสามารถอธิบายกับกรมสรรพากรได้
สิ่งประกอบของคุณวันนี้ ก็เป็นเกราะป้องกันคุณส่วนนึงเหมือนกัน?
ช่างเอ๋ : ครับ แต่สิ่งไหนถ้าผมจำไม่ได้จริงๆ เพราะผมไม่ได้ทำการบ้านมาเพื่อเรื่องนี้
แล้วพี่ก็เสือxถามเรื่องนี้ด้วย กูผิดอีกแล้ว แต่ที่แน่ๆ ถึงเอ๋จำไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่าในมุมนักกฎหมายที่เขาดูอยู่ เขาก็มองลักษณะใกล้ๆ กับพี่มอง เปิดสลิป 4.61 แสน , 5.5 แสน วันที่ 26 ก.ค. วันถัดไป 28 ก.ค. 6.5 แสน วันที่ 30 ก.ค. อีก 2 ล้าน 3 ส.ค. 8.1 แสน , 3 ส.ค. 1.17 แสน , 5 ส.ค. 6.68 แสน 2 ก.ย. 4 แสน , 4 ก.ย. 2 แสน, 8 ก.ย.68 8.6 แสน, 11 ก.ย. 5.45 แสน , 19 ก.ย. 5.4 แสน, 26 ก.ย. 9.7 แสน วันเดียวกันตอนบ่ายโมง โอนอีก 1 ล้าน, 5 ต.ค. 6.2 แสน , 22 ต.ค. 3.34 แสน อ่านไปก็อีกนาน เยอะมาก จากองค์กรทำดี แล้วเงินที่คุณโอนกลับไปทางก๊อต โอนยังไง?
ช่างเอ๋ : บางยอด โอนจากแอปฯ ธนาคาร บางยอดถอนเงินสดไปฝากธนาคาร เนื่องจากว่าบางวันบางยอด จำนวนโอนต่อวันมันไม่พอ ผมโอนได้วันละ 2 ล้าน บางครั้งผมโอนค่าใช้จ่ายในบริษัทไปแล้ว วงเงินเหลือไม่ถึง
ทำไมต้องโอน?
ช่างเอ๋ : หนึ่งไม่ใช่เงินเรา
เขาโอนมากี่ล้าน ยอดทั้งทำบ้านด้วย ไม่ทำบ้านด้วย คืนกลับไปด้วย 45-50 ล้าน?
ช่างเอ๋ : ครับ น่าจะประมาณนั้น แต่มีสเตทเมนต์เพิ่มเติม ที่ฝ่ายบัญชีส่งมา
ที่พุทธเขาทำ ยอดโอนจากมูลนิธิเข้าบริษัท 45 ล้านกว่า เงินที่คืนไป 20 กว่าล้าน ที่พุทธกระทบยอดมา มีมากกว่านั้นมั้ย?
ช่างเอ๋ : มีโอนคืนมากกว่า 20 ล้าน เพราะมีอีกสเตทเมนต์นึง และอีกบางส่วนที่ถอนเงินสดไปฝาก
ทนายแก้ว : ปีนี้ก็มีโอนคืนด้วยใช่มั้ย
ช่างเอ๋ : ครับ ปีนี้ก็มี
ธรรมดาแล้วเงินองค์กรทำดีโอนเข้ามา คุณโอนต่อทันทีเลย รอข้ามวันมั้ย?
ช่างเอ๋ : จะมีบางวัน ขึ้นอยู่กับวงเงินวันนั้นพอมั้ย ถ้าไม่พอผมก็แจ้ง วงเงินเต็มแล้วก็จะค่อยโอนในวันถัดไป หรือผมเดินทางไปต่างจังหวัดไม่สะดวกโอน ก็จะบอกว่าพรุ่งนี้จัดการให้ กรณีข้ามวันมีแค่นี่ ไม่มีข้ามสองสามวัน
คุณโอนคืนทางไหน?
ช่างเอ๋ : ถ้าโอนจนหมดวงเงิน จะถอนเงินไปฝากเข้าบัญชีเขาเลย
ทนายแก้ว : ไม่ได้โทรถามเหรอทำไมโอนให้เรา
ช่างเอ๋ : ตอนแรกมีประเด็นเรื่องให้เสนอราคาไป แล้วงานที่เราไม่สามารถไปทำได้ แต่มีเงินเข้า ผมก็โอนเงินคืนกลับไป
ทนายแก้ว : ทราบใช่มั้ย มีเงินรายได้โอนเข้ามา เราต้องไปเสียภาษี
ช่างเอ๋ : ครับ ทราบ
ทนายแก้ว : กรณีนี้เราไม่ได้เสียภาษีเหรอ
ช่างเอ๋ : เรื่องภาษีผมเคยคุยกับคุณก๊อต เขาบอกถ้ามีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าธรรมเนียมการโอนให้คุยกับเขา เดี๋ยวเขารับผิดชอบให้ ผมก็เลยแจ้งว่า ผมห่วงเรื่องภาษีมากกว่า กลัวเขามองเป็นรายได้
อันนี้เรื่องใหญ่?
ทนายแก้ว : ครับ องค์กรทำดีโดยนางสาวปนัดดา ก็เป็นเรื่องที่บุคคลทั่วไปเขาบริจาค แล้วเอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ กฎหมายที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องคือพรบ.เรี่ยไร ปี 2487 มีการเปิดเอาไว้ว่า ถ้าเกิดเอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จำคุก 6 เดือน ส่วนกรณีประชาชนทั่วๆ ไป เข้าใจว่าโอนให้องค์กรนี้ ซึ่งองค์กรทำดี โดยนางสาวปนัดดา เป็นบัญชีบุคคลธรรมดา เมื่อมีการเปิดมูลนิธิแล้ว ก็ต้องมีการปิดองค์กรทำดี เพื่อให้คนโอนเข้ามูลนิธิอย่างเดียว เพราะแนวฎีกาที่ 386/2541 มีการวางกรอบไว้ว่า กรณีที่มีเงินเข้าบุคคลใดบุคคลนึง แล้วไม่มีการโอนเข้าวัดหรือมูลนิธิ ถือเป็นการยักยอกทรัพย์ มีโทษจำคุก 3 ปี แม้จะอ้างว่าอะไรก็ตาม แต่ถ้าเราไม่ดำเนินการโอนกลับไปมูลนิธิหลักถือว่ามีความผิดทันทีครับ
เอกภพ : พอมีเงินจากบัญชีบริจาคโอนมาหาเขา แต่เขายืนยันไม่ได้เก็บไว้ จะมีความผิดมั้ย มาเท่าไหร่ก็ไปเท่านั้น
ทนายแก้ว : มันต้องรู้ว่าตัวเอ๋แบ่งหน้าที่กันทำหรือเปล่า เอ๋อาจมีส่วนอย่างอื่นได้ผลประโยชน์ก็ได้ แต่ถ้าเอ๋มีการวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำ คุณก็อาจมีความผิดฐานพรบ.ฟอกเงินได้ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ต้องดูว่าถ้าคุณชักส่วนลดไว้ คุณมีการเก็บไว้ คุณโดนเต็มๆ ต้องไปดูว่าคุณได้ดอกเบี้ยมั้ย ต้องเข้าใจว่าเงินเข้าบัญชี แม้ดอกเบี้ยคุณไม่ได้โอนคืนเขาแต่คุณได้ดอก ดอกเบี้ยก็เป็นผลประโยชน์ที่คุณได้รับครับ
เอกภพ : อยู่ๆ ทำไมยอมเป็นบัญชีกลาง ทำไมไม่ถามตรงๆ ว่าพี่ไม่โอนตรงไปบัญชีแฟนพี่ ไม่เอ๊ะเหรอ เป็นผม ผมก็ถามนะ เขาจะผ่านคุณทำไม คุณก็ต้องรู้สิว่าเงินผ่านบัญชีคุณ คุณมีโอกาสจะโดนเรื่องภาษี คุณตกลงกับเขายังไง เขาจะจ่ายภาษีให้คุณใช่มั้ย
ช่างเอ๋ : ใช่
เอกภพ : หลังสรรพากรติดต่อมา คุณติดต่อเขาได้มั้ย
ช่างเอ๋ : ไม่ได้ ติดต่อคุยกับบัญชีเขา บัญชีก็ไม่ได้ว่าอะไร บอกเดี๋ยวถามพี่ก๊อตให้ แล้วก็เงียบไปเลย
ขอดูสลิปวันที่ 31 ม.ค. 69 ยอด 6.68 แสนบาท ผมเห็นแล้วตกใจ เอายอดค่าบ้านที่ต้องจ่ายล่าสุด ข้อที่ 6 31 เดือน 1 ยอด 6.68 แสนบาท เป็นค่าบ้านงวดหลังที่สอง?
