xs
xsm
sm
md
lg

“ณวัฒน์” แนะ “ต๋อย ไตรภพ” จะทำโซเชียลต้องถอดสูทพูดหยาบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ณวัฒน์” เตรียมล้างสมอง “ต๋อย ไตรภพ” ให้เกษียณใช้ชีวิตสบายๆ เพราะเป็นมหาเศรษฐี แนะปรับตัวตามยุคสมัย ทำโซเชี่ยลต้องถอดสูทหยาบคายนิดนึง เลิกทำฟู้ดแฟร์ ไปผลิตอาหารขายแบบดิลิเวอรีดีกว่า 

จากกรณีที่ “ต๋อย ไตรภพ ลิมปพัทธ์” ประกาศยุติการดำเนินธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ของบริษัท บอร์น ออพเปอเรชั่น จำกัด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 2569 หลังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ พร้อมเตรียมปรับตัวไปทำคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มออนไลน์แทน ล่าสุดวันนี้ (25 ต.ค. 69) ได้เจอ “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ในงานแถลงข่าวเปิดฤดูกาลการประกวด “มิสแกรนด์ กรุงเทพมหานคร 2027” เจ้าตัวก็ได้เผยถึงเรื่องนี้ ในฐานะที่เคยร่วมงานเป็นพิธีกรด้วยกันมานานว่า ส่วนตัวพูดคุยและพยายามโน้มน้าวให้หยุดพักจากการทำรายการโทรทัศน์มานานแล้ว พร้อมมองว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด เนื่องจากเงื่อนไขการออกอากาศ การควบคุมเนื้อหาของ กสทช. รวมถึงจำนวนผู้สนับสนุนที่ลดลงและราคาที่ถูกลง ไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่ยังคงที่หรือเพิ่มสูงขึ้น

“จริงๆ แล้วคุยกันมานาน ตั้งแต่ผมออกมา ประมาณหลายปีอยู่ แล้วก็พยายามผลักดันแกอยู่ตลอดเวลา มีโอกาสก็ได้กลับไปหาแกบ้าง แอบไปหาที่สตูดิโอแล้วพูดคุยกัน ก็บอกว่าพี่ต๋อยหยุดเถอะ เพราะว่าไม่อยากให้พี่ต๋อยต้องเหนื่อยมากจนเกินไป ก็พูดกันตรงไปตรงมา ว่าที่ผมออกมาเพราะว่าเรื่องของทีวี เป็นเรื่องของธุรกิจที่ค่อนข้างลำบาก แล้วพี่ต๋อยเองก็เป็นบุคคลต้นแบบของวงการทีวี ไม่ควรจะอยู่จนถึงขนาดที่เรียกว่าเราต้องเหนื่อยจนเกินไป"  

"ก็พยายามโน้มน้าวแก เอาเรื่องของคุณวิทวัส (วิทวัส สุนทรวิเนตร์) บ้าง มายกตัวอย่างให้แก ก็ดีใจในส่วนหนึ่งนะ แล้วก็ได้รับข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ดีใจที่แกลดทอนตัวเองลง และแกออกจากทีวี แต่ตอนแรกก็นึกว่าแกจะออกจากทีวีแล้วจะไปเลย เราก็ดีใจกับแกเพราะ 71 แล้วไม่ใช่ 17 นะ ก็คิดว่าแกจะพัก แต่แกไม่รู้ไปกินยาขนาดไหนมา แกก็ยังอุตส่าห์ที่จะขยัน ทั้งๆ ที่เป็นมหาเศรษฐีนะ ก็ให้กำลังใจแก"

"แล้วก็การตัดสินใจของแกที่จะออกจากทีวี ผมว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด ต้องยืนยันว่าถูกต้องที่สุด เนื่องจากว่าเงื่อนไขของการออกอากาศ แล้วก็วิธีการของ กสทช. ที่ควบคุมเนื้อหา รวมถึงผู้สนับสนุน เดี๋ยวนี้มันน้อยและราคาถูกมาก ซึ่งมันไม่บาลานซ์กับค่าใช้จ่ายที่ยังคงที่หรือเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลาครับ”

