จากกรณีดรามาการแข่งขันรถโกคาร์ทรายการ Super Kart Thailand Championship 2026 รุ่น Cadet-B (อายุ 8-9 ปี) ซึ่ง “น้องพายุ”ลูกชายของ “น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์” และ “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” คว้าแชมป์ แต่ถูกประท้วงเรื่องเครื่องยนต์ผิดกติกา ล่าสุด ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย (ร.ย.ส.ท.) ได้ออกมาชี้แจงผลการตรวจสภาพเครื่องยนต์อย่างเป็นทางการแล้วว่า “ผิดกติกาจริง”
ด้าน “ปอ ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์” คุณพ่อของ “น้องแมคลาเรน”หนึ่งในเด็กที่ร่วมลงแข่งขัน ได้ออกมาเปิดใจผ่านเรื่องเด่นเย็นนี้ ยอมรับคำตัดสินของ ร.ย.ส.ท. โดยมองว่าเรื่องนี้ต้องแบ่งเป็น 2 มุม คือ เรื่องความเสมอภาคในการแข่งขัน และการทำหน้าที่ของคนเป็นพ่อที่อยากให้ลูกอยู่ในกติกาเดียวกัน
ไฮโซปอยังได้ฝากความรู้สึกและคำขอโทษไปยังครอบครัวของน้องพายุ รวมถึงแฟนคลับทุกคน พร้อมยกมือไหว้ขออภัยหากการตั้งคำถามเรื่องกติกาทำให้เกิดความเสียใจ โดยยืนยันว่าตนเองและคนในวงการมอเตอร์สปอร์ตมองน้องพายุเป็นลูกหลาน และชื่นชมในฝีมือการขับขี่ของน้องพายุมาโดยตลอด
“ถ้าการที่สอบถามเรื่องกติกาทำให้เกิดความเสียใจของคุณพ่อคุณแม่ คือ พี่น็อต พี่ชมพู่ รวมถึง FC ทุกท่าน ต้องกราบขออภัยที่ทำให้มีความเสียใจในวันนั้น... แต่หากมองย้อนกลับมา ผมก็คิดถึงความยุติธรรมที่ถูกต้อง และคิดถึงครอบครัวนักแข่งท่านอื่นๆ”
ไฮโซปอ ได้เรียกร้องให้ ทีมช่าง (DT Motorsports) และ ผู้จัดการแข่งขัน ออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถึงที่สุด พร้อมชี้ชัดว่าเด็กวัย 8-9 ขวบ รวมถึงผู้ปกครองอย่าง น็อต และ ชมพู่ ไม่มีทางรู้เรื่องหรือเลือกอะไหล่เครื่องยนต์มาใส่เองแน่นอน
สำหรับคำกล่าวอ้างของทีมช่างที่ระบุว่า “เสื้อสูบซ้อมจนสึกกร่อนเลยเปลี่ยน” นั้น ไฮโซปอมองว่าเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากสนามแข่งมีเวลาซ้อมจำกัดจนไม่น่าทำให้โลโก้กร่อนหายไปได้ พร้อมตั้งคำถามถึงผู้จัดการแข่งขันที่มีประสบการณ์มานานกว่า 24 ปี แต่กลับปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น
เมื่อถามถึงความรู้สึกหลังถูกกระแสสังคมโจมตีว่า “แพ้แล้วพาล” ไฮโซปอยอมรับด้วยความเศร้าว่า ตนเองตกผลึกได้ว่าปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ตนเอง “มีตำหนิ” จากคดีอุบัติเหตุเรื่องเรือ ทำให้ไม่ว่าจะพูดอะไรก็กลายเป็นความผิด และเสียใจที่เรื่องราวไปกระทบกับลูกที่ไม่เกี่ยวข้อง
“ผมผิดที่เหตุเกิดกับคนที่เป็นซูเปอร์สตาร์ ผมเป็นเพียงพ่อค้า แมคลาเรนถามว่าทำไมไม่ได้รับรางวัล มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากๆ ผมตกผลึกว่าผมมีตำหนิ วันที่ผมมีคดีเรือ ไม่ได้ออกมาพูดอธิบาย เพราะถ้าพูดไปจะทำให้เกิดผล ทำให้วันนี้พอผมพูดอะไรมันก็ผิด เกิดกับผมไม่เป็นไร แต่ไปเกิดกับลูกผมซึ่งไม่เกี่ยวข้อง
ผมอยากให้คนดูอยู่ถามใจว่าลูกผมทำอะไรผิด ผมวิงวอนให้มีการเข้าใจ ให้ความยุติธรรม ผมเป็นเพียงพ่อค้า ทำงานค้าขาย ต่างกันตรงนั้น แล้วผมก็เสียใจด้วยที่เห็นน้องร้องไห้ ลูกผมก็เสียใจที่ไม่ได้ขึ้นโพเดียม ทุกครอบครัวก็เหมือนกัน แต่เรามองภาพใหญ่ คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
เขาก็มีคำถาม ว่าลาเรนทำไม่ได้รับรางวัล ทำไมมีคนเอารูปเขาไปโพสต์โซเชียล ทำไมว่าเขา วิงวอนให้มีความยุติธรรม ที่เฮิร์ตสุดๆ มีสองประโยค พ่อแม่รังแกฉันเลี้ยงลูกแพ้ไม่เป็น ให้ชนะอย่างเดียว มันเลยเป็นแบบนี้ ผมสอนลูกผมเสมอ เราต้องแพ้ให้เป็น แล้วเราจะกลับไปชนะ ผมมั่นใจว่าวันนี้ลูกผมได้เปรียบกว่าตัวผมที่ผมฝึกเขาตั้งแต่เด็ก มั่นใจว่าลาเรนจะเติบโตและเป็นแชมป์ได้ ผมเลยสอนลูกผมให้ฝึกแพ้”
ในส่วนของผลการแข่งขัน ไฮโซปอยืนยันว่า น้องแมคลาเรนจะไม่ขอรับตำแหน่งแชมป์ แต่อยากคงไว้ที่อันดับ 2 ตามเดิม และเสนอให้ผู้จัดทำการรีแมตช์แข่งขันใหม่อีกครั้งโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เด็กๆ ทุกคนได้พิสูจน์ฝีมือกันอย่างสบายใจและไม่มีอะไรติดค้างในใจ
สำหรับประเด็น “ไผ่ ลิกค์” ไฮโซปอแจงว่า ไผ่ ลิกค์ เป็นหัวหน้าทีม One Point และเป็นเพื่อนกันมากว่า 30 ปี การออกมาโพสต์เป็นการพูดในมุมมองของคนที่รักวงการมอเตอร์สปอร์ตและรักหลาน
ส่วนประเด็น “เบนซ์ พริกไทย” ภรรยา โพสต์ข้อความ “กูก็ลูกพระยานาหมื่น” ไฮโซปอขอโทษแทนภรรยา พร้อมชี้แจงว่าเป็นคอนเทนต์ติดตลกตามแผนงานปกติของทีมครีเอทีฟ ซึ่งบังเอิญลงผิดจังหวะเวลาจนทำให้ถูกนำไปโยง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดรามานี้ และได้ทำการตักเตือนทั้งทีมงานและภรรยาเรียบร้อยแล้ว