ทนายแก้ว : หมายความว่าโอนมาชำระค่าก่อสร้าง
เห็นแล้วตกใจเลยนะเนี่ย อันนี้ไม่ได้โอนออก เป็นการเอามาจ่ายค่าทำบ้าน แล้วเป็นหลังที่สอง แล้วลองกระทบยอด วันที่ 13 ธ.ค. 7.64 แสน?
เอกภพ : ผมไม่พูดต่อได้มั้ย
ยากเลย อันนี้เป็นแค่ส่วนนึง ซึ่งก็ต้องบอกว่าเราก็ต้องตรงไปตรงมา เราไม่ได้ต้องการมาขยี้หรือทำอะไรให้เป็นประเด็น เราแค่ต้องการทำเรื่องนี้ให้สิ้นสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทางนี้ยืนยันว่าเงินที่เข้ามา มีการโอนออกไป แต่พอมีเงินเข้ามา แล้วจ่ายค่าบ้าน คุณติดด้วยนะ?
ทนายแก้ว : ตัวการร่วมครับ
คุณมีโอกาส ต้องทำยังไงตอบไม่ถูก?
ทนายแก้ว : ก็ต้องเอาหลักฐานทั้งหมดไปชี้แจงกับพนักงานสอบสวน
เอกภพ : ถ้าพี่บุ๋มแกเอาเงินไปเติมองค์กรทำดีที่แกโอนออกไป มันจบได้มั้ย
ทนายแก้ว : ต้องยอมรับว่าความผิดมันสำเร็จแล้ว คดีนี้แตะหลายข้อหามาก ไม่ว่าจะฉ้อโกงประชาชน หรือรวมถึงการยักยอก คือเบียดบังเอาทรัพย์มาเป็นของตน แต่มาตรา 353 บุคคลมีหน้าที่โดยเฉพาะ เข้าใจว่าพนักงานสอบสวนน่าจะตั้ง 353 นี่แหละ ตามประมวลกฎหมายอาญา เพราะเป็นเรื่องกรณีบุคคลมีหน้าที่แล้วกระทำการยักยอกเบียดบังเป็นของตน แบบนี้จำคุก 3 ปีปรับ 6 หมื่น ต้องมาดูว่ากรณีนี้เข้าความผิดมูลฐานมั้ย ดันเข้าความผิดมูลฐานฐานฟอกเงินด้วย ตอบตรงๆ ช่างเอ๋ก็มีความผิด เพราะเงินถูกไหลไปครบรอบพอดี
เงินก้อนนี้มาจากการบริจาค ถ้าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์มันก็ผิดทุกกรณี ต่อให้เงินที่โอนจากองค์กรทำดี ถูกคุณโอนให้คุณก๊อต คุณก๊อตก็ผิด เงินอยู่ตรงไหน ตรงนั้นผิด เหมือนแม่น้ำ มีหัวแม่น้ำ มีหางแม่น้ำ จบตรงไหน ผ่านตรงไหนตรงนั้นโดน?
ทนายแก้ว : ต้องเอาไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิเท่านั้น แต่ไม่มีที่จะไปสร้างสถานที่ที่เป็นส่วนตัว หรือได้ประโยชน์ตัวเอง แบบนี้มีความผิด แล้วแต่พนักงานสอบสวนจะตั้งฉ้อโกงประชาชนหรือยักยอก หรือยักยอกเฉพาะ 353 หรือพรบ.ฟอกเงิน รวมถึงพรบ.เรี่ยไรปี 2487 ก็ผิดครับ นี่คือความผิดที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ครับ
แทบไม่ต้องกระทบยอดตรงอื่นเลย เห็นแค่อันเดียว มันเข้าเลย แต่ต้องไปถามบุ๋มด้วยนะ บุ๋มก็ต้องมาตอบ ว่าเงินก้อนนี้บุ๋มเป็นคนโอนมาหรือเปล่า แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย บัญชีนี้ถูกเปิดมาในชื่อของบุ๋ม ก๊อตเป็นคนโอนมาหรือเปล่า ก๊อตมีสิทธิ์อะไรในการโอนบัญชีนี้มาหรือเปล่า อันนี้ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ แก้วมองยังไง?
ทนายแก้ว : ถ้าโอนกลับไปองค์กรทำดีก็อีกเรื่องนึง แต่นี่คุณโอนให้บุคคลอื่น ที่ไม่ใช่ผู้โอนเข้ามา ก็ส่อให้เห็นว่าคุณกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง น่าจะสมรู้ร่วมคิดกัน นี่สันนิษฐานตามภาษากฎหมายไว้ก่อน ต้องไปชี้แจงครับ ลองไปกระทบยอดกันดู แต่บัญชีมันชัด ว่ามีการชำระค่างวดของบ้าน ซึ่งมันไม่ใช่วัตถุประสงค์ของมูลนิธิหรือองค์กรที่เขาเปิดรับบริจาคอยู่แล้ว ผิดทั้งผู้ให้แล้วผู้รับครับ
เอกภพ : สมมติผู้ประกอบการไม่รู้ แล้ววางบิลไป
ทนายแก้ว : ครั้งแรกไม่เป็นไร ครั้งที่สองคุณต้องถามแล้วครับ
เอกภพ : คุณได้ถามมั้ย
ช่างเอ๋ : ไม่ถามครับ ครั้งที่สองมีการให้ทำเสนอราคา แล้วมีเงินโอนเข้ามาตามใบเสนอราคา แต่ไม่ได้ทำ ก็โอนกลับไป พอครั้งถัดๆ มา ผมรู้สึกว่าไม่ค่อยโอเคแล้ว ก็เลยคุยกับเขาไปตรงๆ ว่าไม่อยากทำแล้ว มันเสี่ยง เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรหาผม ถามว่าธุรกรรมสองยอดเมื่อกี้ ลูกค้าได้ทำด้วยตัวเองมั้ย ผมบอกใช่ มีอีกธนาคารโทรมาบอกว่าให้ผมเข้าไปยืนยันตัวตนที่ธนาคาร ผมเลยโทรไปถามทางพี่ก๊อตว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า มีอะไรผิดปกติมั้ย ทำไมมีเจ้าหน้าที่โทรมาแบบนี้ ผมไม่อยากทำอะไรที่มันสุ่มเสี่ยงแล้วนะ ก็ไม่ได้ทำอีกเลย กว่าจะได้ถามก็หลายครั้งแล้วครับ
ทนายแก้ว : กรณีบัญชีม้า ผู้รับโอนรู้หรือไม่รู้ แต่กฎหมายสันนิษฐานว่าต้องมีความผิด กรณีคุณรับโอนเงินจากไหนก็ตาม คุณจะบอกว่ายอดตรงกันไม่ได้ ในฐานะเป็นเรื่องการว่าจ้าง คุณต้องรู้ว่าคนว่าจ้างคุณเป็นใคร คนชำระหนี้เป็นใคร
คุณมีสลิปที่โอนให้ก๊อตมั้ย?
ช่างเอ๋ : มีครบ แต่หลักฐานอยู่ที่บ้านครับ
เงินโอนก๊อตก็สำคัญ ต่อให้ไม่ตรงกัน โอนไปทำไมก่อนดีกว่า ไม่จำเป็นต้องมีสลิปโอนกันเลยนะเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเงินอกจากองค์กรทำดีมาจ่ายอะไรบ้าง เราเจอพอดี ก็ให้ดู แต่ส่วนนึงที่โอนให้ก๊อต อันนี้อีกเรื่องนึง?
ช่างเอ๋ : ครับ
จากนี้จะยังไง?
ทนายแก้ว : คดีนี้เป็นคดีอาญาแผ่นดิน พนักงานสอบสวนต้องขยายผลดูเส้นเงินมูลนิธิทั้งหมด แนวฎีกาที่ผมวางไป คือ 386/41 ศาลเคยวางเรื่องเงินบริจาคในวัด กรณีชาวบ้านนำเงินไปบริจาค แต่เอาไปเข้าบริจาคในบัญชีมัคทายก แต่มัคทายกเบียดบังเอาเป็นของตน ศาลมองเป็นความผิดฐานยักยอก ที่บุคคลนั้นมีหน้าที่เฉพาะที่จะต้องกระทำการดูแล แต่กลับเบียดบังเขาไป ก็เทียบเคียงได้ ก่อนที่คุณบุ๋มจะเปิดเป็นมูลนิธิ แต่ได้มีการเรี่ยไรผ่านองค์กรทำดีโดยนางสาวปนัดดา ชาวบ้านระดมการฝากเงินมา และเอาเงินตรงนี้ออกไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ก็ถือว่าเป็นการยักยอก ตรงนี้แหละที่ตร.ต้องมานั่งเช็กว่าการยักยอกต้องดูเป็นกรรมๆ แต่ละครั้งเข้าข่ายหรือเปล่า ต้องไปชี้แจงครับ
เวลาเซ็น ใครเป็นคนเซ็น เวลาทำธุรกรรมต่างๆ นานากับคุณก๊อต?