มีคุยปรึกษา เรื่องการเปลี่ยนแพลตฟอร์มมาทำในโซเชียล
“มีครับ คุยกัน แกบอกทำยังไงดีโซเชียล แกค่อนข้างเก่งเรื่องโซเชียล ก็บอกพี่ต๋อยอยู่เสมอว่า พี่ต๋อยครับยุคโซเชียลเนี่ย สำคัญคือเราต้องรู้ว่าใครที่ดูเรา และเราต้องเสิร์ฟแบบไหน เดี๋ยวจะต้องไปแนะนำแกต่อ บอกให้แกแบบถอดสูทก่อน แล้วก็อย่าพูดเพราะมาก มันจะต้องพูดหยาบคายนิดหนึ่ง แต่ไม่รู้แกจะฝืนใจตัวเองไหวไหม เพราะว่าโซเชียลเขาต้องการอารมณ์ ต้องการบันเทิง ต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่เข้าร่วมกัน ถ้าเราทำอะไรที่นำเสนอแบบแตกต่างจากคนที่มีจริตแบบที่เขาอยากดู เขาจะทิ้งเราไป"

"อันนี้ก็คือเป็นสิ่งที่บอกแกอยู่เสมอๆ ว่า พี่ต๋อยลองมาทำครัวคุณต๋อยผ่านโซเชียล แต่ว่าไม่ต้องใช้สตูดิโอหรอก ประหยัดเงิน ไม่ต้องทำอะไรใดๆ ที่อยู่ในสตูดิโอแล้ว ไม่ต้อง 5 4 3 (ปรบมือ) อย่างงี้ไม่มีละ พี่ต๋อยออกมาเลย  มาอยู่ร้านริมถนนเลย ร้านอะไรก็ได้ จะอยู่ร้านเจ๊ไฝ หรือส้มตำริมถนน มาเลยเฮฮา แล้วก็มาสอนกัน ให้มันรู้สึกว่ามันเป็นชาวบ้าน ไม่จำเป็นต้องจัดสีจัดแสง เอาแบบหลุดๆ มั่วๆ คนดูเยอะ และก็เยอะกว่าแบบฟินิชชิ่ง หรือเพอร์เฟคชันนิสต์มากมาย อันนี้ก็พยายามจะบอกเขา"

"แต่ต้องยอมรับว่าพี่ต๋อยแกถูกเรียนมาด้วยวิธีนี้ 40 กว่าปี โดยการที่มันต้องมีมุมกล้อง มีแสงที่ดี มีเสื้อผ้าที่สวย มีคำพูดที่เพราะ เข้าออกยังไง แต่ผมก็ได้เรียนมาตรฐานจากพี่ต๋อยมาเยอะ เพราะอยู่กับแกมาเป็นสิบๆ ปีเหมือนกัน แต่ว่าในยุคนี้ต้องยอมรับว่านั่นคือ แบบเรียนที่มาตรฐานที่สุด แต่ปัจจุบันคนเปลี่ยนเมนูแล้ว ก็ต้องพยายามให้แกเปลี่ยนตาม”

