xs
xsm
sm
md
lg

“หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม” ประกาศเลิกทายดวงดารา ลั่นไม่อยากขี้เสืxก ไม่หิวแสงเพื่อกลบปมด้อยอีกต่อไป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม” เลิกทายดวงดาราเพราะไม่อยากเป็นคนขี้เสือก ไม่หิวแสง หาซีนเพื่อกลบปมด้อยอยากเด่นอยากดังของตนเอง ตอนนี้รักชีวิตสงบสุขมาเป็น 10 ปีแล้ว ที่เลิกไม่ใช่เพราะกลัวโดนฟ้อง แต่กลัวการขึ้นศาล รับเป็นหมอดูที่ทายดวงผิด

หายหน้าหายตาไปนานกับอดีตหมอดูชื่อดัง “หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม” เจ้าตัวยอมรับตัวเองเปลี่ยนไปเยอะ เป็นเวอร์ชั่นใหม่ ไม่ดูดวงดารา คนดัง เพราะไม่อยากเสืxกเรื่องคนอื่น ไม่หิวแล้วแสงอยากเด่นดัง อยากได้อยากมี ตอนนี้รักชีวิตสงบสุข วุ่นวายกับการทำธุรกิจ

“ผมอยู่ในวงการมา 20 กว่าปี มันถึงจุดที่เราอาจจะเบื่อๆ บ้าง แต่ผมก็ยังทำช่องดูดวงที่มีคนตาม 8 ล้านฟอลโลว์เวอร์ ผมทำเฉพาะคนที่ติดตามเรา ว่าดวงวันนี้เป็นยังไง ดาวย้ายเป็นยังไง สถานการณ์ตอนนี้มีเหตุการณ์อะไร แต่ก่อนทายดวงดารา ตอนนี้ก็ทายให้แฟนเพจ ใครที่ติดตามเราก็ส่งคำทำนายให้ทุกวันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพราะเราทำด้วยใจ ส่วนการรับดูดวงส่วนตัว ผมอาจจะไม่มีเวลา เนื่องจากผมทำธุรกิจหลายอย่าง ถามว่ามีดูให้ไหมมีครับสำหรับคนที่สนิทกันเคยดูดวงกันมานาน 10-20 ปี ผมก็ยังดูให้อยู่”

เลิกเสืxกดวงคนอื่น เลิกหิวแสงเพื่อลบปมด้อยตัวเองในวัยเด็ก อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
“สมัยก่อนเป็นคนชอบเสืxก อันนี้เรื่องจริง สมัยวัยรุ่นเสืxก หิวแสง เวลามีประเด็นอะไรเราก็ต้องขออยู่ในขบวนหน่อย แต่พอเราอยู่ไปนานๆ สายล่อฟ้ายังไงก็ต้องถูกฟ้าผ่า สังเกตไหมคนที่อยู่ในแสงไปนานๆ ก็มีเรื่องเดือดร้อนหมด ก็เพราะว่าเราเป็นสายล่อฟ้า ยังไงฟ้าก็ต้องผ่าเรา ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล ยังไงสักวันมันก็ต้องโดนฟ้าผ่า เพราะในโลกนี้มันไม่มีใครใสสะอาด 100% คุณใสเพียง 99 เพียง 1% เท่านั้นมันทำให้คุณเดือดร้อนได้

ผมเลยคิดว่าชีวิตที่สงบสุขคือชีวิตที่เราไม่จำเป็นต้องเป็นสายล่อฟ้า เราก็อยู่กับคนที่รักเรา อยู่กับแฟนเพจที่เขาสนใจติดตามเรา บางครั้งชื่อเสียง กระแส ไวรัลมันมาแบบฟ้าผ่า ถ้าผ่าดีก็ดี ผ่าไม่ดีก็ไหม้เกรียมเลยนะ ตอนที่ผมมีชีวิตเป็นสายล่อฟ้ามันก็ไม่ได้สุขสบาย ย้อนไป 15 ปีที่แล้ว ช่วงนั้นผมก็อยู่ในกระแส อยู่ในเรื่องราวตลอด ตอนนั้นไปไหนทำอะไรคนก็สนใจเรา แต่ผมว่าจริงๆ แล้วผมไม่ได้มีความสุข

