xs
xsm
sm
md
lg

“ปอ ตนุภัทร” โพสต์อีก! ลั่นภาพติดตาคือน้ำตาเด็ก ยื่น 2 ข้อเรียกร้อง สอนลูกให้รู้จักยอมเพื่อสิ่งที่ดีกว่าชัยชนะ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ปอ ตนุภัทร” โพสต์อีกรอบปมดรามาโกคาร์ท ย้ำไม่ได้โทษครอบครัว “น็อต-ชมพู่” แต่ยื่น 2 ข้อถึงผู้จัดให้ชี้แจงอย่างเป็นธรรม ลั่นสอนลูกให้รู้จักยอมเพื่อสิ่งที่ดีกว่าชัยชนะ

จากกรณีดรามาร้อนในวงการมอเตอร์สปอร์ตเยาวชนเกี่ยวกับการแข่งขันโกคาร์ท ซึ่งมี “น้องพายุ” ลูกชายของ “น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์” และ “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต”คว้าชัยขับเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 แต่กลับเกิดกระแสตั้งคำถามเกี่ยวกับความถูกต้องทางเทคนิคของเครื่องยนต์ จนยังไม่ได้ขึ้นรับถ้วยรางวัลอย่างเป็นทางการนั้น

ล่าสุด “ปอ ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์” คุณพ่อของ “น้องแมคลาเรน” ผู้เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 2 ของการแข่งขันรุ่นดังกล่าว ได้ออกมาโพสต์ข้อความร่ายยาวอีกครั้ง ชี้แจงมุมมองในฐานะผู้ปกครอง พร้อมย้ำชัดตั้งแต่ต้นว่า ไม่ได้ต้องการเรียกร้องให้เปลี่ยนอันดับ และไม่ต้องการถ้วยรางวัลอันดับ 1 มาให้ลูกชาย แต่ออกมาพูดเพื่อรักษากติกาและปกป้องสภาพจิตใจของเด็กๆ ทั้ง 21 คนที่ลงแข่งขัน โดยในช่วงท้าย ปอยังได้แสดงความยินดีกับน้องพายุ และครอบครัวของพ่อน็อต-แม่ชมพู่ พร้อมระบุว่าเด็กๆ ทั้ง 21 คนคืออนาคตของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยที่อาจได้ติดทีมชาติด้วยกันในวันข้างหน้า

“เด็กทั้ง 21 คนที่ลงสนามวันนั้น ไม่ควรมีใครต้องเสียใจเพราะความผิดพลาดของผู้ใหญ่

ผมขอเริ่มด้วยความจริงข้อหนึ่งก่อนครับ

ผมเป็นพ่อของน้องแมคลาเรน ที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ในรุ่นนี้ ผมเข้าใจดีว่าหลายท่านอาจมองว่าผมออกมาพูดเพราะลูกแพ้ ผมจึงขอยืนยันตั้งแต่ต้นว่า ผมไม่ได้เรียกร้องให้เปลี่ยนอันดับการแข่งขัน และไม่ได้ต้องการถ้วยรางวัลอันดับ 1 มาให้ลูกของผมครับ

ตลอดสองวันที่ผ่านมา ผมอ่านทุกความคิดเห็น ทั้งจากผู้ที่เข้าใจและผู้ที่มีมุมมองแตกต่างกัน ผมไม่โกรธใครเลย เพราะเชื่อว่าทุกคนที่แสดงความคิดเห็น ต่างก็รักและเป็นห่วงเด็ก ๆ เช่นเดียวกัน

ภาพที่ติดอยู่ในใจผมมากที่สุด ไม่ใช่ถ้วยรางวัล แต่คือน้ำตาและความผิดหวังของเด็ก

หนึ่งในเด็กที่ต้องเสียใจคือน้องพายุ ซึ่งทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด ขับเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้ขึ้นรับถ้วยรางวัล เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมได้ฟังแล้วรู้สึกบีบคั้นหัวใจอย่างมาก

ขณะเดียวกัน ยังมีเด็กอีก 20 คน และครอบครัวของพวกเขา ที่มีสิทธิ์ตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมในการแข่งขันครั้งนี้เช่นเดียวกัน

