xs
xsm
sm
md
lg

ละเอียดยิบ! “โปเต้ นักจะแกง” แถสารพัดคดีลวงโลก แต่ “หนุ่ม กรรชัย” ทำการบ้านมาดี งัดหลักฐานโต้จนจนมุม ตร.รอรับตัวหน้าตึกมาลีนนท์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุดๆ “โปเต้ นักจะแกง” คนกลางเคลียร์ปมเงินหมั้น “เวฟ-ชมพู่” 4 แสนในโหนกระแส เจอโซเชียลแฉยับหลังจบรายการ กลายเป็นมิจฉาชีพประวัติฉาวโผล่เพียบ เรื่องราวพลิกยิ่งกว่าละคร ล่าสุดยอมเปิดหน้าชี้แจง ไม่ยอมรับสักเรื่อง จน “หนุ่ม กรรชัย” ลั่นทำการบ้านมาดี ไม่ใช่ควาย ไม่ได้กินหญ้า จี้จนจนมุม ก่อนพีกสุดๆ ตร.มารับตัวถึงสน. หนุ่มลั่นอาชีพที่เหมาะคือเขียนบทละคร! 

ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก สำหรับ “โปเต้ นักจะแกง” ที่เดินทางมาร่วมรายการโหนกระแส หลังเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยเรื่องเงินหมั้น 4 แสนบาท ระหว่าง “เวฟ”กับ “ชมพู่” มีการอ้างหลักฐานภาพถ่ายจากดาวเทียม ดาวเทียม คลิปวีดีโอ และภาพสตอรี่ที่ชมพู่พากับชายอื่นเข้าโรงแรมและกอดคอเตรียมหอมแก้มกัน ทำให้ฝั่งชายเรียกร้องเงินหมั้นคืน แต่หลังจบรายการ เพจต่างๆ แฉยับว่าโปเต้คือมิจฉาชีพ มีคดีอื้อ

รายการ โหนกระแส วันที่ 16 ต.ค. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 ได้สัมภาษณ์ ชมพู่ ซึ่งถูกกล่าวหามีชู้ มาพร้อมคุณแม่ และ ว่าที่ร้อยตรีวิฑูรย์ แข็งฤทธิ์ทนายความ, เอกภพ เหลืองประเสริฐผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด, ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุลทนายคนกลาง รวมทั้งแขกพิเศษ โปเต้ที่มาเผชิญหน้าชมพู่กลางรายการด้วย

วันนี้พูดหมดนะ?
โปเต้ : หมดใจครับ

กังวลใจมั้ย?
โปเต้ : กังวลอยู่ครับ เรื่องกระแสที่ออกไป เพราะบางเรื่องไม่ได้เป็นความจริงเลยด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาเต้ไม่มีโอกาสได้ออกมาพูดเลย

ขอดูกางเกงในเกมจริงมั้ย?
โปเต้ : ไม่จริงครับ

แต่เขาแคปมาว่าโปเต้ไปขอดูนะ?
โปเต้ : ผมก็ส่งให้ทีมงานดูเรียบหร้อยแล้วครับ

ไม่ได้ขอดูกางเกงในฦ
โปเต้ : ไม่มีครับ มีแต่น้องขอเงินกินข้าวครับ อยู่ๆ น้องก็ส่งกางเกงในมาเองครับ

คุณเป็นร้อยโทจริงมั้ย?
โปเต้ : ไม่จริงครับ

มีหลักฐานอยู่นะ?
โปเต้ : ครับ

วันนี้ต้องพูดความจริงนะ ความจริงจะบรรเทานะ?
โปเต้ : ครับ

เอกภพ : แค่เริ่มรายการก็สนุกแล้ว

คุยกับชมพู่ก่อน ตกลงเรายังไงกับทางเวฟ?
ชมพู่ : ที่คบหากัน รู้จักกันเดือนมิ.ย. เขาไปกินข้าวที่บ้านนี่แหละค่ะ ฝั่งผู้ชายรู้จักแม่ก่อน ระหว่างนั้นหนูไม่ได้มีใคร โสด เขาก็เพิ่งโสดเหมือนกัน แม่ก็บอกว่าลูกสาวแม่ก็โสดเหมือนกัน ก็เลยได้แนะนำกัน คุยกันค่ะ พอคุยกันก็ถูกคอ เหมือนเขาอยากสานความสัมพันธ์ต่อ แต่หนูบอกว่าหนูยังไม่พร้อม หนูยังมีปัญหา มีค่าใช้จ่าย พยายามอธิบายให้เขาฟังว่าหนูมีปัญหาอะไร ก่อนหน้านี้รถหนูพัง หนูซ่อมรถ เขาบอกว่าค่าใช้จ่ายที่หนูมีเท่าไหร่ ให้เขาช่วยมั้ย เขาเป็นคนเสนอค่ะ ถ้าเขากู้มาหรือยืมมา ดอกเบี้ยอาจน้อยกว่า เพราะหนูใช้บัตรเงินสดที่หนูมี ปิดค่ารถที่ซ่อมค่ะ หนูเลยบอกว่าเป็นเงินค่อนข้างเยอะ เขาก็เหมือนอยากช่วยเพื่อสานสัมพันธ์ต่อไป เผื่อได้คบกันเป็นแฟนกัน

ทนายแก้ว : ได้บอกมั้ยรถพังเพราะอะไร มีประกันมั้ย

ชมพู่ : หนูบอกเขาเบื้องต้นว่ารถหนูพังเพราะหนูให้คนเก่ายืมไปใช้แล้วเขาไปดื่ม เขาเลยเกิดอุบัติเหตุ

ชมแล้วใครซ่อม?
ชมพู่ : หนูซ่อมเอง ประกันไม่จ่ายค่ะ เพราะคนขับเขาดื่มแอลกอฮอล์ ตรวจสอบได้ว่าคนขับดื่มแอลกอฮอล์ ประกันไม่จ่าย

รถเป็นชื่อคุณ ผู้ชายขับ ประกันไม่จ่าย คุณจ่ายเอง?
ชมพู่ : เวฟบอกจะช่วยหนู พอเขาโอนให้หนูปุ๊บ หนูก็จ่ายค่าบัตรทั้งหมดไปเลย เขาโอนมาเป็นครั้งๆ ค่ะ เหมือนเขาโอนครั้งเดียวไม่ได้ เขาโอนเป็นครั้งๆ ติดต่อกัน 3-4 วัน พอเขาโอนปุ๊บหนูก็จ่ายเลย ทีนี้หนูบอกว่าเงินค่อนข้างเยอะ พี่เขาจ่ายมาหนูจะผ่อนคืนให้ หนูก็ผ่อนคืนให้หลังจากนั้นในแต่ละเดือนค่ะ

ผ่อนให้เท่าไหร่แล้ว?
ชมพู่ : น่าจะประมาณ 3 เดือนค่ะ เดือนประมาณ 4 พันค่ะ

แสนกว่าบาทที่เขาโอนให้คุณ คุณโอนให้เขา 4,500 บาท 27 เดือน 11 อีกครั้ง 4 พัน 26 เดือน 12 เดือนม.ค.คุณไม่ได้จ่าย มาจ่ายอีกทีเดือน 2 วันตรงกัน 4,500 บาท สามครั้ง มีเท่านี้ 13,000 บาท นี่ดอกเขาหรือเปล่า?
ชมพู่ : ยังจ่ายไม่หมดค่ะ

ไม่มีเจตนาไม่จ่าย?
ชมพู่ : ไม่มีค่ะ อันไหนที่เขาบอกจะช่วย ถ้าเป็นเงินยืมหนูก็จะคืน

คุณจ่ายล่าสุดเดือนก.พ. อีก 8 เดือนหลังจากนั้นล่ะ?
ชมพู่ : โป๊ะก้อนใหญ่ไปเพื่อเขาได้ไปยืมเงิน 4 แสนเพิ่ม

ทนายแก้ว : กรณีแฟนเก่าขับ เวฟทราบมั้ย

ชมพู่ : หนูไม่ได้ลงรายละเอียดให้เขาฟัง เขาน่าจะไม่ทราบค่ะ หนูบอกว่ารถเกิดอุบัติเหตุ และเป็นคนซ่อมรถ

หมื่นนึง 27 เดือน 8 แล้วคุณไปหมั้นกันวันไหน?
ชมพู่ : 17 เม.ย. 69 ค่ะ

จะกู้ย้อนหลังได้ไง?
ชมพู่ : ไม่ใช่ค่ะ เป็นก้อนยิบย่อย

ที่คุณส่งให้ดูเดือน 8 คุณแต่งงานเดือน 4?
ชมพู่ : มีอีกบัญชีนึงแต่ยังไม่ได้ไปขอสเตทเมนต์

คุณโอนไปเท่าไหร่?
ชมพู่ : ประมาณ 3-4 หมื่น เพื่อไปปิดยอดแรกที่ยืมมา แล้วเวฟจะไปยืมมาเพิ่มอีกให้เป็น 4 แสนค่ะ

เอกภพ : รู้จักคุยกันเดือนไหน

ชมพู่ : มิ.ย.ปี 68 ค่ะ

ทนายแก้ว : คุณคืนเขาไป 5.3 หมื่น

เอกภพ : รถชนเดือนไหน

ชมพู่ : ก.พ.68

เอกภพ : เวฟเอาเงินมาช่วยจ่ายเดือนอะไร

ทนายวิฑูรย์ : อุบัติเหตุเกิดก.พ.ปี 68 ในเงินที่เอาไป มีเงินมัดจำก้อนแรก 3 หมื่นเป็นเงินสด เอาไปวาง แล้วเป็นเงินที่น้องกดออกมา มิ.ย.ปี 68 รู้จักกับเวฟ เวฟโอนเงินมาพ.ย.

เอกภพ : ตอนนั้นรถซ่อมเสร็จแล้ว

ทนายวิฑูรย์ : เสร็จแล้วครับ รถเอาออกมาใช้ก่อนคบเวฟด้วยซ้ำ

เอกภพ : ทำไมไม่เรียกเงินจากแฟนเก่า ทำไมถึงกล้าบอกเวฟว่าอยากให้ช่วยตรงนี้ ทั้งที่ต้องไปเอาจากคนเก่า

ชมพู่ : เหมือนเขามีคู่กรณีแล้วหายไปเลย

ทนายวิฑูรย์ : ทางตัวผู้เสียหายเองเท่าที่ทราบ ยังไม่ได้รับการเยียวยาจากคนขับ เราก็พยายามติดต่อให้เขามาชำระค่าซ่อมรถ ประมาณสัปดาห์นึงก็หายไปเลย ติดต่อไม่ได้

ทนายแก้ว : เงินแสนสามคือเงินยืม หรือเงินให้โดยเสน่หา

ชมพู่ : สำหรับหนูเป็นเงินให้โดยเสน่หา แต่เงินมันเยอะเกินไป หนูเลยจะคืนเขา หนูก็คืนเขาไปบางส่วนค่ะ

ทนายวิฑูรย์ : ถ้าดูวันแรก จะมีแชตที่โชว์ว่าเวฟจะช่วยจ่ายครับ

เอายังไง เขาจะขอเงิน 4 แสนคืน?
ชมพู่ : หนูขอให้อยู่ในกระบวนการกฎหมายค่ะ เพราะเขาบอกจะฟ้องตั้งแต่ทีแรกอยู่แล้ว

4 แสนคือเงินหมั้น ตกลงที่เลิกราเพราะอะไร?
ชมพู่ : เขาเปลี่ยนไปค่ะ หนูอยู่กับเขาทุกวัน หนูรู้ว่าเขาเปลี่ยนไป มันดูออกค่ะ ว่าเป็นยังไง เช่นเขาไม่ค่อยกลับมาบ้าน เวลาชวนไปกินข้าวที่บ้านก็แยกรถขับกันไป จะอยู่แต่ที่ทำงาน บางทีใส่ชุดเล่นก็ขอไปเคลียร์งาน

อยู่ด้วยกันนานแค่ไหนเขาถึงเปลี่ยนไป?
ชมพู่ : หลังจากหมั้นค่ะ เดือนสองเดือนแรกหมั้นก็ปกติอยู่ค่ะ มาบ้าน ทำกับข้าวกินอยู่ด้วยกันปกติ แต่หลังจากเดือนสองเดือนแรก เขาก็เริ่มเปลี่ยนไป

มันต้องเหมือนเดิมตลอดเลยเหรอ?
ชมพู่ : ก็เขาหงุดหงิด หนูพูดอะไรก็รำคาญหนู อยู่ด้วยกันไม่นอนด้วยกัน เอาฟูกที่นอนไปนอนแยกกับหนู เขาไปนอนอีกห้อง

เอกภพ : ก่อนหมั้นชมพู่ทำงานที่รพ.ไหน

ชมพู่ : รพ.ที่อยู่จังหวัดขอนแก่นค่ะ

เอกภพ : ทำไมตัดสินใจออก

ชมพู่ : หนูตัดสินใจจะมาเริ่มต้นชีวิตกับเขา อยู่ด้วยกัน เป็นพยาบาลเหมือนเดิม เลยจะมาสมัครงานที่รพ.ร้อยเอ็ด เพื่อจะได้อยู่ใกล้กันมากขึ้นค่ะ

เอกภพ : ตอนลาออกได้ปรึกษากันมั้ย

ชมพู่ : ปรึกษากันเรียบร้อยค่ะ

เอกภพ : ที่คุยกับเวฟ เดิมทีที่คุยกันว่าจะหมั้น เวฟปรึกษาน้องชมพู่ว่าถ้าต้องไปกู้เงิน ต้องจ่ายคืนเดือนละ 7 พันกว่าบาท ยอดสูง แต่ถ้าจะอยู่เป็นครอบครัว เวฟก็พร้อมจะกู้เงินมาหมั้น แต่ช่วยกันผ่อนจ่าย พอกู้เงินเสร็จ เวฟมีภาระต้องจ่าย 7 พันกว่า พอชมพู่ไม่ได้ทำงาน ก็เกิดความเครียดหรือเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจนะ

ทนายวิฑูรย์ : แต่ว่าพอออกมา ก็ยังได้รับเงินเดือนตกค้างอยู่

เอกภพ : ชมพู่ได้ช่วยจ่ายเงินผ่อนกับเวฟมั้ย

ชมพู่ : ช่วงแรกที่หนูทำงานแล้วมีเงินตกค้าง หนูช่วยค่ะ ประมาณ 3-4 พัน คนละครึ่ง ตอนมีเงินเข้าอยู่ค่ะ มีเงินเข้าหลังออก 2 เดือนค่ะ มีแค่ 2 เดือนหลังๆ ที่ไม่ได้ช่วยค่ะ

ทนาย : ช่วงเดือนก.ค. กับส.ค.ที่ไม่มีเงินเดือนครับ

ทนายแก้ว : ที่บอกเปลี่ยนไป อยู่กี่เดือนถึงเปลี่ยนไป

ชมพู่ : 2 เดือนที่เริ่มเปลี่ยนไป เขาบอกเครียดเรื่องงาน หนูก็ไม่พยายามไปเซ้าซี้ กลัวเขาเครียดเพิ่มหรือเปล่า ก็พยายามซัปพอร์ตว่ากินอะไรมั้ย เขาไปที่ทำงานก็เอาข้าวไปส่ง เขาพูดน้อยลงกับหนู

โปเต้มาออกวันนี้ เราเองก็สุ่มเสี่ยงนะ ถ้าไม่พูดข้อเท็จจริง ออกไปทำเรื่องแบบนี้อีก พี่ พี่เอก พี่แก้ว ก็เสียคนนะ?
เอกภพ : ก็เสียมาก่อนหน้านี้แล้วครับ (หัวเราะ)

