“ชัยวัฒน์” อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดิน 23 ไร่ของ “ก๊อต อธิป” สามี “บุ๋ม ปนัดดา” ชี้พื้นที่ดังกล่าวยังคงมีสถานะทางกฎหมายเป็นป่าอย่างชัดเจน เข้าข่ายผิดข้อหาบุกรุกที่ดินของกลาโหม และผิด พ.ร.บ. ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มองรอดยาก!
“ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร” อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และอดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ หรือที่รู้จักในนาม “วีรบุรุษแก่งกระจาน” ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดิน 23 ไร่ และ สนามเทรล ซึ่งถูกเชื่อมโยงว่าเป็นที่ดินของ “ก๊อต อธิป อนันทวรรณ”สามีพิธีกรสาวชื่อดัง “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” เจ้าของมูลนิธิองค์กรทำดี พบพื้นที่ดังกล่าวยังคงมีสถานะทางกฎหมายเป็นป่าอย่างชัดเจน “ตรงนั้นมีช้างป่า สัตว์ป่า เป็นป่าต้นน้ำของ น้ำตกกะอาง” โดยระบุว่า….
“ผืนป่า ที่สมบูรณ์สร้างน้ำ และ ห้วยกะอาง ไหลหล่อเลี้ยงชุมชน ชาวบ้าน กินอยู่ อาศัย และทำเกษตรกรรม ปศุสัตว์
แต่ผู้นำพื้นที่ ยังรวมหัวกับข้าราชการ ที่โตมาตรงนั้น เอาป่ามาขาย ขายจนจะหมดแล้ว ชาวบ้านที่อยู่ก็ขาดสำนึก บุกรุก ยึดที่ได้ ก็รวมหัวกับผู้นำขายที่ดิน แล้วบุกรุกใหม่
ผู้ซื้อ จะอ้างภายหลังว่าตนปลายเหตุ มีคนแบบนี้แหละ ผู้ซื้อนี่แหละ ต้นเหตุขาดสำนึก ซื้อ 23 ไร่ บุกรุกต่อพื้นที่ป่า หลังบ้าน สุดยอดเขา
เคสนี้ !!! ผมเรียน หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ถ้ากล่าวหา ไม่ทุกคดี ผมร้อง เจ้าหน้าที่รัฐแน่ ข้อหา ที่ควรมีในสำนวน
1. บุกรุกพื้นที่สงวนหวงห้าม ที่ใช้ในราชการทหาร
2. บุกรุกพื้นที่ ป่า พ.ศ.2484
3. ข้าราชการ 2 คน ทั้งคนอ้างเป็นเจ้าของ อีกคน ผู้นำชุมชน ข้อหา ม 151 ,157
4. พ.ร.บ. ฟอกเงิน
5. ยึดทรัพย์
6. ให้ข้อความอันเป็นเท็จ สู่ระบบคอมพิวเตอร์
หมวดพฤติกรรม
7. ผู้ซื้อ แสดงเจตนาชัดเจน ว่านำต้นไม้ (สะเดา) มาปลูกมาทำรั้วเพื่อสร้างอาณาเขต ของตนเอง ที่ครอบครอง “ไม่ใช่การปลูกป่า ” ตามที่อ้าง ในข่าว
8. ผู้ขาย เป็นข้าราชการ น่าจะทำร่วมกับผู้นำ มากกว่า 1 แปลง เพราะ พฤติกรรม 2 คนนี้ อยู่พื้นที่เดียวกัน ใช้หลักการขายที่ดินของรัฐ โดยอ้าง “สทก. ” สทก. คือ สิทธิทำกิน เป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ และ มอบหลักเขต ให้นำไปปัก แล้ว ใช้อ้างเพื่อขายในราคา ที่สูง
9. สืบสวนเชิงลึก ย้อนไปก่อนปี 2567 จะพบว่า ผู้ซื้อมาทำกิจกรรมบริเวณนั้นก่อน และ สนใจจึงมาการตกลงซื้อขายกัน
เมื่อเป็นพื้นที่ใช้ในราชการทหาร การบุกรุก ตัดไม้ ทำเทรล ผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 หรือไม่ ?
ใน ม.4 (1) พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484
พื้นที่ดังกล่าวยังคงมีสถานะทางกฎหมายเป็น ป่า และสามารถบังคับใช้ พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ได้ในมิติของการจัดการทรัพยากร โดยมีรายละเอียดทางกฎหมายดังนี้
สถานะความเป็นป่าตามกฎหมาย: ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 4 (1) ได้ให้นิยามคำว่า ป่า หมายถึง ที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน เนื่องจากพื้นที่ที่ถูกหวงห้ามไว้เพื่อใช้ในราชการ เช่น กระทรวงกลาโหม เป็นที่ดินของรัฐและยังไม่มีบุคคลใดได้กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน พื้นที่ดังกล่าวจึงยังคงมีสภาพเป็น "ป่า" ตามนิยามของกฎหมายป่าไม้
การบังคับใช้ พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 : แม้กระทรวงกลาโหมจะมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามฯ และกฎหมายที่ราชพัสดุ แต่สิทธิดังกล่าวเป็นเพียงสิทธิในการใช้พื้นที่ดิน ไม่ได้รวมถึงสิทธิในการจัดการทรัพยากรป่าไม้ หากมีต้นไม้ โดยเฉพาะ 'ไม้หวงห้าม' ขึ้นอยู่ในพื้นที่ การตัด ฟัน หรือทำไม้ ยังคงต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484
การบริหารจัดการพื้นที่ลักษณะนี้จึงเป็นการใช้อำนาจซ้อนทับกัน โดยอำนาจในการอนุญาตใช้พื้นที่ดินเป็นของกรมธนารักษ์ (ผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนรัฐ) และกระทรวงกลาโหม (ผู้ครอบครอง) ในขณะที่อำนาจในการคุ้มครองดูแลทรัพยากรต้นไม้หวงห้ามบนพื้นที่นั้นยังคงเป็นของกรมป่าไม้
นักกฏหมาย นักการเมือง กำลัง วิเคราะห์ข้อกฎหมาย นักปฏิบัติ อย่างชัยวัฒน์ก็เอาประสบการณ์ มาเล่า ให้ฟัง ให้พิจารณากันเพราะว่า … ที่ดิน เจ้าปัญหา ผมว่า .. ผิด ข้อหาบุกรุก ที่ดินของกลาโหม และ ผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484
หมายเหตุ : อาจมีการตีความใหม่ ของกฤษฏีกา เป็นอย่างอื่นได้ (ยืนยัน ตาม กฤษฎีกา ใหม่ )
นะครับ
ป่าหมด สัตว์หาย ซื้อ-ขายที่ดิน รัฐฯแบบนี้ไม่ถูกต้อง!ป่าไม้ลงแล้ว! ทหารพระธรรมนูญลงด้วย!คนบุกรุก ต้องไม่รอด(เคสนี้ รอดยาก)“
#ที่ดินสามีดาราดัง
#พิทักษ์ศรัทธา”


