“ดวงดาว จารุจินดา” เปิดใจในวัย 76 สุดทึ่งและประทับใจ “โฟร์ท ณัฐวรรธน์” นักแสดงรุ่นใหม่ทั้งเก่งและมีวินัย ลั่นไม่เคยคิดเกษียณ ดีใจที่ยังมีงานทำ ท้าทายตัวเองเล่นละครเวทีครั้งแรกในชีวิต
ถือเป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ที่ทุกคนในวงการให้ความเคารพ สำหรับ “ดวงดาว จารุจินดา” ที่ล่าสุดได้มาเล่นละครเวทีเรื่อง รักแห่งสยาม The Musical ซึ่งถือเป็นการแสดงละครเวทีครั้งแรกของเจ้าตัวด้วย พร้อมเอ่ยปากชมนักแสดงรุ่นใหม่เก่ง ใจสู้และมีวินัยในการทำงานมาก
“น่ารักมากเลย น้องน่ารัก ประทับใจ น้องโฟร์ท (ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล) เก่งมาก คือเราเห็นเขามาตั้งแต่วันแรกที่รีดทรูนะ อ่านบทกันในกอง แล้วก็รู้ว่าน้องมีคอนเสิร์ต พอจบคอนเสิร์ตน้องก็กลับมาซ้อมอีก สู้ เก่งมาก น้องน่ารักมากเลย รักเขาเลย มีวินัย ตั้งใจ สุดยอด ถามว่าน้องเขาเกร็งเราไหม คือน้องน่ารักมาก น้องเปิดประเด็นว่าน้องตามติ๊กต๊อกอาดวงดาว (หัวเราะ) เราเลยใจฟูน้องโฟร์ทบอกว่าดูติ๊กต๊อก ดูย่ากินผักอยู่เลย (หัวเราะ)
แต่จริงๆ เรารู้อยู่แล้วว่าทั้งเจมีไนน์ (นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์) ทั้งโฟร์ท เขาสุดยอด นอกจากนั้นเอมี่ (ทสร กลิ่นเนียม) กับบอนนี่ (บอนนี่ ภัทราภัสร์) ก็ อื้อหือ (ยกนิ้วโป้ง) แล้วพอได้มาทำงานด้วยกันเขาน่ารักมาก น้องบอนนี่น่ารักมาก น้องเอมี่ก็จะมีอยู่ช่วงนึงที่น้องไม่สบาย แล้วก็ไม่ได้มาซ้อม แต่เราเห็นบอนนี่ตลอด แล้วก็เอ็นดู น้องตัวน้อย แล้วก็น่ารัก ชอบเขา อยากจะเล่นกับหลาน”
พร้อมเปิดกว้างกับโลกยุคใหม่ในเรื่องความหลากหลายทางเพศ
“เด็กน่ารักทุกคนเลย แล้วก็เห็นตั้งแต่วันแรก ทุกคนเลยค่ะ ทุกคน รวมกลุ่มเรียกอองซอมฯ ใช่ไหม เห็นตั้งแต่วันแรกเลย มาแล้วน้องเริ่มซ้อมเต้นตั้งแต่แรก ความตั้งใจ น้องพัฒนาแล้วก็เก่งมากทุกคนเลย แต่ที่เรารู้สึกทึ่งมากคือโฟร์ท บอกตรงๆ นะคะว่าน้องเหนื่อยมากเพราะว่าคอนเสิร์ตกี่รอบ เรากว่าจะถึงวันนั้น แล้วเราเห็นคลิปที่น้องแบบตีลังกาห้อยโหน มันต้องใช้พลังมากแค่ไหน แต่พอมาซ้อมน้องก็สู้ คือเต็มที่ แล้วพอดีเขาเป็นหลานเราด้วยในเรื่อง เราก็ยิ่งเอ็นดู
ไม่เป็นไรเลย เราก็มีหลานตัวน้อยเนอะ คุณมียากำลังจะ 9 ขวบ เราก็ต้องเปิดใจทุกสิ่งทุกอย่าง เด็กยุคใหม่เขาก็มีความคิดของเขา เราไปบอกไม่ได้หรอกว่าทำแบบนี้ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เลี้ยวหน้า ไม่ได้ ทุกอย่างก็ต้องคุยกันด้วยเหตุผลหมด แม้กระทั่งมียาโต 9 ขวบ เรายังต้องคุยกับหลานเราด้วยเหตุผลเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้มันก็คือเปิดกว้าง เปิดใจ แล้วก็ยอมรับ คุณไม่เห็นเหรอดิฉันยังไปเล่นเอ็มวีให้น้องมิกซ์ เฉลิมศรีเลย (หัวเราะ) ดิฉันสู้ตายมาก”
เผยวัย 76 แล้ว ต้องทำตัวเองให้แข็งแรง อยากอยู่ดูหลานไปนานๆ