วันนี้มีสองเรื่อง ประเด็นชมพู่กับเวฟไม่มีอะไรเลย มีเรื่องเดียว เขาขอ 4 แสนคืน คุณคืนปุ๊บก็ไม่มีคดีความ คุณจะผ่อนก็ได้ มันจะได้จบกันไป?
ทนายแก้ว : กรณีเราเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น กรณีที่เราไม่รักเขา มีปัญหาเปลี่ยนไป ไม่อยากแต่งงาน มันถือเป็นเหตุสำคัญที่ผิดสัญญาหมั้น ฝ่ายชายสามารถฟ้องเรียกค่าของหมั้นคืนได้ แล้วแต่ว่าชมพู่จะดีแคร์ว่าผิดหรือไม่ผิด ไม่ทราบ แต่ไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรสหรือแต่งงาน ก็ต้องคืน

ทำไมมองว่าไม่คืน?
ทนายวิฑูรย์ : จากที่สอบถามกันมา มั่นใจว่าลูกความผมไม่ได้มีชู้ครับ

ต่อให้ไม่มีชู้ เพราะโปเต้โกหกอะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่ได้มีการแต่งงานกัน?
ทนายแก้ว : ถือเป็นเหตุสำคัญเหตุนึง ที่ฝ่ายชายต้องการแต่งงานกับคุณ แต่เมื่อคุณไม่แต่งกับเขา หรือคุณมีเหตุอะไรก็ตามตรงนั้น เขามีสิทธิ์เรียกร้องกับคุณ แม้คุณไม่ได้มีชู้ก็ตาม

ทนายวิฑูรย์ : เข้าใจครับ แต่เรื่องสองคนงอน งอแงกัน สามารถปรับความเข้าใจหากันได้ แต่ฝ่ายต่างต่างไม่ปรับ มันก็ไม่ถือว่าเป็นการผิดสัญญาหมั้นนะครับ

ทนายแก้ว : ก็เป็นเรื่องของคุณ คุณจะบอกว่าอีกฝ่ายยังอยู่ช่วงระหว่างปรับความเข้าใจ แต่ไม่ทราบว่าเวฟเขาจะปรับความเข้าใจกับคุณหรือเปล่า แต่เหตุที่เวฟเขามอง มันชัดเจนว่าตัวชมพู่เป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น จำเลยจะแก้ต่างยังไงก็เรื่องของเขาครับ

เอกภพ : ถ้าถามผม ผมมองว่าต้องคืนครับ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณแม่เป็นคนไปเจรจา ไปบอกฝ่ายชายว่าถ้าจะคบหากับลูกแม่เพื่อไม่ให้เป็นที่ครหาสำหรับคนทั่วไปในอนาคตก็ต้องเป็นคู่ผัวตัวเมียกันอยู่แล้ว ก็มาหมั้นหมายกันซะ นิยามคำว่าหมั้นหมายคืออนาคตจะได้อยู่ด้วยกันโดยฝ่ายชายก็ยอมเอาทรัพย์สิน คือเงิน 4 แสนมาวางกับคุณแม่ คุณแม่เอาเงิน 4 แสนไปนะ ผมรักลูกสาวคุณแม่จริง จะแต่งงาน 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าวันใดวันนึงผมไปมีผู้หญิงคนอื่นไม่แต่งงาน คุณแม่ยึดเงิน 4 แสนไปได้เลย นี่คือหลักการหมั้น เอาสินสอดทองหมั้นเป็นหลักประกันว่าลูกคุณแม่คบผม ยังไงผมก็แต่ง ถ้าผมไม่แต่งคุณแม่เอาเงินไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ผู้ชายเขาแต่ง แต่ลูกคุณแม่ไม่อยากแต่ง แต่ด้วยเหตุไม่อยากแต่ง จะอ้างงอน มันไม่เกี่ยวกัน สมมติน้องบอกว่าฝ่ายชายไม่เอาใจเหมือนเดิม หนูงอน สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นอารมณ์และความรู้สึกครับ ไม่แต่งก็ไม่เป็นไร ก็คืนเงินเขาไป จะไปมีแฟนใหม่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิดอะไร แต่ไม่ใช่มาบอกว่าเวฟเปลี่ยนไปนะ ไม่เอาใจเหมือนเดิม โอเคงั้นเราเลิกกันไม่แต่งแล้ว แต่เงินฉันไม่คืนนะ อย่างนี้มันไม่ได้ สำหรับผมนะ

เหมือนหนูเองไปชอบผู้ชายคนนึง หอบเงินให้เขา 5 แสน บอกขอหมั้นไว้ก่อน วันดีคืนดี ผู้ชายบอกหนูเปลี่ยนไป ไม่ยอมให้มีอะไรด้วย ผู้ชายบอกเลิก ไม่เอาแล้ว ไม่คืนเงินนะ 5 แสน เพราะคุณไม่นอนกับเขานี่ คุณจะเอาเงินคืนมั้ย จะให้เขาไปเลยมั้ย?
ทนายวิฑูรย์ : ด้วยอีกเหตุนึง พอเป็นประเด็นกัน แล้วมีการเอามาประจาน ถ้าตามคลิปเสียง มีการข่มขู่ด้วยซ้ำว่าอย่าให้ถึงขั้นต้องประจานกันเลย ซึ่งเรามีหลักฐานมาให้ดูว่าการประจานเกิดจากใคร ใครเป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งคนสองคนสามารถปรับความเข้าใจกันได้ แต่เผอิญว่ามีบุคคลที่สามมาสร้างเรื่องให้เกิดแบบนี้ แล้วมีการประจานกัน

จริงๆ ง่ายนิดเดียว ถ้าเป็นพี่ พี่แนะนำนะ ให้ลูกความคืนเงินเขาไปก่อน 4 แสน ถ้าติดข้องหมองใจจะฟ้องอะไรเขาก็ไปฟ้องอีกเรื่อง ต้องแยกกัน แต่ถ้าพูดแบบนี้ จะทำให้คนอื่นมองได้ว่าอ้าว ตีขุมแล้ว เอาเรื่องคดีมาบีบเขาเหรอ จะได้ไม่ต้องคืนเงิน สังคมจะกลับมาด่าทางนี้อีก ก็แยกเป็นส่วนๆ ไม่แต่งก็คืนเงินเขาไป ประจานฉันใช่มั้ยก็ฟ้อง เรียกเงินก็เรื่องของคุณ คุณก็ทำได้?
ทนายแก้ว : กรณีฝ่ายชายหมิ่นประมาท หรือทำอะไรไม่ดี เราสามารถแจ้งความดำเนินคดีเป็นส่วนๆ ได้อยู่แล้ว

มันจะได้คุยกันรู้เรื่อง ย้อนกลับมาถามตรงนี้อีกที ประเด็นที่คุณถูกกล่าวหาว่ามีชู้ แล้วคุณไม่มีจริง มีคนใดคนนึงกล่าวหาคุณทำให้เชื่อได้ว่าคุณมีอย่างโน้นอย่างนี้ ก็เป็นอีกคดีนึง?
ทนายแก้ว : หมิ่นประมาทครับ

ชมพู่ : ยืนยันว่าไม่มี 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ

โปเต้ ไปดูดาวเทียมอะไรมา?
โปเต้ : ผมไปดูในเฟซบุ๊กเขาก่อน เหมือนคนที่กดไลก์ เหมือนรูปที่ผมให้พี่หนุ่มดูวันแรก เป็นบุคคลนั้น

แต่ใม่เห็นว่าเขามีการหอมแก้มกันนะ?
โปเต้ : ใช่ครับ

เป็นแค่รูปผู้ชายคนนึงเท่านั้นเอง ซึ่งก็ไม่รู้เขาคบกันจริงหรือเปล่านะ?
โปเต้ : ผมเลยแจ้งบอกว่านาจะเป็นเพื่อนสนิทกัน เพราะผมก็ไม่ได้มั่นใจครับ

ไม่นะ วันนั้นคุณบอกว่าเขาคบหากันเลย แล้วกอดกัน จะหอมแก้มกัน ผู้หญิงเอาปากจะไปหอมแก้มผู้ชายเลย ขอดูหลักฐานที่คุณบอกว่ามีอยู่?
โปเต้ : ตอนนี้ดีลีทออกไปหมดแล้วครับ

เฮ้ย ไม่ได้ดิวะ เขาเสียหาย อีกอย่างถ้าดีลีทไป มันคือหลักฐานเอาไว้ฟ้องผู้หญิงนะ?
โปเต้ : ครับ

คุณบอกอยู่กับทนายความ ทนายความมีคลิปเขาจูงมือเข้าห้องเลย ขอดูหน่อย โทรหาทนายตอนนี้เลย?
โปเต้ : ตอนนี้ผมไม่ได้ติดต่อกับทนายแล้วครับผม ส่วนคลิปเป็นคลิปลางๆ ครับ ส่วนรูปอย่างที่ผมแจ้งไปว่า ผมเข้าไปส่องในเฟซบุ๊กผู้ชาย ผมเห็นข้างๆ คล้ายๆ ชมพู่ครับ ผมเลยบอกเวฟไปอย่างนั้นครับ แต่ผมก็บอกเวฟไปว่าจะจริงหรือไม่จริง ผมไม่แน่ใจ แต่ในรายการเมื่อวาน ชมพู่บอกว่าเป็นเพื่อนจริงๆ แต่อันนี้ผมไม่แน่ใจ

ขอบคุณที่โปเต้มา อย่างน้อยคุณได้มาชี้แจง แต่ถ้าจะมาด้วยเล่ห์เหลี่ยม ไม่เอา เอาตามข้อเท็จจริง พูดตรงไปตรงมานะ เพราะคุณมานั่งอยู่ตรงนี้ ไม่อยากให้คุณเอารายการโหนกระแสไปฟอกตัว ว่าเฮ้ย กูเป็นคนดี ไม่ได้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ คุณพูดอะไรไป เป็นดิจิทัลฟุตปริ้นต์ ถูกบันทึกไว้หมด วันนี้คุณจะมาบิด พูดอีกเหลี่ยมนึง อีกแบบนึงไม่ได้ อันไหนผิดคือผิด อันไหนไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ แต่เมื่อกี้ถ้าโปเต้จะบอกว่าผมไม่ได้ยืนยันนะครับ ผมแค่สงสัย ไม่ใช่นะ เพราะวันนั้นคุณยืนยันเลย?
โปเต้ : ใช่ครับ วันนั้นผมยืนยันครับ

พอคุณยืนยันก็ต้องมาถามทางนี้ ว่าเขายืนยันว่าคุณมีรูปจะหอมกับผู้ชายคนนึง แล้วจูงมือเข้าห้องกับผู้ชายคนนึงด้วย คุณจะว่าไง?
ชมพู่ : ถ้าเขายืนยันมา หนูก็ขอดูหลักฐานค่ะ ว่ามีจริงมั้ย ไม่มีกอดกัน ไม่มีเลยค่ะ

ทนายวิฑูรย์ : เรากล้าท้าโรงแรม เอาภาพออกมาเลยมั้ย ถ้ามีจริง

ทนายแก้ว : เคยไปโรงแรมที่เขาพูดมั้ย

ชมพู่ : ไม่เคยค่ะ

คุณอยู่แถวสีกันมั้ย?
ชมพู่ : ไม่ค่ะ

เคยไปหาใครแถวสีกันมั้ย?
ชมพู่ : ไม่มีค่ะ

มีไปหาทนายอากาศแถวนั้นมั้ย?
ชมพู่ : ไม่มีค่ะ หนูอยู่โซนรังสิต แต่แถวดอนเมืองหนูไม่ได้ไป ไปแค่ที่ทำงาน ฟิวเจอร์ แค่นั้นค่ะ

คบหาทหารอากาศ แล้วทหารบกอีกคน?
ชมพู่ : ไม่มีค่ะ ยืนยัน ถ้ามีหลักฐานเอามาได้เลย

คุณคุยกับเขาเองเลย?
ชมพู่ : ที่บอกว่ามีคบซ้อน มีผู้ชายสองคน ไปโรงแรม ขอดูหลักฐานได้มั้ยคะ

โปเต้ : ตอนแรกที่บอกว่าเป็นรูปกอดคอ ได้เข้าไปส่องเฟซครับ

ชมพู่ : ตอนนี้กำลังเป็นประเด็นอยู่นะคะจะดีลีททิ้งทำไม แต่มันก็สามารถกู้กลับคืนมาได้นี่คะ ก็กู้กลับมาสิคะ

โปเต้ : ลบทั้งหมดแล้วครับ ไม่ได้ติดต่อกับเวฟ เลยตัดสินใจเอาออกทั้งหมดเลยครับ

ทนายวิฑูรย์ : แต่วันนี้เป็นวันที่คุณมาต้องมาชี้แจงไงครับ ว่าคุณเอาหลักฐานต่างๆ มาจากไหน

โปเต้ : ผมเข้าไปส่องก่อนครับ เป็นลักษณะข้างๆ คล้ายๆ ชมพู่ ผมก็บอกเวฟว่าน่าจะเป็นเพื่อนเขา แต่ไม่แน่ใจครับ

ไม่แน่ใจไม่ได้นะ เปิดเทปย้อนดู ชัดเจนเลยที่ยืนยันเมื่อกี้ ได้ยินกับหูเนอะ จะบิดอะไรไม่ได้เลย ถ้าจะมาบิดหรือเหลี่ยมว่าไม่ได้มั่นใจ ไม่ได้ เพราะคุณยืนยันข้อเท็จจริงไปแล้ว?
โปเต้ : ผมเห็นรูปที่น้องลงที่คาเฟ่ ผมก็บอกเวฟว่ามีผู้หญิงไปด้วย แต่มีผู้ชาย ไม่แน่ใจว่าเป็นเพื่อนของฝ่ายไหน ผมไปส่องในเฟซบุ๊กที่กดไลก์ครับ

ทนายแก้ว : วันที่โปเต้พูดในรายการไม่ได้พูดแบบนี้นะ ไม่ได้บอกว่ามีผู้หญิงไปด้วยนะ โปเต้บอกว่าแคปตรงนี้ให้เวฟดู

โปเต้ : ครับ แต่ในแชตมีบอกเวฟอยู่ครับ

ทนายวิฑูรย์ : แต่ในวันที่คุณออกอากาศ คุณยืนยันว่าคุณไปส่องสตอรี่เขา คุณทำสัญลักษณ์เขากอดคอกัน จะหอมแก้มกันด้วยนะ

โปเต้ : อันนั้นในสตอรี่ผู้ชายครับ

ทนายวิฑูรย์ : ขอดูหน่อย อยู่ไหน มีมั้ย

โปเต้ : ตอนนี้ผมลบออกไปแล้วครับ

วันนั้นที่ไล่ถาม คุณบอกคุณไปขอข้อมูลดาวเทียมจากทรู ผมเป็นพรีเซ็นเตอร์ขอทรู ไปเช็กมาหมดแล้ว ไม่มีครับ มันทำไม่ได้ คุณโกหกครับ?
โปเต้ : อันนี้ผมให้เพื่อนตามให้ครับ

ชมพู่ไม่โอเคกับสิ่งที่เกิดขึ้น เงิน 4 แสนว่ากัน แบ่งเป็นเรื่องๆ 4 แสนไม่รู้ว่าคุณมองแบบไหน แต่สำหรับพี่ มองว่าควรคืนเขา ส่วนคุณจะแยกไปดำเนินคดีเรื่องอื่นก็อีกเรื่องนึง คุณไปตกลงกันตรงนี้?
ชมพู่ : หนูไม่คืนค่ะ

