“มิ้นต์ ชาลิดา” เล่าโมเมนต์ถูกขอแต่งงาน เผยตกใจตอนเห็นแหวน ก่อนน้ำตาไหล และจำอะไรไม่ได้ รับตื่นเต้นกับชีวิตบทใหม่ เพราะไม่เคยมีภาพแต่งงานในฝัน เน้นคุยกันเรื่องการใช้ชีวิตคู่มากกว่า คาดวิวาห์เร็วๆ นี้ที่เขาใหญ่ รอฤกษ์จากผู้ใหญ่อยู่ เรื่องฝากไข่ยังไม่รีบ ขอเรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยกันก่อน
ทำเอากองเชียร์เฮหนักมาก หลังนางเอกสาว “มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง” ถูกแฟนหนุ่ม “ภูผา เตชะณรงค์” เซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงาน กลางหุบเขาที่ประเทศคีร์กีซสถาน หลังคบหาดูใจกันมานานถึง 14 ปี ล่าสุดวันนี้ (15 ต.ค. 69) ได้เจอสาวมิ้นต์ ในงานเปิดตัว No7 PRIME FOREVER เจ้าตัวก็ได้เล่าโมเมนต์สุดประทับใจในวันนั้นให้ฟัง พร้อมอัปเดตแพลนงานวิวาห์ ที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้
“ก็อย่างที่ทุกคนเห็นนะคะ ก็ไปเที่ยว เข้าป่า เข้าแคมป์ แต่ถามว่าทำไมเป็นทริปนี้ อันนี้ต้องไปถามภูผา ว่าทำไมถึงเลือกที่นี่ ทริปนี้ก็ไปนอนแคมป์ ที่คีร์กีซสถาน ต้องขี่ม้าเข้าไป 3 ชั่วโมง ก็ไปนอนแคมป์ก่อน แล้ววันรุ่งขึ้นก็ต้องขี่ม้าขึ้นภูเขาไปอีก 3 ชั่วโมง แล้วก็เดินเทรลอีก 2 ชั่วโมง คือเราก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นที่นี่ แต่หลังๆ เรื่องแต่งงาน เรามีพูดคุยกันค่อนข้างบ่อย อย่างที่มิ้นต์เคยพูดตลอด ว่าสิ่งที่สำคัญคือเรื่องเราจะอยู่กันยังไง มันคือตรงนั้นมากกว่า แต่ว่าก็โอเค พอเรามีการตกลงกัน แต่เราก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นทริปนี้ เพราะทริปนี้ค่อนข้างปุบปับมากๆ เตรียมตัวแค่อาทิตย์เดียว แล้วมันเป็นประเทศที่ค่อนข้างลุย ก็ไม่คิดว่าเขาจะเอาของมีค่าไป”
เผยน้องชายกับว่าที่พี่เขยรู้กัน
“ม่อน (ธนัชชัย วิจิตรวงศ์ทอง) รู้ค่ะ เพราะว่าม่อนไปเป็นทุกอย่าง เป็นคนเอาเวลไป เป็นตากล้อง ที่ทุกคนเห็นภาพสวยๆ คือม่อนหมดเลย”
เล่าโมเมนต์คุกเข่า “ภูผา” พูดว่า “เอาละนะ” ก่อนควักแหวนออกมา
“เขาก็พูดว่า เอาละนะ เราก็เอาอะไร ต้องลงไปอีกเหรอหรือยังไง พอเห็นแหวน ก็เลยสะดุดตามคลิป ก็ตกใจนิดนึง แล้วหลังจากนั้นเขาพูดอะไร หนูก็ไม่รู้เรื่อง จำไม่ได้ แต่เขาพูดไม่ยาว เพราะเขาก็ตื่นเต้นแล้วชาวต่างชาติเขาก็กรี๊ดกร๊าด พอคนกรี๊ดฉันก็เฮ้ย น้ำตาไหลไปเฉยเลย ส่วนภาพตรงหน้าคือเขาสะพายเป้มา ไม่น่าละ หวงกระเป๋าใบนี้จัง ตอนแรกเราก็นึกว่าหวงกล้อง แต่จริงๆ กลัวเพชรหาย เพราะพอถ่ายรูปเสร็จ เขาก็บอกขอเก็บนะ เพราะต้องขี่ม้าลงไปอีก 2 ชั่วโมง แล้วพอแม่รู้ แม่ก็โทร.มาจากเมืองไทยว่า อย่าใส่กลับมานะ แม่กลัวหาย เพราะแม่รู้ว่าเราเป็นคนยังไง”
