อาจจะไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่าคนบันเทิงทั้ง ขวัญ อุษามณี, เปิ้ล นาคร หรือ อาจารย์เบียร์ แต่การไปออกโหนกระแสในฐานะหนึ่งในผู้เสียหายของ "พี่ฟ้า" ที่ "หนุ่ม กรรชัย" เรียกนั้นเป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อย
เพราะประวัติของเจ้าตัวนั้นไม่ธรรมดาชนิดที่ต้องบอกว่าเรื่องของร่างทรงอมเงินหรือบรรดานักบุญทุนคนอื่นนั้นเป็นแค่เด็กๆ ไปเลย
โดยชื่อของเธอที่ปรากฏตามสื่อก็คือ "พรทิพา สุพัฒนุกูล" เจ้าของช่องทีวีดาวเทียม "ฟ้าให้ ทีวี" และผู้ก่อตั้ง "พิพิธภัณฑ์พุทธศิลป์สมเด็จโต" ที่ปทุมธานี ซึ่งเมื่อย้อนไปก่อนหน้าเธอใช้คำนำหน้าว่า "ดร." แต่พอถูกจับผิดว่าไม่ได้จบ ดร.จริงๆ เจ้าตัวจึงเลิกใช้พร้อมแจงว่า ดร. เป็นคำที่คนอื่นเรียกแบบยกย่องเธอเอง
ปัจจุบันชื่อที่เรียกขานเธอก็มีทั้ง "ผอ.ฟ้า" "นางฟ้านักบุญ" ฯ แต่คนในวงการพระเครื่องต่างเรียกขานเธอว่า "เจ๊หีบ"
สำหรับที่มาของฉายาดังกล่าวก็มาจากการที่เธออ้างว่าได้รับหีบโบราณจาก "ปู่ทวด" ซึ่งเป็นอดีตทหารข้าราชบริพารในวังสมัยโบราณที่ได้ลั่นวาจาไว้ว่าห้ามเปิดออกดูเด็ดขาดจนกว่าจะถึงปี พ.ศ. 2565
ก่อนที่เธอจะเริ่มทยอยเปิดหีบซึ่งภายในส่วนใหญ่บรรจุพระสมเด็จเนื้อผงพิมพ์แปลกตาที่เธอระบุว่าเป็น "พระสมเด็จสายวัง" หรือ "พระสมเด็จวังหน้า" รวมถึง "พระสมเด็จพิมพ์ทรงไกเซอร์"
ทั้งนี้ในการเปิดหีบแต่ละครั้งเธอจะย้ำว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมหีบจะถูกเปิดโดยคนที่มีบุญญาธิการคิดดีทำดีตามความต้องการของเจ้าของหีบที่ให้นำพระเครื่องออกมาเผยแพร่และกู้สถานการณ์พุทธศาสนา
เธอยังอ้างถึงการเป็นเจ้าของภาพถ่ายของสมเด็จโตอีกหลายภาพ หรือแม้กระทั่งการเอ่ยถึงคนในรั้วในวังใน ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2565 ที่เริ่มมีการเปิดหีบมาจนถึงปี 2569 เป็นเวลา 4 ปีแล้ว ตอนนี้เธอก็ยังคงมีหีบมาให้เปิดอย่างต่อเนื่องไม่มีท่าทีว่าหีบจะหมด
ว่ากันว่าจำนวนพระในหีบที่เธอนำออกมาทั้งให้เช่า แจกจ่าย และบริจาคไปตามวัดต่างๆ นั้นน่าจะมีจำนวนหลักแสนไปจนถึงหลักล้านแล้ว
ล่าสุดกับการเปิดหีบเธอระบุว่าสิ่งที่พบนั้นคือแม่พิมพ์เหล็กและปูนที่ช่างหลวงในวังและสมเด็จโตใช้แกะสลักและกดปั๊มพระสมเด็จสายวังจำนวน 190 ชิ้น ซึ่งเธอเล่าเป็นตุเป็นตะเหมือนเคยว่าเหตุผลที่บรรพบุรุษนำแม่พิมพ์ทั้งหมดมายัดใส่รวมไว้ในหีบเหล็กและล็อกกุญแจปิดตายทิ้งไว้ร้อยกว่าปีเป็นเพราะป้องกันไม่ให้ขบวนการนอกวังนำไปปั๊มพระปลอมขายในอนาคต
ที่ผ่านมาแม้คนในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะเพจ "เหยื่อ" จะยกเหตุผล หาหลักฐานมาจับผิดว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องที่เธอมโน ทุกอย่างล้วนเป็นของทำขึ้นมาใหม่ไม่ว่าจะเป็นตัวหีบ ภาพสมเด็จโต ฯ
ไม่ต้องพูดถึงพระที่บรรดาเซียนเกือบทั้งหมดที่ยืนยันว่าพระสมเด็จสายวังหรือพระวังหน้า ไม่มีอยู่จริงในสารบบพระแท้สากลและให้ราคาเป็นแค่ "พระเก๊นอกพิมพ์" หรือ "พระสนาม" ที่ทำขึ้นใหม่ ขณะที่บางส่วนยังเชื่อว่าเรื่องนี้อาจจะโยงไปถึงเครือข่ายพระเครื่องที่มีพฤติกรรมสร้างเรื่องราวโปรโมตพระสมเด็จสายวังปลอมที่หาดใหญ่ซึ่งเคยเป็นข่าวดังเมื่อปี 2563 มาแล้ว แต่กระนั้นก็ยังมีคนส่วนหนึ่งที่เชื่อว่าเธอคือของจริง
ไม้ตายที่เจ๊หีบใช้เพื่อให้คนเชื่อนอกจากคำพูดที่เล่นกับเรื่องราวที่คลุมเครือว่าของที่ไม่เคยเห็นไม่ใช่จะไม่เคยมีก็คือการออกใบเซอร์และอ้างการตรวจผลทางวิทยาศาสตร์ ตามสโลแกนในไลฟ์สดที่ว่า "พระแท้ต้องตรวจสอบได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ เชื่อได้... พิสูจน์ได้" รวมไปถึงการประกาศจะฟ้องคนที่กล่าวหาซึ่งเคยเป็นข่าวมาแล้วเมื่อเธอฟ้อง ม.จ.จุลเจิม ยุคล เรียกเงินกว่า 200 ล้านบาทหลังม.จ.จุลเจิมได้โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการเปิดหีบโบราณและปล่อยเช่าพระสมเด็จสายวังของเธอแม้สุดท้ายเรื่องจะจบตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลหลังเจ๊หีบได้ถอนใบมอบอำนาจคดีและสั่งปลดทนายโดยให้เหตุผลทำโดยพลการ
อีกส่วนหนึ่งก็คงจะเป็นเพราะช่วงหลังบรรดาเซียนพระดังๆ หลายคนตลอดจนข่าวในวงการสงฆ์ที่มีแต่เรื่องฉาวๆ ที่สำคัญก็คือแม้จะมีคนแสดงตนเป็นผู้เสียหายอยู่แต่ก็แทบจะไม่ปรากฏเป็นข่าวดังนั่นเองที่ทำให้การเปิดหีบพร้อมกับเรื่องราวอันแสนจะเหลือเชื่อของเธอยังคงขายได้ต่อไป