แม่ : แม่ก็ไม่คืนค่ะ

อุ้ยตาย?
ชมพู่ : เพราะเป็นฝ่ายเขาเองที่เป็นคนอยากเลิกค่ะ หนูไม่ได้บอกเลยว่าหนูอยากจะเลิกกับเขา เป็นฝ่ายเขาเองที่อยากเลิกกับแฟน แล้วมาบอกหนูว่าขอจบกันเท่านี้ เขาเอาครอบครัวเขามาบอกที่บ้านว่าขอจบ ขอเงินคืนทั้งหมด ทั้งที่ก่อนหน้านี้หนูไม่ได้บอกเลยว่าหนูอยากเลิกกับเขา อยู่ในช่วงระหองระแหงกันอยู่เลยค่ะ

ทนายวิฑูรย์ : ช่วงนั้นน้องชมพู่มาทำงานที่กรุงเทพฯ แล้ว 13 ก.ย. เวฟพาครอบครัวมาหาคุณแม่ที่ร้านอาหาร แล้วพูดว่าเป็นแบบนี้ เอาเงินหมั้นคืนทั้งหมด ไม่แต่งแล้ว ไม่เอาแล้ว

ทนายแก้ว : เขาทวงเพราะเห็นว่าเราผิดเงื่อนไขหรือเปล่า

ทนายวิฑูรย์ : เขาอ้างว่าเราไปมีคนอื่น หนีจากเขา ซึ่งในวันที่ครอบครัวไปคุยที่ร้าน เขามองว่าเราหนีจากลูกชายเขา ไม่ตอบเฟซบุ๊ก ติดต่อไม่ได้ แต่มีหลักฐานว่าคุยกันติดต่อกันตลอด

แม่ : วันที่เขามา เป็นวันอาทิตย์ แม่อยู่คนเดียวค่ะ แม่เขาโทรเข้ามาว่าแม่อยู่มั้ย เลยบอกว่าอยู่ค่ะ กำลังจะเข้าไปหา อีก 10 นาทีถึง ทางนี้ก็ตกใจ ว่าเข้ามาทำไม เราไม่ได้เตรียมกับข้าวไว้ต้อนรับ คิดว่าจะคุยกันเรื่องลูกจะไปออกสนามนะ เขาทะเลาะกันมั้ย จะมาคุยเรื่องอยากให้เข้าใจกัน เขาเข้ามาจอดรถ เราก็บอกว่าทำไมมาปุ๊บปั๊บ คุยกันไปคุยกันมา ญาติเขามากันหลายคน สองปิ๊กอัพ แม่อยู่คนเดียว พูดตรงๆ คือตกใจค่ะ

ชมพู่ : วันนั้นเขาไปที่บ้าน หนูไม่ได้อยู่ที่บ้านด้วย หนูอยู่กรุงเทพฯ หนูไม่รู้ด้วยซ้ำ

แม่ : ชมพู่เริ่มทำงานได้ 12 วันที่รพ.ค่ะ

ชมพู่ : จนเขากลับ แม่ค่อยมาบอกหนู ขอแก้ตรงที่เขาบอกว่าหนูหนี หนูหนีอะไรคะ หนูก็มาทำงานหาเงิน เพราะไม่มีเงินจะใช้แล้ว หนูผิดอะไร

ทนายแก้ว : เขาบอกว่าเขามากรุงเทพฯ วันที่ 26 หนูมาวันที่ 27 เขาพยายามติดต่อหนู จะเข้าไปพบ แต่หนูปฏิเสธการเจอกับเขา

ชมพู่ : ถูกค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ระหองระแหงกัน หนูพอทราบนิสัยของเขา ว่าเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน ต้องการอะไรก็ต้องเอาให้ได้ดั่งใจค่ะ หนูเลยไม่เปิดเผยว่าหนูอยู่ที่ไหน

ทนายแก้ว : จนเขากลับไปต่างจังหวัดเหรอครับ

ชมพู่ : ใช่ค่ะ จนเขากลับไปที่บ้านที่ร้อยเอ็ด

เอกภพ : ฟังดูยังยากอยู่เลย

แม่ : ที่เขาบอกว่าติดต่อแม่ก็ไม่ได้ใช่มั้ยคะ ยอมรับเลยว่าลูกสาวบอกว่าไม่ให้บอกที่อยู่ เพราะเขาชอบเป็นคนมีความรุนแรง ซึ่งไม่รู้ข้างหน้าลูกจะคืนดีกัน ถ้าคืนดีกันเขาก็ต้องบอกว่าอยู่ตรงไหนใช่มั้ยคะ แต่ถ้าเขาไม่คืนดีกัน กลัวเขาคุกคาม ทำร้าย เพราะเขาชอบมีความรุนแรง

เอกภพ : เขาเคยทำร้ายหนูมั้ยตอนอยู่ด้วยกัน

ชมพู่ : ไม่ค่ะ

เอกภพ : ในเมื่อเขาไม่เคยทำร้าย แล้วหนูจะกลัวอะไร

ชมพู่ : เคยมีเหตุการณ์ที่เชาเคยไปดูคอนเสิร์ตด้วยกัน เขามีเรื่องชกต่อยกัน และมีเหตุการณ์นึง ตอนอยู่ที่บ้านลูกพี่ลูกน้อง มีงานแต่ง เขาจะไปมีเรื่องชกต่อยกับคนที่เป็นญาติกัน

เอกภพ : กับหนูเขาเคยทำร้ายมั้ย

ชมพู่ : ไม่เคยค่ะ

เอกภพ : แล้วไปกลัวความรุนแรงเรื่องอะไร

ทนายแก้ว : การที่เขาทวงค่าสินสอด ผ่านกระบวนการผิดสัญญาหมั้นมาแล้ว ถ้าผมฟังนะ ต้องถามกลับไปว่าหนูเคยขอไปจดทะเบียน แต่งงานกับเขามั้ย

ชมพู่ : ไม่เคยค่ะ

ทนายแก้ว : แล้วพร้อมจดทะเบียนกับเขามั้ย

ชมพู่ : พร้อมค่ะ

ทนายวิฑูรย์ : เราเองไม่ได้อยากเลิก

เอกภพ : ไม่อยากเลิกยังไง ผมนึกไม่ออก สมมติแฟนผมอยู่ๆ หายไปจากบ้าน ผมติดต่อเขาไม่ได้ ถามคุณแม่คุณแม่ก็บอกว่าไม่รู้ มาตามหาที่กรุงเทพฯ ก็ติดต่อไม่ได้ ตามแล้วตามอีกก็ติดต่อไม่ได้ พอกลับไปที่โน่น อยู่ๆ คุณลบรูปงานแต่ง งานหมั้น ลบทำไม

ชมพู่ : ขอแย้งตรงที่บอกว่าติดต่อไม่ได้ ติดต่อไม่ได้ตอนไหน ในเมื่อหนูคุยกับเขาตลอด ในแชตก็คุยกับเขาตลอด ทำอะไรก็บอกตลอด

เอกภพ : คนเป็นแฟนกัน แค่คุยแชตกัน แต่ผมเดินทางมาหาคุณที่กรุงเทพฯ คุณไม่ให้ผมเจอเนี่ย

ชมพู่ : ไม่ให้เจอ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่หนูสัมภาษณ์งานที่รพ.

เอกภพ : คุณสัมภาษณ์ทั้งวันทั้งคืนมั้ย

ชมพู่ : หนูก็เตรียมของเก็บของค่ะ

เอกภพ : มันฟังยาก จริงๆ คนเป็นแฟนกัน มาหาที่กรุงเทพฯ บอกเราจะทำงานที่นี่นะ เธอแวะมาหาเราได้ แต่การที่คุณปฏิเสธการเจอผมเลย ลบรูปงานแต่งในไอจีออก ผมมีสิทธิ์คิดว่าคุณมีคนอื่น

ชมพู่ : หนูลบหลังจากเขามาหาที่บ้านค่ะ

เอกภพ : ด้วยเหตุผลอะไร

ชมพู่ : ทำไมต้องไปถึงที่บ้าน พาครอบครัวไปบอกว่าจบกัน เลิก ขอเงินหมั้นคืน

เอกภพ : เพราะเขาตามหาคุณไม่ได้ไงครับ

ชมพู่ : ตามได้ค่ะ

เอกภพ : ตามยังไง เมื่อกี้คุณแม่ก็บอกว่าลูกสั่งไม่ให้บอกว่าอยู่ที่ไหน

แม่ : ก็ใช่ไง มันเป็นแค่เวลาที่ลูกสมัครงาน พอสมัครงานเช้าปุ๊บเขาบอกว่ารับ เขาก็ตรวจร่างกาย เสร็จประมาณบ่ายสาม เขาก็หาที่พักค่ะ เพราะไม่งั้นจะไม่มีที่นอน เพราะเราไปส่งกันทั้งพ่อแม่ และน้องสาวอีกคนค่ะ

เอกภพ : แสดงว่าคุณแม่ก็รู้เขาทำงานที่ไหน ทั้งหมดที่พูดอยู่ใน 1 วัน แล้วเวฟมาตามหาเรากี่วัน

ชมพู่ : ก็แค่วันเดียว

เอกภพ : ทำไมไม่บอกเขาล่ะว่าอยู่ที่นี่ พอไม่อธิบายแล้วไปลบรูป เขามีสิทธิ์คิดไง

ชมพู่ : ลบรูปหนูลบหลังเขามาที่บ้านค่ะ

เอกภพ : เขาก็ต้องไปหาที่บ้านสิ เขาตามหาคุณที่กรุงเทพฯ ไม่เจอ

แม่ : เขาไม่ได้มาตามหานะคะเขามาพูดว่าไม่ได้แล้ว ลูกสองคนนี้อยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว เอาของหมั้นคืนมา ดีนะ ถ้า 4 แสน เขาจะบวกเป็น 8 แสน ถ้าไม่ได้เขาจะฟ้องเอา มันมีภาพและมีคลิปค่ะ

ทนายวิฑูรย์ : มันเลยเป็นเหตุผลว่าลบรูปทำไม

แม่ : แม่ตกใจมาก เพราะไม่ถึงขั้นมาเอาเงินคืนเลยนะคะ ลูกยังไม่ได้เลิกกันนะคะ เขาไปทำงาน แม่ไปส่งทั้งครอบครัว เวฟยังไม่ตอบเลยเรื่องที่เขาไปทำใบขับขี่ทบ. เขาไปส่วนคนเดียว หรือไปในส่วนทหาร

ชมพู่ : เรื่องวันเขาเดินทางมา หนูเข้าใจ เขาเคยพูดเปรยๆ ว่าเขาจะเดินทางมาวันที่ 27 แต่ในความเป็นจริง เขาเดินทางมาวันที่ 26 เขาไม่ได้บอกหนูด้วย ว่ามาวันที่ 26 พูดง่ายๆ วันนั้นหนูมีอารมณ์น้อยใจอยู่ว่า ขนาดคุณมา คุณยังไม่บอกเลย จนถึงครึ่งทางแล้ว หนูทักไปถามถึงค่อยบอกว่ามาถึงครึ่งทางแล้วนะ หนูก็น้อยใจว่าพออยู่ที่บ้าน ชวนกินข้าวให้มาหา ไม่เคยมา แต่พออยู่กรุงเทพฯ จะคะยั้นคะยอมาให้ได้

ถ้างั้นเรื่องนี้ไปว่ากันที่ศาล เป็นสิทธิ์ของคุณเลย แต่ทางโน้นเขาจะฟ้องแน่?
เอกภพ : ทนายโปเต้เก็บไว้ก่อน ให้ว่าความตัวมันเองก่อน ส่วนทนายเวฟ เดี๋ยวผมให้ทนายเพจสายไหมต้องรอดว่าความให้

แม่ : ขอพูดอีกครั้งนะคะ เรื่องเงินหมั้นลูก ถ้าเขาบอกหมั้น 4 แสน ด้วยความเป็นแม่ ค่าน้ำนมลูก ค่าสินสอด ค่าหมั้น ค่าจัดงาน และค่าความเป็นลูกของแม่ที่เสียหายไปล่ะคะ

ค่าความสาว?
แม่ : ก็เราเป็นลูกผู้หญิงใช่มั้ย เสียหาย เพราะงานหมั้นมันเกิดแล้ว แต่งานแต่งยังไม่เกิด ที่เขาบอกว่าผิดสัญญาหมั้นคือตรงไหน

ทนายแก้ว : เขามองตรงที่ว่าฝ่ายหญิงปฏิเสธแต่งงานกับเขา

ชมพู่ : หนูปฏิเสธตอนไหน ไม่ได้ปฏิเสธเลย

ทนายแก้ว : เขากล่าวอ้างแบบนั้น

คุณก็ต้องไปพิสูจน์กัน เพราะทางโน้นบอกว่าไม่เคยปฏิเสธในการแต่งงาน?
ชมพู่ : คนที่อยากจะเลิกก่อนคือเขาเอง เพราะเขาพาครอบครัวมาที่บ้านเพื่อมาบอกเลิก

ทนายแก้ว : อยู่ดีๆ เขาจะมาเลิกกับหนูทำไม

คุยกับโปเต้ก่อน บอกเลยนะ วันนี้ทางนี้เขาแจ้งเจตจำนงเมื่อกี้เลย เขาจะแจ้งความคุณ?
ชมพู่ : แจ้งแน่นอนค่ะ เขาโทรหาแม่ แล้วเอารูปหนูไปโพสต์ประจานในกลุ่มแชตไลน์เกี่ยวกับพยาบาลค่ะ เอาหน้าหนู เฟซหนู จนทัวร์มาลงหนูก่อนมาออกโหนกระแสอีก แล้วที่กล่าวหาว่ามีชู้สองคน เรื่องที่ว่าหนูไปโรงแรม ไปจับภาพดาวเทียม อีกเรื่องนึงค่ะ

ทนายแก้ว : ถ้าไม่จริงนะ หมิ่นประมาท รีดเอาทรัพย์กรณีเขาจะเรียกเงิน 6.5 แสนกับคุณ รวมทั้งเอาภาพเข้าสู่ระบบ คือพรบ.คอมพ์ฯ เอาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ความผิดเพียบ ก็แล้วแต่ ก็ไปว่ากัน ทนายคุณมีอยู่

โปเต้ต้องพูดความจริงทั้งหมด อะไรผิดก็ต้องยอมรับผิด อันไหนไม่ใช่ก็ไม่ใช่ มันมีเหตุบรรเทา คุณเองก็น่าจะรู้ข้อกฎหมายมาเหมือนกัน?
โปเต้ : นิดหน่อยครับ

คุณเคยโดนตร.จับที่เชียงใหม่จริงมั้ย?
โปเต้ : ไม่ครับ

เอกภพ : เคยโดนจับข้อหาอะไรบ้างมั้ย

โปเต้ : ไม่เคยครับ

เอกภพ : เก่งว่ะ

ตร.เชียงใหม่ว่าคุณไปด่าเขาด้วยนะ?
โปเต้ : ตอนไหนครับ ไม่เคยนะครับ

ทนายแก้ว : เคยติดคุกมาก่อน

โปเต้ : ไม่นะครับ สารเสพติดผมเป็นคนแจ้งเพื่อนครับ เพราะวันนั้นผมเป็นคนที่โดนกักขัง ผมโทรแจ้งตร.ว่าผมโดนกักขังอยู่ตรงนี้ ผมแจ้งทางโรงแรมไปแล้วเลยไปได้ไปที่สน. คนอื่นมีสารเสพติดหมด แต่ผมไม่มี

