-หลังจากเหตุการณ์ช็อกแฟนคลับ “แม่ดา” แม่น้อง “ฟ้าใส” วัย 13 ปี สลิ้งแตก วีนลูกสาว และคนใกล้ตัว ถูก “เจ๊เบียร์ คนละยำ” หยุมหัว มีการปาหินไปโดนชาวต่างชาติ หวิดโดนทำร้ายร่างกาย ประกาศเรียกเงิน 40 ล้าน หากใครจะเอาตัวลูกสาวไป
-ล่าสุดแม่ดาประกาศยกน้องฟ้าใสให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดูแล อ้างไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมและดูแลได้อีกต่อไป และกังวลเรื่องปัญหาโซเชียล โดยน้องฟ้าใสจะอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัวเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพ และพิจารณาเรื่องการเรียนต่อไป
-สำหรับเรื่องนี้ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง พร้อมเจ้าหน้าที่พม. เจ้าหน้าที่ตร.สืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง และเจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการภาค 2 ร่วมหารือแนวทางการช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพ
-แม่ดาแจงข้อสงสัย ยืนยันน้องฟ้าใสเป็นลูกแท้ๆ โดยมีบุตร 4 คน จากสามี 2 คน ฟ้าใสเป็นบุตรคนสุดท้าย มีสูติบัตรยืนยันความเป็นแม่ลูกที่ถูกต้องตามกฎหมาย
-อึดอัดกับการทำคอนเทนต์ของกลุ่ม “นุ้งตี้” โดยเฉพาะคลิปที่ให้ตนไปยืนบริเวณต้นมะพร้าว เป็นคลิปที่ไม่เต็มใจเข้าร่วม
-ยันไม่ได้อิจฉาลูก ที่มีชื่อเสียงมากกว่า ไม่ต้องการเข้าสู่วงการโซเชียลมีเดียตั้งแต่แรก มองเป็นดาบสองคม แม้สร้างรายได้ แต่ทำให้ชีวิตครอบครัวถูกจับตา และวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด
-คลิปทะเลาะวิวาท ปาก้อนหินจนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่พอใจ ยอมรับว่าวันเกิดเหตุมีสภาพเหนื่อยล้าจากการเสิร์ฟอาหารเป็นเวลานาน ไม่ได้รับประทานอาหารเพียงพอจึงเกิดความเคียดและควบคุมอารมณ์ไม่ได้
-กรณีเรียกเงิน 40 ล้าน เกิดจากโมโหชั่ววูบเท่านั้น
-กรณีใช้ไม้แขวนเสื้อตีลูกสาว อ้างเกิดจากความขัดแย้ง อบรมสั่งสอนให้ลูกรับผิดชอบ ซักเสื้อผ้าส่วนตัว โตพอดูแลตัวเองได้ แต่มีปากเสียงและโต้เถียงกัน
-ปฏิเสธข้อกล่าวหา ให้ลูกสาวไปซื้อยาเสพติดจากชาวเมียนมา บังคับให้ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขอให้ผู้กล่าวหานำหลักฐานมายืนยัน พร้อมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
-ต้องการให้หน่วยงานรัฐเข้ามาดูแลฟ้าใส เนื่องจากไม่สามารถอบรมสั่งสอนและดูแลลูกสาวได้อย่างเหมาะสม กังวลว่าหากกลับมาอยู่ด้วยกันปัญหาเรื่องโซเชียลและความขัดแย้งต่างๆ อาจเกิดขึ้นซ้ำ “เลี้ยงน้องได้แต่ตัว แต่เลี้ยงใจเขาไม่ได้ ตอนนี้แม่คุ้มครองน้องไม่ได้แล้ว แต่ยังรักลูกเสมอ อยากให้เรียนหนังสือสูงๆ เพราะแม่ไม่มีโอกาสได้เรียน” แม่ดากล่าว