ช่างเอ๋ : ฝั่งโน้นไม่มีใครลงนาม เพียงแต่แอพปรู๊ฟกันในอิเล็กโทรนิกส์ ทางไลน์ แจ้งพี่ก๊อตเท่านั้นครับ
ทนายแก้ว : สัญญาว่าจ้างทำของ ไม่จำเป็นต้องทำเป็นแบบก็ได้ แค่ตกลงตามผลของงาน เหมือนที่ถามไป ตลอดการก่อสร้างคุณได้รายงานไปที่พี่ก๊อต แต่คุณบุ๋มก็เคยลงมาดูการก่อสร้าง คุณบุ๋มได้มีการทักท้วงมั้ย ว่าไม่ได้เป็นบ้านแล้ว เป็นพูลวิลล่า
ช่างเอ๋ : ไม่ได้ทักท้วงครับ
ทนายแก้ว : คุณบุ๋มก็รู้ว่าเป็นพูลวิลล่า
ช่างเอ๋ : อันนี้จำไม่ได้ ค่อนข้างนาน วันนั้นไปกินข้าวกันและคุยกันหลายเรื่องมาก
ทนายแก้ว : แต่พี่บุ๋มทราบว่าเปลี่ยนจากบ้านเป็นพูลวิลล่า
ช่างเอ๋ : ทราบครับ
นี่ใบอะไร?
ช่างเอ๋ : สลิปที่ผมถอนเงินแล้วฝากไปบัญชีพี่ก๊อต
มันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน เราไม่มีเจตนาไปหมิ่นประมาทใครให้เสื่อมเสีย เพราะเป็นเรื่องเงินบริจาค คุณโอนให้คุณก๊อต 4 แสน 3 แสน เป็นเบี้ยหัวแตก ทำไมไม่โอนเป็นก้อนๆ ไปเลย โอนแบบนี้ทำไม?
ช่างเอ๋ : ทางพี่ก๊อตให้แยกยอดไป
ทำไมต้องมีเศษ?
ช่างเอ๋ : ผมเข้าใจแค่ว่าให้แยกยอดครับ
เขาบอกเลยเหรอให้โอนยอดเท่านี้นะ หรือเขาโอนมาให้คุณแบบนี้ แล้วคุณโอนตามนี้ไปเลย?
ช่างเอ๋ : บางครั้งเขาก็มีการแจ้งว่าให้โอนไปยังไง บางครั้งก็บอกว่าให้โอนยอดไหน
ทนายแก้ว : จำนวนเงินที่โอนไป พี่ก๊อตแจ้งให้คุณโอนว่าเท่าไหร่ๆๆ
ช่างเอ๋ : ครับ
ทนายแก้ว : ไม่สงสัยเหรอ ทำไมต้องโอนไปเป็นเศษ
ช่างเอ๋ : ตอนนั้นยังดีกัน คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ไม่ได้เคลือบแคลงสงสัยอะไร เขาอาจทำอะไรอย่างอื่นที่เราไม่รู้ก็ได้ แต่ไม่ได้คิดไปในทางที่ไม่ดี
มีเรื่องการปลอมลายเซ็น ลายมือชื่อมั้ย?
ช่างเอ๋ : มีครับ เรื่องปิดบริษัทที่เปิดร่วมกันกับพี่ก๊อต ในตอนแรก พอเปิดบริษัทปุ๊บ มันมีค่าใช้จ่าย อย่างที่โชว์เมื่อกี้ ค่าใช้จ่ายชำระค่าก่อสร้าง ผมก็ออกบิลไปปกติ ให้บริษัทโครงการ แล้วบริษัทโครงการผมก็ทำหัก ณ ที่จ่ายไว้เพื่อเตรียมนำส่งสรรพากร ปรากฏว่าสรรพากรเรียกพบให้ไปชี้แจง บริษัทนี้ถูกปิดไปแล้ว เอกสารที่ผมออกไป เขาบอกใช้ไม่ได้ ก็เลยกลายเป็นว่าผมต้องไปตรวจสอบว่าบริษัทนี้ปิดได้ยังไง ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าบริษัทปิดไปแล้ว
มีรายการนึง คุณโอนไป วันที่ 5 ม.ค. 2026 โอนเวลา 14.45 น. คุณโอนข้ามเขตไป 10,586,000 บาท โอนไปบัญชีฝาก เขาฝากมาใช่มั้ย?
ช่างเอ๋ : ครับ เขาฝากมา
ทนายแก้ว : กรณีบุกรุกป่าโดนยังไง
ช่างเอ๋ : แปลงนั้น เป็นที่ภบท.5 แต่ใช้เป็นที่วิ่งเทรล ไม่เกี่ยวกับสองแปลงนี้ ใช้ทำเป็นทางวิ่งเทรล ทางพี่ก๊อตให้หาแมคโค หรือหาคนไปตัดหญ่าให้เตียน อยู่ที่ภูเก็ตครับ
วันที่ 5 ม.ค. 2026 รับโอนเงินข้ามเขต 4 ล้าน, 6 ล้าน , 6 ล้าน, 10 ล้าน ใครโอนให้คุณ?
ช่างเอ๋ : เป็นสลิปฝากครับ พี่ก๊อตส่งสลิปมาให้ ตามข้อมูลที่ส่งไปให้
เอกภพ : เงินเยอะมากเลยนะ โอนในวันเดียว แล้วเราโอนต่อ
ช่างเอ๋ : ใช่ โอนต่อกลับไปที่พี่ก๊อต
เอกภพ : ทำไมคุณก๊อตไม่ฝากเข้าบัญชีตัวเอง
ช่างเอ๋ : ไม่ใช่คุณก๊อตไปฝากครับ ต้องไปดูในสลิป
เอกภพ : ทำไมต้องใช้คุณเป็นตัวกลางในการทำธุรกรรมด้วย จะมาฝากผ่านคุณทำไม
ทนายแก้ว : อาจเป็นเพื่อนสนิทกัน จนเปิดบริษัทด้วยกัน เขาเลยโอนเงินกระทบกลับมา แล้วกระทบกลับไป
เอกภพ : ก็โอนกลับในบัญชีบริษัทสิ โอนยอดครบมั้ย
ช่างเอ๋ : ครบครับ
คุณคิดว่าชีวิตคุณจะยังไงต่อ?
ช่างเอ๋ : ไม่แน่ใจเลย ผมมาเพราะพยายามเคลียร์ปัญหา คดีความ ให้จบลงแต่ละคดี ผมก็อยากปรึกษาพี่หนุ่ม พี่แก้ว ว่าควรหาทางออกยังไงดี
ปรึกษากูอีกแล้ว ใช่เรื่องเหรอ?
ช่างเอ๋ : (หัวเราะ)
ทนายแก้ว : ถ้าเอ๋ไม่มีรายได้ ต้องอธิบายสรรพากรว่าเงินที่เขามาเป็นการผ่านมือโดยมีกลอุบายบางอย่าง คุณต้องไปแจ้งความดำเนินคดีเพื่อให้หลุดพ้นว่าคุณถูกหลอกใช้หรือเป็นหนึ่งในกระบวนการนี้หรือเปล่า เพื่อให้สรรพากรดีแคร์ว่าไม่มีรายได้ ตรงนี้ต้องพิสูจน์กันก่อน หลักสรรพากร เมื่อไหร่มีรายได้ คุณต้องเสียภาษี สรรพากรไม่รู้หรอกว่าเงินที่เข้ามาเป็นรายได้หรือไม่ แต่เขาสันนิษฐานว่าเป็นรายได้คุณแน่ๆ แต่ถ้าคุณบอกได้ว่าคุณถูกหลอก เป็นส่วนนึงของกระบวนการนี้ สรรพากรเขาจะพิจารณา แต่เชื่อไม่เชื่อต้องแจ้งความบุคคลนี้ว่าคุณถูกหลอกหรือถูกอะไรก็ตาม
เอกภพ : แล้วใครเป็นโจทก์ เป็นจำเลย
ทนายแก้ว : เอาตรงๆ ต้องแจ้งความองค์กรทำดี ว่าเป็นเงินเข้ามา แล้วออกไปกับใคร หัวหางเป็นกระบวนการหรือเปล่า ตัวเองเป็นแค่คนกลาง
บัญชีองค์กรทำดี สามารถมีเงินคุณบุ๋มเองได้มั้ย?