เคยโดนข้อหายักยอกที่สภ.เชียงดาวมั้ย?
โปเต้ : ยังนะครับ แต่เหมือนมีคนโอนเงินมาผิดบัญชี ผมมีการไปลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนครับ

คุณโดนออกหมายจับด้วย?
โปเต้ : ไม่แน่ใจครับ แต่มีหมายเรียกมาที่บ้าน เป็นเรื่องโอนเงินผิดมา 1 หมื่น ผมก็ไปลงบันทึกประจำวันไว้ ผมกลัวเป็นเรื่องของบัญชีม้าครับ

คุณโดนข้อหาร่วมกันผลิตนำเข้าส่งออกจำหน่ายครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 1 ที่พหลโยธินด้วย?
โปเต้ : ไม่ใช่ครับ เป็นเรื่องที่กักขังหน่วงเหนี่ยวผมก่อนด้วยครับเรื่องนี้

แต่มีเหตุนี้มั้ย?
โปเต้ : มีครับ

เหตุที่เชียงดาวก็มีนะ?
โปเต้ : ครับ

ตกลงเรียกโปเต้ ไม่เรียกกิจนะ ทำไมวันนั้นให้เรียกกิจ เพราะอะไร ปิดบังตัวเอง?
โปเต้ : ใช่ครับเพราะคิดว่ายังไงกระแสตอบรับน่าจะไม่โอเคมากครับ

ตอนแรกคุณจะไม่ขึ้นรายการเพราะอะไร?
โปเต้ : เพราะรู้อยู่แล้วว่าหลังจากนี้จะเป็นยังไง

หมายความว่าไง คุณคิดว่าคนจำคุณได้แน่ๆ?
โปเต้ : ใช่ครับ ผมเลยบอกว่าไม่ขึ้นในตอนแรกครับ

แสดงว่าคุณก็รู้ว่าคุณไปทำเรื่องทำราวไว้เยอะ?
โปเต้ : ครับ ยอมรับในบางเรื่องว่าทำจริง บางเรื่องยังไม่รู้เลยครับ

คุณยอมรับว่าคุณทำอะไร?
โปเต้ : ขอนึกสักครู่ครับ

เยอะมากเหรอ?
โปเต้ : ไม่ใช่ครับ จำไม่ได้ด้วย

เอาตั้งแต่ปี 2017 คุณไปเดบิวต์เป็นดาวจ๊อกจ๊อก โทรข่มขู่เพื่อนสาวรายนึงอ้างจะทำร้าย ด่าทอไปยันพ่อแม่ของเขา อ้างค่าตัว 2.5 หมื่น จริงมั้ย?
โปเต้ : ค่าตัว 2.5 หมื่น ผมไลฟ์สด แล้วมีคนแซวมาครับ ก็เลยตอบไปอย่างนั้นครับ

รางวัลที่ได้รับมา มีรางวัลอะไรบ้าง?
โปเต้ : บอย แอนด์ เกิร์ลไม่ใช่ของผมครับ แต่ผู้จัดการเชิญไปงานดาราเดลี่อวอร์ดครั้งที่ 8 จริงครับ ผมไปกับผู้จัดการ เสร็จหน้างานก็แยกย้ายกันครับ

เขาบอกคุณเองหลอกเงินลุงแถวบ้าน 1,300 บาท ให้ลุงโอนเงินเป็นค่าอินเตอร์เน็ต หลังจากนั้นบอกจะตามให้ สุดท้ายคุณเอาเงินเขาไปเลย พันสาม จริงมั้ย?
โปเต้ : อันนี้ต้องชี้แจงก่อนครับ เรื่องอินเตอร์เน็ตที่คุณลุงติดตั้ง ตอนนั้นผมเป็นเซลล์ขายเน็ต คุณลุงติดตั้งอินเตอร์เน็ตจริง มีค่าในการติดตั้ง ซึ่งคุณลุงกับดีลเลอร์คุยกันเองครับ คุณลุงไม่ได้จ่ายเงินผมคุณลุงจ่ายเงินดีลเลอร์ครับ แต่ตอนผมขายให้คุณลุง ผมแจ้งคุณลุงไปว่าน่าจะฟรีค่าติดตั้งนะครับ แต่ในจุดที่คุณลุงอยู่ ตัวบล็อกอินเตอร์เน็ตไม่ได้อยู่

คุณเอาเงินไปจ่ายเขาหรือยังพันสาม?
โปเต้ : คุณลุงไม่ได้จ่ายกับผมครับ เขาจ่ายกับดีลเลอร์

เขาจ่ายกับคุณ ผมคุยแล้ว?
โปเต้ : วันนั้นผมอยู่หน้างานด้วยครับ ผมคุยให้ เขาจ่ายกับผมก็จริง แต่ผมจ่ายให้ดีลเลอร์อีกต่อนึงครับ

คุณจะมาอ้างไม่ได้หรอก เพราะเงินเขาส่งให้คุณ เขาให้คุณ ส่วนคุณให้คนอื่นเรื่องของคุณ แต่เขาให้คุณ คุณต้องเอาเงินไปรับผิดชอบคืนเขา คุณคืนเขาหรือยัง?
โปเต้ : ณ ตอนนั้นยังครับ

ตอนนี้ก็ยัง?
โปเต้ : ครับ เพราะผมเอามาจ่ายเป็นค่าติดตั้งให้เขากับดีลเลอร์อีกทีครับ

คุณก็ไม่ต้องปฏิเสธทุกเรื่องก็ได้นะ อันไหนเป็นเรื่องจริง คุณต้องยอมรับบ้าง เพราะหลักฐานผมมีหมด ไม่งั้นพวกนี้ผมรื้อมาได้หมดเลยนะ ผมบอกคุณก่อนเข้ารายการเลยว่า คุณโชคร้ายที่มาออกรายการนี้ รู้เปล่า คุณโชคร้ายมาก ผมบอกเลย ไม่รู้อะไรก็แล้วแต่ วันนี้สิ่งที่คุณทำๆ ไว้ มันไหลมาแล้ว ฉะนั้นที่ผมบอกคุณได้ มันมีเหตุบรรเทา แต่ถ้าคุณจะเหลี่ยมทุกเรื่อง มันไม่ใช่นะ อันไหนคุณรู้สึกว่าทำก็ทำ สำหรับชีวิตคุณตอนนี้ คุณจำคำพูดผมไว้คำนึงนะ ไม่มีอะไรเลวร้ายกว่าสิ่งที่คุณคิดแล้ว เพราะบางเรื่องมันมีหลักฐาน ผมทำการบ้านเรื่องคุณมาเป็นอย่างดี ผมบอกเลย ทำการบ้านเรื่องคุณมาอย่างดีมากๆ เพราะได้ยินมาว่าคุณเหลี่ยมเยอะ คุณเก่ง คุณคล่อง ไม่มีใครเอาคุณลง แต่ใช้กับผมไม่ได้ หลักฐานคุณอยู่กับผมมีเยอะในหลายๆ เรื่อง อันไหนที่คุณคิดว่าพูดข้อเท็จจริงได้คุณพูด มันมีเหตุบรรเทา คุณอยากถามอะไรคุณถามเลย?
ชมพู่ : สร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาทำไม แล้วไปโพสต์ประจานหนูทำไม

โปเต้ : ที่โพสต์ผมถามเวฟ่ก่อนว่าให้ทำมั้ย

ชมพู่ : สรุปเวฟให้ทำใช่มั้ย

โปเต้ : เวฟบอกว่าพี่ลองดูก็ได้ เผื่อเขาจะติดต่อกลับมาบ้าง แล้วผมก็เลยบอกว่าผมขอเบอร์แม่หน่อยได้มั้ย เดี๋ยวผมลองติดต่อให้ก่อน ผมก็โทรไปหาคุณแม่ วันนั้นเวฟก็ฟังอยู่ด้วยครับ

ทนายวิฑูรย์ : คุณจะบอกว่าเวฟยินยอมทุกเรื่อง

โปเต้ : ใช่ครับ

ชมพู่ : เขาจ้างคุณมาเหรอคะ

โปเต้ : ไม่ได้จ้างครับ ผมยอมรับว่าผมฟังความข้างเดียวก่อน ผมไม่ได้ฟังจากชมพู่ เพราะเราไม่รู้จักกัน

ชมพู่ : วันที่คุณโทรมา คุณก็ไม่ได้ฟังความข้างนี้เหมือนกันนะคะ ที่คุณบอกว่ามีคนสืบหนูและตามติดตัวหนูอยู่ตลอดเวลา จริงมั้ย ที่ทำให้หนูหวาดระแวง

โปเต้ : มันไม่ใช่เรื่องจริงครับ

ชมพู่ : แล้วพูดทำไมคะ

โปเต้ : อันนี้ต้องขอโทษด้วยครับ แต่เรื่องโทรหาแม่ โทรจริงครับ

แม่ : โทรจริง แม่มีคลิปด้วย โทรกี่ครั้ง

โปเต้ : ผมโทรสายแรก แม่รับใช่มั้ยครับ

แม่ : แม่รับอยู่แล้วเพราะแม่เป็นร้านค้า ใครโทรมาแม่ก็รับหมด แต่โทรรอบสอง ที่โทร 4-5 ครั้งตอนกลางคืน แม่รู้แล้วไง แต่แม่จะรับทำไม แม่คุยกับน้องก็ไม่จบอยู่แล้ว จากนั้นทำไมไม่ติดต่อหาแม่เองล่ะ ในเมื่อเบอร์ที่เขาส่งให้ เขาก็ต้องโทรหาแม่ได้สิ จริงๆ แม่ไม่รู้จักเบอร์โทรเวฟนะ ที่เวฟบอกว่าโทรหาแม่ ในวันที่แม่ส่งชมพู่ทำงาน ชาวบ้านบอกแม่พาลูกสาวหนี รู้มั้ย

โปเต้ : อันนี้ผมไม่ทราบ

ชมพู่ : แต่คุณคุยกับแม่นะคะ

แม่ : บล็อกโทรศัพท์เวฟ ติดต่อเวฟไม่ได้ ก็ติดต่อไม่ได้จริงๆ แม่ไม่ใช่คนที่ใช้อินเตอร์เน็ต ถ้าออกข้างนอก ไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ เขาโทรแชตไป แล้วอยู่ในร้านแม่ติดไวไฟบ้าน ตอนเช้าชมพู่มาสัมภาษณ์ เขาได้งานเราก็ดีใจ จะได้แบ่งเบาภาระกันได้ อะไรพาครอบครัวมาบอกว่าคืนค่าสินสอดมา แม่ตกใจ แม่ร้องไห้ แม่ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ถึงต้องมานั่งในรายการนี้ ลูกพูดยังไงก่อนจบคลิป ติดต่อพี่หนุ่มกับสายไหมต้องรอดแล้ว สิ้นเดือนนี้แม่เจอกัน แม่นอนไม่หลับทั้งวันเลย แม่ทุกข์ทรมานใจแค่ไหนคิดดู (ร้องไห้) แล้วมาหาว่าลูกแม่คบซ้อนอะไรอีก แม่เอาที่นาไปจำ เพื่อให้ลูกมาทำนาด้วยกัน ทำสัญญาตั้ง 5 ปี แม่เอาเงินแสนนึงที่ได้จากการหมั้นนี่แหละ ไปทำนา แล้วเคยสนใจแม่มั้ย (ร้องไห้) ทุกอย่างเกิดขึ้นจากแม่ใช่มั้ย แล้วทำไมไม่คบกันต่อ มาหาว่าลูกแม่มีชู้ (ร้องไห้) ลูกเพิ่งทำงานได้ 12 วัน จะมาทำไม ทำไมไม่ให้ทำมาหากินอยู่บ้านดีๆ ใครจะรับผิดชอบ ลูกแม่ล่ะ ลูกแม่เป็นผู้หญิงจะมาอะไร 4 แสนๆ ไม่เคยคิดเหรอ บอกครึ่งๆ ช่วยสักบาทมั้ย (ร้องไห้)

เรื่อง 4 แสน ต้องไปคุยกับเวฟ แต่ถ้าจะถามเขา แม่คงต้องถามว่าตกลงที่โทรเรียก 6.5 แสนเป็นค่าอะไร ถามให้มันเข้าเป้า?
โปเต้ : วันนั้นผมรับสารจากเวฟมาจริงครับ ผมบอกมีเบอร์แม่มั้ย ผมคุยกับเวฟ เวฟบอกติดต่อฝั่งแม่กับชมพู่ แล้วไม่รับสายเลย เขาก็ส่งเบอร์แม่มา

แม่ : วันไหน กี่วัน ไม่เคยโทรมาหาแม่เลย

โปเต้ : อันนี้ผมไม่ทราบครับ ผมโทรหาคุณแม่สายที่หนึ่ง คุณแม่ไม่รับสาย ผมโทรสายที่สอง คุณแม่รับสาย

แม่ : แม่ถามว่าไง เวฟอยู่ด้วยใช่มั้ย บอกแม่ว่าไม่ได้อยู่

โปเต้ : ไม่ได้นั่งอยู่ด้วยกันครับ แต่อีกเครื่องนึงผมคุยกับเวฟ อีกเครื่องคุยกับแม่

ทนายแก้ว : ทำไมต้องเรียกเกินสิ่งที่เวฟต้องการ เขาต้องการ 4 แสนไม่ใช่เหรอครับ

โปเต้ : ตอนแรกเวฟแจ้งว่ามีในส่วนเงินยืมด้วยครับ ถ้ารวมเบ็ดเสร็จคือ 1.5 แสน แต่ถ้าตามสเตทเมนต์ก็ 1.39 แสน ผมเลยถามคุณแม่ว่าส่วนตรงนี้เป็นยังไงได้บ้าง คุณแม่จัดงานเท่าไหร่ ผมก็ถามเวฟว่าถ้าส่งแมสเสสหาชมพู่ในลักษณะนี้ เวฟเห็นด้วยหรือเปล่า เวฟว่าไง น้องก็ตอบกลับมาว่าโอเค ผมก็ส่งแมสเสจหาชมพู่ครับ

เปิดแชต?
ชมพู่ : ไม่มีข้อความนี้เด้งมาหาเลยค่ะ

โปเต้ : ผมส่งไปเบอร์คุณชมพู่ครับ

ชมพู่ : ไม่มีค่ะ

โปเต้ : ผมส่งให้เวฟดู ตอนแรกน้องบอกโทรไปเบอร์น้องชมพู่ก่อน แล้วตัดสายทิ้งไปแล้ว ผมเลยโทรไปก่อนครับ แต่ไม่รับสาย

ดูเวลา คนส่งเขาย้อนหลังเหรอ คุณคุยกับเขา 19.28 น. แต่คุณเอา 19.37 น. ส่งให้เขา?
โปเต้ : เพราะผมคุยกับเวฟอยู่ด้วยครับ

ทนาย : เมื่อกี้คุณบอกว่าคุณส่งให้เขาดูก่อน ค่อยส่งหาชมพู่

โปเต้ : ระหว่างที่พิมพ์ ผมได้อ่านให้เวฟดูก่อนครับ ในสาย พอผมส่งไปปุ๊บก็แคปให้ดูครับ

แต่ตอนคุณคุยกับเวฟ 19.28 น.?
โปเต้ : ระหว่างพิมพ์ ผมก็อ่านให้เวฟฟังไปด้วย พอส่งเสร็จก็แคปให้เวฟดู น้องมีการตรวจทาน แล้วบอกว่าผมพิมพ์ผิดตรงไหนบ้าง อีกเครื่องนึง ก็ส่งไป 19.37 น. ตอนแชตข้อความสีเขียว ผมคุยในไอโฟนอีกเครื่องนึง เพราะอีกเครื่องผมคุยสายกับเวฟอยู่ครับ เครื่องนึงใช้พิมพ์ข้อความบอกชมพู่ แล้วส่งมาอีกไลน์ของตัวเอง อีกเครื่องผมโทรคุยกับเวฟ ก็พิมพ์แล้วแคปส่งมาอีกไลน์ตัวเอง แล้วก็อปรูป แชร์รูปในไลน์ตัวเองแชร์ให้เวฟอีกทีครับ