จำไม่ได้ว่าพูดหรือตอบไปว่าอะไรบ้าง
“ก็เหมือนพยักหน้าแหละมั้ง จำไม่ได้ (หัวเราะ) เหมือนเราไม่ได้พูดอะไร แต่พี่ผาพูด แต่มิ้นต์ก็จำไม่ได้ เอาจริงๆ ไม่เคยมีภาพการแต่งงานหรือถูกขอแต่งงาน คือเราก็ติดที่บ้าน เราก็รู้สึกว่าถ้าเราจะมีครอบครัว เราก็อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น เหมือนที่เราอยู่ที่บ้าน ที่บอกว่าคุยกันเรื่องแต่งงาน คือคุยเรื่องว่าเราจะอยู่ที่ไหน คือด้วยความที่พอพบบ้านเราอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่ แล้วพอจะออกจากบ้านจริงๆ มันก็ใจหาย มันพูดไม่ถูก ว่าเราจะไปอยู่เอง แล้วจะเป็นยังไง ตื่นเต้นกับแชปเตอร์นี้มากๆ”
ไม่เคยคุยเรื่องขอแต่งงาน และไม่มีภาพในฝัน เพราะคบกันมานานมากแล้ว
“ไม่เคยคุยเลย คือด้วยความที่เรารักกันนานมากๆ แล้วค่ะ เรื่องขอแต่งงาน หรือเรื่องภาพแต่งงานในฝัน ไม่เคยมีเลย แล้วพอถึงเวลา สุดท้ายแล้วมันคือคู่ชีวิติเราจะกันอยู่ที่ไหน เขาใหญ่ กรุงเทพฯ แล้วบ้านกรุงเทพฯ เราจะอยู่ตรงไหน ก็ได้บทสรุปว่าเดี๋ยวคุณพ่อพี่ผาจะมีบ้านให้เราอยู่ด้วยกัน แล้วที่เขาใหญ่จริงๆ ก็มีหลังนึงอยู่แล้วที่หลังสวนสัตว์ ก็ทำธุรกิจด้วยกัน เราคุยกันเรื่องการใช้ชีวิต การเป็นครอบครัว มากกว่าเรื่องการแต่งงาน คือให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ along the way หลังจากนี้ว่าจะเป็นยังไง”
ไม่น่าใช่ตามที่ชาวเน็ตคอมเมนต์ ว่าเลือกที่นี่เพราะมี “ทะเลสีมิ้นต์” กับ “ภูเขา”
“จริงๆ มิ้นต์ก็ถามเขา หลังจากที่เห็นชาวเน็ตเขียนว่าทะเลสีมิ้นต์กับภูเขา ว่าพี่ตั้งใจเป็นตรงนี้ตามที่เขาเขียนกันไหม เขาก็ทำแบบแอ็กไปเลย ก็เลยคิดว่าคำตอบนี้คงไม่ใช่ ชาวเน็ตคงคิดให้ (หัวเราะ) เออใช่ แล้วคำถามแรกของมิ้นต์ คือถามพ่อแม่หรือยัง บอกพ่อแม่หรือยัง เพราะเราเป็นคนให้ความสำคัญกับเรื่องครอบครัวมากๆ เขาก็บอกว่าเขาไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่เรียบร้อยแล้ว คนในบ้านเรารู้หมดเลย แต่ว่าคุณพ่อไม่ได้รู้ว่าจะเป็นทริปนี้ หรือจะเมื่อไหร่ยังไง คือเหมือนเขามีการพูดคุยกันนานมากๆ แล้ว”