พอเราผ่านอายุ 35 ขึ้นมา ผมได้นั่งย้อนมองตัวเองว่าชีวิตเรามีความสุขจริงหรือ ยอมรับตรงๆในตอนนั้นที่อยากให้คนสนใจเรา เห็นความสำคัญของเราเพราะจริงๆ เราเป็นเด็กมีปมด้อย ที่ชีวิตในวัยเด็กไม่มีใครสนใจเรา ปัจจุบันผมก็ยังมีปมด้อย อยู่แต่ว่าน้อยลงแล้ว ก็เลยอยู่ใช่ชีวิตสงบสุขกับครอบครัว อยู่กับคนที่เรารักดีกว่า ภูมิใจกับผมด้อยตัวเอง เรายอมรับความเป็นจริงก่อนว่าเราเป็นคนหน้าตาไม่ดี เป็นคนฟันเหยิน เคยทายดวงผิด ที่ไม่ดูดวงดาราไม่ใช่ว่าทายไม่ถูกแต่ไม่อยากเสืxกเรื่องชาวบ้านแล้ว ผมขอเสืxกคนที่เขาอยากให้ผมเสืxกดีกว่า”

มองการดูดวง วิจารณ์ดวงคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ตอนนี้ตนไม่นิยมทำแบบนั้นมาเป็นสิบปีแล้ว
“สมัยก่อนมีความคันนะ อยากไปเสืxกเรื่องเขา ตอนนี้ไม่ได้เกานาน กลากเกลื้อนมันก็ไม่มี มันนิ่งเยอะแล้ว ไม่อยากรู้อะไรใครแล้ว บางทีการไปวิจารณ์โดยที่มันไม่ใช่เรื่องของเรา มันกลายเป็นทำให้คนอื่นเดือดร้อน แต่ก่อนผมทำให้คนอื่นเดือดร้อนพอสมควรถึงแม้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามแต่การไปพูดเรื่องคนอื่นโดยที่เขาไม่ได้อนุญาตผมคิดว่ามันเป็นการเสืxกชนิดนึง เป็นการทำให้คนอื่นเดือดร้อนทางอ้อมเหมือนกัน ฉะนั้นจึงไม่ทำ

ก็ไม่ทำมาเป็น 10 ปีแล้ว จะไม่มีกระแสก็ไม่เป็นไร เราก็ยอมรับว่ามีเกิดก็ต้องมีดับ เป็นเรื่องธรรมดา เราหิวแต่เราไม่ไปทำให้ใครเดือดร้อน ผมยอมหิวดีกว่า แต่ถ้าอิ่ม มีแสงแต่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะคำพูด เพราะคำทำนายของเรา ผมไม่ทำแล้ว เมื่อก่อนผมชั่วไง ก็เป็นเรื่องคนในอยากออก คนนอกอยากเข้า คนที่ไม่เคยเข้าก็อยากเข้า คนที่เข้ามานานแล้วมันร้อนก็อยากจะออก”

ยอมรับคำด่าได้ ลั่นคนที่เขามาชี้จุดไม่ดีของเราก็เหมือนเขามาชี้ขุมทรัพย์ให้กับเรา
“ทุกวันนี้มีคนถามทำไมโดนคนด่าแล้วผมกลับหัวเราะ หมอกฤษณ์มีสภาวะธรรมสูงหรือเปล่า จริงๆ ไม่เกี่ยวเลยครับ คือมันโดนจนชิน โดนจนเป็นเรื่องตลกแล้ว ชีวิตนี้ผมผ่านวิกฤตประเด็นดรามามาเยอะ เป็นสิบๆ ครั้งตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ผมโดนด่าแต่ในโซเชียล ชีวิตจริงผมยังไม่เคยโดนใครชี้หน้าด่า ซึ่งผมก็เปิดอ่านนะ