ทนายวิฑูรย์ : ทำไมต้องเป็นคุณ

ชมพู่ : คุณเป็นอะไรกับเวฟคะ

โปเต้ : เป็นเพื่อนครับ รู้จักผ่านน้องอีกคนอีกที ประมาณ 3-4 เดือน

ชมพู่ : ทำไมหนูไม่รู้ว่าคุณมีตัวตนอยู่ 3-4 เดือน หนูยังอยู่กับเวฟ ทำไมไม่รู้ว่าเวฟมีเพื่อนแบบคุณ

โปเต้ : ผมก็ไม่ได้ทราบครับ

ชมพู่ : เวฟไม่เคยเล่าเลยค่ะ อยากรู้ว่าทำไม 3-4 เดือนไม่รู้เลยว่ามีเพื่อนคนนี้อยู่ ซึ่งหนูก็อยู่กับเขาตลอดเวลา ถ้าเขากลับมาบ้านก็อยู่ด้วยกันตลอด

ทนายแก้ว : ถ้าเวฟอนุญาตให้โปเต้คุย เขาก็มีสิทธิ์ที่จะพูด กรณีเขามาข่มขู่หรือใช้สิทธิ์เกินว่าที่เวฟอนุญาต ตรงนี้มีความผิด ถ้าเวฟอนุญาตแค่ 4-5 แสน แต่คุณไปบวกตัวเลข ทำให้อีกฝ่ายตกใจกลัว หรือพูดจาทำนองแบบนี้คุณก็มีความผิด

โปเต้ : ที่ผมรวมไป 6.5 แสน รวมสินสอดหมั้น เงินยืมแล้ว ขอเป็นเท่านี้คืนเวฟนะ แต่พอให้น้องดูสเตทเมนต์ น้องบอก 1.39 แสนครับ ซึ่งยอดหลักๆ เลยที่ผมทราบ คือยอดยืม 1.39 แสน ผมทราบตอนส่งข้อความหาน้องไปแล้ว

ชมพู่ : แต่ข้อความที่เขาส่งมาหาหนูไม่ใช่ข้อความนี้นะคะ หนูเคยถามเขาว่า เขาเป็นอะไร ทำไมต้องติดต่อมา เขาบอกเป็นทีมนักกฎหมาย แต่ตอนนี้มาบอกว่าเป็นเพื่อนของเวฟ

แม่ : พูดกับแม่ด้วยเหมือนกันค่ะ แล้วเขาก็รวยมากเลยนะคะ

โปเต้ : ผมบอกให้ทีมกฎหมายติดต่อเข้ามาครับ

ชมพู่ : ไม่ใช่ค่ะ มีหลักฐานที่เขาส่งมาหาหนู เขาบอกเขาเป็นทีมนักกฎหมาย

เมื่อกี้เหลือบดูคอมเมนต์ อยากให้แยกกันก่อนนะ ตอนนี้เหมือนคนไม่แยก คนเอามารวมเป็นเรื่องเดียวกัน สำหรับผม เอก แก้ว มองเหมือนกันว่าอยากให้คืนเงินค่าหมั้นเขาไปก่อน ส่วนคุณจะไปเรียกร้อง แจ้งความฟ้องร้องอะไรทางเวฟ ก็เป็นสิทธิ์ของคุณ เราคิดเห็นตรงกันว่าเงินค่าหมั้น เขาจ่ายให้คุณไป แต่ไม่ได้เกิดขั้น เงินหมั้นไม่ใช่สินสอดในวันแต่ง ต้องแยกให้ออกก่อนนะ บางคนบอกว่าเขาอยู่ด้วยกันแล้ว ไม่ต้องคืนเงินหมั้น ไม่ใช่นะ การอยู่ด้วยกันคือสินสอดในการแต่งงาน มีเงินสินสอดไปวาง เป็นเงินอีกก้อน แต่ของหมั้นเป็นอีกอย่างนึง?
ทนายแก้ว : ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาหมั้น ในข้อสาระสำคัญ ก็ต้องคืนอีกฝ่ายนึง

ที่แม่อาจพูดเมื่อกี้ แล้วทำให้คนเข้าใจว่า เขาลูกสาวไง ไปอยู่ด้วยกันแล้ว จะคืนทำไม ไม่เกี่ยวกัน นี่คือของหมั้น แต่พอเป็นเงินที่เป็นสินสอด คือจดทะเบียนสมรส อันนั้นคนละเรื่อง?
ทนายแก้ว : อันนั้นแม่ไม่ต้องคืน

อยากให้คนดูเข้าใจก่อน เดี๋ยวจะไม่เข้าใจ บางคนบอกคืนทำไม ไม่ต้องคืน แต่สำหรับผมมองว่านี่คือเงินหมั้น แต่ถ้าสินสอดก็อีกอันนึง ต้องแยกกัน ส่วนเรื่องใครบอกเลิกใครก่อน?
ทนายแก้ว : ก็ต้องไปพิสูจน์กัน เพราะตอนนี้พูดไม่เหมือนกัน คุณพูดว่าเขาเปลี่ยนไป เขาไม่อยากแต่งกับคุณ แต่เขาบอกว่าอยากแต่งกับคุณ เขาตามหาคุณที่กรุงเทพฯ คุณไม่ยอมเจอเขา คุณไปลบโน่นลบนี่ก็ไปว่ากันในกระบวนการ ที่ให้แยก คือระหว่างคืนไม่คืนก่อน

คืนไม่คืนไปว่ากัน แต่พวกเรามองว่าควรคืน แต่ถ้าคุณไม่คืนคุณก็ไปฟ้องร้องกัน?
แม่ : ใช่ค่ะขอไปฟ้องร้องกัน

ทนาย : ตอนนี้เขาตั้งธงที่จะฟ้องอยู่แล้ว

เอกภพ : ถ้าคุณแม่คืนเขา เขาก็ไม่ไปฟ้อง ตอนนี้แม่เหลือเงินหมั้นเท่าไหร่

แม่ : ไม่เหลือค่ะ หมดแล้วค่ะ ก็คุยกันแล้วว่าถ้าเงินหมั้นมา มีบางส่วนที่แม่ต้องเอาไปใช้หนี้ ปิดรถไฟแนนซ์ ไฟแนนซ์รถเกี่ยว เป็นเงิน 2.7 แสนค่ะ แล้วแม่ไม่มีบ้านอยู่นะคะ แม่เลยรีโนเวตทำหลังคาบ้านเพื่อรองรับแขกที่มาในงานหมั้น จะจัดงานหมั้นที่ร้านตัวเองเลยค่ะ จ่ายค่าเช่าชุด ฉาก ถ้วยชาม เต็นท์ อาหารเครื่องดื่ม แต่ไม่แจกซองนะคะ

เอกภพ : แม่ไม่สามารถคืนได้เพราะเงินมันไม่มีแล้ว ถูกมั้ยครับ

แม่ : ไม่มีแล้วค่ะ เป็นค่าใช้จ่ายไปหมดแล้วค่ะ เวฟก็รู้

เอกภพ : ตอนหมั้นเวฟก็ช่วยส่วนนึงใช่มั้ย

แม่ : ไม่ได้ช่วยค่ะ

ทางนี้รู้จักกับเวฟ 2 เดือนกว่า?
ชมพู่ : 4 เดือนค่ะ

เวฟบอก 2 เดือนกว่า คุณไปบอกเกมเป็นร้อยโท เป็นแพทย์อยู่ในวังใช่มั้ย?
โปเต้ : ไม่ใช่ครับ ไม่ได้พูดครับ

ทนายแก้ว : คุณรู้จักเกมจากการติ๊กต๊อกใช่มั้ย

โปเต้ : ใช่ครับ น้องเขาไลฟ์ติ๊กต๊อกก่อนครับ พอไลฟ์แล้วผมก็ไปโยนของขวัญให้ น้องฟอลโลว์ไอจีมาก่อน ตอนแรกคุยในติ๊กต๊อกปกติครับ มีการแซวกันเกิดขึ้น ผมบอกว่างั้นเดี๋ยวพี่เลี้ยงน้ำ น้องก็ฟอลฯ ไอจีมา ผมก็โอนค่าน้ำให้น้องไปครับ

ทนายแก้ว : เขาขอเงินคุณเหรอ

โปเต้ : ใช่ครับ มีภาพอยู่ครับ ที่ผมสั่งเคเอฟซีกับสลิปโอนเงิน บางวันก็โอนให้ 100 บางวันก็ 200 บางวันก็ 300 ครับ

“เกม” อยู่ในสาย ตกลงเขาบอกว่าเกมขอเงินเขา?
เกม : ตอนแรกเขาถามว่าหิวมั้ย กินอะไรมั้ย แกก็ให้เงินมาครับ 100 นึงครับ

ที่เขาเป็นร้อยโท เป็นแพทย์หลวง เขายืนยัน?
เกม : จริงครับ เขาบอกเป็นผู้หมวดอยู่ในวัง ตอนนั้นพิมพ์แชตครับ เขาพิมพ์มาบอกผม

เอกภพ : อ้าว เขาก็มีหลักฐานพิมพ์นะ

โปเต้ : ผมก็มีหลักฐานครับ ผมไม่เคยพูด ผมมีแค่ไอจีเดียวคับ

เกม : พี่พูดความจริงเถอะ พี่บอกว่าจบแพทย์อะไรมา มีเวรเข้าวังอยู่ พี่พูดเลย พี่กลัวอะไรเนี่ย

โปเต้ : ไม่เคยบอกเกมนะ พี่มั่นใจว่าพี่ไม่ได้พูด

เกม : ผมก็มั่นใจว่าพี่พูดเนี่ย

โปเต้ : ทำไมคุยกันในแชตกับคุยตอนนี้ไม่เหมือนกันล่ะเกม

เกม : โอ้โห ผมไม่ได้คุยกับพี่เป็นเดือนแล้ว ตั้งแต่พี่โทรมาวุ่นวายกับชีวิตผมเนี่ย แล้วพี่มาวุ่นวายอะไรกับชีวิตผม

โปเต้ : ก็ดูคนของเราทักมาด่าพี่ดิ

เกม : ไม่มีครับ มีแต่พี่ทักไปครับ เขามาถามผมอยู่เนี่ย พี่พูดเลย พี่กลัวอะไร

โปเต้ : พี่พูดอยู่แล้วเกม

ทนายแก้ว : ก็พูดไปสิว่าร้อยโทเกี่ยวอะไร

โปเต้ : ผมไม่ได้พูดครับ แต่ผมเจอคนที่เอาแอ็กเคานต์ผมไปใช้ เป็นติ๊กต๊อกครับ

เขาปลอม?
เกม : ไม่มีหรอก พี่เขียนไว้ในติ๊กต๊อกว่าร้อยโทอะไร

โปเต้ : ติ๊กต๊อกไหน

เกม : รูปพี่นี่แหละ พี่เขียนหน้าติ๊กต๊อกพี่ว่าร้อยโท

ตอนคุย เกมคุยในติ๊กต๊อกนี้มั้ย?
เกม : เขาบอกเป็นติ๊กต๊อกที่เขาสมัครใหม่ครับ

โปเต้ : ใช่ครับ หลังไอจีโดนแฮกครับ

แล้วนั่นรูปคุณเปล่ารูปในวัง?
โปเต้ : ผมโดนอีกแอ็กเคานต์นึงตัดต่อ

รูปนี้เกมเคยเห็นมั้ย?
เกม : เคยครับ อยู่ในติ๊กต๊อกเขาและไอจีครับ

ทนายแก้ว : ได้ถามเขามั้ยเป็นหมอหลวงเลยเหรอ

เกม : ไม่ครับ แค่เขาบอกเป็นร้อยโท เรียกแกว่าผู้หมวดก็ไม่ได้ใส่ใจเลยครับ เรียกตามยศครับ

เอกภพ : แล้วไปบอกเป็นร้อยโทจริงมั้ย บอกเป็นร้อยโทเพราะอะไร

โปเต้ : ตอนแรกเหมือนผมเล่นติ๊กต๊อก แล้วพอติ๊กต๊อกโดนแฮก ผมก็สร้างแอ็กเคานต์ใหม่ ผมมีการทักน้องไปจริงๆ ว่าผมใช้ติ๊กต๊อกใหม่นะ

เอกภพ : แต่เกมบอกว่ารูปนี้อยู่ในไอจีคุณด้วยนะ

โปเต้ : อันนี้ผมแคปมาลงในไอจีจริงๆ ครับ ผมลง 3 รูปติด เป็นโพสต์ที่ 4 ที่ผมลงในสตอรี่ ผมบอกว่าผมโดนแบบนี้ๆ นะ

ทนายแก้ว : คุณได้แจ้งความมั้ย

โปเต้ : ไม่ได้แจ้งครับ

ทนายแก้ว : ทำไมล่ะ ในเมื่อเกี่ยวข้องกับการแต่งกายแบบนี้ คุณมีความผิดนะ ทำไมไม่แจ้งความ

โปเต้ : ตอนแรกผมจะแจ้ง แต่ผมหละหลวมตรงนี้เองครับ

มันจะไม่ใช่คำอ้างแบบนั้นน่ะสิ?
เอกภพ : คุณเอารูปนี้ไปลงในไอจีด้วยใช่มั้ย

โปเต้ : ใช่ครับ ผมเอามาแจ้งเตือน ผมมีการโพสต์ครับ

สวัสดีครับ ลบรูปให้ผมหน่อยได้มั้ย ทำไมไม่ขออนุญาตก่อน อันนี้ไม่ใช่ ถ้าคุณโดนตัดต่อ คุณต้องบอกว่าโดนตัดต่อ?
โปเต้ : ตอนแรกไม่ใช่รูปนี้ครับ เป็นอีกรูปนึงครับ

ทนายแก้ว : คุณพูดจนผมงง คุณอย่าไหล

เอกภพ : จะบอกว่าที่พิมพ์ไป พิมพ์ไปบอกคนปลอมงั้นเหรอ

โปเต้ : ใช่ครับ

เอกภพ : แต่มันเหมือนไม่รู้จะออกทางไหน เลยทำฟอร์มพิมพ์แก้เขินไปนะ

โปเต้ : จริงๆ มีอีกครับ ตอนแรกเขาเอารูปนึงไปใช้ก่อน โพสต์ในลักษณะเหมือนผมเป็นแฟนเขา ผมเลยบอกว่าให้ช่วยลบรูปผมออกได้มั้ย แล้วเขามีแชตมาหลังบ้าน สุดท้ายเขาบล็อกผมเลยครับ แต่ไม่แจ้งความ ตอนแรกบอกจะไป แล้วด้วยความสะเพร่าของผมก็ปล่อยไหลเลย

ทนายแก้ว : มีการบอกมั้ย ของปลอม ในไอจีของคุณ

โปเต้ : ผมลงแต่ในข้อความที่คอมเมนต์ไปเท่านั้นครับ

เอกภพ : รูปชุดขาวที่อยู่ในวัง ที่อยู่ในไอจี คุณก็ไม่ได้บอกว่ามันเฟก

โปเต้ : ไม่ได้คาดครับ ผมลงรูปแคปมาเรียงกัน 3 รูป

เอกภพ : ไม่ได้สิ ไม่งั้นคุณก็ได้ประโยชน์ในไอจีไปแล้ว เกมดูรูปนี้จากไอจีก็เข้าใจว่าเขาเป็นร้อยโทจริงๆ ใช่มั้ย

