“ดร.น้อง” กราบขอโทษ เปลี่ยนตัว “อลิซ” ชิงมงฯ “Miss Earth 2026” แทน “เจนนี่” รับผิดพลาดเอง เหตุเข้าใจเกณฑ์อายุคลาดเคลื่อน ด้าน “เจนนี่” ปล่อยโฮ เผยร้องไห้ทุกวัน อกหักชวดเวทีในฝัน หลังสู้มา 10 ปี ย้ำไม่เคยโกหกเรื่องอายุ พร้อมเชียร์ “อลิซ” ลั่นหากมีโอกาสยังพร้อมกลับไปพิสูจน์ตัวเอง
กลายเป็นประเด็นที่สร้างความตกใจให้กับแฟนนางงามไม่น้อย หลังจากกองประกวด Miss Earth Thailand ประกาศเปลี่ยนตัวผู้แทนประเทศไทยที่จะเดินทางไปประกวด Miss Earth 2026 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ในเดือนธันวาคมนี้ โดยส่ง “อลิซ อะลิเซีย อลิซาเบธ บูคลิน” ผู้ดำรงตำแหน่ง Miss Earth Land Thailand 2026 ไปปฏิบัติหน้าที่แทน “เจนนี่ เจนนิเฟอร์ มาลิทส์” เจ้าของตำแหน่ง Miss Earth Thailand 2026 เนื่องจากคุณสมบัติด้านอายุไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของกองประกวดระดับนานาชาติ ซึ่งกำหนดให้ผู้เข้าประกวดมีอายุระหว่าง 18-26 ปี อย่างไรก็ตาม เจนนี่ยังคงดำรงตำแหน่ง Miss Earth Thailand 2026 ต่อไป
ล่าสุดวันนี้ (13 ต.ค. 69) “ดร. น้อง สิริกานต์ อ้นสนกราน” ประธานองค์กรและผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวด Miss Earth Thailand พร้อมด้วย “เจนนี่” และ “อลิซ” ได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยแม่น้องเผยว่า ทราบเรื่องดังกล่าวเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน และยอมรับว่าตกใจไม่น้อย แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด
ดร. น้อง : “เป็นผลที่ค่อนข้างแน่นอนแล้ว ว่าเราต้องเปลี่ยนตัวแทนของประเทศไทยค่ะ เราทราบเรื่องเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ก็ตกใจมากๆ ทางกองก็บอกถึงข้อจำกัดนะคะ เพราะว่าเรามี 100 กว่าประเทศทั่วโลก ก็เป็นคุณสมบัติที่สำคัญ คือต้องเป็นสตรีที่อายุ 18-26 ปีค่ะ เขาก็เคร่งครัดกับกฎระเบียบตรงนี้ เราก็ยินดีแล้วก็มั่นใจ แล้วก็พยายามอย่างยิ่งที่จะส่งตัวแทนประเทศไทยไปค่ะ”
เผย “เจนนี่” อายุเกินแค่หลักเดือน แต่กฎก็คือกฎ
ดร. น้อง : “เป็นหลักหลักเดือนค่ะ แบบไม่มาก แต่ก็ถือว่าเป็นความเข้าใจไม่ตรงกันของแม่น้อง เราเข้าใจว่าอาจจะเป็นเรื่องที่น่าจะยืดหยุ่นกันได้ แต่ว่าจริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะซีเรียสของระดับโลก ก็ต้องเข้าใจ เพราะว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เป็นคุณสมบัติ แม่ก็รู้สึกว่าเป็นความผิดพลาดของตัวแม่เอง แล้วก็ตัวของกองประกวดเองค่ะ ที่ต้องเข้มข้นกว่านี้ ก็คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เราจะต้องตระหนัก แล้วก็จะต้องใส่ใจมากๆ”
กราบขออภัยในความผิดพลาด เชื่อ “อลิซ” จะเป็นตัวแทน “เจนนี่” ได้แบบไม่แพ้กัน
ดร.น้อง : “ในฐานะที่เป็นผู้นำองค์กรนะคะ ก็ต้องกราบขออภัยไว้นะที่นี้ แล้วก็รับผิดชอบด้วยการที่จะทำให้ดีที่สุด การแข่งขันก็จะเพิ่มกลยุทธ์ขึ้นไปมากขึ้น เพื่อให้สายสะพายไทยแลนด์ยังเปล่งประกายแล้วก็ยังแข็งแรงในระดับโลกต่อไปค่ะ จะแสดงให้เห็นว่า รันเนอร์อัป หรือเดอะวินเนอร์ ก็มีความเข้มแข็ง เขาแตะมือถ่ายพลังกันได้ เขาเป็นสาวน้อยมหัศจรรย์ของแม่น้อง แล้วก็เป็นสาวน้อยมหัศจรรย์ของทุกคนในประเทศ เขาเป็นตัวแทนที่ไม่ยิ่งหย่อนกันเลยค่ะ