ผมมองว่าคนที่ตำหนิเรา จริงๆ แล้วเขามีบุญคุณกับเรานะ เพราะเขาทำให้เราเห็นในมุมที่เราไม่เคยคิดว่าเราแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ทั้งๆ ที่เราไปหาจากคนรอบตัวเขาก็ไม่กล้าพูดกับเราแบบนี้ มันก็มีแต่คำสรรเสริญเยินยอที่มันไม่จริง หลังๆ ผมชอบยาขมมากกว่ายาหวาน เราก็ต้องยอมรับความจริงว่าเราเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ผมเป็นคนชั่วนะครับ ผมไม่ใช่คนดีอะไรขนาดนั้น คนที่เขามาชี้จุดไม่ดีของเราก็เหมือนเขามาชี้ขุมทรัพย์ให้กับเรา”

ยอมรับทายดวงผิด
“ผมยอมรับความจริง ผมเคยทายดวงผิดอยู่แล้ว ผมทายมาเป็นพันเรื่อง ต่อให้ถูก 90% แต่ก็มีผิดเป็น 100 เรื่อง เรื่องการทายดวงผิดมันเป็นเรื่องธรรมดา ถ้ามันทายไม่ผิดสิ ผมต้องเป็นสรรพยุตญาณ (ความหยั่งรู้ในธรรมทุกประการอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด ซึ่งเป็นคุณลักษณะเฉพาะตัวและเป็นความสามารถพิเศษของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น) สิ ทาย 100 เรื่องถูก 80% สอบไม่ได้เกรดเอนะ ก็ยังผิด 20 เรื่อง โอกาสจะผิดก็เพี้ยนมาจากได้วัน เดือน ปี เกิดที่ผิด เวลาเกิดต่างๆ ที่คลาดเคลื่อน บางครั้งก็สติของเราที่ไม่เต็มร้อย เราก็ยอมรับว่าผิดก็คือผิดครับ จะไปแถให้ถูกได้ไง

ที่ถูกก็มีหลายเรื่องแต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้จำไง มันจบไปแล้วคุยได้แป๊บเดียว ก็ไปโฟกัสเรื่องที่ไม่ถูก เรื่องไม่ถูกคนก็เอาไปคุยกันยาวๆ เรื่องไม่ดีคนก็จำมากกว่าเรื่องดีอยู่แล้ว ผมก็มีดรามาเยอะ ส่วนใหญ่หลักๆ ก็คือเรื่องของคุณลีเดีย (ศรัณย์รัชต์ ดีน) สมัยปี 50 ผ่านมาเกือบ 20 ปีก็ยังมีคนพูดถึงอยู่เลย”

ดูดวงคนอื่นไม่กลัวโดนฟ้อง แต่กลัวเสียเวลาขึ้นศาลเป็นคดีความกัน
“เรื่องโดนฟ้องไม่กลัว แต่กลัวเสียเวลา การขึ้นโรงขึ้นศาลมันเสียเวลาทำมาหากิน เป็นไปได้ เลือกได้ก็ไม่เอาดีกว่ากับชื่อเสียงมาแว๊บๆ เป็นกระแส 4-5 วัน 1 เดือนแต่เวลาเป็นคดีมันขึ้นศาลกันที 2-3 ปีเลยนะ มันลำบาก ผมก็โดนมาแล้วหลายคดี ก็ไม่ได้เดือดร้อนใจอะไรแต่มันเสียเวลา เขาถึงไงว่ากินขี้ดีกว่าเป็นความ คือเอาขี้มากินจบกว่า เป็นความมันยาวนาน มันไม่จบ มันเหนื่อย”

เคยออกมาบอกว่าจะตายตอนอายุ 30 แต่ตอนนี้ 40 กว่าแล้วยังไม่ตาย
“จริงๆ แล้วดวงผมมันมีโอกาสถึงฆาตในช่วง 30 แต่เราก็ไปทำบุญแก้ดวงเราไปตามเรื่องตามราว แต่ตอนนั้นก็ประสบอุบัติเหตุหนักเลย รถชนบนโทรลเวย์ ก็เฉียดตายแต่ไม่ตาย ขับมา 200 กว่าชนบนทางด่วน รถเละก็คือเฉียดตายแต่มันไม่ตาย ช่วงนั้นก็หนักเลยชีวิตมีทั้งคดีความ ทุกอย่างเสิร์ฟมาที่เราเต็มที่เลย ฟ้าผ่ากระจุย”