เกม : ถูกต้องครับ ถามว่าใช่พี่แกมั้ย แกบอกว่าใช่พี่แกเอง

โปเต้ : ตอนแรกน้องถามว่าใช่หน้าผมมั้ย ผมบอกว่าใช่ ผมแคปรูปมาจากติ๊กต๊อก รูปที่ 1 2 3 แล้วรูปที่ 4 ผมก็มาชี้แจงครับ

ทนายแก้ว : มันควรจะตอบในประเด็นว่าถูกตัดต่อ

เกม : ไม่มีเลยครับที่จะบอกว่าโดนตัดต่อ

โปเต้ : ไม่มีครับ เพราะน้องไม่ได้ถาม

เอกภพ : มีอะไรที่ผิดมั้ย ถามจากใจเลย ที่บอกว่าผมทำผิดไปแล้ว ขอโทษเรื่องที่ผ่านมา

โปเต้ : มีครับ เรื่องที่ผมไม่ได้ชี้แจงรูปเมื่อกี้ เพราะผมสะเพร่าตัวเองด้วย

ผิดที่ไม่ได้ไปแจ้งความ?
เอกภพ : แต่ไม่ได้ผิดที่ทำรูปนี้ขึ้นมา

โปเต้ : รูปเมื่อกี้ผมไม่ได้ทำครับ

ถ้าทำก็คุกไงตอนนี้ เลยต้องบอกว่าไม่ทำก่อน?
โปเต้ : ผมไม่ได้ทำจริงๆ ครับ

ทนายแก้ว : อะไรที่ยอมรับบ้าง เป็นนักศึกษาจุฬาฯ มั้ย

โปเต้ : ไม่ได้เป็นครับ

แล้วทำไมไปบอกว่าเป็นนักศึกษาจุฬาฯ?
โปเต้ : รูปนี้ผมใส่แล้วถ่ายรูปอยู่วัดหัวลำโพงจริงๆ ครับ วันนั้นเป็นงานประเพณีที่จุฬาฯ ครับ ผมไปซื้อมา แล้วขึ้นสแตนไปกับเพื่อน

คุณบรรยายไว้ว่าไง?
โปเต้ : แคปชั่นรูปนี้ผมจำไม่ได้แล้วครับ

เหรอ คุณบอกว่าคุณเป็นเด็กจุฬาฯ?
โปเต้ : ผมเหมือนเชียร์ทีมจุฬาฯ ครับ

คุณบอกคุณเป็นเด็กจุฬาฯ?
โปเต้ : ผมจำแคปชั่นรูปนี้ไม่ได้แล้วครับ

ทนายแก้ว : ทำไมเขียนว่าเป็นเด็กจุฬาฯ

โปเต้ : เอาจริงๆ นะครับ ผมเรียนมหาลัยนึง แล้วเคยลงสถานะจริงๆ แล้วว่าผมเรียนที่มหาลัยนี้ แล้วคนในโซเชียลก็ไปโจมตีที่เพจมหาลัย จนแม้กระทั่งผมโดนรีไทร์ออกจากมหาลัย ผมเลยเปลี่ยนมาเป็นที่นี่ เพื่อปกปิดตัวตนไม่ให้รู้ว่าเรียนที่ไหนล่าสุด

ปกปิดตัวตนว่าเรียนจุฬาฯ เกิดเป็นคนไทยสนุกจริงโว้ย?
ทนายแก้ว : แล้วคุณใช้สิทธิ์อะไรไปแอบอ้างเป็นนักศึกษาจุฬาฯ

โปเต้ : ไม่ครับ หลังผมใส่เสื้อตัวนี้ ผมก็ไม่ได้ใส่เสื้อนี้อีกเลย อันนี้ผมไปเชียร์ทีมจุฬาฯ ครับ

เอ็งศูนย์ พี่หนึ่ง เพราะพี่มีหลักฐาน?
โปเต้ : อันนี้ผมยอมรับ ใส่ถ่ายรูปแค่ครั้งเดียวครับ

ทนายแก้ว : แล้วคุณเรียนนิติศาสตร์ สาขาอัยการเหรอ

โปเต้ : อันนี้ไม่จริงครับ จริงๆ ผมมีปัญหากับบุคคลนึง ตั้งแต่ปี 65 66 เคยขึ้นศาล ผมเคยมายื่นเรื่องนี้กับพี่เอกแล้วรอบนึง ว่าผมเจอกรณีแบบนี้ๆ ผมคบกับแฟนเก่า แล้วมีเพื่อนของแฟนเก่ามาติดต่อ พอเขารู้ว่าผมทำงานที่รพ. เขาก็ติดต่อขอซื้อยาวิตามินฉีดผิวขาว

ถามจากใจเลยนะ คิดว่าพวกพี่สามคน และคนทางบ้านแดxหญ้าเหรอ โปเต้รู้มั้ยว่าโปเต้ดูถูกว่าพวกพี่เป็นควายมากเลยนะ?
โปเต้ : ไม่ได้มองพี่เป็นแบบนั้นครับ (หัวเราะ)

โปเต้ดูถูกคนดูมากนะ สิ่งที่โปเต้กำลังพูดอยู่เนี่ย มันคือการแถ มันคือเหลี่ยม ต่อให้เรื่องนี้ไปอยู่บนศาล พี่ก็เชื่อว่าผู้พิพากษาก็ไม่มองแบบนี้?
โปเต้ : ผมขอรูปประกอบครับ ผมจะอธิบายต่อ

ทนายแก้ว : สรุปคุณไม่ได้เป็นอัยการ ไม่ได้เป็นทนาย

โปเต้ : ไม่ครับ

ทนายแก้ว : คุณถูกแกล้งว่างั้นเถอะ

โปเต้ : ใช่ครับ ประเด็นแรกคือเพื่อนแฟนเก่าผม มีปัญหากันก่อนหน้านี้ เขามีการฝากผมซื้อวิตามิน ผมเอาไปให้เขา พอเอาไปให้เขา เขาแจ้งผมว่าขอเงินคืนได้มั้ย ผมบอกจะขอเงินคืนไม่ได้ ถ้าขอเงินคืน ผมขอสินค้าคืนด้วย เขาบอกเอาไปให้เพื่อนที่เป็นพยาบาลฉีดให้เขา ผมก็บอกว่าอ้าว งั้นผมก็ขาดทุนสิ

รูปนี้คืออะไร?
โปเต้ : วันไปขึ้นศาลครับ

คนซ้ายมือเป็นใคร?
โปเต้ : ถ่ายกับพี่ทนายครับ ศาลอาญาตลิ่งชัน

รูปนี้บอกอะไรเรา ต้องการบอกอะไร?
โปเต้ : ที่เขาบอกผมเป็นอัยการ ผมเคยมาที่สายไหมครั้งนึงครับ

รูปนี้บอกอะไร?
โปเต้ : ผมโพสต์เตือนเฉยๆ ครับ ว่าการใช้โซเชียล

เอ็งศูนย์แล้วนะ?
โปเต้ : (หัวเราะ) ที่เขาอ้างตัวว่าผมบอกว่าเป็นแพทย์ เป็นอัยการ

ฟังใหม่ ความหมายคือรูปนี้เอ็งต้องการสื่ออะไร?
โปเต้ : ผมออกมาจากศาล

ต้องการบอกว่าขึ้นศาลแล้วชนะ ถูกมั้ย?
โปเต้ : ครับ โพสต์ชี้แจงที่เจ้าตัวบอกผมครับ คำพิพากษามีอยู่ครับ

ทนายแก้ว : คุณฟ้องเขาตัดต่อรูปลง หรือฟ้องเขาผิดสัญญาไม่จ่ายเงินค่ายาคุณ

โปเต้ : เขาฝากผมซื้อ

ทนายแก้ว : หมายถึงที่คุณชนะ คุณชนะคดีอะไร

นี่กูจะกินหญ้าโชว์แล้วนะ ไอ้โปเต้ มึงคิดว่ากูเป็นควายจริงๆ เหรอเนี่ย?
โปเต้ : ไม่ครับ (หัวเราะ)

ทนายแก้ว : คุณชนะคดียา แล้วเกี่ยวอะไรกับที่บอกว่าเป็นอัยการ ทนาย

โปเต้ : ก็เขาไปโพสต์ด้วยครับ แต่ไม่ได้ฟ้อง ที่เขาบอกผมเป็นทนายโน่นนี่นั่น ผมฟ้องเป็นแพ่งและอาญา

เอกภพ : เรื่องไหนเอ็งตอบไม่ได้ เอ็งตอบโดนแฮกเลย เอาสดๆ ร้อนๆ เลยเรื่องบีเอ็ม ยังไง

โปเต้ : อันนี้ผมพร้อมตอบมาก ผมขออีกรูปที่ส่งให้วันนี้ครับ ที่ผมคุยกับเวฟ ผมคุยกับเวฟ แล้วน้องแชร์เป็นบีเอ็ม ปี 2014 ตอนนั้นผมคุยสายกับน้องอยู่ด้วย น้องแชร์มา น้องถามว่าทำไมถูกจัง ผมบอกว่าอย่าเล่น คืออย่าซื้อบีเอ็มคันนี้ ถ้าจะเล่นรถยุโรปให้เล่นปี 22 ขึ้นไป

เอกภพ : แล้วเอ็งจะขายต่อ 1 ล้านคันไหน

โปเต้ : ผมบอกถ้าจะเล่นให้เล่นบีเอสไอ น้องก็ตอบผมตามนี้ น้องบอกอยากได้รถ ช่วยหาให้หน่อยได้มั้ย ผมเลยหาให้น้อง มาเฟซบุ๊กมาร์เก็ตติ้ง และเพจบีเอ็มดับบลิวไทยแลนด์ น่าจะรูปคุณปิ๊ง ที่เขาประกาศขายครับ ผมก็ส่งให้น้อง

เมื่อวานเอ่ยชื่อไปแล้ว เอ็งก็ต้องรู้สิคุณปิ๊ง?
โปเต้ : พอน้องอยากได้ ก็เอารูปมาให้น้อง มีการโทรคุยกับน้อง น้องบอกว่าเดี๋ยวเก็บเงินก่อนก็ได้ครับ ไม่ได้บอกจะขายรถส่วนตัว น้องเขาให้ผมหาให้ ผมก็หาให้ตามนี้เลยครับ

เอกภพ : ที่เอ็งจะขายให้เขา ราคาเท่าไหร่

โปเต้ : อันนั้นแซวๆ น้อง บอก 1 ล้านครับ ตอนแรกอีกราคานึง แต่บอกน้อง 1 ล้าน

เอกภพ : ทำไมบอกแบบนั้นทั้งที่ไม่ใช่รถของเอ็ง เจ้าของก็ไม่ได้ขาย 1 ล้านด้วย

โปเต้ : ผมคุยสายกับน้องอยู่ครับ น้องบอกไม่ไหวหรอก หาให้ใหม่หน่อยได้มั้ย ซึ่งระหว่างนั้นที่ผมหา ไม่ได้มีรถคันอื่นไป มีแต่สองรูปนี้ครับ

เอกภพ : เรื่องบีเอ็มเอ็งศูนย์แล้ว

ทนายแก้ว : คุณบอกคุยไลน์กับเวฟ แต่จริงๆ คุณเสนอกับน้องชายเขา ถูกมั้ย ที่คุณบอกมีเงิน 50 ล้านโอนหุ้นกัน

โปเต้ : ผมไม่ได้บอกน้องเขานะครับ

คุณพูด “เวฟ” อยู่ในสาย อยู่กับน้องชายด้วยเปล่า น้องอาร์ม ในรายการ อาร์มบอกว่าโปเต้บอกเขามีเงิน 50 ล้าน แล้วโอน 2 ล้านโชว์?
โปเต้ : 50 ล้านไม่ได้พูดครับ แต่โอนออกไป โอนให้น้องเห็นจริงๆ ครับ

อาร์ม : พูดครับ ยืนยันคำเดิมครับ พี่บอกว่ามีเงิน 50 ล้าน มีรถหรู พี่พูดความจริงเถอะครับ

โปเต้ : วันนั้นพี่ไม่ได้พูดว่ามี 50 นะ เราถามพี่ว่าเล่นคริปโตด้วยเหรอ พี่บอกว่าพี่เล่นอยู่ครับ เล่นของบิตคับ เราก็บอกให้สอนเล่นหน่อย เราก็บอกว่าดูตรงนี้นะ เรตคลิปโตอยู่ที่เท่าไหร่ ถ้าจะกดซื้อกดซื้อตรงนี้นะ ถ้าจะซื้อ 50 ล้านก็ใส่ 50 ล้านไปเลย พี่ก็โอนเงินออกจากวิป 2 ล้าน เราก็เห็นตอนพี่โอนถูกมั้ย

อาร์ม : ก็ใช่ไงครับ พี่โอนให้ผมดู แล้วพี่บอกว่ามีเงิน 50 ล้าน

โปเต้ : พี่ไม่ได้พูดว่า 50 ล้าน แต่พี่บอกว่าถ้าจะซื้อให้ใส่ช่องนี้ ถ้าจะซื้อ 50 ก็ใส่ 50 ไปเลย วันที่โอนเราก็เห็น

อาร์ม : ไม่ใช่ครับ

ทนายแก้ว : รถบีเอ็มเขาเสนอขายอาร์มเท่าไหร่

อาร์ม : ไม่ได้ขายอาร์มครับ เขาเสนอให้พี่ผม พี่ผมเลยถามว่าผมสนใจมั้ย ผมอยากดู พี่เลยส่งรูปรถมาให้ดูครับ เลยได้เห็นว่าพี่โปเต้มีรถบีเอ็มนะ ในรูปมีรถปอร์เช่ด้วยครับ

ตกลง 50 ล้านก็ไม่ได้พูด?
โปเต้ : ไม่ได้พูดครับ

อาร์ม : ทองแท้ไม่กลัวไฟอยู่แล้วครับ ไม่เป็นไร

เมื่อกี้ที่ถามเรื่องคดีที่เชียงดาว ตกลงคดีเป็นอะไร?
โปเต้ : ตอนแรกผมได้รับหมายก่อนครับ มีคนโอนเงินมาผิดบัญชี มีเบอร์แปลกๆ โทรมาบอกให้โอนกลับไปหน่อย ช่วงนั้นก็เหมือนบัญชีม้า

เขาโอนมาหาคุณเท่าไหร่?
โปเต้ : 1 หมื่นบาทครับ

ธนาคารโทรตามกับคุณมั้ย?
โปเต้ : ไม่ได้โทรเลยครับ

ธนาคารโทรหาคุณ คุณต้องให้เปิดเสียงมั้ย คุณด่าเขาด้วย?
โปเต้ : วันนั้นมีแค่ตร.โทรมาครับ

มีธนาคารโทรด้วย ตร.ก็โทร คุณก็ด่าเขา?
โปเต้ : อันนี้ผมจำไม่ได้ครับ

สุดท้ายคุณไม่คืนเขา เขาออกหมายจับคุณ ไปนอนอยู่ในห้องขังคืนนึง จริงมั้ย ไปจับได้คาเสื้อกาวน์?
โปเต้ : ไม่จริงครับ วันที่ตร.มาที่คอนโด มาจริงๆ ครับ

วันนั้นคุณใส่เสื้อกาวน์ทำไม?
โปเต้ : กำลังจะไปขึ้นเวรครับ ตอนนั้นผมเป็นผู้ช่วยพยาบาลสวอป ATK จะไปสวอปที่สนามบินสุวรรณภูมิ

