xs
xsm
sm
md
lg

“ปันปัน” เผยวิกฤตหมดไฟเกือบพบจิตแพทย์ พร้อมเล่าพฤติกรรม OCD อาบน้ำวันละ 6 รอบ!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ปันปัน สุทัตตา” เปิดใจนาทีวิกฤต หมดไฟทำงานจนตื่นมาร้องไห้เกือบพบจิตแพทย์ พร้อมเผยไลฟ์สไตล์สุดขั้ว รักสะอาดจัด อาบน้ำได้วันละ 6 รอบ ไม่เอาเชื้อโรคเข้าบ้านเด็ดขาด

ทำเอาแฟนๆ ยิ้มตามกันเป็นแถว สำหรับนักแสดงสาว “ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์” ที่ล่าสุดกลับมาทวงบัลลังก์ความสดใสในแบบฉบับของตัวเองได้แบบเต็มร้อยอีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวออกมายอมรับว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งที่เกือบต้องไปพบจิตแพทย์ เพราะเกิดอาการเบื่อหน่าย ขี้เกียจ หมดไฟในการทำงาน และตื่นมาอยู่ๆ ก็ร้องไห้ออกมาเฉยๆ

“โสดค่ะ ตอนนี้ยังไม่มี ตามฟีลก่อน ก็ใช้ชีวิตแบบคนสวยไง ตื่นมา กินมัทฉะ เล่นพิลาทิส ไปนวด ไปกินข้าวกับเพื่อน มาส์กหน้า เป่าผม นอน นี่คือชีวิตคนสวย ไม่เช็กโทรศัพท์ ไม่ดู เราใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ กับคนรอบตัว ช่วงนี้หนูเอเนอร์จี้ดี หมายถึงว่าช่วงที่ผ่านมาถ้าใครได้ดูติ๊กต๊อกจะเห็นว่าปันเบิร์นเอาต์มาก ทำงานเยอะ แล้วก็ออกกอง แล้วก็ทำถ่ายโน่นถ่ายนี่ตลอดเวลา เบิร์นเอาต์มาเป็นปี เพราะมันทำติดๆ กันมา แล้วเหมือนกับมีจุดนึงที่หนูพูดลงติ๊กต๊อก ว่าแล้วลืมตามาแล้วไม่มีความสุขแล้ว ลืมตามาแล้วทำไมชีวิตมันถึงได้ทรมานขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เรารู้ว่าชีวิตเราดีมากแล้ว แต่มันหมดไฟในการทำโน่นทำนี่ไปเยอะ

แต่หลังจากไปเที่ยวมา ก็เลยรู้สึกว่าได้รีชาร์จ ได้รีเซ็ตมาแล้วก็กลับเป็นตัวเอง นี่คือตัวตน ที่ผ่านมาอาจจะเป็นฟีลยม เหนื่อย อ่อมไปมากๆ ค่ะ เป็นหนักมากช่วงนึง มีช็อตนึงที่ลืมตาขึ้นมาแล้วร้องไห้ แล้วรู้สึกว่ากูต้องหาจิตแพทย์แล้วเปล่าเนี่ย ซึ่งปกติเราเป็นคนที่ข้างในเราแข็งแรงมาก แต่จุดๆ นั้นคือมันร่วงไม่ไหวแล้ว แต่ตอนนี้ผ่านมาได้แล้ว ตอนนี้โอเคแล้ว ก็เกือบเต็มร้อยนะคะ ถ้าเกิดว่าใครที่อยู่รอบๆ ตัวปันก็จะรู้สึกว่าเรากลับมาร่าเริง เฮฮาเหมือนเดิม”

ทำงานหนักจนแค่เห็นกล้องก็เอือมแล้ว เกือบต้องพบจิตแพทย์
“คือมันรู้สึกว่าพอมีโอกาสเข้ามา เราก็ไม่ค่อยปฏิเสธ แล้วก็รู้สึกว่ามันก็ต้องทำ แล้วพอทำบางทีมันฝืนตัวเองไป คือเรากับผู้จัดการก็จะมีช็อตนั่งมองหน้ากันแล้วก็มันแบลงก์เลย เพราะเราไม่ได้ทำแค่ออกกอง เราทำคอนเทนต์ด้วย เราทำเบื้องหลังด้วย กลายเป็นว่าหัวของเรามันก็ต้องคิดตลอดเวลา ไปต่างจังหวัด ไปเที่ยวเมืองนอก ไปไหนก็ต้องคิดตลอดเวลาว่าจะถ่ายอะไร จะใส่อะไร จะลงอะไร จนมันแน่นหัวไปหมด ต้องถ่ายทั้งวัน จนในจุดที่เราเห็นกล้องยกขึ้นมาใส่ แล้วเราหมุนหน้าหนี เหมือนมันเอือม มันรู้สึกเบื่อ พอแล้ว ขี้เกียจแต่งตัว ขี้เกียจไปหมดเลยค่ะช่วงนึง

