“พีท ทองเจือ” หัวเราะ “ไผ่ ลิกค์” ไล่ให้ไปนอน หากแข่งขันเกิดความไม่ยุติธรรมแล้วไม่ประท้วง ลั่นขอบคุณที่เป็นห่วงช่วงนี้พักผ่อนน้อยพอดี เล่าประสบการณ์นักแข่ง 28 ปีเคยสงสัยอยากทวงความยุติธรรมในการแข่งขันเหมือนกัน แต่วิธีนี้ชาวต่างชาติไม่นิยมทำกันเพราะต้องเสียเงิน เผยหากรู้สึกไม่แฟร์จริงๆ จะเลือกวิธีการย้ายรายการแข่งขันแทน
กลายเป็นเรื่องราวผู้ใหญ่สาดน้ำลายใส่กันแล้ว เมื่อ “ไผ่ ลิกค์” หรือ “ไผ่ วันพ้อยท์” ตัวพ่อทีมวันพ้อยท์ ออกตัวแทนน้อง “แมคลาเรน” ลูกชาย “ปอ ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์” สมาชิกทีมวันพ้อยท์ ถึงความไม่ยุติธรรมที่รถโกคาร์ทของ “พายุ รังษีสิงห์พิพัฒน์” ลูกชาย “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” เข้าเส้นชัยที่ 1 ด้วยการใช้เครื่องยนต์ที่ไม่ตรงสเปกที่ทางการแข่งขันกำหนด
ซึ่งนักแข่งรถอาชีพ “พีท ทองเจือ” ได้ออกมาแสดงความเห็นเรื่องนี้ พร้อมแชร์ประสบการณ์การแข่งรถตลอด 28 ปีของตนและลูกๆ ทั้งสองที่เป็นนักแข่ง ไม่เคยทำการประท้วงเลย ทำเอา ไผ่ วันพ้อยท์ เดือด ไล่ให้พีทไปนอนซะ ในรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ถามเรื่องที่ไผ่พูดกับพีท ทำเจ้าตัวหัวเราะและขอบคุณที่เป็นห่วงให้ไปพักผ่อน
“(หัวเราะ) ดีครับ ช่วงนี้ผมพักผ่อนน้อย ขอบคุณมากๆ ที่เป็นห่วงให้ไปพักผ่อน ผมไม่ติดอะไรเลย (แข่งรถในยุคเดียวกัน?) ไม่ทันครับ ผมเป็นนักแข่งมา 28 ปี ผมไม่แน่ใจว่าเขามาตอนไหน แต่ผมไม่เคยแข่งพร้อมกัน ไม่เคยเห็นเขาในสนามแข่งในรุ่นที่ผมแข่งมา (ทีมวันพ้อยท์โด่งดัง?) เป็นทีมที่ดังในเมืองไทย รถเขาสวยๆหมดเลย สวยมากๆ
จริงๆ แล้วผมเป็นกลางมากๆ ผมรู้จักและคุ้นเคยกับทั้งสองครอบครัว ถ้าจากประสบการณ์ผม อะไหล่ทุกชิ้นจำเป็นต้องมีพาร์ตนัมเบอร์ที่กำหนดมาอย่างชัดเจนว่าแต่ละชั้นจะให้นัมเบอร์ไหนบ้าง ถ้าถูกต้องก็คือถูกต้อง ถ้าผิดก็คือผิด แต่ผมห่างจากวงการโกคาร์ทมาหลายปีแล้ว ผมก็ไม่ทราบว่ากติกาถูกปรับไปถึงไหนแล้ว หรือการแข่งขันมีข้อกำหนดอย่างไรบ้าง ถ้าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเขาจะอ้างอิงกับนัมเบอร์ตัวเครื่องยนต์ตามกำหนดเป๊ะๆ แบบไม่ต้องตีความ”
ไม่เคยประท้วง เพราะการยื่นเรื่องประท้วงต้องเสียเงินในการตรวจสอบ ซึ่งทีมต่างชาติไม่นิยมทำ
“ส่วนตัวผมไม่เคยประท้วง แต่การประท้วงเป็นเรื่องปกติของการแข่งขัน แต่จากประสบการณ์ผมเราไม่เคยประท้วง ทีมแข่งที่ผมร่วมแข่งมาด้วยทั้งหมดเราก็ไม่เคยประท้วง เราไปตามเกม วันนี้สู้ไม่ได้ก็คือสู้ไม่ได้ อาจจะเซ็ตอัปรถไม่ดี หรือวันนี้ฝีมือคนขับ ขับไม่ได้ดีเหมือนทุกวัน สิ่งที่เราจะทำกันคือกลับมาพัฒนารถ ทีมแข่ง และทักษะในการขับขี่มากกว่า