จริงๆ คุณโกหกหลายเรื่อง คุณโดนออกหมายจับ ตอนหลังเขาจับคุณ คุณถึงยอมคืนเงินเขา เขาถึงได้ถอนคุณ จะให้คุยกับผู้เสียหายให้ฟังมั้ยล่ะ ยิ่งคุยจะยิ่งเสียนะ?
โปเต้ : ไม่เป็นไรครับ

คุณยอมรับข้อเท็จจริงบ้าง บางเรื่องผมมีหลักฐาน ผมบอกแล้วว่าผมทำการบ้านมาแล้ว คุณโกหกผมไม่ได้ไง ถ้าคุณโกหกผม ผมงัดออกมาคุณก็เสียหายนะ?
โปเต้ : ครับ

ผมถามว่าเรื่องจริงมั้ยที่ผมพูด คุณก็ตอบมาตามข้อเท็จจริง?
โปเต้ : จริงครับ

ก็เท่านั้นแหละ จะได้รู้ว่าอะไรยังไง ส่วนเมื่อกี้ แก้วดูหรือยัง?
ทนายแก้ว : เป็นคำเบิกความ ไม่ใช่คำพิพากษาอะไรเลย แล้วไม่รู้ผลคดีที่เขาฟ้อง น้องเอาคำพิพากษามาสิ นี่เป็นกระบวนการพิจารณาตั้งแต่ปี 67

คำพิพากษาคือศาลต้องตัดสินว่าคุณผิดหรือคุณถูก แต่คุณไม่มี?
โปเต้ : ผมมีแค่สองอันนี้ที่ทนายส่งให้ครับ

ทนายแก้ว : ก็แล้วแต่คุณ แต่ทั้งหมดทั้งมวล ที่คุณบอกว่าคุณโดนตัดต่อคุณก็ไม่เคยแจ้งความเลยเหรอ

โปเต้ : ยังครับ

จริงๆ แล้วสิ่งที่คุณพูดมาแต่ละอัน มันไม่ใช่เลย ที่เชียงดาวผมถามคุณ 3 รอบ คุณก็ปฏิเสธๆ คุณจะให้ผมบอกมั้ยวันที่คุณไปสภ.คุณถือกระปุกไปอันนึงด้วย คุณยกอุ้มกระปุกไปด้วย ตร.เขาอบรมคุณ ตอนแรกคุณไม่ยอมโอนเงินคืนเขา ที่เขาโอนมาผิดบัญชี สุดท้ายคุณต้องยอมโอนเงินคืนผู้เสียหาย ผู้เสียหายถึงยอมถอนแจ้งความ คุณไปนอนอยู่ในห้องขังคืนนึง?
โปเต้ : ไม่คืนนึงครับ

ตร.มีบันทึกเสียงหมด ผู้เสียหายมีเบอร์หมด?
ทนายแก้ว : คดีที่สน.พหลโยธินก็ยังไม่จบใช่มั้ย

โปเต้ : ขึ้นศาลเรียบร้อยแล้วครับ

ทนายแก้ว : ศาลพิพากษาว่าคุณมีความผิด

โปเต้ : ใช่ครับ วันนั้นผมไปหาเพื่อน ไม่รู้ว่าในห้องมีการปาร์ตี้เกิดขึ้น เขาบอกผมแค่ว่าให้ผมมาหาหน่อย เขาบอกชวนไปเที่ยวไปดื่มกันข้างนอก ผมก็ไปครับ พอขึ้นไปที่ห้องเขาปุ๊บ ผมโดนยึดโทรศัพท์ พอผมจะกลับบ้านเขาก็ไม่ให้กลับครับ ผมเลยใช้มือถือโรงแรมติดต่อหาข้างล่าง บอกผมโดนกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำยังไงได้บ้าง ผมก็เลยโทรหาเพื่อนผมครับ เพื่อนบอกให้โทรหา 191 ผมเลยลองขอโทรศัพท์เขา บอกว่าขอยืมมือถือหน่อยได้มั้ย เขาให้ผมมา ผมก็ไปนอกระเบียง โทรหา 191 บอกผมโดนกักขังหน่วงเหนี่ยว ในบ้านเขาโน่นนี่กัน

ทนายแก้ว : คุณเป็นผู้บริสุทธิ์ หรือผู้ต้องหา

โปเต้ : ณ ตอนนั้นผมโทรแจ้งในฐานะผมเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ผมไม่ทราบเลยครับว่าห้องเขาใช้สารเสพติดเกิดขึ้น

ทนายแก้ว : คุณโดนศาลพิพากษาเหมือนกัน จนคุณโดนติดคุก ถูกมั้ย

โปเต้ : ใช่ครับ

คุณพูดกับคุณเอกว่าไม่เคยติด?
โปเต้ : ก็ติดอยู่ครับ อันนี้ผมพูดตรงๆ เลยครับ

ก็ต้องตรงสิ มีหลักฐานทั้งหมด?
เอกภพ : คุณติดข้อหาอะไร

โปเต้ : ร่วมกันครอบครอง สารเสพติดประเภท 1 ยาไอซ์ครับ เพราะไม่มีใครยอมรับเลยครับ หลังตรวจสารเสพติดมาทั้ง 4 คน ผมไม่มีสารเสพติดอยู่คนเดียว

ทนายแก้ว : ศาลพิพากษาว่าคุณมีความผิด คุณติดคุกกี่ปี

โปเต้ : ไม่ถึงปีครับ

ทนายแก้ว : ติดที่คลองเปรม

โปเต้ : ไม่ครับ พิเศษกรุงเทพครับ

ทนายแก้ว : ก็ที่เดียวกันนั่นแหละ

โปเต้ : เหรอ (หัวเราะ)

เอกภพ : คุณรับสารภาพใช่มั้ย ถ้าคุณไม่รับสารภาพ คุณไม่ได้ติดแค่นี้แน่ ทำไมถึงรับสารภาพ

โปเต้ : เพราะว่าตอนนั้นผมไม่เคยมีความรู้ด้านนี้มาก่อน

ทนายแก้ว : คุณมีทนายความที่ไปฟ้องเขา ที่คุณให้ผมดู ทำไมไม่ใช่ทนายความ

โปเต้ : ที่ผมรับสารภาพ ผมถามเพื่อนๆ ที่อยู่ข้างในว่าทำยังไงได้บ้าง ผมจะได้ออกไปข้างนอก เขาบอกให้รับสารภาพ ถึงจะได้กลับ

เอกภพ : เพราะคนที่ร่วมกับคุณ เขาซัดทอดว่าคุณเป็นเจ้าของ ถูกต้องมั้ย ทำไมเขาถึงซัดทอด

โปเต้ : เพราะผมมีปัญหากับพี่คนนึงอยู่แล้วครับ แล้วไม่มีใครยอมรับครับ ผมไม่แน่ใจว่าเขาซัดทอดผมเรื่องอะไร วันนั้นก็ยอมรับสารภาพหมดเลยครับ

เอกภพ : ทนายแก้วบวก 1 แล้ว

คุณขอค่าทนายจากเวฟ 500 จริงมั้ย?
โปเต้ : จริงครับ ก่อนหน้านี้ผมออกเงินให้เวฟไปก่อนแล้วครับ ผมบอกจะให้เป็นค่าทนาย ให้เดินทางมา ตอนแรกทนายอยู่ชลบุรี แต่ผมหาทนายให้เวฟจากร้อยเอ็ดครับ ผมหาให้ครับ

คุณสุ่มจากกูเกิ้ล?
โปเต้ : ผมดูในติ๊กต๊อก มันเลื่อนมาพอดี ก็เลยติดต่อเบอร์ไปครับ

ทนายแก้ว : กรณีคุณบอกแม่เวฟจะเอารถเบนซ์ไปรับ

โปเต้ : ไม่เป็นความจริงครับ

ทนายแก้ว : แม่เขาโกหกเหรอ

โปเต้ : อันนี้ผมไม่ได้พูดครับ ผมพูดจริงว่าจะมีคนไปรับ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นรถเบนซ์ครับ วันที่มาโหนกระแสวันที่ 14 ผมได้คุยกับพี่เม่นครับ พอคุยเสร็จพี่เม่นบอกว่าคุณแม่จะมามั้ย ผมไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากคุณแม่ ผมเลยบอกพี่เม่นว่าอีก 10 นาทีเดี๋ยวติดต่อไป ว่าขอคอนเฟิร์มก่อนว่าคุณแม่จะยังไง ผมเรียกรถไปรับคุณแม่รอบแรกตอนผมมาถึงตึกมาลีนนท์แล้ว พอโทรหาคุณแม่ ผมไม่สามารถติดต่อคุณแม่ได้เลย เลยโทรหาอาร์ม อาร์มอยู่สนามบิน ส่วนตรงนี้ แม่เวฟติดต่อมาหาผมช่วง 9 โมงนิดๆ ก็บอกแม่ยังมาอีกมั้ย ผมจะเรียกแกร็บไปรับ ค่าใช้จ่ายตรงนี้แม่ออกเองนะครับ ผมเรียกแกร็บให้ตลอดครับ

ประเด็นคือคุณบอกทางเม่นว่าจะเอารถไปรับ คำว่ารถไปรับคือคุณจะเรียกแกร็บ?
โปเต้ : ใช่ครับ ผมก็จ่ายเงินไปแล้วด้วยครับ แต่ผมติดต่อคุณแม่ไม่ได้ เลยให้อาร์มติดต่อให้ เพราะรถรอได้ 5 นาที ถ้าเกิน 5 นาทีเขาจะยกเลิก

ค่าตั๋วเครื่องบิน ตกลงคุณบอกจะจ่ายให้เขา หรือเขาจ่าย?
โปเต้ : ตอนแรกผมจะจ่ายให้ครับ แต่น้องจ่ายเองไปก่อน ตอนแรกน้องจะจองผ่านเครื่องเอง แต่น้องได้มาที่ราคา 5,200

อย่าพลิ้ว พี่จะเป็นคนจองตั๋วให้น้องเขาเอง เม่นจะจองตั๋วให้เอง เพราะธรรมดา รายการเอาคนต่างจังหวัดมา เราก็จองให้ ซื้อให้ เวฟก็เหมือนกัน ทุกคนที่มาออกโหนกระแส เราจ่ายเงินให้หมดในการออกรายการ แต่ครั้งนี้ทางเราแจ้งไป แล้วแจ้งคุณไปด้วย คุณบอกเองว่าไม่เป็นไร คุณจะซื้อให้เอง จะดูแลให้เพราะสงสารเขา คุณอยากช่วย แต่ขณะเดียวกัน คุณไม่ได้ซื้อให้เขา แต่คุณกลับไปเรียกเงินจากเขา?
โปเต้ : ไม่ครับ

อาร์ม ตกลงยังไง?
อาร์ม : คืนวันนั้นผมเป็นคนโอน เขาไม่ได้บอกเลยว่าจะจ่ายให้ ไม่มีคำนี้เลยครับ ให้สแกนควอาร์โค้ดมาแล้วให้ผมจ่าย

แต่คุณพูดกับทางเราอีกแบบ ทำไมพูดแบบนั้น?
โปเต้ : ตอนแรกผมบอกน้องว่าค่าใช้จ่ายสรุปให้พี่หน่อย ส่งเลขบัญชีให้พี่หน่อย

เขาพูดเหรอ?
อาร์ม : พูดครับ แล้วให้ผมส่งค่าใช้จ่าย สลิปมาทั้งหมด บอกว่าจะให้ทางทีมงาน ทีมงานจะจัดการให้เองครับ

โปเต้ : ใช่ครับ แล้วเวฟส่งหาพี่เม่น พี่เม่นก็โทรหาผมหลังกลับจากรายการ บอกว่าเห็นเต้บอกจะเคลียร์ให้ใช่มั้ย ผมบอกว่าผมจะเคลียร์ให้เองครับ พอไปถึงบ้านเวฟ หลังส่งเวฟ ผมก็ให้น้องส่งคิวอาร์โค้ดแล้วสรุปยอดมาให้ครับ

อาร์ม : แล้วพี่โอนยังครับ

โปเต้ : ยังไม่ได้โอนครับ ก็เกิดเรื่อง ผมก็ติดต่อน้องไม่ได้ครับ

สรุปคุณก็ไม่ได้โอน ทำไมไม่จ่ายตั้งแต่แรก เอาสลิปให้เขาจองทำไม?
โปเต้ : วันนั้นธนาคารผมมันอัปเดตระบบครับ

ไปเรื่อยนะโปเต้ กูเริ่มหมั่นไส้มาก เดี๋ยวตบตรงนี้สักที หมั่นไส้จริงๆ ไปเรื่อย เป็นน้องเป็นนุ่งเตะตกเก้าอี้ไปแล้ว ขอโทษจริงๆ ไม่เคยพูดกับแขกรับเชิญแบบนี้ เป็นน้องเป็นนุ่งมานั่งโกหก พี่เตะตกเก้าอี้ไปแล้วเนี่ย ใครสั่งใครสอนให้มึงพูดแบบนี้วะ?
โปเต้ : อันนี้เรื่องจริงครับ ผมบอกให้น้องจ่ายไปก่อน เดี๋ยวโอนเงินให้นะ

ทนายแก้ว : แล้วซองที่รายการเขาให้แขก คุณเอาไปทำไม

โปเต้ : วันนั้นผมยื่นให้เวฟครับ

ทนายแก้ว : คุณเอาไปใช่มั้ย

โปเต้ : ผมรับครับ เป็นชื่อผม

ทนายแก้ว : ของคุณแม่คุณก็เอาไป ถูกมั้ย

โปเต้ : วันนั้นคุณแม่ไม่ได้เอาบัตรประชาชนขึ้นมา เวฟก็ไม่ได้เอาบัตรประชาชนขึ้นมา อาร์มก็ไม่ได้เอาบัตรประชาชนขึ้นมา พี่ทีมงานรายการบอกเอาชื่อผมก็ได้ เดี๋ยวเอาไปหารไปแบ่งกันนะ พอจบรายการผมก็เซ็นรับ พี่เขาก็ยื่นซองให้ผม ผมก็รับซองมา ผมยังไม่ให้น้อง น้องถามว่าให้มาเท่าไหร่ผมบอกยังไม่ทราบเพราะยังไม่เห็นเงินในซอง จนผมถึงบ้านแม่เวฟแล้ว ผมก็นับเงินต่อหน้าเวฟเลย ทั้งหมดมี 9 พันบาทครับ สรุปแล้วต้องให้ 3 คน ซึ่งคือให้เวฟ ให้เต้ และให้คุณแม่ ไม่ได้มีส่วนของอาร์ม เพราะอาร์มไม่ได้ขึ้นมาด้วยวันนั้น พอถึงบ้านเวฟก็ให้เวฟไป 3 พันบาท แล้วก็ยื่นให้คุณแม่อีก 3 พันบาท แม่บอกว่ามีของแม่ด้วยเหรอ ผมบอกว่ามีครับ แม่บอกว่าแม่ไม่รับเต้เก็บไว้เลย แต่ผมไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะรับเงินตรงนี้ไว้ ผมก็นั่งคุยกับคุณแม่ เข้าห้องน้ำที่บ้านคุณแม่สองครั้งก่อนกลับ มีซองที่ทางรายการให้มา ก็เอาเงินใส่ซองไว้ แล้ววางไว้ตรงเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆ ต้นไม้ ผมก็แจ้งคุณแม่ไปแล้ว เบ็ดเสร็จผมให้เวฟ 3 พัน รับไปกับมือ แล้วก็ให้คุณแม่ ตอนกลับ ผมก็ได้กลับมาแค่ 3 พันครับ