ยังไม่พบจิตแพทย์ จริงๆ เรารู้ตัวดี อาจจะฮอร์โมนหรือเปล่า หรือเราจะดาวน์ แต่ว่ารู้ตัวแหละว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้น เรารู้ทันตัวเองนะว่ามันเริ่มรู้สึกไม่ดีแล้วเราอาจจะต้องหาวิธีที่จะทำให้ลดสเตรสเลเวลของเราลงได้ค่ะ แล้วก็ตอนนี้โอเคแล้ว ก็เป็นคนทำอะไรสุดโต่งอยู่ แต่ว่าไม่ได้สุดเบอร์นั้น แล้วเป็นคนทำอะไรตามใจตัวเองประมาณนึง ชอบติดสบาย รักสบาย ไม่ชอบฝืนตัวเอง ตอนนี้ก็คือจะทำอะไรที่มีความสุข”

กลับมามีไฟแล้วหลังไปเที่ยว
“ทำยาวเลยจนได้ไปเมืองนอกล่ะค่ะ เราแทบไม่เล่นมือถือเลย แล้วก็ปกติที่ตื่นมา ก็จะมีข้อความงาน ข้อความโน่นนี่นั่นมาทั้งวัน ไม่ได้อ่านเลย หนูไม่อ่านอะไรเลยเกือบ 2 อาทิตย์ แล้วก็ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนที่เราสนิท หนูไปงานแต่งเพื่อนมา อยู่กับเพื่อนที่เราสนิท อยู่กับเพื่อนไม่ได้อยู่กับมือถือเลย แล้วมันก็รู้สึกมีความสุขมาก กลับมาก็โอเค กลับมามีไฟก็หลังกลับมาจากไปเที่ยวล่ะค่ะ ไปมาอาทิตย์กว่า แล้วก็เหมือนเราขอบคุณตัวเอง ขอบคุณคนรอบตัว ขอบคุณงาน ขอบคุณที่เรามีทุกวันนี้ ขอบคุณทุกอย่าง แล้วก็มีความสุขกับทุกอย่างที่มี มันก็ดีขึ้น”

คาบเกี่ยวเรื่องความรักนิดหน่อย ตอนนี้รักตัวเอง มีความสุขมาก
“ถามว่าคาบเกี่ยวกับเรื่องความรักไหมประมาณนึง แต่ว่าไม่ค่อยเกี่ยวมากหรอกค่ะ มันเป็นเป็นสิ่งที่เราต้องทำแหละ ชนๆ กัน แต่ตอนนี้ดีแล้ว หายแล้ว ตอนนี้เต็มร้อยมาก มีความสุขมาก รักตัวเองสุดๆ สวยมาก สตรองมาก คือตอนนี้จะมีก็ได้ ไม่มีก็ได้คือฟีลตอนนี้สวยๆ (หัวเราะ)”

บอกเป็นโรครักความสะอาดเข้าเส้น
“เป็นโอซีดี (OCD (Obsessive-Compulsive Disorder) หรือ โรคย้ำคิดย้ำทำ) ในเรื่องของความสะอาด ในเรื่องของเชื้อโรคประมาณนึง สมมติกระโปรงมันยาว หนูจะไม่เดินเข้าห้อง เพราะหนูรู้สึกว่ามันลากไปข้างนอกเยอะมาก มันสกปรก หนูจะรวบก่อน แล้วก็ไม่ให้มันลากพื้นหรือว่ากระเป๋าท่องเที่ยว สมมติกลับมาจากข้างนอก ยังไม่เข้าบ้านนะ ต้องเอาผ้าเปียกพ่นแอลกอฮอล์เช็ดล้อเช็ดกระเป๋า เป็นโรครู้สึกว่ามันสกปรกเฉยๆ พรมก็สะอาดทุกวัน มือถือกลับบ้านก็ต้องพ่นแอลกอฮอล์ต้องเช็ดให้สะอาด ห้องนอนก็คือถ้าไม่ได้อาบน้ำ ไม่ได้ไม่แตะเลย ห้ามเข้า ห้ามขึ้นเตียง เข้าห้องต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าต้องอาบน้ำทันที

