อว.ร่วมภาคีงานวิจัยแถลงข่าว กว่าจะมาเป็น “โปงลางสะท้านธุง” แห่งเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมเปิดตัว 11 โครงการวิจัย ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญ “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม”
วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับคณะผู้วิจัยและภาคีเครือข่าย จัดงานแถลงข่าว “เปิดตัวละครสั้นแนวตั้ง จากทุนวิจัย สู่การสร้างทุนวัฒนธรรม” เพื่อเปิดตัวละครสั้นแนวตั้ง “โปงลางสะท้านธุง” ซึ่งนำศิลปวัฒนธรรมและเรื่องราวของเมืองกาฬสินธุ์มาเล่าด้วยรูปแบบที่ใกล้ตัวคนรุ่นใหม่ ผลงานนี้มาจากโครงการวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์” นำทีมขับเคลื่อนโดย ดร.ธนภณ วัฒนกุล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญ (Promoting Committee : PC) และ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์และเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. (PD) ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญเรื่อง “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” โดยได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ดำเนินงานโดย มูลนิธิสื่อสานพลังชุมชน งานแถลงข่าวจัดที่ ร้านเจริญเจริญ (เจริญวันเจริญคืน) สวนหลวงสแควร์ ซอยจุฬาฯ 12 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
ละครแนวตั้งเรื่องนี้นำอัตลักษณ์และทุนวัฒนธรรมของเมืองกาฬสินธุ์ ทั้งวิถีชีวิต ภูมิปัญญา ศิลปะ อาหาร และผู้คน มาเล่าผ่านเรื่องราวร่วมสมัย การเล่าแบบกระชับและเข้าใจง่ายเหมาะกับการรับชมผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนผู้เป็นเจ้าของวัฒนธรรม ในการถ่ายทอดเนื้อหาที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสร้างสรรค์ ผลงานจึงมีเป้าหมายต่อยอดสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจได้หลายทาง เช่น การท่องเที่ยวตามรอยละคร การอุดหนุนอาหารและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และกิจกรรมหรือบริการสร้างสรรค์ของชุมชน
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (กสว.) และประธานเปิดงาน กล่าวถึงความสำคัญของการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดผ่านการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ ว่า
“การนำทุนทางวัฒนธรรมมาพัฒนาเป็นสื่อร่วมสมัย ผ่านการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เรื่องราวเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดอย่างเข้าใจและเคารพเจ้าของวัฒนธรรม พร้อมทั้งสร้างความภาคภูมิใจและความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน นอกจากนี้ การนำละครแนวตั้งมาเป็นเครื่องมือสื่อสารช่วยให้เข้าถึงผู้ชมได้ง่ายขึ้นผ่านโทรศัพท์มือถือ เป็นการสร้างทั้งคุณค่าทางสังคมและโอกาสด้านรายได้ในอนาคต ผ่านการต่อยอดทั้งการท่องเที่ยวตามรอยละคร การซื้อสินค้าท้องถิ่น และกิจกรรมสร้างสรรค์ของชุมชนต่าง ๆ”
ทางด้าน ดร.ธนภณ วัฒนกุล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญ (Promoting Committee: PC) ผู้รังสรรค์แนวคิดละครทุนวัฒนธรรม ได้กล่าวถึงการต่อยอดทุนวัฒนธรรมของชาติที่ต้องทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและแพร่หลายในวงกว้าง
“วันนี้ ผมคิดว่าการที่เอาทุนวัฒนธรรมสร้างชาติโดยผ่านงานวิจัยมาถึงจุดที่มันเริ่มออกดอกออกผลให้เห็นแล้ว แต่ละพื้นที่แต่ละเมืองมีอัตลักษณ์ของตัวเอง มีวัตถุดิบต่างกัน ทุนมนุษย์ก็ต่างกัน มีประเพณีดั้งเดิมก็ต่าง เพราะฉะนั้นจะเกิดความหลากหลาย ถ้าประเทศนี้มองทุนวัฒนธรรมเป็นทุนการขับเคลื่อนประเทศ ทุกพื้นที่สร้างได้หมดโดยการนำสื่อที่เป็นทางการ เป็นมืออาชีพเข้ามาช่วย การทำหนังเรื่องหนึ่งคนดูเป็นล้าน เป็นการประชาสัมพันธ์ เป็นเรื่องเป็นราวเป็นระบบ ทีนี้คนเป็นล้านที่จะรู้จักที่นั่น ก็จะทำให้งานวัฒนธรรมแข็งแรงขึ้น และเติบโตอย่างมีนัยยะ”