เชื่อเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ในทุกๆ อย่าง
“ด้วยความที่บอกว่าเราคุยเรื่องบ้านเรียบร้อยแล้ว ว่าเราจะอยู่ที่ไหนเป็นหลัก แล้ว M6 เสร็จแล้วด้วย การเดินทางมันง่ายแล้วกับธุรกิจของเขา แล้วก็การทำงานของเราด้วย แต่เรือนหอก็ยังไม่ได้เริ่มค่ะ เหมือนวางแพลนคุยกัน ว่าคุณพ่อจะมีบ้านให้เราอยู่ด้วยกัน”
ตื่นเต้นต้องแยกจากครอบครัว มาใช้ชีวิตอยู่กันเอง
“การแยกได้แยกมาอยู่ด้วยกันเอง มันคือความตื่นเต้นชาเลนจ์นี้มากกว่าค่ะ ด้วยความที่เราเป็นลูกสาวคนเดียว เราก็จะเป็นโอ้ภาระของน้องมากกว่า พอเราจะมีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้ว มันก็ตื่นเต้นค่ะ แต่เราก็ต้องพร้อมที่จะเติบโตไปในอีก 1 แชปเตอร์นี้ค่ะ”
เตรียมงานแล้ว น่าจะเร็วๆ นี้ กำลังรอฤกษ์จากทางผู้ใหญ่
“จริงๆ บ้านพี่ผาเขาเหมือนเตรียมแผนไว้ให้เราเสร็จหมดแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้เคาะวันร้อยเปอร์เซ็นต์ เราก็มีการเตรียมตัวแค่ในหน้าที่ของเรา คือเสื้อผ้า หน้าผม ความสวยงาม คือก็น่าจะเร็วๆ นี้ค่ะ แต่ก็ยังไม่รู้ ยังให้คำตอบไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะว่ามันยังไม่ได้นิ่ง มันมีหลายหลายองค์ประกอบ ฤกษ์เดี๋ยวบอกอีกทีนึง หมือนทางบ้านพี่ผาเขาก็รอฤกษ์จากทางวัด”
คาดน่าจะจัดที่เขาใหญ่แค่งานเดียว
“ก็น่าจะเป็นต่างจังหวัดอย่างเดียวค่ะ แต่ก็ไม่รู้มันตอบไม่ได้ เพราะว่าหนูก็ยังไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วพอประกาศแต่งปุ๊บ มีละครติดต่อมา 2 เรื่องเลย แต่ก็มีไปลองชุดเจ้าสาวมาบ้างแล้วค่ะ เอาจริงๆ ที่ลุ้นก็คือเสื้อผ้า เพราะคอลเลกชันเพิ่งออกมาเมื่อวัน 2 วันก่อน ก็พยายาม DM ไปหาร้านว่าทันไหม (มีแผนสำรองไหม ถ้าไม่ได้ร้านนี้?) เรามี ใหม่ ดาวิกา (หัวเราะ)”
เผยจริงๆ ก็ยังไม่พร้อม เพราะไม่มีภาพในหัว ต้องคอยปรึกษากันว่าอยากให้เป็นยังไง
“ก็ยังไม่พร้อมนะ พอเราไม่มีภาพ เราก็จะต้องถามจากภูผาว่าอยากให้เป็นยังไง เราไม่มีภาพจริงๆ ก็ถามตัวเองว่าจะจัดยังไง คือมันไปไม่ถูกเรื่องธีมเหมือนกัน พี่ภูผาก็ช่วยเป็นหลักเลย ต้องขอบคุณพี่ผา ที่ช่วยเราในเรื่องตรงนี้ได้ ตอนแรกเพื่อนๆ เขาก็ลุ้นว่าแบบจะไปขอที่ซาฟารีหรือเปล่า มาร์กี้ (ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์) เขาก็เตรียมพร้อมตั้งแต่ไปแอฟริกา จนเพื่อนแบบ…ภูผามันจะขอเมื่อไหร่ เราเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเพื่อนๆ ถึงขั้นถาม ว่าให้ช่วยจัดบ้าน ให้ช่วยขอแต่งงานไหม ทุกคนเสนอช่วยหมดเลย ภูผาก็จะเป็นคนแบบ...ไม่ดีกว่า เขาจะเป็นอินโทรเวิร์ต เวลาทำอะไรเขาจะชอบจัดการด้วยตัวเขาเอง”