เป็นมานานแล้ว เป็นตั้งแต่เด็กๆ อย่างกลับบ้านวันนี้หนูเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างล่างก่อนค่อยเข้าห้อง หนูไม่ใส่รองเท้าเข้าห้อง หนูจะมีพรมวางรองเท้า ใช้ชีวิตไม่ยากเลยง่ายมาก ปกติมาก ถ้าตอนมีแฟน ก็บอกเขาว่าถ้าจะเดินเข้าห้ามเหยียบตรงนี้เท่านั้นเอง เหงื่อไม่เป็นไร เพราะเราก็ออกกำลังกายปกติ แต่แค่หมายถึงว่าถ้าจะขึ้นเตียง หรือว่าจะเข้าห้องก็ขอให้มันสะอาดนิดนึง ไม่ลากเชื้อโรคเข้าห้อง ถามว่าต้องสกปรกแค่ไหนถึงรู้สึกอันนี้ไม่ได้เลย ไม่รู้ คือถ้ามันได้มันก็ได้ ไม่ได้มันก็ไม่ได้ ไม่ได้มั้ง แบบกลิ่นตัวงี้เหรอ หนูจมูกเร็วนะ เป็นคนจมูกไว หูไวมาก ถ้าผู้ชายมีกลิ่นไม่ได้”

ใช้ชีวิตแบบนี้จนชิน อาบน้ำวันละ 6 รอบยังได้
“มีประมาณนึง เดินเข้าห้องพ่นทำความสะอาดแอลกอฮอล์ พ่นเปลี่ยนเคสมือถือด้วย จะมีเคสมือถือสำหรับใส่ใช้ในห้อง ออกจากบ้านก็เปลี่ยน เข้าบ้านก็จะเปลี่ยนเป็นเคสนี้นะ มันไม่ปกติใช่ไหม (หัวเราะ)ก็ใช้ชีวิตปกติ เราชินของเรา แล้วพอเราคุยกับต้าเหนิง (กัญญาวีร์ สองเมือง) เราก็เข้าใจว่าเราก็อาบน้ำวันละหลายรอบเหมือนกัน อาบได้ทั้งวัน ไม่ติดเลย ตื่นมาก็อาบน้ำเลย ไปยิมก็อาบ ลงมาก็อาบ วันละ 6 รอบก็ทำได้ (หัวเราะ)

ตอนที่มีแฟนถามว่ามีปัญหาเรื่องนี้กับแฟนบ้างไหม ก็มีนิดนึง แต่เหมือนกับเขาก็รู้ว่าถ้าเรื่องนี้อันนี้มันไม่ได้ แต่บางเรื่องมันก็หยวนๆ กัน ก็ไม่เป็นไร คือเราสมบุกสมบันได้ คือถ้าเราออกไปข้างนอก แล้วเราไปสมบุกสมบันข้างนอกมันไม่เป็นไร สมมติเราอยู่ข้างนอกบ้าน แล้วเราเดินถอดรองเท้าอยู่ข้างนอกทั้งวัน พอหนูขึ้นรถปุ๊บ หนูจะใช้ผ้าเปียกเช็ดเท้า เช็ดรองเท้า ก่อนที่จะเดินเข้าบ้าน เพราะเราไม่อยากเอาเชื้อโรคข้างนึงเหยียบทั่วบ้านเฉยๆ ถ้าในบ้านก็ขอหน่อยนึง แต่ถ้าข้างนอกหนูก็กลิ้งพื้น หนูถ่ายรูปบนพื้น นอนบนพื้นปกติ ถ้าจะเข้าบ้านก็ทีเดียวแค่นั้นเอง หมายถึงว่าไม่ได้ไม่ได้ลำบากใคร เราเป็นของเราเอง ไปกองเขาให้หนูนอนพื้น หนูก็นอน หนูทำได้หมดเลย แต่กลับบ้านหนูสระผมแค่นั้นเอง”