“เคล็ดลับในวัย 76 จุดหลักของชีวิตคือเป็นคนรักการทำงานมากๆ เพราะฉะนั้นทำยังไงที่จะให้เราได้ทำงานที่ตัวเราเองรักไปนานๆ ก็คือหลานเราตัวน้อย ทำยังไงเราถึงจะอยู่ดูหลานเราเติบโตไปนานๆ ก็คือย้อนกลับมามองที่สุขภาพร่างกาย ก็ต้องดูแล เลือกเอาของใส่ปาก แล้วก็ต้องมีการออกกำลังกาย เพื่อเวลาที่เรามาทำงานไม่เป็นภาระกับกองถ่าย ทุกคนจะแบบอาดวงดาวมา คล่องแคล่วว่องไว ทำโน่นทำนี่ได้ มันก็เป็นจุดเริ่มต้นจากตรงนี้ ก็คือการรักในการทำงานนั่นแหละ ก็เลยต้องหันมาใส่ใจ ไม่งั้นเรามาถึงกองแล้วซะเงาะซะแงะ ก็ไม่มีใครอยากจ้างเรา อันนี้เรื่องจริง
แล้วก็ยังขับรถเองด้วย แต่ไม่ได้ขับเร็ว ไม่ถึง 100 ค่อยๆ ไป ใจเย็นๆ คือในหัวเราไม่มีคำว่าเกษียณเลย พูดด้วยหัวใจจริงๆ เลย อยากทำงานไปจนกว่าจะทำไม่ไหว ถ้าตราบใดยังมีคนจ้าง ก็ดีใจ แล้วตอนนี้เขาติดต่อมาให้เล่นละครเวที คือไม่อยากจะเชื่อ แล้วน้องเติ้ล (ตะวัน จารุจินดา) กับคุณกระแต ลูกสะใภ้ คือคุณกระแตเขาเป็นผู้จัดการ แล้วน้องเติ้ลก็บอกว่าน้องอยากให้แม่เล่นนะละครเวที แม่ไม่ต้องกังวล เพราะว่าละครเวทีเขาจะซ้อมเยอะ พอซ้อมไปแม่ก็จะจำบทได้ คือเรามีความรู้สึกว่าละครเวทีมันเทกไม่ได้ ถ้าผิดแล้วผิดเลย น้องเติ้ลก็บอกแม่ไม่ต้องกังวล เขาจะซ้อมไปเรื่อยๆ แม่ก็จะได้ แม่ก็จะจำบทได้ จำทุกอย่างไปได้ แต่พอมาจริงๆ แล้วคนอื่นยากกว่าเรา เราเล่นออกมาเท่านั้นเอง แต่ก็อย่างที่คุณอ๊อฟพูดนั่นแหละบอกว่า อยากให้เป็นเรา เพราะว่าอย่างน้อยมันก็เป็นอาม่าของน้องโฟร์ท
เล่นด้วยหัวใจ มันคือความรักในงาน แล้วเรารู้สึกเราจะ 76 แต่ฉันได้เล่นละครเวที ซึ่งเมื่อก่อนฉันเป็นคนนั่งมองตลอด แล้วก็ไปเล่าให้เพื่อนสาวเรา 2 คน ดวงใจกับทัศน์วรรณ บอกดวง ตอนแรกก็รู้ว่าดวงเล่นละครเวที เขาเล่นละครเวทีมาก่อน ก็ไปบอกเขาว่าพี่จะเล่นละครเวทีเหมือนดวงแล้วอีกคนก็ขิงเรา ทัศน์วรรณบอกว่านี่เล่นมาก่อนหลายเรื่องแล้ว โดนขิงเลย (หัวเราะ) สนุก คืออาดาวเหมือนเป็นผู้ชมมาทุกรอบ แล้วก็เห็นแต่ละอัน คือเราเป็นคนดูละครเวที แล้วเราเชื่อว่าเวลาที่คนดูดู การตอบรับมันจะไม่เหมือนกัน อย่างสมมุติว่าเจมีไนท์กับโฟร์ทเขาเข้ามาหากัน เราแล้วยังอื้อลุ้น แล้วคนดูข้างล่างจะกรี๊ดขนาดไหน”
โชคดีช่วงน้ำท่วมยังพอมีของกิน แต่ก็โดนล้อมไว้ 3 วัน
“ไม่มี คือจะเล่าให้ฟังว่าไลฟ์ขายของ กลับถึงบ้านเที่ยงคืนกว่า แล้วก็อาบน้ำ เตรียมเข้านอน พอตี 1 กว่าได้ยินเสียงฝนตกหนักมาก ตื่นมาตอนเช้า น้ำท่วม รถออกไม่ได้เลย เข้ามาในบ้านเรา แต่บ้านเราเป็นถนนแล้วขึ้นไป ประมาณ 3 เมตรครึ่งแต่ไม่ถึงตัวบ้าน พอ 3 วันน้ำก็ลด ก็อยู่บ้าน ไม่ไปไหน ก็ไลฟ์ขายของไปเรื่อยๆ มีอาชีพทำ ไลฟ์ขายของ
ในบ้านก็มีไข่ แล้วก็ของที่อยู่ในตู้เย็น แล้วบอกลูกน้องว่าให้ไปซื้อหมูซื้ออะไรมา ลูกน้องตอบเราว่าไม่เป็นไรหรอก ในซอยเรามันมีร้านสะดวกซื้อ เซเว่นรอบไปหมด ปรากฎเขาปิดหมด (หัวเราะ)แต่ไม่เป็นไร เพราะเรามีของในตู้เย็น แต่เราก็เตรียมพร้อมในครั้งต่อไปนะ คอยฟังข่าวตลอดเวลา คอยเช็กตลอดเวลาเลยว่าฝนจะตกไหม แล้วเราก็มีรถสูงอยู่คันนึง ปกติเราใช้รถคันเล็ก เวลานี้ก็ใช้รถสูงออกเดินทาง ไม่เป็นไรค่ะ ทุกอย่างมันก็ต้องรับมือให้ได้”