ทนายแก้ว : แต่แม่เขาไม่ได้พูดแบบนี้นะ

โปเต้ : วันนั้นพี่ให้เงินกับมือเวฟใช่มั้ย

เวฟ : ใช่ 3 พันไง

โปเต้ : แล้วพี่ก็ยื่นให้แม่ต่อ

เวฟ : ใช่ แม่บอกว่าแม่ไม่เอา ให้เอาไปให้น้องอาร์ม 3 พัน

โปเต้ : แม่ไม่ได้พูดแบบนี้ครับ

ล่าสุดผกก.สน.ทองหล่อ ส่งข้อความมาบอกว่าถ้าชมพู่ประสงค์จะแจ้งความดำเนินคดีกับโปเต้ ให้ไปที่สน.ทองหล่อได้เลย?
ชมพู่ : ไปค่ะ

เวฟ : แม่ถามว่ามีของแม่ด้วยเหรอ พี่ก็บอกว่ามีของแม่ด้วย แม่เลยบอกว่าไม่เอา ให้เอาไปให้น้อง 3 พัน

โปเต้ : วันนั้นแม่ไม่ได้บอกกับพี่แบบนี้ แม่บอกว่ามีของแม่ด้วยเหรอ แม่บอกว่าเต้เก็บไว้ก่อน

เวฟ : พี่อย่าพูดแบบนี้ แม่บอกให้เอาไปให้น้อง

โปเต้ : ไม่ได้บอกให้เอาไปให้น้อง

เงินอยู่ไหน?
โปเต้ : ยังอยู่กับผมครับ ของแม่อยู่ในซอง วางไว้ที่หน้าบ้านแม่ ตอนผมขึ้นรถมา แม่กอดผม แม่ก็เห็นว่าผมวางไว้ วางที่เก้าอี้ ตรงที่แม่นั่งเลยครับ

เวฟ : มันไม่มีหรอกพี่ อย่ามั่ว ผมไปหาแม่ตลอด แม่บอกว่าแม่ไม่ได้เอา ให้เต้เอาให้น้อง แต่พี่เต้ไม่ได้เอาให้น้อง

โปเต้ : วันนั้นแม่บอกให้พี่เก็บไว้ก่อน พี่ก็เก็บไว้ พอจะกลับก็ใส่ซองขาวซองเดิมไว้ให้แม่ไง

เวฟ : ทำไมแม่ต้องบอกให้เก็บไว้ที่พี่ล่ะ

โปเต้ : ก็พี่รู้อยู่แล้วว่าถ้าพี่เก็บไว้ปัญหามีอยู่แล้ว พี่บอกแล้วหลังจากนี้จะหายไปเงียบๆ นะเวฟ ถ้ามีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง เวฟจัดการเองนะ พี่ไม่ยุ่งนะ พี่ก็ยื่นเงินให้เวฟ เวฟรับ พี่ก็ยื่นให้แม่ต่อ แม่ถามว่ามีของแม่ด้วยเหรอ แม่บอกให้เก็บไว้ก่อน ก่อนกลับก็ใส่ซองวางไว้ข้างๆ ตรงพี่นั่งเลย เวฟก็เห็น

เวฟ : มันไม่มีซองสีขาวหน้าบ้านครับ

โปเต้ : ลองดู ซ้ายมือเป็นกระถางต้นไม้ ถูกมั้ย

เวฟ : มันไม่มีหรอก พี่นั่งตรงไหนของพี่

เงินคืนเขาไป?
โปเต้ : ได้ครับ

เอกไม่ถามอะไรบ้างเหรอ?
เอกภพ : เราฟังเขาเล่า เรารู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่เขาตอบคืออะไร เรายิ่งขี้โมโหอยู่ด้วย

ทนายแก้ว : คุณกล้ายังไงไปแอบอ้างราชสกุลยุคล

โปเต้ : ผมโดนตัดต่อรูปก่อนครับ แล้วผมเอามาโพสต์ ก็มีคนมาคอมเมนต์

ทนายแก้ว : ตระกูลบุนนาคด้วยนะ

โปเต้ : รูปนั้นผมเอามาจากติ๊กต๊อก แล้วโพสต์ในไอจี

เขาอ้างไม่ได้ทำไง?
โปเต้ : ผมเห็นในติ๊กต๊อกก่อน แล้วแคปมาลงไอจีตัวเอง เป็นรูปที่ 1 2 3 แล้วรูปที่ 4 ผมเลยชี้แจงเป็นกระดาษเปล่า

ทนายแก้ว : ทำไมเขาต้องตัดต่อภาพคุณอยู่ตระกูลบุนนาค ทำไมไม่ต่อต่อมาอยู่สายไหม หรือตระกูลผม

โปเต้ : ผมก็ไม่ทราบครับ

เอกภพ : ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ภาพที่เกิดขึ้นคุณก็ไม่ได้ไปแจ้งความ มันก็ฟังดูยากว่าตัดต่อ เผลอๆ จบรายการ ไม่รู้แหละว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาตามหาตัวคุณให้ควั่กเลย แล้วคุณมานั่งอยู่ตรงนี้ เพราะภาพที่ไปปรากฏ คุณต้องดีแคร์ให้นะ ถ้าคุณดีแคร์ไม่ได้ คุณเป็นผู้ต้องหาได้ง่ายๆ นะ บอกเลย

ทนายแก้ว : แล้วคุณไปหลอกเงินเรื่องกศน.มั้ย

โปเต้ : ไม่ครับ แต่ผมมีการติดต่อให้เพื่อนจริงครับ ฝั่งโน้นแจ้งเพื่อนผมโดยตรง อันนี้แนะนำให้เพื่อนครับ

ชีวิตทำอะไรผิดบ้างมั้ย ที่พูดมาทั้งหมด?
โปเต้ : อันนี้ผมผิดพลาดจริงครับที่แนะนำให้เพื่อน แต่เพื่อนมีการโอนเงินมาในบัญชีผม 5 พันจริงๆ

เชื่อพี่นะ จากนี้ชีวิตเอ็ง ไม่รู้นะวันนี้อะไรจะเกิดขึ้น แต่เมื่อไหร่ที่เอ็งกลับออกมา อาชีพเอ็งคือคนเขียนบทละคร พี่จะประสานตระกูลมาลีนนท์ให้ ให้มึงได้เขียนบทละคร เพราะเขาขาดอยู่ เอ็งเป็นคนมีจินตนาการสูง แล้วพลิกไปเรื่อยๆ หนึ่งอาชีพที่เอ็งต้องทำ คืออันนี้ รู้มั้ย สำคัญมากนะ จะพาเอ็งให้ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง อันนี้หวังดีจริงๆ เผื่อวันนึงออกมาแล้วไม่มีงานทำ เพราะคุณชายอดัมเขาฟ้องแล้วนะ กับทางญาติเขา เขาเอาแล้วนะ?
โปเต้ : ครับ

จริงๆ มีอีกเยอะแยะมากมาย ล่าสุดจ๊อกจ๊อกเขาลงเอกสารแจ้งความปี 66 โปเต้หลอกขายโบท็อก 1 หมื่น คดีนี้ผู้เสียหายเล่าว่าเบื้องต้นมีการโอนเงินหลายครั้ง สั่งยาโบท็อกให้แล้ว ให้ส่งเงินมาก่อน หลงเชื่อเพราะอัปรูปในรพ. มีวันนึงที่ต้องการเงินคืน มีการนัดหมายให้ไปเจอกันที่รพ.กรุงเทพคริสเตียน สีลม เมื่อไปถึงโปเต้เข้าไปพูดคุยกับพยาบาล ก็ยังเชื่อว่าเป็นพยาบาลอยู่จริง นั่งรออยู่นานสุดท้ายโปเต้หายไป เมื่อสอบถามพยาบาลว่าคนนี้เป็นพยาบาลจริงมั้ย พยาบาลแจ้งว่าเป็นลักษณะผู้ช่วยไม่ใช่พยาบาลจริงๆ ตอนนั้นถึงรู้ว่าปลอมแน่ๆ เจ้าหน้าที่ให้ติดต่อฝ่ายกฎหมายรพ. แล้วแจ้งว่าเขาคนนี้มีลักษณะแอบอ้าง เขารับเรื่องไว้แต่ไม่ได้ดำเนินการอะไรต่อ ต่อสายหา “จ๊อกจ๊อก” เพื่อนมา คุยกับเพื่อนสิ?
จ๊อกจ๊อก : ว่าไงคะ ลูกพระอินทร์ ดาราสาว

โปเต้ : เห็นลงข่าวกันเยอะเลย

จ๊อกจ๊อก : ก็ต้องลงสิคะ คุณเป็นมิจฉาชีพค่ะ

โปเต้ : ครับ ข่าวที่พี่ลง ผมได้มีการโพสต์แล้วนี่ครับ ว่ามีการฟ้องร้อง แล้วคดีนี้จบไปแล้วครับ

ทนายแก้ว : ที่เราให้พี่ดู ไม่ใช่คำพิพากษา คำพิพากษาอยู่ไหน

โปเต้ : เรื่องเขาไปหาผมที่รพ. เขาโพสต์ปุ๊บ ผมก็ฟ้องเขา พอไกล่เกลี่ยกันได้ เขาบอกเข้าใจผิด ก็คืนเงินให้ ต่างคนต่างยอม คืนเงินกันไป ฝั่งโน้นมีการโพสต์โทษครับ

จ๊อกจ๊อก : มีล่าสุดที่หมอโปเต้แอบอ้างค่ะ

ให้แก้วไปเช็กเลขคดี คุณเป็นหมอหรือไปรักษาอะไร?
โปเต้ : ผมไปทำงาน แล้วผมเจอรถล้ม ผมเลยลงไปช่วยครับ

รถเบนซ์คุณใช่มั้ย?
โปเต้ : รถอดีตแฟนครับ

จ๊อกจ๊อกเขาลงไว้นะ มีลงรูปกับพยาบาล กับหมอ คุณเป็นหมอรังสีด้วยเหรอ?
โปเต้ : ไม่ครับ ผมไปรับเวรที่พระมงกุฎเกล้า

นี่ MRI นะ คุณเขียนว่าเวรเยินฉิบหาย ข้าวเที่ยง 10 นาที ก้มดูแผลจนปวดหลัง งัดท่อจนเจ็บข้อมือ เจ็บคอ บ่นๆ ท่ออะไร?
โปเต้ : ไม่ครับ ช่วยหยิบอุปกรณ์ให้พี่ๆ เขาครับ

แล้วคุณไปเขียนทำไม คุณเขียนให้คนเขาใจผิดว่าคุณเป็นหมอ?
โปเต้ : น่าจะลงข้อความผิดครับ ต้องขอโทษครับ ผมไม่ได้คิดไง

คำว่างัดท่อคืออะไร?
ชมพู่ : ใส่ท่อช่วยหายใจค่ะ ถ้าอ่านตรงนี้คือเป็นหมอ เพราะคนธรรมดาใส่ไม่ได้อยู่แล้วค่ะ หนูยังใส่ไม่ได้เลย

จ๊อกจ๊อก : สุดยอดเลยคนนี้

ไม่คิดจะยอมรับอะไรเลยเหรอ ถามจริงๆ?
โปเต้ : อันนี้ผมพูดเรื่องจริง ผมสาบานได้เลย

งัดท่อจนเจ็บข้อมือคืออะไร?
โปเต้ : คือช่วยหยิบอุปกรณ์ให้พี่ๆ ครับ

มันไม่ใช่ไง หยิบก็คือหยิบ งัดคืองัด?
จ๊อกจ๊อก : สตินะคะโปเต้ พิมพ์เองนะคะ แคปเองกับมือเลยค่ะ

ทนายแก้ว : คุณเป็นผู้ช่วยบุรุษพยาบาล มีเอกสารมีบัตรมายืนยันมั้ย

โปเต้ : มีครับ

เอกภพ : ไม่ได้เรียนกฎหมายจริง

โปเต้ : ไม่ได้เรียนครับ

เอกภพ : ท่านอัยการโพสต์ว่ามาอ้างจบนิติศาสตร์ สาขาอัยการ มันตลก มันไม่มีอยู่จริง เป็นการหลอกลวง ใครถูกหลอกให้โทรไป 1157 อัยการคุ้มครองสิทธิ์ช่วยได้ ระวังนะ คุณหลอกลวงใครบ้าง เขาโทรไปขึ้นมา อัยการเขาจะใช้กฎหมายจัดการคุณได้นะ

ล่าสุดเพจดาวแปดแฉกลง อันนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับพี่เลย เพจดาวแปดแฉกลงว่าขอแสดงความยินดีกับโปเต้ ผกก.สน.ทองหล่อ ส่งสายตรวจมารอที่ช่อง 3 ขอเชิญตัวไปสน.ทองหล่อ หลังจบรายการโหนกระแส?
โปเต้ : ครับ

แสดงว่าต้องมีอะไร คุณชมพู่ตามไปได้เลย โปเต้ต้องไปให้การ มาจริงมั้ย?
ทนายแก้ว : ส่วนที่คุณแต่งกายเลียนแบบ ก็จะมีกฎหมายเข้ามา

ผกก. เชิญตัวไปสอบประวัติค้างเก่า และเชิญชมพู่ไปแจ้งความ ผกก.ดูอยู่ตลอดเลย?
ทนายแก้ว : เขาบอกจะเชิญไปในฐานะพยานก่อน ตรวจสอบว่าคุณมีประวัติ มีหมายจับมั้ย เขาต้องใช้บัตรประชาชนในการสแกน ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจก็ไปให้การ ตอนนี้ไม่รู้คุณมีหมายจับหรือเปล่า แต่ตร.มาเชิญตัวคุณก็เป็นสิทธิ์ของเขา ความผิดเรื่องการแต่งกายเลียนแบบข้าราชการ ตรงนี้ความผิดสำเร็จ มีโทษจำคุก 1 ปี ส่วนกรณีตัดต่อภาพ หรือปล่อยภาพในพรบ.คอมพ์ฯ จำคุก 3 ปี หมิ่นประมาทชมพู่หรือแม่เขา ก็เป็นเรื่องที่เขาจะดำเนินการหรือเปล่า ตรงนี้ 3 ปี

โปเต้ ทำบัตรมากี่ครั้ง?
โปเต้ : 3-4 ครั้ง

10 ครั้ง?
โปเต้ : ถึงเหรอพี่

เปลี่ยนชื่อ 4 ครั้ง แต่ทำบัตร 10 ครั้ง?
โปเต้ : เปลี่ยนชื่อ 3 ครั้งครับ แต่มีหายอยู่ 3 ครั้งครับ

บัตรประชาชนที่คุณให้ทีมงานมา ในนั้นจะมีบอกว่าทำบัตรมากี่ครั้ง มันบอกว่าทำมา 10 ครั้ง?
โปเต้ : ครับ

ทนายวิฑูรย์ : มีคำถามอยากถามโปเต้นิดนึง สิ่งที่เกิดขึ้น เคยรู้บ้างมั้ยชีวิตคนๆ นึงเขาพังเพราะคุณ เพราะการกระทำของคุณ ที่คุณไปสืบสาวราวเรื่องว่าไปหมั้นกับแฟนเก่า เอาเงินไป เรียกร้องเงิน 1.5 แสน 2 แสน รวมถึงรูปไปโอบกอดถึงคาเฟ่ ไปรีสอร์ต โรงแรม รู้มั้ยชีวิตเขาพังเลยนะ

มีอะไรจะพูดอีกมั้ย?
โปเต้ : ไม่มีอะไรแล้วครับ