ทนายแก้ว : ตามปกติ ชื่อว่าองค์กรทำดีโดยนางสาว คนทั่วไป ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่เงินส่วนตัว เป็นเงินที่รับโอนจากการบริจาค ตอนยังไม่มีมูลนิธิ วิญญูชนหรือบุคคลสาธารณะ เขาเข้าใจโดยภาษามันเลย ดังนั้นไม่ควรมีเงินส่วนตัวฝังอยู่ครับ
บัญชีแบบนี้ สามีสามารถทำธุรกรรมแทนได้มั้ย?
ทนายแก้ว : ไม่ได้เลยครับ
คนมีสิทธิ์เบิกได้ มีกี่คน ถ้าจำเป็นต้องเบิก?
ทนายแก้ว : ก็มีคนเดียว เป็นบัญชีบุคคลธรรมดา คนอื่นเบิกถอนไม่ได้ นอกจากมอบฉันทะให้ใครไปถอน
เอกภพ : เรามีคำพูด แต่ไม่อยากพูดเลย อย่างเช่นช่วงเวลาที่โอนเงิน ช่วงก.ค. ปี 68 ช่วงนั้นเป็นช่วงสถานการณ์ชายแดน ช่วงสู้รบ ก็ต้องถามพี่บุ๋มด้วย ว่าเขาโอนไปเนื่องด้วยอะไร
คุณเคยรับงานรับสร้างสถานที่เกี่ยวกับมูลนิธิเขาบ้างมั้ย?
ช่างเอ๋ : ไม่เคยเลยครับ มีแค่พูลวิลล่าที่เดียว ที่ปทุมฯ ไม่ได้รับ
เอกภพ : ถ้ามองมุมบวก คุณก๊อตอาจเอาเงินส่วนนี้ คิดเผื่อเขานะ เอาเงินที่ทางนี้โอนไปหาคุณก๊อต ไปจ่ายค่าสร้างมูลนิธิที่คลอง 8 ปทุมฯ ไง แต่เนื่องจากบัญชีมีสองบัญชี ผู้รับเหมาทางโน้นต้องเอาบัญชีมาเทียบกัน ถ้าผู้รับเหมาทางโน้นได้รับเงินจากบัญชีโดยตรง กลายเป็นว่าเงินไปไหนก็ไม่รู้
เอกกำลังจะบอกว่า พูดในมุมที่เขาอธิบายได้ว่าเงินที่โอน เขาเอาไปทำมูลนิธิ สร้างศาลเจ้า แต่สังคมจะถามว่าแล้วทำไมไม่โอนตรงไปเลย?
เอกภพ : ทำไมต้องโอนผ่านทางนี้อีก บัญชีมูลนิธิตรงๆ โอนไปที่ไหนบ้าง เพราะทางช่างเอ๋ มีแต่บัญชีองค์กรทำดีที่โอนเข้ามา
ทนายแก้ว : เมื่อไหร่ที่รันเป็นมูลนิธิ ต้องปิดอันแรก เพื่อไม่ให้คนสับสน สองพรบ.เรี่ยไรปี 2487 กำหนดไว้สองประเด็นใหญ่ๆ หนึ่งต้องทำบัญชีเปิดเผย สองเอาไปใช้ตามวัตถุประสงค์เท่านั้น เมื่อไหร่เอาเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ถือว่าผิดพรบ.เรี่ยไร แต่พี่บุ๋มเขาอาจมีเหตุผลว่าทำไมไม่ปิดบัญชีแรก อาจจะหลงลืมก็ต้องฟังเขา
เอกภพ : พี่หนุ่มถอนหายใจบ่อย
เอาจริงเราก็ไม่อยากให้มาถึงจุดนี้นะ วันนี้ก็ยังไม่ได้ฟังอะไรจากบุ๋ม ไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันอาจมีอะไรอีกเยอะแยะมากมาย ที่เราอาจเข้าไม่ถึง ตอนนี้บุ๋มเครียดมาก เมื่อคืนกินยานอนหลับไป ผมไม่รู้คุณบุ๋มโดนใครบังคับหรือเปล่าว่าให้ต้องทำ เราตอบไม่ได้ เราพูดกว้างๆ ไว้ก่อน?
เอกภพ : หรือบัญชีที่พี่บุ๋มถือ อาจเป็นบุคคลอื่นถือหรือเปล่า แล้วโอนมา ต้องฟังพี่บุ๋ม อย่างที่พี่หนุ่มถามว่าบัญชีองค์กรทำดีใครสามารถโอนได้บ้าง
ทนายแก้ว : เอก การโอนทางธุรกรรมต้องสแกนใบหน้า นอกจากว่าไปเปลี่ยนที่แบงก์ให้เป็นหน้าอีกคน อย่างนี้ก็อีกเรื่องนึง แต่ตามหลักโดยบุคคลเดียว ก็ต้องบุคคลเดียวมีอำนาจสิ
ตัวพี่เองนะ ย้อนหลังกลับไปประมาณสัปดาห์ก่อน ที่คุณบุ๋มแถลงว่าพี่ไปตามเรื่องลูก จริงๆ เหตุการณ์เป็นอย่างนี้ เรื่องนี้ย้อนไปสัปดาห์ก่อน ตอนคุณบุ๋มไปญี่ปุ่น ผมเองได้รับข้อความจากคุณบุ๋มส่งมาว่าตอนนี้มีปัญหา เครียดมาก เพราะลูกโดนสามีอุ้มพาไป 2 คน สาเหตุสามีบังคับเอาเงิน 10 ล้าน เพื่อที่จะไปจ่ายหนี้ หรือทำอะไรสักอย่าง คุณบุ๋มบอกลำบากใจมาก ก่อนหน้านี้โดนเอาเงินออกจากตู้เซฟไปแล้ว แต่ตอนนี้สิ่งแรก เขาอยากรู้ลูกเขาอยู่ที่ไหน เขาติดต่อไม่ได้เลย เขาส่งข้อความให้ดู ทางโน้นบอกว่าโอนเงินมาหรือยัง ได้เงินหรือยัง คุณบุ๋มเขาตอบกลับไปว่าไม่ให้หรอก 10 ล้าน จากนั้นกลายเป็นว่าแฟนเขาเอาลูกไปเป็นข้อต่อรอง ผมเลยไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยประสานไปที่หน่วยงานนึงไปตาม ตามไปเนี่ย จนกระทั่งเจอลูกเขาอยู่แถวปทุมฯ เราก็บอกว่าเด็กปลอดภัย แต่ไม่สามารถเอาตัวเด็กออกมาได้ เพราะเขาเป็นพ่อ เขาถือสิทธิ์นี้ เขาบอกเขาจดทะเบียนถูกต้อง ฉะนั้นนี่เป็นเรื่องครอบครัวเขา คุณไม่เกี่ยว ก็ให้หน่วยงานกลับไป เราก็เคารพกฎหมาย เราก็กลับ หลังจากนั้นคุณบุ๋มกลับมาวันเสาร์ที่แล้ว ก็คุยกัน เด็กปลอดภัยนะ โน่นนี่นั่น บังเอิญสามีพาลูกกลับไปทำอะไรสักอย่างบุ๋มรู้เลยเข้าไปเอาลูกออกมาแล้วพาไปนอนโรงแรมแห่งหนึ่ง แล้วส่งรูปมาให้ผมดูอยู่ตลอด จนกระทั่งวันจันทร์ มี CSI LA ว่าสามีคุณบุ๋มไปรุกที่หลวง มันเลยต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้ ซึ่งก่อนหน้านั้น คุณบุ๋มบอกอยากได้เบอร์พี่ตุ๋ย ผมก็ส่งเบอร์ให้ไป ถามพี่ตุ๋ยว่าทำเรื่องอะไรบ้าง ทำเรื่องสามีที่จะฟ้องหย่า คุณบุ๋มปรึกษาเรื่องฟ้องหย่า ส่วนเรื่องบัญชีมูลนิธิ ทนายเปิ้ลเป็นคนดูแล ไม่เกี่ยวกับเขาเป็นทนายเก่าอยู่แล้ว เชื่อว่าเขามีเหตุกันมาก่อน ก่อน CSI LA เปิดเรื่องนี้ ตอนที่รู้มา สามีเปิดคาร์แคร์ไว้ที่นั่น ก็ถามว่าบุ๋มรู้มั้ย สามีเปิดคาร์แคร์ บุ๋มเปิดคาร์แคร์กับเขาหรือเปล่า บุ๋มบอกไม่รู้เรื่อง ไม่ได้เปิดด้วย ผมก็เลยงงว่าเอ๊ะ ตกลงคือผู้ชายคนนี้ไม่บอกอะไรภรรยาเลยเหรอ อันนี้ตอบไม่ได้ ไม่รู้ เหตุการณ์ที่เล่า คือเหตุการณ์ก่อนที่จะมีเรื่องนี้วันจันทร์นะ เหตุการณ์สัปดาห์ก่อนที่บุ๋มไปญี่ปุ่น ความจริงจากผมมีเท่านี้เลย แต่ก็ไม่เคยออกมาพูดนะ ก็ดูไปตามเนื้อผ้า ว่าเป็นยังไง?