ผมจึงอยากให้ทุกท่านเปิดใจรับฟังข้อเท็จจริง และมองเรื่องนี้ด้วยหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ โดยไม่แบ่งแยกว่าเด็กคนไหนเป็นลูกของใคร

ผมอยากแยกเรื่องนี้ออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจนครับ

เรื่องแรก คือเรื่องของเด็ก ๆ

ลองนึกภาพเด็กอายุเพียง 8–9 ขวบ จำนวน 21 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจเป็นลูกของคุณ

เด็ก ๆ สวมชุดแข่งที่ร้อนอบอ้าว สวมหมวกกันน็อกที่ทั้งหนักและใหญ่เมื่อเทียบกับตัวเอง นั่งอยู่หลังพวงมาลัยท่ามกลางแดดจ้า กล้าเร่งเครื่องเข้าโค้งด้วยความเร็วที่ผู้ใหญ่หลายคนยังไม่กล้าทำ

พวกเขาฝึกซ้อมกันมาหลายเดือน ผ่านทั้งความร้อน ความเหน็ดเหนื่อย ความผิดหวัง บางคนเคยหลุดโค้ง เคยประสบอุบัติเหตุ เคยเจ็บตัว แต่ก็ยังลุกขึ้นมาฝึกซ้อมต่อ

ผมเข้าใจเรื่องนี้ดี เพราะเห็นลูกชายตัวเองผ่านทุกอย่างมากับตา และผมเชื่อว่าเด็กอีก 20 คน รวมถึงน้องพายุ ต่างก็ผ่านความพยายามเหล่านี้มาไม่ต่างกัน

นี่คือสิ่งที่ทุกคนควรภาคภูมิใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชนะหรือเด็กคนใดก็ตามที่ทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถ

เด็กทุกคนควรได้กลับบ้านพร้อมรอยยิ้ม พร้อมกำลังใจที่จะฝึกซ้อมต่อ และได้เรียนรู้ว่ากีฬาสอนให้เรารู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และมีน้ำใจต่อกัน

ไม่ควรมีเด็กคนใดต้องเสียใจเพราะความผิดพลาดในการตัดสินใจของผู้ใหญ่ ไม่ว่าเขาจะเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 หรืออันดับใดก็ตาม

เรื่องที่สอง คือเรื่องของผู้ใหญ่ทุกคน รวมถึงตัวผมเอง

ตั้งแต่วันรับรถ โครงการได้มอบเอกสารกติกาให้ผู้ปกครองทุกครอบครัว โดยมีข้อกำหนดสำคัญเกี่ยวกับมาตรฐานของรถและเครื่องยนต์

ข้อ 1 ระบุว่า

“รถ Kart KR เครื่องยนต์ IAME X30/60cc พร้อมอุปกรณ์ ชิ้นส่วนเหมือนกันทุกชิ้น ไม่สามารถดัดแปลง เปลี่ยนชิ้นส่วนที่มิใช่ STD”

ข้อ 6 ระบุว่า

“รถคาร์ททุกคันเหมือนกัน ทุกชิ้นเหมือนกัน”

นอกจากนี้ ตามข้อกำหนดของโครงการสำหรับรุ่น Cadet B ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการห้ามเปลี่ยนชิ้นส่วนหรือเสื้อสูบเป็นรุ่นอื่นนอกเหนือจากมาตรฐานที่กำหนด

การตรวจสภาพเครื่องยนต์ก่อนการแข่งขันเป็นการตรวจเบื้องต้น ขณะที่การตรวจสอบหลังการแข่งขันจะเป็นการตรวจรายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติม

ประเด็นที่ผมตั้งคำถามในครั้งนี้ คือรถที่เข้าเส้นชัยอันดับ 1 ใช้เสื้อสูบ IAME ที่มีลักษณะตัวอักษรโลโก้ขนาดใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากรถอีก 20 คันที่ใช้เสื้อสูบโลโก้ขนาดเล็ก

จากข้อมูลที่ผมได้รับ มีข้อสงสัยว่าเสื้อสูบดังกล่าวอาจเป็นรุ่นเก่าประมาณปี 2014 ซึ่งนำมาใช้ร่วมกับเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้ในการแข่งขันปี 2026

จึงเกิดคำถามสำคัญว่า

การนำเสื้อสูบต่างรุ่นมาใช้ร่วมกับเครื่องยนต์ที่โครงการกำหนด ถือเป็นการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ขัดต่อข้อบังคับของรุ่น Cadet B หรือไม่?