ลั่นจะไปล้างสมอง “อาต๋อย” ใหม่ อยากให้เกษียณหยุดพัก ไม่ใช่ออกมาทำออนไลน์ต่อ
“เอาจริงๆ แล้วตอนนี้ ผมว่าด้วยอายุแก และด้วยพนักงานทุกคนที่ผมสนิท ก็แก่มาก โปรดิวเซอร์นี่ 60 กว่ากันหมดแล้วนะ ครีเอทีฟก็ 60 กว่าแล้ว พี่ต๋อยแกมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง คือแกเก็บพนักงานทุกคน แล้วพนักงานหลายคนก็ตาย ช่วงที่ผมอยู่ก็ตายกันไป 2 คน 3 คน คนชงกาแฟให้ผม ให้พี่ต๋อยก็ตาย วันที่ไปถ่ายอยู่ๆ ก็ตาย หลังจากนั้นคนคุมเสียงก็ตาย ตาก้องก็ตาย คือตายเยอะแล้ว ก็เลยคุยกันเล่นๆ กับโก๊ะ (โก๊ะตี๋ อารามบอย) กับเอ๊าะ (กีรติ เทพธัญญ์) ตอนนั้นว่า เฮ้ยต่อไปใครจะตายต่อวะ เอ๊าะมันก็บอกว่าแกปากเสีย แกควรตาย (หัวเราะ) แต่ก็เลยบอกเดี๋ยวเราดูแล้วกันว่าใครจะตาย"

"แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมไปล้างสมองแกใหม่ ปรับจูนใหม่ จริงๆ แล้วแกเกษียณเนี่ย เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะผมไม่อยากเห็นว่าแกทำงานตลอดทั้งชีวิต จริงๆ ผมเคยยกตัวอย่างคุณดำรง พุฒตาล ว่าเห็นไหม เมื่อถึงเวลาจุดๆ หนึ่ง รายการของแกเป็นรายการที่มีความนิยมนะ แต่ทำไมแกยอมหยุดทันที และแกใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายกับเรื่องผ่อนคลาย ก็พยายามยกตัวอย่าง แต่ก็ไม่ค่อยได้ผลนะฮะ ไม่รู้แกเอาไฟมาจากไหน จริงๆ พี่ต๋อยครับ พี่ต๋อยก็ไม่ได้เป็นคนจนนะฮะ และและพี่ต๋อยก็ไม่ใช่เป็นคนรวย แต่พี่ต๋อยเป็นเศรษฐีใหญ่ เป็นมหาเศรษฐี กินชาตินี้จนชาติไหนก็ไม่หมด ไม่ต้องห่วงลูกห่วงหลานเยอะหรอกครับ เพราะว่าลูกหลานถลุงเท่าไหร่ใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด เรารู้จักกันดี ท่านเป็นเศรษฐี พักผ่อนเถอะครับ”

ยินดีกลับไปร่วมงาน แบบไม่คิดค่าตัว แต่อยู่เป็นพิธีกรประจำคงไม่ได้
“ผมเคยพูดไว้ ว่าถ้ามีโอกาสบอกได้เลย ผมไม่คิดค่าตัวด้วย แต่ผมไม่สามารถจะอยู่ประจำได้นะ เช่น สมมติว่า ครัวคุณต๋อยอยากเฮฮาปาร์ตี้ ถ่ายเอาท์ดอร์บอกผม ผมไปได้ ผมวิ่งไปให้ สักเทปสองเทป อัดกันได้เฮฮา แต่ถ้าให้ไปทำประจำคงไม่ได้ แต่ระลึกและสำนึกอยู่เสมอว่า พี่ต๋อยให้สิ่งต่างๆ กับตัวผมค่อนข้างเยอะตั้งแต่ในสมัยอยู่ช่อง 7 ไม่รู้ทุกคนทันไหม คลับ 7 เก่ามาก ก็เป็นพิธีกรพร่วมกัน เพราะฉะนั้นถ้ามีโอกาสก็ยินดีจะตอบแทนพระคุณครับ”

เทศกาลอาหารมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นหลายเจ้า อยากให้ผลิตอาหารของตัวเองออกมาขายดีกว่า
“ตอนนี้สิ่งที่เห็นเป็นประจักษ์เลย และได้แชร์ความคิตไปแล้ว ก็คือการทำเทศกาลอาหารตามร้าน ตามห้างสรรพสินค้า ก็ได้บอกพี่ต๋อยไปเรียบร้อยแล้วว่า เทศกาลอาหารสมัยที่เราทำกันน่ะ มันเป็นจุดเริ่มต้น คนจะแน่นมาก ถึงขนาดเราทำฟู้ดเฟสติวัล ที่อิมแพค คนนี่แทบจะเหยียบกันเลยฮอลล์ใหญ่ๆ แต่ปัจจุบันทุกคนมาทำเทศกาลอาหารกันหมดแล้วทุกห้าง และทุกคนจองห้าง ห้างให้ฟรีเป็นคิวๆ เลย ตอนนี้ผมนับอยู่ไม่ต่ำกว่า 7 เจ้า เคยนับแล้วก็ส่งไปให้แกดู 7 เจ้า แล้ว 7 เจ้านี้ เป็น 7 เจ้าที่เขาเน้นเอ็นเตอร์เทนด้วย มีร้องระบำรำฟ้อนกันทุกวันทุกคืน บางทีอิงฟ้าก็ไปปรากฏตัว ทุกอย่างมันมีมิติหมด"

"เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาในอนาคตที่เราจะเจอ แล้วร้านอาหารในกรุงเทพฯ หรือในวงวาน มันก็มีไม่ได้เยอะ ที่เขาจะเคลื่อนที่ไปแบบนี้ได้ เพราะฉะนั้นร้าน ก.ไก่ เจอในงานครัวคุณต๋อย ก็ไปเจอในงานพี่เอ ศุภชัย ไปเจอในงานอั้ม พัชราภา ไปเจอในงานนี่นั่น คือเยอะมากนะตอนนี้ ซึ่งมันกลายเป็น แย่งมาเก็ตแชร์ กลุ่มกันเอง ถามว่าผิดไหม ไม่ได้ผิดเลยนะ เรายินดีที่จะเห็นทุกคนได้ทำงาน แต่ว่าเราต้องยอมรับว่าคนจะเดินงานเราลดลง แล้วร้านค้าก็เป็นร้านเดิม"

"ใจจริงอยากให้แกผลิตอาหาร ถ้าหาแนะนำได้นะ ผลิตอาหารสักอย่างหนึ่ง ผมเคยบอกแกแล้วว่านี่ไง น้ำพริกปลาสลิดนางงาม แต่ว่าพี่ต๋อยไปคิดอย่างอื่นนะ อย่ามาแย่งผมนะ (หัวเราะ) ไปทำอะไรก็ได้ที่มันเป็นแบบนี้ ดิลิเวอรีถึงบ้าน แล้วเราก็ไม่ต้องไปนั่งกลุ้มใจว่า ห้างนี้เสาร์-อาทิตย์นี้เขาไม่ว่าง อยากให้แกขายโปรดักต์ไปเลยดีกว่า ซึ่งเราควบคุมวิธีการได้ง่ายก่อนที่คนจะตามขึ้นมาผลิตโปรดักส์ เพราะผมเชื่อว่าสุดท้ายหลายๆ คนก็จะผลิตโปรดักส์ขึ้นมา หลังจากการต่อสู้กันในการเปิดเทศกาลอาหารแล้วเนี่ย มันก็จะฝืดๆ พอฝืดๆ ปั๊บ ทุกคนหาทางออกต้องผลิตสินค้า เพราะงั้นอยากให้พี่ต๋อยไปผลิตสินค้าเร็วๆ ครับ”

เชื่อที่ทำอยู่ตอนนี้เหนื่อยแน่นอน
“เหนื่อยมั้ย ผมว่าแกเหนื่อยนะ เอาจริงๆ ดูจากความเหนื่อย เรื่องส่วนตัวละกัน เพราะว่าแกต้องแฮนด์เดิลด้วยตัวเองกับทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขาย เรื่องของวิธีการ เรื่องของการควบคุมต่างๆ ด้วยวัยด้วย แล้วก็ด้วยการที่อยู่กันมานาน ผมว่าทุกคนมันต้องเหนื่อย ดูสภาพจิตใจเหนื่อย แต่หน้าจออาจจะบอกไม่เหนื่อย แต่ว่าเป็นเรื่องปกติครับ ผมมั่นใจว่าแกต้องเหนื่อย”