ขอบคุณทุกคนที่ช่วยลุ้นและร่วมยินดี
“รู้ว่าทุกคนลุ้นไปกับมิ้นต์เยอะ แต่ไม่คิดว่าทุกคนจะดีใจขนาดนี้ ทั้งพี่ๆ ในวงการ และแฟนคลับ ต้องขอบคุณมากจริงๆ ไม่คิดว่าทุกคนพร้อมจะยินดีกับเราเยอะขนาดนี้”
รัก 14 ปี อยู่กันเหมือนเพื่อนช่วยคิด
“เราอยู่กันเหมือนเป็นเพื่อนช่วยคิด คนนึงหนัก คนนึงเบา คือ 14 ปี ต้องบอกเลยว่ามันก็ไม่ได้ง่ายที่จะมาถึงทุกวันนี้ มันผ่านการปรับทุกช่วงวัย การเติบโต แนวคิดเราวันนี้เปลี่ยน พรุ่งนี้เปลี่ยน แต่ว่าสิ่งที่เรายังอยู่ด้วยกัน มันคือนี่แหละ เรามีกันและกันที่ช่วยกันคิด”
ยังไม่คิดเรื่องฝากไข่ เพราะยังไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบสองคนจริงๆ
“ไม่เคยฝากเลยค่ะ แล้วก็ยังไม่ได้คิดเรื่องจะฝาก เพราะว่าอย่างที่บอกว่าเราไม่เคยอยู่ด้วยกันเลยจริงๆ คือเราเป็นแฟนกันมายาวนาน แต่ใช้ชีวิตอยู่ในการบ้านเดียวกัน เรายังไม่เคยเลย ก็เลยอาจจะขอเรียนรู้กันตรงนี้ไปก่อน เรายังไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเอง เราก็ต้องอยู่ด้วยกันไปก่อน เรื่องแพลนอนาคตการฝากไข่ เดี๋ยวลองไปตรวจสุขภาพกันอีกทีนึง ตอนนี้ยังไม่ได้มีการตรวจ หรือยังไม่ได้มีการแพลนอะไร”
ฝึกสกิลทำอาหาร จากหนังสือสูตรอาหารในการ์ตูน “วันพีซ“
“ทุกวันนี้ก็เริ่มมีทำกับข้าวบ้าง เพราะว่าพอได้ไปอยู่เขาใหญ่ ก็เป็นคนติดกินกับข้าวบ้าน ไม่ค่อยได้กินข้างนอก ถ้าเกิดว่าไม่ได้ออกไปกินข้าวกับเพื่อน พี่ภูผาก็เลยซื้อหนังสือวันพีช ให้ทำกับข้าวตามสูตรในการ์ตูน เหมือนหลอกล่อให้เราทำกับข้าว โชคดีที่มีม่อนช่วย เพราะม่อนทำร้านอาหาร ม่อนก็จะเป็นแบบลิ ลิต้องเริ่มไปช้อปปิ้ง เพราะว่าจริงๆ น้องมิ้นต์ทั้งหมด เขาเอาตัวรอดตัวเองได้หมดเลย มันเหลือแค่เราที่เป็นโอ้ภาระ แล้วแม่ก็ค่อนข้างกังวล สิ่งที่ม่อนให้ก็คือน้ำซอส อันนี้เธอไปปรุงแค่กับหมูนะ เธอผัดกับหมูแล้วเธอใส่แค่ใบกะเพรา มันอร่อยแน่นอน ถ้าเธอทำแค่นี้ไม่อร่อย ก็ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว ช่วยได้แค่นี้ คือเขาจะทำน้ำซอสแช่ฟรีซไว้ให้”
บอกน้องๆ ในสวนสัตว์ “ฉันได้เป็นแม่เธอแล้วนะ”
“ก็บอกว่าฉันจะได้เป็นแม่เธอแล้วนะ (หัวเราะ)”