ทนายแก้ว : พี่เอ๋ได้ไปดำเนินการก่อสร้างอะไรที่นครนายกมั้ย
ช่างเอ๋ : ไม่เคยไปที่นั่น เขาไม่เคยปรึกษา ผมไม่รู้เลยครับ
บริษัทโมจิ บริษัทของคุณ เปิดนานหรือยัง?
ช่างเอ๋ : ไม่นานเท่าไหร่ เป็นบริษัทที่เป็นแพลตฟอร์มขายอสังหาฯ เพื่อรองรับโครงการตัวนี้
เป็นบริษัทที่เปิดเพื่อรองรับเงินจากก๊อตหรือเปล่า?
ช่างเอ๋ : ไม่ใช่ครับ เป็นบริษัททำธุรกิจจริงๆ
มีหลักฐานใช่มั้ย?
ช่างเอ๋ : มีครับ
เคยหักหัวคิว หรือก๊อตทิ้งเปอร์เซ็นต์ให้คุณมั้ย?
ช่างเอ๋ : ไม่มีครับ ผมโอนครบทุกบาท บางทีโอนเกินด้วย บริษัทยังประกอบกิจการอยู่ เป็นแพลตฟอร์มคล้ายๆ ให้โพสต์อสังหาฯ พี่ก๊อตไม่มีหุ้นส่วน แต่เคยชวนกันทำ แต่ไม่ได้คุยกันจริงจัง ขาดการติดต่อเสียก่อน เข้าไปดูได้ โมจิ ดอท เฮ้าส์
เอกภพ : บุกรุกป่า คุณโดนเพราะอะไร
ช่างเอ๋ : ผมให้เขาคุยกันเองกับแบคโฮ แต่ทีนี้แบคโฮที่ผมพาไป ก็มีรังวัดของพี่ก๊อตอยู่ด้วย ก็ไปชี้แนวเขต ชี้จุด ผมก็ถามว่าทำได้มั้ย รังวัดก็บอกว่าทำได้ ก็เป็นการพูดกันด้วยวาจา พอผมไม่มั่นใจเลยไปหาข้อมูลพบว่าตรงนี้เคยมีการขอใช้ประโยชน์ หลังจากนั้นสักระยะนึงก็ถูกเจ้าหน้าที่ในท้องที่เข้ามาจับ พอจับไปที่สำนักงานเทศบาล คนขับแบคโฮก็ถูกดำเนินคดี มีชื่อผม คนขับแมบคโฮสองคนในสำนวน
ทนายแก้ว : คุณไม่ได้อธิบายเหรอว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณ
ช่างเอ๋ : ผมไปตอนหลังแล้ว แต่ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ไม่ได้พาผมไปโรงพัก
คุณขอให้คุณก๊อตเซ็นเอกสาร เขาบอกไม่ชอบเซ็น?
ช่างเอ๋ : สัญญาร่วมทุนครับ ยังไม่ได้เซ็น แต่เซ็นสัญญาเปิดบริษัทครับ
เมื่อวานที่พุทธเอายอดมาขึ้น 45 ล้าน ยอดอะไร?
ช่างเอ๋ : ผมไม่ทราบครับ
ที่เป็นกระดาษ เขียนด้วยลายมือ ?
ช่างเอ๋ : ผมไม่ทราบ เพราะผมไม่ได้เป็นคนเขียน
วันที่ตรงตามสลิป คือโอนค่าอะไร?
ช่างเอ๋ : เป็นเงินฝากเข้า ค่าอะไรไม่ทราบ ต้องถามทางต้นทาง เราก็ไม่ได้ถาม เงินก้อนนี้โอนกลับไปหมดแล้ว
เบ็ดเสร็จโอนกลับไปหาคุณก๊อตเท่าไหร่?
ช่างเอ๋ : อย่างที่บอก ไม่ได้เตรียมเอกสารมา
บางอย่างก็เปิดไม่ได้ ไม่ใช่เชียร์กัน เปิดเลยๆ เวลาคุกเอาข้าวไปเยี่ยมด้วยนะ มันมีอะไรอีกเยอะแยะมากมาย?
เอกภพ : ตกใจเลย แต่พูดไม่ได้ อาจารย์เดชาจะพาคุณไปแจ้งความ
ช่างเอ๋ : ครับ
ส่งมาบอกว่าพี่หนุ่มเปิดมาเลย เอกเปิดสิ?
เอกภพ : พี่เปิดเถอะครับ (หัวเราะ)
ทนายแก้ว : ต้องตรวจสอบเส้นเงินก่อน ต้องรอให้พี่บุ๋มออกมาชี้แจง
ตอนนี้คนสงสัยตัวคุณ คุณเป็นเจ้าของบริษัท แต่คุณตอบว่าไม่ทราบๆ เวลาเงินโอนกลับไป คุณก็บอกว่าไม่รู้เป็นเงินอะไร อันนี้คุณไม่กล้าหรือไม่ทราบจริงๆ?
เอกภพ : ก่อนเข้ารายการคุณคุยทุกอย่างว่าค่าอะไร แต่พอเข้ารายการคุณบอกว่าไม่ทราบครับ
ช่างเอ๋ : เมื่อวานผมก็แจ้งว่านี่คือเงินที่เขาเอาไปฝากธนาคารแล้วโอนเข้ามา แต่ไม่ได้แจ้งว่าค่าอะไร เขาแจ้งแค่ว่าให้โอนกลับไปที่พี่ก๊อต
เอกภพ : ทำไมคนฝากไม่โอนตรงไป คุณดูชื่อคนฝาก ทำไมไม่โอนตรงไปล่ะ
ทนายแก้ว : คุณก็บอกก่อนเข้ารายการ ทำไมวันนี้ถึงไม่กล้าพูด พี่แก้วแค่แปลกใจ
มีคนขู่ยิงคุณมั้ย?
ช่างเอ๋ : ไม่มีครับ
คุณต้องตอบอันนี้ให้ได้?
เอกภพ : คุณดูชื่ออีกที ถามว่าทำไมไม่โอนไปบัญชีทางโน้นล่ะ มันจะง่ายกว่าโอนเข้าหาคุณมั้ย
ช่างเอ๋ : อย่างที่แจ้ง เป็นสลิปที่เขาฝากเข้ามาในบัญชี เขาฝากเงินเข้ามาเพื่อให้ผมโอนกลับไป
ทนายแก้ว : คุณไม่ถามเลยเหรอ มันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ
ช่างเอ๋ : ขอดูวันที่
มันเป็นสองสลิป มีรายชื่อคนที่โอน ทำไมไม่โอนให้เขาเลย มาโอนผ่านคุณทำไม?
เอกภพ : แล้วยอดเป็นสิบล้าน
เมื่อวานคุณตอบไปแล้วด้วยนะ มันมีบุคคลคนนึงโอนเงินมาทางนี้เป็นหลักสิบล้าน ทางนี้โอนต่อให้ทางนี้ คำถามคือคุณไม่สงสัยเหรอ ทำไมเขาต้องโอนผ่านคุณ ทำไมไม่โอนตรงไปเลย คุณจะตอบว่าไง ไม่รู้ครับ?
ช่างเอ๋ : ครับ (หัวเราะ)
ที่โทรหาคุณบุ๋ม คุณบอกยอดเงิน 1.2 ล้าน ทำไมไม่บอกเรื่องอื่นด้วย?
ช่างเอ๋ : วันนั้นมีเวลานิดเดียว จริงๆ วันนั้นก็คุยยาวอยู่ แต่เนื้อหาเยอะมาก ผมไม่ได้ลงดีเทล
ทั้งหมดไม่เคยเล่าให้บุ๋มฟัง?