มาตรฐานทั้งหมดแล้วการประท้วงจำเป็นจะต้องมีการวางเงิน สมมติรุ่นทำการแข่งขัน 20 คันทุกคนลุกขึ้นมาประท้วงพร้อมกันหมด กรรมการปวดหัว เขาเลยออกเงื่อนไขที่ทุกคนทราบกันดีว่าในการประท้วงจำเป็นที่จะต้องวางเงิน ประมาณ 20,000 บาท พอวางเงินแล้วถ้าการประท้วงเป็นผลถึงจะคืนเงิน ถ้าไม่เป็นผลเขาก็จะยึดเงินไป
ซึ่มทีมใหญ่ที่ผมอยู่มาทั้งหมด ผมเคยถามจากที่ผมแข่ง ทำไมรถคันนี้แรงผิดปกติ ทีมที่ผมขับด้วยจะเป็นทีมต่างชาติเกือบ 100% ผมก็ถามเขาว่าคุณไม่ข้องใจหรือว่ารถคันนั้นมันเร็วมากเกินไป ทางตรงเขาทิ้งหายไปครึ่งสนามเลย สิ่งที่ผมได้รับคำตอบจนกระทั่งผมเลิกถามไปเองเลยก็คือ เขาก็สงสัยและข้องใจแหละ แต่เขาไม่จำเป็นจะต้องจ่ายเงินเพื่อให้ผลออกมา เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาจะต้องทำคือกลับมาพัฒนารถ ทีมแข่ง และทักษะของการขับขี่ มากกว่า
ส่วนมากปัญหามักจะมาจากคนที่เป็นห่วงนักแข่ง เช่น ผู้จัดการทีม พ่อแม่ที่เขารู้สึกไม่โอเคกับผลที่มันเกิดขึ้น มันเป็นสิ่งที่ธรรมชาติมากๆ ที่จะเห็นว่านักแข่งของเราทำได้ดีแล้ว แต่รถอีกคันมันวิ่งเร็วกว่าปกติ ตัวนักแข่งจริงๆ ไม่ได้สนใจหรอก แต่จะเป็นผู้จัดการทีมที่ประท้วงขึ้นไปมากกว่า”
ไม่เคยประท้วงให้ลูกที่เป็นนักแข่งเหมือนกันด้วย หากรู้สึกไม่แฟร์จริงๆ จะเลือกวิธีการย้ายรายการแข่งขันแทน
“ไม่เคยครับ ผมผ่านประสบการณ์ตรงนี้มาเยอะ ถ้าเราเจอเหตุการณ์แบบนี้สัก 1 ครั้ง เราจะดูว่ากรรมการตัดสินยังไง 2 ครั้งยังเป็นเหมือนเดิม ครั้งที่ 3 เราย้ายซีรีส์หรือรายการแข่งขันเลย เพราะเรารู้แล้วว่าอันนี้มันไม่แฟร์สำหรับเราแล้ว เราจะพยายามเต็มที่ยังไงก็ไม่มีโอกาสสร้างสถิติด้วยการขึ้นไปยืนบนโพเดียมได้
ในการที่จะขึ้นไปยืนเป็นแชมป์ คุณขับรถเก่งอย่างเดียวแต่รถคุณไม่ดี คุณก็ทำผลงานไม่ได้ ถ้ารถทีมแข่งทำมาอย่างดี แต่นักแข่งไม่มีทักษะที่จะพารถไปได้ก็ประสบความสำเร็จไม่ได้เช่นเดียวกัน สิ่งที่จะมาประกอบให้สมบูรณ์แบบหลังจากที่รถดี นักแข่งเก่งแล้ว ในศัพท์นักแข่งเราจะเรียกว่า Racecraft หรือฝีมือในการขับขี่ หรือทักษะในการขับขี่ซึ่งไม่ได้บอกว่าคุณเก่งหรือไม่เก่ง แต่ Racecraft จะเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะทำผลงานได้ดีแค่ไหน หากคุณมีรถที่ดี มีรถที่แรง มีสกิลการขับที่ดี Racecraft คือทักษะที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์”