ในส่วนของ ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน หัวหน้าโครงการวิจัย “การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบในการผลิตละครสั้นแนวตั้งทุนวัฒนธรรมเรื่องนี้ กล่าวว่า
“ละครสั้นแนวตั้งเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการสื่อสาร เพราะเราเชื่อว่าทุนวัฒนธรรมไม่จำเป็นต้องถูกเล่าผ่านรูปแบบเดิม ๆ เสมอไป เรื่องราวของชุมชนสามารถนำมาสร้างเป็นความบันเทิงที่ทั้งสนุกและทำให้ผู้ชมได้รู้จักคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นไปพร้อมกัน และสิ่งสำคัญของการดำเนินงานไม่ได้อยู่ที่การผลิตละครเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกระบวนการทำงานร่วมกับคนในพื้นที่ เพื่อค้นหาและทำความเข้าใจทุนวัฒนธรรมก่อนนำมาพัฒนาเป็นเนื้อหาสื่อสาร โดยเริ่มต้นจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น ทั้งศิลปะการแสดงโปงลาง ผ้าไหมแพรวา และธุง ที่สามารถนำมาถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของละครได้
“เราไม่ได้คาดหวังเพียงให้คนดูละครแล้วจบไป แต่อยากให้ละครเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ชมสนใจว่า กาฬสินธุ์มีอะไรน่าค้นหา มีวัฒนธรรมอะไรที่น่าสนใจ และอยากเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันก็อยากให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ และสามารถนำทุนวัฒนธรรมเหล่านั้นมาต่อยอดได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการใช้สื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเมืองรองสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์”
ทางด้าน คุณมานิดา นฤภัทร ผู้จัดละคร กล่าวถึงจุดเริ่มต้น แรงบันดาลใจ และความแตกต่างของละครสั้นแนวตั้งเรื่องนี้ว่า
“จุดเริ่มต้นละครสั้นแนวตั้งเรื่องนี้มาจาก ดร.ธนภณ วัฒนกุล ในการสร้างละครทุนวัฒนธรรมเพื่อที่จะได้ทำให้คนเห็นคุณค่าของเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากทุนวัฒนธรรมจริง ๆ ซึ่งเราก็อยากให้ละครเรื่องนี้มีความหมายมากกว่าแค่การดูละครสนุก ๆ เพราะเราเชื่อว่าแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยมีความพิเศษในความธรรมดา และอยากให้คนในพื้นที่ คนไทยที่เป็นเจ้าของแผ่นดิน เห็นถึงความหมายพิเศษของทุนวัฒนธรรมในบ้านเรา ที่หาที่ไหนไม่ได้”
ปิดท้ายด้วย ความรู้สึกของ คุณนุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา นักแสดงนำ กล่าวถึงความรู้สึกของการได้เป็นส่วนหนึ่งของละครสั้นแนวตั้งที่เรียกได้ว่าเปิดมิติใหม่ในการแสดงละครของตัวเองด้วยว่า
“ตอนที่ทีมงานติดต่อเข้ามา ก็สนใจทั้งที่ไม่เคยเล่นละครสั้นแนวตั้งมาก่อน เพราะการนำละครสั้นแนวตั้งมาผสมกับวิธีการเล่าเรื่องแบบ Storytelling นั้นน่าสนใจ ละครเรื่องนี้สื่อถึงรากเหง้า ศิลปวัฒนธรรม แก่นของคน ไม่ใช่แค่คนกาฬสินธุ์ แต่คือแก่นของคนไทย ยิ่งเป็นคนไทยในพื้นถิ่น ส่วนตัวคิดว่าหาดูได้ยาก ภาพสวย วิธีการเล่าเรื่องที่ทำให้คนรู้สึกอิน การที่เราได้รู้จักศิลปวัฒนธรรมเพิ่มอีกหนึ่งเรื่อง มีความสนุก ใครได้ดูก็ต้องอยากมาตามแนวละคร และการสื่อสารผ่านละครสั้นนี้ เป็นการส่งสารไปถึงคนรุ่นใหม่ ในเชิงอนุรักษ์ สืบสาน สามารถส่งต่อพลังได้จริง ๆ”
“โปงลางสะท้านธุง” เป็นตัวอย่างของการนำงานวิจัยไปใช้จริงในพื้นที่ โดยเชื่อมทุนวัฒนธรรมกับสื่อร่วมสมัยและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผลงานนี้จึงเป็นทั้งความบันเทิงและช่องทางให้ผู้ชมรู้จักเมืองรอง และเป็นต้นแบบการขับเคลื่อนเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งสร้างประโยชน์ทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจให้ชุมชน