เอกภพ : ไม่เล่าได้ไง เมื่อกี้สลิปคือคำตอบของทุกอย่าง มันคืออะไร
ช่างเอ๋ : คือเงินที่เขาฝากมาเข้าบัญชีผมแล้วโอนต่อให้พี่ก๊อต
คุณมั่นใจว่าเขาไม่รู้กัน?
ช่างเอ๋ : ไม่รู้เขารู้หรือเปล่า แต่ผมไม่เคยบอกพี่บุ๋ม บางเรื่องเป็นเรื่องภายในบ้าน ผมไม่กล้าก้าวก่าย
คุณเคยถูกคุณก๊อตห้ามเข้าไซต์งาน?
ช่างเอ๋ : ผมไม่รู้เขาห้ามหรือเปล่า แต่มีป้ายมาปัก เขาบอกห้ามเข้า ผมแจ้งความในตอนหลังครับ เรื่องเกี่ยวกับมูลนิธิ และวัสดุ แจ้งว่ามีเงินโอนเข้ามา ผมไม่ได้ทราบ และไม่ข้องเกี่ยวกับตรงนี้ เรื่องวัสดุก่อสร้าง เครื่องไม้เครื่องมือที่อยู่ในไซต์งาน ที่ผมต้องการนำออกมา แล้วเข้าไปไม่ได้ ก็เลยไปแจ้งไว้เพื่อให้ตร.คุยกับคนงาน คนดูแลให้ เพื่อนำเอาออกมา ผมก็เข้าไปเอาแค่วัสดุที่อยู่ตามหน้างานครับ
เอกภพ : เงินที่คุณร่วมลงทุนได้คืนมาหรือยัง
ช่างเอ๋ : ยังครับ
ทนายแก้ว : เขาเป็นหนี้คุณเท่าไหร่
ช่างเอ๋ : ในเรื่องตัวเลข...
จำไม่ได้?
ช่างเอ๋ : (หัวเราะ) ผมจำได้ ผมส่งใบวางบิลให้เขาหมดแล้ว มีหลายส่วน เรื่องค่าก่อสร้าง ค่าการตลาด สื่อโฆษณา แล้วก็จะมีเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ แต่ถ้าไม่ได้ขาย ผมก็คุยกับเขาอยู่ว่าจะเอายังไง เงินที่ลงทุนไป เอากลับมาได้มั้ย
ทนายแก้ว : คนทั่วไปแถวๆ นั้นคิดว่าพูลวิลล่านี้เป็นของใคร
ช่างเอ๋ : เมื่อวานมีไปสอบถามคนแถวนั้น เขาตอบว่าเป็นของคุณบุ๋มหรือเปล่า เพราะเขาเห็นป้ายองค์กรทำดีไปติดครับ
เอกภพ : ตอนสร้างตอนแรกมีป้ายองค์กรทำดีไปติดมั้ย
ช่างเอ๋ : ไม่มี ใครเอามาติดก็ไม่ทราบ ตั้งแต่ออกมาไม่ทราบความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ติดเพราะอะไรต้องไปถามเขาเลยครับ ผมไม่ทราบเหมือนกัน
ทนายแก้ว : เขาต้องโดนกรณีบัญชีม้าร่วมกันฟอกเงิน โดยการฉ้อโกงประชาชน ยักยอกทรัพย์ประชาชน เพราะมีบัญชีส่วนตัวกับมูลนิธิ เป็นคดีอาญาแผ่นดิน ดูเส้นเงิน ไม่ต้องมีใครแจ้งก็ได้ แต่ถ้ากรณีเราบริสุทธิ์ใจ เราจะไปแจ้ง ก็เอาจากสิ่งที่เราโดนไปแจ้งเขาว่าไม่เกี่ยวกับการฟอกเงิน ไม่เกี่ยวฉ้อโกง ไม่เกี่ยวกับการยักยอก ไม่เกี่ยวพรบ.เรี่ยไร ส่วนพรบ.คอมพ์ฯ ก็ต้องดูก่อน
เอกภพ : คดีอาญาต้องดูเจตนาในการกระทำ
ทนายแก้ว : แต่บางอย่างต้องดูว่าคุณรู้หรือคุณควรรู้หรือเปล่า ซึ่งเงินเข้ามาหลายครั้ง วิญญูชนควรรู้ว่าไม่ปกติ แต่คุณยังเฉยกับการที่กระทำ เสมือนว่าคุณยินยอมโดยปริยาย
เราอยากเป็นพยานหรือตัวการร่วม เลือกเอา?
ช่างเอ๋ : อยากเป็นพยาน (หัวเราะ) ตัวการร่วมไม่น่าไหว เงินยังไม่ได้คืน มีคดีเพิ่มขึ้นมาอีก
คดีรุกป่า คุณก๊อตให้คุณไปบุกเบิกที่แปลงนี้ กี่ไร่?
ช่างเอ๋ : น่าจะเป็นร้อยครับ
คุณเอารถแบคโฮไปไถเลย?
ช่างเอ๋ : (หัวเราะ)
ทางโน้นบอกให้คุณรับคนเดียว ใครบอก?
ช่างเอ๋ : ทนายเขา บอกว่าให้จบที่ผมนะ
คุณตอบว่าไง?
ช่างเอ๋ : ไม่ได้ตอบว่าอะไร
ให้กล้วยเขามั้ย?
ช่างเอ๋ : ไม่ได้ให้ครับ
คุณเล่าได้เลย คุณกลัวอะไร ทนายบอกให้คุณรับไปคนเดียวเลย รุกป่า มีเงื่อนไขมั้ย?
ช่างเอ๋ : ไม่มีครับ เขาบอกให้รับไปเลย ที่ผ่านมาผมไม่แน่ใจว่าเขาติดต่ออะไรหลังบ้านหรือเปล่า แต่ผมยังถูกดำเนินคดีอยู่
พอคุณอ้างว่าทางโน้นบอกให้คุณรับจบ คุณก็ต้องถามไปว่าถ้าจบที่คุณ คุณโดนดำเนินคดีแล้วใครจะช่วยคุณล่ะคุณต้องมีเงื่อนไขสิ?
ช่างเอ๋ : ถ้ารับจบทนายจะดูแลเคสนี้ให้ครับ
ทนายแก้ว : เอ๋ไม่รู้เหรอว่าที่เป็นที่มีเอกสารสิทธิ์หรือเปล่า
เอกภพ : เขามีเจ้าหน้าที่รังวัดมา
ทนายแก้ว : ทำไมไม่เอาตรงนี้ไปคุยอธิบายกับเจ้าหน้าที่
เอกภพ : เอ๋อย่าเพิ่งแชต
ทนายแก้ว : คุยกับใคร (หัวเราะ)
ช่างเอ๋ : แฟนครับ (หัวเราะ) จริงๆ อยากมาเคลียร์ปัญหาเรื่องคดีความที่ได้รับความเดือดร้อน
หนึ่งคือรุกป่า สองเงิน 3 ล้านกว่าบาทที่ไม่ได้คืน และสรรพากร ตัวเงินที่เขาแจ้งมาว่าคุณต้องจ่ายภาษี ที่เป็นรายได้เท่าไหร่?
ช่างเอ๋ : ยังไม่ได้แจ้ง
เอกภพ : เอกสารอยู่ที่ไหน
ช่างเอ๋ : เดี๋ยวผมเข้าไปชี้แจง ให้เขาสรุปตัวเลขมาอีกที
เขาคิดจากยอดเงินเท่าไหร่?
ช่างเอ๋ : น่าจะประมาณ 2 ล้านหรือเปล่า ที่เขาให้เคลียร์
ให้จ่ายเงินให้เขา 2 ล้าน?
ช่างเอ๋ : ยังไม่ได้จ่าย เขาให้รายงานภาษี
เอกสารใบที่คุณเอกไม่กล้าเปิดเมื่อกี้ มีลายเซ็นคุณบุ๋มเป็นผู้โอน ใบนึง ยอดโอน 9.85 ล้าน อีกใบ 2.45 ล้าน เป็นลายเซ็นคุณบุ๋ม ปนัดดา ทางคุณบุ๋มเอง ส่งข้อมูลกลับมาหาผมเมื่อกี้เลย บอกว่าใบนี้เป็นใบที่เมคมาเป็นค่าพูลวิลล่า แล้วให้บุ๋มเป็นคนจ่าย ซึ่งเอกสารหนูไม่เคยเห็น นี่บุ๋มแจ้งมานะ?
ทนายแก้ว : แต่เงินออกจากบัญชีอะไรครับ
น่าจะเอาเงินสดไปฝาก เป็นสลิป แต่ลายมือเป็นลายมือผู้ฝาก เป็นบุ๋ม บุ๋มน่าจะไม่โฟนอิน บุ๋มตอบกลับมาเลยว่าเป็นการเมคเป็นค่าพูลวิลล่ามา เขาเลยจ่าย แต่ทางนี้ทอนคืนกลับไปทางโน้นด้วยเหตุอะไร?