และเหตุใดรถเพียงคันเดียวจึงมีชิ้นส่วนที่แตกต่างจากรถอีก 20 คันในการแข่งขันรุ่นที่กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์ให้เหมือนกัน?

นี่คือข้อเท็จจริงทางเทคนิคที่ผมต้องการให้คณะกรรมการตรวจสอบและชี้แจงอย่างชัดเจน โดยอ้างอิงเอกสารกติกาที่ผมแนบมาพร้อมข้อความนี้

ผมไม่ได้ต้องการตัดสินว่าใครกระทำผิดด้วยตัวเอง แต่ต้องการให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบชี้แจงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถูกต้องตามข้อบังคับหรือไม่ และผ่านกระบวนการตรวจสอบมาได้อย่างไร

ผู้ปกครองส่วนใหญ่อย่างพวกเราไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์ เราจึงมอบความไว้วางใจให้ทีมช่างและผู้จัดการแข่งขันดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปตามกติกา

ผมจึงไม่ได้ออกมาเพื่อกล่าวโทษครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง

ผมเชื่อในความตั้งใจดีของทุกครอบครัว รวมถึงพี่น็อตและพี่ชมพู่ ที่พาลูกมาสนามแข่งขันด้วยความรักและความหวังดี ไม่ต่างจากผม

สิ่งที่ผมอยากเห็นคือ ผู้ใหญ่ทุกฝ่ายร่วมกันรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ยอมรับข้อเท็จจริง และหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ โดยให้เด็กทั้ง 21 คนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ในท้ายเอกสารของโครงการยังระบุถึงเจตนารมณ์ของการแข่งขันว่า เป็นการมาร่วมสนุกกัน ไม่ใช่มาทะเลาะกัน และกีฬาคือการสร้างวินัยและน้ำใจนักกีฬาให้แก่ลูกหลาน

ผมเห็นด้วยกับเจตนารมณ์นี้ทุกประการ และเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ของเด็กทั้ง 21 คน ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

ผมจึงขอให้คณะกรรมการพิจารณาหาทางออกอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงความรู้สึกของเด็กและผู้ปกครองทุกครอบครัว

เด็กไม่ได้เป็นคนเลือกเสื้อสูบ ไม่ได้เป็นคนกำหนดกติกา และไม่ได้เป็นผู้ตรวจสภาพรถ

การปล่อยให้เด็กอายุเพียง 8 ขวบต้องมารับผลกระทบจากการกระทำหรือการตัดสินใจของผู้ใหญ่ เป็นสิ่งที่เราควรช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

สิ่งที่จะทำให้ข้อกังขาครั้งนี้คลี่คลายได้ คือการยอมรับข้อเท็จจริง ชี้แจงสิ่งที่ถูกต้อง แก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด และพัฒนาระบบตรวจสอบให้มีมาตรฐานเดียวกัน

เพื่อให้การแข่งขันครั้งต่อไป เด็กทุกคนได้เริ่มต้นจากจุดเดียวกันอย่างเป็นธรรมตั้งแต่ก่อนออกสตาร์ต

---

ผมจึงขอเรียกร้องต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขัน 2 ข้อ ดังนี้

1. ขอให้ประกาศผลและจัดพิธีมอบรางวัลโดยเร็วที่สุด

ผมขอให้คณะกรรมการพิจารณายุติข้อกังขาเกี่ยวกับรางวัลครั้งนี้อย่างเหมาะสม เพื่อให้เด็ก ๆ ได้รับการยอมรับในความพยายาม และมีโอกาสยืนบนโพเดียมอย่างภาคภูมิใจ

