xs
xsm
sm
md
lg

ช่างเครื่อง DT Motorsports แจงเปลี่ยนเสื้อสูบโกคาร์ท “พายุ” หลังถูกตัดสินผิดกติกา ยันไร้เจตนาสร้างความได้เปรียบ แค่ตีความกติกาพลาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรณีดรามาวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับเยาวชน รุ่น Cadet-B ศึก Super Kart Thailand Championship 2026 หลังจบการแข่งขันโกคาร์ท ซึ่ง “น้องพายุ” ลูกชาย “น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์” และ “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” เข้าเส้นชัยคว้าที่ 1 แต่มีการประท้วงเรื่องเทคนิคเครื่องยนต์ จนทำให้ไม่สามารถขึ้นโพเดียม และกลายเป็นดรามาบานปลายไปหลายวงการ

ล่าสุดราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ร.ย.ส.ท.) ได้ออกมาแถลงผลตรวจสอบพบเครื่องยนต์รถ “น้องพายุ” ไม่ตรงตามสเปกที่กติกากำหนด ย้ำการแข่งขันรุ่นนี้ต้องใช้เครื่องยนต์ตามมาตรฐานเดียวกันทุกคัน ส่วนบทสรุปเรื่องผลการแข่งขันโยนให้ผู้จัดเป็นผู้พิจารณา พร้อมเผยผู้จัดเผชิญความเครียดจนต้องเข้าโรงพยาบาล

ต่อมา “เชษฐ์” ช่างเครื่องประจำทีม DT Motorsports ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียด กรณีดรามาการเปลี่ยนเสื้อสูบเครื่องยนต์ของรถหมายเลข 69 ซึ่งคว้าอันดับที่ 1 ในรุ่น Cadet B โดยยืนยันบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีเจตนาสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และผ่านการตรวจสภาพจากกรรมการกลางของโรงงาน IAME ทั้งก่อนและหลังแข่งเรียบร้อยแล้ว

ช่างเครื่อง DT Motorsports เปิดเผยว่า เครื่องยนต์หมายเลข 027632 ที่ได้รับจากโครงการ ได้ผ่านการแข่งขันมาแล้ว 2 สนาม รวมถึงใช้ฝึกซ้อมมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในช่วงวันซ้อมก่อนแข่งจริงพบว่า เครื่องยนต์มีอาการวิ่งไม่ออกและทำเวลาต่อรอบช้าลง เมื่อเปิดเช็กดูพบว่าเสื้อสูบเกิดรอยหลังไอเสีย ซึ่งพิจารณาแล้วไม่สามารถใช้แข่งขันทันในวันเสาร์-อาทิตย์อย่างแน่นอน

เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้รถสามารถลงแข่งได้ จึงได้สอบถามไปยัง “เฮียตี๋” ผู้จัดงาน ซึ่งได้รับคำตอบให้เช็กดูตามกฎกติกา เมื่อตรวจสอบในคู่มือพบคำว่า OR (แปลว่า “หรือ”) อยู่ข้างรูปเสื้อสูบรุ่นเก่า ทำให้เข้าใจว่าสามารถเลือกใช้เสื้อสูบสเปกเดิมของทีมที่เคยแข่งขันในโครงการทรูได้ จึงได้นำมาใส่และลงซ้อมเปรียบเทียบเวลา ซึ่งพบว่าเวลาสูสีกับคู่แข่งเป็นปกติ ไม่ได้มีความได้เปรียบแปลกแยกแต่อย่างใด

นายเชษฐ์ ระบุเพิ่มเติมถึงขั้นตอนการตรวจสภาพอย่างเข้มงวดว่า ก่อนแข่งทางผู้ตรวจสภาพของรายการซึ่งเป็นตัวแทนโดยตรงจากโรงงาน IAME ได้ทำการตรวจเช็กและติดซีลเครื่องยนต์ให้อย่างถูกต้องเรียบร้อย

หลังแข่ง (รอบ Final) รถหมายเลข 69 เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 จึงต้องรับการตรวจสภาพอย่างละเอียดร่วมกับรถอันดับ 1-3 โดยตนได้รื้อเครื่องยนต์ต่อหน้ากรรมการ ซึ่งผลการตรวจไม่พบปัญหาหรือความผิดปกติใดๆ กรรมการกลางจาก IAME จึงยืนยันว่า “ผ่าน” และให้เก็บอุปกรณ์กลับได้ โดยไม่มีการแจ้งความผิดหรือให้เซ็นเอกสารรับทราบความผิดใดๆ ทั้งสิ้น

“เรื่องการตีความในกฎหน้า 20 ความเข้าใจของผมอาจจะมีความผิดพลาดในการแปล แต่ผมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะสร้างความได้เปรียบ เพียงต้องการให้รถกลับมาแข่งขันได้เท่านั้น หากเสื้อสูบรุ่นเก่าเร็วกว่าจริง สามารถตรวจสอบความเร็วสูงสุด (Top Speed) และเวลาต่อรอบ (Best Lap) ของแต่ละฮีทเปรียบเทียบได้”ช่างเครื่อง DT Motorsports กล่าว

นอกจากนี้ หลังเกิดการประท้วง ได้มีการปรึกษาผู้ใหญ่ในวงการและเพื่อนต่างชาติ ซึ่งต่างมีความเห็นตรงกันว่าไม่น่ามีปัญหาหากเป็นไปตามข้อกำหนดของ IAME อย่างไรก็ดี ช่างเครื่องประจำทีมได้กล่าวขอโทษอย่างเป็นทางการหากการกระทำดังกล่าวทำให้เกิดความสับสนหรือข้อขัดแย้ง โดยย้ำว่าทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่อการแข่งขันอย่างแท้จริง