ช่างเอ๋ : มีช่วงนึงที่คุยทุกวันกับพี่ก๊อต เขาให้โอนกลับ ครั้งนึงผมเคยสอบถามว่าเป็นค่าอะไร แต่ไม่ได้พูดจริงจัง คุยเล่นๆ ด้วยวาจา เขาบอกว่าเอาไปช่วยคน ช่วยชายแดนบ้าง น้ำท่วมบ้าง ต้องเป็นเงินสด ผมก็ไม่ถามต่อแล้ว ผมก็โอนคืนเขาเลยครับ
10 ล้านเนี่ยนะ คุณโอนเป็นก้อนมั้ย?
ช่างเอ๋ : อย่างที่แจ้ง วงเงินต่อวันโอนได้ 2 ล้าน ถ้าหักโน่นนี่นั่นไป โอนได้เท่าไหร่ ผมก็โอนไปเท่านั้น
นี่คือสิ่งที่คุณพยายามยืนยันว่าเขาพยายามให้โอนเป็นเบี้ยหัวแตกไปให้ เพื่ออะไรวะ ไม่เข้าใจ งง เงินรับมาเป็นสิบล้าน แต่เวลาโอนคืนกลับไป ให้ทอนคืนแบบมีเศษ?
เอกภพ : อยากถามพี่บุ๋มมากว่าเงินองค์กรทำดีพี่บุ๋มเข้าใจยังไง ทำไมถึงโอนไปหลายครั้ง หรือมีคนอื่นโอนมั้ย
ถามให้เลย เขาอ่านแล้ว เขาเครียดมาก บุ๋มบอกกำลังรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อความชัดเจน เอาตัวเลขให้ตรงด้วย บางอย่างเอกสารอยู่ที่เขา ซึ่งหนูอยากตามตัวเขามากเลยตอนนี้ มันเลยจุดที่จะถามว่าทำไมทำเหี้xกับหนูขนาดนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่หนูมั่นใจตัวเงินที่หนูมั่นใจ คือตัวเงินที่เอามาสร้างพื้นที่ มันได้สร้างจริงๆ น่าจะพูลวิลล่า หนูโอนเงินเองค่ะ แต่โอนเข้าบริษัทที่เขาบอกว่าเอามาก่อสร้าง?
เอกภพ : ก่อสร้างอะไร ก่อสร้างพูลวิลล่าใช่มั้ย
บุ๋มส่งไลน์มาบอกว่าแล้วสิ่งก่อสร้างก็เกิดขึ้นจริงไงพี่ เขาบอกว่าไม่ใช่ค่ะ บนที่ดินที่ไม่ใช่ของหนู แต่เป็นของมูลนิธิ เป้าหมายคือสร้างมูลนิธิอย่างเดียว ส่วนพูลวิลล่า เขาบอกว่าเป็นธุรกิจที่เขาทำร่วมกับพี่เอ๋ เขาบอกหนูแค่นั้น แต่ใบขออนุญาตสร้างพูลวิลล่าเป็นชื่อบุ๋มนะ บุ๋มตอบว่าเขาปลอมลายเซ็นหนูด้วย วันนี้เพิ่งเห็นว่าเขาใส่ชื่อหนูเป็นคนตรวจสอบร่วม บุ๋มตอบว่าใช่ค่ะ นั่นแหละที่หนูงง หนูจะไปขออนุญาตสร้างได้ยังไง ใบนี้เป็นชื่อบุ๋ม ขยายข้อที่สาม เขาบอกจะสร้างแต่ใช้ชื่อบุ๋มเหรอ แล้วเพื่อนเขาเพิ่งโทรมาบอกหนูว่าพี่ก๊อตติดหนี้ 1.2 ล้าน เขาเอาชื่อหนูไปอ้าง พอเขาทะเลาะกัน เขาก็เอาป้ายมูลนิธิไปติด คืออะไร เหี้xมากเลยนะพี่ หมายถึงกูหรือเปล่า?
ทนายแก้ว : ไม่ใช่ (หัวเราะ) เขาด่าผัวเขา
เขาพิมพ์แยกออกมาเลย จะเอาเงินมูลนิธิไปทำพูลวิลล่าเพื่ออะไร?
เอกภพ : พี่บุ๋มกล้าแจ้งความมั้ย ถ้าเข้าใจว่าถูกฉ้อฉล ต้องแจ้งความ
สิ่งที่บุ๋มกำลังอธิบาย จะบอกว่าเรื่องพูลวิลล่า ผัวหลอกหมดเลย ผัวทำเองแล้วโกหก?
เอกภพ : งั้นสอบเจ้าหน้าที่เทศบาลเลย
เขาบอกว่าที่เขาให้ทำคือที่ดินที่ปทุมฯ เท่านั้น ที่เป็นการจ่ายเงินออกไป?
เอกภพ : พี่บุ๋มเคยไปดูบ้านด้วยใช่มั้ย
ช่างเอ๋ : ครับ แต่นอกจากนั้นผมไม่รู้เขาคุยกันว่ายังไง
บุ๋มบอกช่วยตามนายก๊อตให้ด้วย อยู่ที่ไหนช่วยแจ้งด้วย ตอนนี้เดือดร้อนมาก อยากให้ก๊อตมาพูดว่าเกิดอะไรขึ้น?
เอกภพ : ที่สร้างมูลนิธิที่คลอง 8 พี่บุ๋มได้โอนเงินมูลนิธิไปจ่ายมั้ย
เขาบอกขอตอบแบบนี้ ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง มันสดมาก บุ๋มได้มีการจ่ายค่าไฟที่ภูเก็ตมั้ย?
ช่างเอ๋ : พี่ก๊อตให้ผมไปจ่าย ตอนไปขอมิเตอร์ ผมไปขอ พี่ก๊อตส่งหลักฐานมาให้
ถามบุ๋มว่าใช้เงินตรงไหนไปจ่ายที่มูลนิธิคลอง 8 คนดูก็ไม่ท้อ ไม่ให้เลิกด้วย บอกจะเลิกรายการ จะจบแล้ว บอกไม่ให้จบ อย่าเพิ่งจบ กูผิดอีก บางทีเขาส่งตัวเลขมา 4-5 อย่าง ค่าเหล็กบ้าง ค่าแรงงาน ค่าคนบ้าง ค่าไฟบ้าง แต่เขาไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าที่ไหน ที่ดินตรงคลอง 8 เป็นมูลนิธิ เงินที่ใส่ไป จะเป็นของมูลนิธิทั้งหมด บุ๋มโทรมามั้ย (ส่งข้อความเสียงไป) รอก่อนนะ ร้องก็ร้อง ตั้งสติ แล้วค่อยๆ คุย?
เอกภพ : พี่บุ๋มต้องไม่ร้องนะ
เขาบอกเขาร้องไห้แน่นอน ไม่อยากให้ภาพนี้อยู่ในมวลชนอีกแล้ว เมื่อคืนก็คิดสั้นหลายรอบ ตอนนี้ขอพักก่อน ให้ทนายตอบอย่างเดียว (ส่งเสียง) ขอคุยกับทนายเปิ้ลได้ใช่มั้ย ชีวิตกู เกิดเป็นไอ้หนุ่มเนี่ยนะ คุณบุ๋มไปบอกทนายเปิ้ล แต่เขาไม่รับโทรศัพท์ ผมก็ไม่รู้ทำไง จนปัญญา พยายามแล้วพยายามอีก “ทนายเปิ้ล” อยู่ในสาย มีคำถามสองสามคำถาม ต้องถามทนายเปิ้ล ที่ดูแลเรื่องมูลนิธิให้คุณบุ๋ม มีการโอนเงินออกจากองค์กรทำดีโดยคุณบุ๋ม ปนัดดา ไปทั้งบัญชีส่วนตัวและบริษัท ของนายเอ๋ เงินที่โอนเป็นค่าอะไร เพราะเขาบอกว่ารับมาสองส่วน ส่วนนึงค่าสร้างพูลวิลล่าที่ภูเก็ต อีกส่วนโอนกลับไปให้คุณก๊อต?
ทนายเปิ้ล : จริงๆ เราเพิ่งทราบข้อมูลเหมือนกัน กำลังตรวจสอบ แต่จากการสอบถาม พี่บุ๋มยืนยันว่าโอนเป็นค่าก่อสร้างมูลนิธิค่ะ
ทำไมโอนไปบริษัทเอ๋?