สำหรับผม ไม่ประสงค์จะเรียกร้องให้เปลี่ยนอันดับการแข่งขันหรือมอบถ้วยรางวัลอันดับ 1 ให้ลูกชาย

2. ขอให้ชี้แจงผลการตรวจสอบเครื่องยนต์หลังการแข่งขันอย่างละเอียดและเป็นทางการ

โดยชี้แจงต่อผู้ปกครองทุกครอบครัวถึงข้อเท็จจริง ข้อกำหนดที่ใช้พิจารณา และเหตุผลของคำวินิจฉัย

พร้อมกำหนดมาตรการตรวจสอบที่ชัดเจนตั้งแต่ก่อนการแข่งขัน เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับเด็กคนใดอีก

---

สุดท้ายนี้ ผมอยากพูดในฐานะพ่อคนหนึ่ง

ผมขอแสดงความยินดีกับน้องพายุ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความสามารถ และจิตใจของนักแข่งอย่างแท้จริง

รวมถึงขอแสดงความยินดีกับพี่น็อต พี่ชมพู่ และครอบครัว ที่ทุ่มเทดูแลและสนับสนุนลูกจนสามารถสร้างผลงานที่น่าภาคภูมิใจได้ขนาดนี้

ผมเชื่อว่าน้องพายุ น้องแมคลาเรน และเด็กทุกคนในสนามวันนั้น ยังมีเส้นทางอีกยาวไกลที่จะเติบโตในวงการ Motorsport ไปด้วยกัน

วันนี้พวกเขาอาจเป็นคู่แข่งกันในสนาม แต่ในอนาคตพวกเขาอาจได้เป็นเพื่อนร่วมทีมชาติไทย ช่วยกันนำธงชาติไทยไปโบกสะบัดบนเวทีโลก

ผมขอชื่นชมเด็กทั้ง 21 คนจากใจจริง เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทุกคนเก่งและยอดเยี่ยมมากครับ

ในฐานะพ่อ ผมเชื่อมั่นว่าผมยังสามารถฝึกฝน สนับสนุน และพัฒนาลูกชายให้เติบโตเป็นนักแข่งที่ดี และมีโอกาสก้าวไปสู่การเป็นแชมป์ได้ด้วยความสามารถของตัวเองในอนาคต

วันนี้ผมจึงตั้งใจสอนให้ลูกรู้จักความเสียสละ มีน้ำใจนักกีฬา และเข้าใจว่าการแข่งขันย่อมมีทั้งแพ้และชนะ

สำหรับการแข่งขันสนามนี้ ผมขอยืนยันว่า ผมยอมรับให้ลูกชายอยู่ในอันดับ 2 ตามผลการแข่งขันเดิม และไม่ขอรับรางวัลหรืออันดับอื่นเพิ่มเติม

ผมไม่ได้มองว่านี่คือการยอมแพ้ แต่เป็นการเลือกที่จะรักษามิตรภาพ น้ำใจนักกีฬา และความรู้สึกของเด็ก ๆ เอาไว้

เพราะผมเชื่อว่า การเป็นนักแข่งที่ดีไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนถ้วยรางวัล แต่ยังวัดจากจิตใจ ความมีวินัย ความเคารพในกติกา และการให้เกียรติคู่แข่งขัน

ผมอยากให้ลูกได้เรียนรู้ว่า บางครั้งการรู้จักคำว่า “ยอม” ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอ แต่หมายถึงการรู้จักเสียสละเพื่อสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าชัยชนะ

ผมมั่นใจว่าวันหนึ่งลูกจะเติบโตเป็นนักแข่งที่มีความสามารถ และสร้างผลงานที่น่าภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยได้

สำหรับผม นี่คืออีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของการเติบโตเป็นนักกีฬา และเป็นบทเรียนที่ผมอยากให้ลูกจดจำไปตลอดชีวิตครับ

ด้วยความเคารพต่อทุกครอบครัว และด้วยความปรารถนาดีต่ออนาคตของเด็กทั้ง 21 คน”