-ยกมือไหว้ขอโทษสไปร์ท-อุงเอิง นุ้งตี้ ออดี้ พี่เบนซ์ และเจ๊เบียร์ หากเคยใช้คำพูดหรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม จนได้รับผลกระทบ
-เผยเหตุผลเดินออกมาจากสไปร์ท-อุงเอิง เพราะไม่ชอบใช้ชีวิตบนโลกโซเชียลที่มีผู้คนวุ่นวาย และสภาพแวดล้อมที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควร รู้สึกว่าไม่มีอิสระในการใช้ชีวิต ต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ต่างๆ ทำให้มีความเครียดอยู่เสมอ
-เผยสไปร์ทโอนเงินให้สม่ำเสมอ ประมาณ 2,500 บาทต่อสัปดาห์ แต่จำนวนเงินเพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน (แม้ได้มากกว่าตอนเก็บขยะ) ถ้าต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ สไปร์ทก็จะโอนเงินเพิ่มให้ประมาณ 3,000 บาท
-ในตอนแรกที่แม่ดาบอกลูกว่าอยากย้ายออก น้องฟ้าใสก็มีความกังวล เพราะอยากเรียนต่อและอยากเป็นอินฟลูเอนเซอร์ แต่หลังจากเห็นแม่มีความเครียดสะสมมานาน และต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะ น้องฟ้าใสก็มาร้องไห้กอดแม่และตัดสินใจจะย้ายออกไปพร้อมกัน
-แม่ดายังเปิดเผยอีกว่า ในตอนที่ตัดสินใจย้ายออก มีเงินเก็บที่สไปร์ทโอนให้คือ 90,000 บาท และรอบหลังอีก 40,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 130,000 บาท
-ต้นอ้อ ชลิดา มูลนิธิเป็นหนึ่งเผยเคยได้รับเรื่องมา 2 ปีที่แล้ว แต่ไม่เป็นข่าว ประสานขอความช่วยเหลือว่าเด็กคนนึงถูกทอดทิ้งอยู่ริมชายหาดพัทยา
-กระทั่งน้องได้รับการช่วยเหลือจากอินฟลูฯ จนมีดรามา (ซึ่งคือ สไปร์ท-อุงเอิง)
-หลายหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมคุ้มครองเด็ก
-มีการคุ้มครองน้อง 100 เปอร์เซ็นต์
-แม่ดาเซ็นมอบอำนาจให้บ้านพักเด็กดูแลน้อง ในเรื่องการเรียน การเป็นอยู่ พม.ดูแลอยู่แล้ว
-แม่เองได้รับการคุ้มครองทางภาครัฐ มีทีมแพทย์ประเมินร่างกายและสภาพจิตใจ ได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
-มีการกำชับ ห้ามนำน้องมาทำคอนเทนต์ ทำคลิปต่างๆ อีก ภายใน 3 เดือนจะมีการประเมิน แต่ไม่ได้ตัดโอกาสน้อง แต่ถ้าระหว่างทางมีข้อตกลงที่สบายใจทั้งสองฝ่าย อาจให้น้องกลับไป
-แต่ด้วยข้อกฎหมายต่างๆ อาจมีหน่วยงานภาครัฐเข้าไปดูเรื่องรายได้ของน้อง สัญญาที่น้องทำถือเป็นโมฆะไปแล้ว อนาคตจะกลับมาเป็นอินฟลูฯ ทำได้แต่ภายใต้เงื่อนไขกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับเด็ก เด็กได้รับประโยชน์สูงสุด จะมีพม.เข้ามาดูแล
-ผลกระทบก็เกิดกับเด็กและตัวเด็ก เป็นดิจิทัลฟุตปริ้นต์อาจกลับมาทำร้ายเขาอีก ทุกคนหวังดีหมด ฝากถึงสังคมว่าอย่าด่าทอเขาเลย แม่เขาก็ใช้ชีวิตลำบาก น้องก็ใช้ชีวิตลำบาก