ทนายเปิ้ล : คือสามีพี่บุ๋มช่วยดูแลการก่อสร้างทั้งหมด พูลวิลล่าไม่เกี่ยวใดๆ เลยค่ะ มูลนิธิไม่ได้มีนโยบายเปิดที่ใดเลยนะคะ มีแค่ที่ปทุมฯ ที่เดียวค่ะ
ช่างเอ๋บอกว่าบุ๋มก็รู้เรื่องพูลวิลล่า เพราะเคยไปด้วย?
ทนายเปิ้ล : พูลวิลล่าไม่เคยรับทราบค่ะ และไม่เคยมีการพูดคุยว่าจะตั้งสาขาที่ไหน เรามีอยู่ที่เดียวที่ทำอยู่ค่ะ
แต่คุณบุ๋มขออนุญาตในการขึ้นพูลวิลล่า?
ทนายเปิ้ล : อันนั้นน่าจะเป็นเรื่องภายในครอบครัวค่ะ
เงินมูลนิธิไปจ่ายที่ปทุมฯด้วยมั้ย ยอดเท่าไหร่?
ทนายเปิ้ล : เรื่องเงินคุณบุ๋มจะเป็นคนโอนค่ะ ไม่ว่าจะเรื่องการโอนดำเนินกิจการมูลนิธิ การซื้อของบริจาคใดๆ รวมถึงเรื่องก่อสร้าง หรือเรื่องอะไร ปกติพี่บุ๋มเป็นคนโอนเป็นหลัก จากบัญชีที่ออนไลน์ได้
โอนให้ใคร?
ทนายเปิ้ล : พี่บุ๋มบอกว่าพี่บุ๋มโอนให้ผู้รับเหมาที่มาก่อสร้างค่ะ อันนี้ขอตรวจสอบให้แน่ชัดได้มั้ยคะ เพราะทางเปิ้ลเองยังไม่ได้เห็นเอกสารผู้รับเหมา ชื่อบริษัท เอกสารอยู่กับทางคุณก๊อตค่ะ เบื้องต้นตอบได้ในส่วนที่รับรู้ข้อมูล รายละเอียดลึกๆ ขอตรวจสอบให้ชัด และว่ากันด้วยเอกสารด้วยนะคะ
มีการโอนเงินจากองค์กรทำดีโดยคุณบุ๋มหลายล้าน โอนไปในบัญชีบริษัทช่างเอ๋ พอกระทบยอดมันไปตรงกับบ้านหลังที่สองของพูลวิลล่าที่มีการสร้าง พูดง่ายๆ องค์กรทำดี โอนเงินให้ผู้รับเหมาสร้างพูลวิลล่าเลย?
ทนายเปิ้ล : องค์กรทำดีสร้างมาสักปีกว่าสองปี สร้างมาเรื่อยๆ เขาบอกว่าโอนเรื่อยๆ ตามที่ผู้รับเหมาเบิกมา ไม่งั้นมูลนิธิก็ไม่มีปรากฏขึ้นมาใช่มั้ยคะ เราก็สร้างขึ้นมาเรื่อยๆ
เงินถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ เพราะเงินถูกสร้างเป็นพูลวิลล่าที่ภูเก็ต ชื่อเป็นของคุณบุ๋มทั้งหมด สุดท้ายจะทับซ้อนกับเงินที่โอนไปโดยองค์กรทำดีโดยคุณบุ๋ม ปนัดดา?
ทนายเปิ้ล : ข้อมูลที่ได้รับมา คือคุณบุ๋มโอนค่าก่อสร้างมูลนิธิที่ปทุมฯ และสร้างมาเรื่อยๆ ค่ะ
แต่เงินไม่ได้ถูกเข้ามูลนิธิที่ปทุมฯ ไงครับ มูลนิธิสร้างเมื่อไหร่?
ทนายเปิ้ล :จำไม่ผิด น่าจะปี 67 นะคะ ขอเช็กนะคะ นี่จำเบื้องต้น ถ้าจำไม่ผิดน่าจะปี 67 กว่าจะได้สร้างก็ใช้ระยะเวลาพอสมควร กว่าจะซื้อที่ ก็น่าจะ 67 แต่ขอยืนยันจากเอกสารก่อสร้างอีกทีค่ะ
ในฐานะทนายความ เท่าที่ดู ส่วนตัวก็รู้จักกับบุ๋ม พอเห็นแบบนี้ บางเรื่องมันมัดตัวคุณบุ๋มมากเลยนะ?
ทนายเปิ้ล : เข้าใจค่ะ ตอนนี้คุณบุ๋มสภาพจิตใจ สติอะไร ยังไม่พร้อมเท่าไหร่ แต่เราก็พยายามที่จะเรียบเรียงเอกสารต่างๆ ที่ไล่ๆ มา เรื่องการโอนเงิน แต่คุณบุ๋มไม่เคยพูดถึงพูลวิลล่า หรือจะไปก่อสร้างสาขาอะไรต่างๆ เราก็โฟกัสอยู่แต่ที่ก่อสร้างที่ปทุมฯ เป็นหลัก
แสดงว่าสองสถานที่ถูกสร้างไปคู่กัน แต่เงินเวลาจ่ายไปถึงผู้รับเหมาต่างๆ นานา คุณบุ๋มโอนจ่ายที่ไหน ใครรับผิดชอบตรงนี้?
ทนายเปิ้ล : โอนให้ผู้รับเหมา
ทนายแก้ว : ถ้าบวกกันสองสถานที่ก็ต้องมหาศาลสิครับ
ทนายเปิ้ล : แต่ที่พูลวิลล่าไม่ทราบจริงๆ แต่มูลนิธิทยอยโอนค่าโน่นค่านี่ ตามที่เขาทำค่ะ
เอกภพ : แสดงว่าโอนสองส่วน
ทนายเปิ้ล : ถ้าสองส่วนต้องเยอะมาก ไม่ทราบเลยค่ะ พูลวิลล่าขอยังไม่ตอบ เพราะไม่ทราบจริงๆ และพี่บุ๋มไม่เคยพูดให้ฟังใดๆ ค่ะ
เอกภพ : เคยเห็นบัญชีที่มูลนิธิโอนไปมั้ย
ทนายเปิ้ล : ไม่เคยเห็นค่ะ ปกติเขาดำเนินการโอนเราไม่ได้ไปตรวจสอบ เว้นแต่เอกสารมีปัญหา อยากให้ทนายช่วยดู ก็ช่วยดูให้ค่ะ ที่ปทุมฯ ตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ใช้ประโยชน์ได้แล้ว พี่บุ๋มจะทำไปหยุดไปตามที่มีเงินเข้ามาบริจาค มีทำๆ หยุดๆ เป็นช่วงๆ ค่ะ
เพราะเงินถูกถ่ายมาที่ภูเก็ต?
ทนายเปิ้ล : อันนั้นไม่ทราบเลยค่ะ เดี๋ยวตรวจสอบก่อนค่ะ จะได้คำตอบอยู่แล้ว เพราะมีหลักฐานการโอน ทำถูกต้องทุกอย่างค่ะ เพราะมูลนิธิก็เป็นของประชาชนอยู่แล้ว อยากบอกว่าเราตรวจสอบชัดเจน ท้ายที่สุดเราโอนให้สภากาชาดอยู่แล้วถ้าไปต่อไม่ได้ เปิ้ลรู้จักพี่บุ๋มมา 10 กว่าปี ตั้งแต่ทำเรื่องกฎหมายข่มขืน คิดว่าเราเป็นนักกฎหมายก็เป็นโอกาสที่ดีได้ช่วยงานสังคม เท่าที่รู้จักมาเขารักมูลนิธิมาก แล้วตัวเขาเองเป็นคนที่มีรายได้อยู่แล้ว เขาพูดเสมอว่า ยังไงก็ตาม เขาจะปกป้องมูลนิธิ เอาให้เป็นมรดกชาติ สมบัติชาติ คิดว่าเขาไม่น่ามีการกระทำใดๆ ที่เป็นการกระทำ หรือทำความเสียหายให้มูลนิธิค่ะ
ตอนนี้มูลนิธิออกจดหมายมาแล้วให้แยกย้าย?
ทนายเปิ้ล : ไม่แยกย้ายค่ะ พี่บุ๋มยุติชั่วคราวค่ะ ระหว่างที่มูลนิธิกำลังสอบสวนใดๆ ให้แล้วเสร็จค่ะ เพราะถ้ายังเป็นประธานเกรงว่าจะเกิดความเคลือบแคลงต่อประชาชนเรื่องการตรวจสอบอย่างไร จะพยายามตรวจสอบให้ตรงไปตรงมาที่สุดค่ะ