ในเมื่อเขาเตือนมา เราก็มีหน้าที่ต้องส่งผู้ที่เหมาะสม และมีคุณสมบัติครบถ้วน ซึ่งเราในฐานะเจ้าของการประกวด เราก็ต้องเลือกผู้จับมือ เพราะว่าเนื่องจากเขาได้ผ่านสายตาประชาชนมาแล้ว คนนับล้านคนได้เห็น ว่าเขาก็มีเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่สูสีกัน เราก็เลือกเขาเพื่อมาเป็นตัวแทน เพื่อเป็นกำลังที่สำคัญให้สายสะพาย แล้วก็คว้าชัยชนะในระดับโลก บนเวทีมิสเอิร์ธมาให้ประเทศไทยให้ได้ค่ะ
ทางกองเขาไม่ได้กำหนดค่ะ ว่าต้องเป็นรอง 1 หรือต้องประกวดใหม่ เพราะว่าจริงๆ สิ่งเดียวที่เขาต้องการ คือให้ส่งผู้หญิงที่มีคุณสมบัติครบถ้วน จะมาจากการประกวดก็ได้ หรือการจัดตั้งก็ได้ หรือการสุ่มเลือกมาก็ได้ เพียงแต่ว่าเราก็ทำให้เห็นประจักษ์ต่อสายตา เพื่อเก็บคะแนนกันไว้ก่อนในประเทศไทย ว่าการประกวดของเรา คัดเลือกมาจากคนไทยทั้งประเทศ”
ถึงกับร้องไห้ ที่ต้องแจ้งข่าวเปลี่ยนตัว “เจนนี่”
ดร. น้อง : “เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนก็บอกปัญหา เขาก็ถามว่าทำไมคุณแม่ร้องไห้ มีอะไรให้เขาช่วยไหม เราก็บอกว่าบอกเขาว่ามันมันมีข้อจำกัดตรงนี้นะ เราจำเป็นที่จะต้องส่งตัวแทนที่คุณสมบัติครบถ้วน ไปเป็นตัวแทนสายสะพายประเทศไทย ไม่งั้นสิทธิ์ของเราจะหลุดไป ก็คุยกับเขาแล้วบอกว่าเดี๋ยวแม่จะรีบเคลียร์ แล้วก็รีบทำข่าวให้เร็วที่สุด เพื่อให้ทุกท่านรับทราบ แล้วก็ส่งพลังถ่ายพลังกัน”
“เจนนี่” ยังเป็นเจ้าของตำแหน่ง “มิสเอิร์ธไทยแลนด์ 2026” แม้ไม่ได้ไปประกวดเวทีใหญ่
ดร. น้อง : “ยังครบถ้วนอยู่ค่ะ ในตำแหน่งก็ยังเป็นมิสเอิร์ธไทยแลนด์ แล้วก็ครองมงกุฎมิสเอิร์ธไทยแลนด์ แล้วก็ปฏิบัติหน้าที่ดูแลสภาพสิ่งแวดล้อม รักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อม แล้วก็ซัปพอร์ตกับการทำงานองค์รวมเหมือนเดิมค่ะ เขาก็เป็นตำนาน เป็นมิสเอิร์ธไทยแลนด์คนแรก ที่เกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แล้วอีก 10 - 20 ปีข้างหน้า เจนนี่ก็ยังเป็นบทเรียนให้กับน้องๆ รุ่นต่อไป ว่าเขาแก้ไขปัญหาชีวิตเขาอย่างมีความสุขได้อย่างไร”
“เจนนี่” ปล่อยโฮ! ช็อกหนักชวดการประกวด
เจนนี่ : “จริงๆ ในวันนั้นก็ช็อกมากเลยค่ะ มันไม่มีคำในสักภาษา ที่อธิบายให้ฟังได้ว่าหนูรู้สึกยังไง หรือหนูรู้สึกยังไงตอนนี้ เพราะว่าทุกคนก็อาจจะทราบแล้วว่าหนูสู้มา 10 ปี เอาจริงๆ หนูร้องไห้มาทุกวัน หนูเศร้ามาทุกวัน หนูไม่สามารถพูดกับใครได้ มันทำให้หนูอกหัก และรู้สึกเฟลมาก (ร้องไห้) เพราะว่าหนูไม่สามารถพูดกับใคร หนูรู้สึกว่าหนูทำให้ทุกคนผิดหวัง เพราะว่าทุกคนหวัง แล้วหนูไม่สามารถพูดออกมาได้สักที ว่าหนูไปไม่ได้แล้วนะ หนูขอโทษนะคะ แต่สุดท้ายก็ขอบคุณทุกคนที่เชียร์หนู และเป็นกำลังใจให้หนู
หนูรู้ว่าทุกคนหวังสูงมาก แล้วหนูเป็นผู้หญิงธรรมดาคนเดียวที่มีความฝัน ขอโทษจริงๆ ที่หนูไปไม่ได้ หนูรู้ว่าหนูไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วหนูไม่เคยโกหกเรื่องอายุด้วย หนูยังบอกในออดิชั่นเทปของประเทศไทยเลย ว่าหนูอายุ 27 นะคะ เพราะว่าหนูคิดว่าเขาให้ไปถึงอายุ 28 อันนี้หนูเข้าใจว่ามันเป็นกำหนดของงาน แล้วหนูก็ไม่อยากว่า แต่ถ้ากองใหญ่ตัดสินใจสักวันนึง ที่เขาจะขยายอายุหรือว่ายกเลิกกฎนี้ หนูพร้อมค่ะ หนูพร้อมที่จะไป 2027 หรือวันไหนก็ได้ค่ะ เพราะว่าหนูมั่นใจ หนูเชื่อว่าความฝันของผู้หญิง มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเราต้องอายุขนาดนี้ เพื่อจะทำโน่นทำนี่ได้ ยิ่งถ้ามันเกี่ยวกับเซฟโลกของเรา หนูยังไม่หยุดสู้ เพราะว่าหนูสู้มา 10 ปีแล้ว เพื่อจะอยู่ตรงนี้ได้
สุดท้ายก็อยากให้เป็นกำลังใจให้น้องอลิซ เพราะว่าน้องก็เป็นครอบครัวมิสเอิร์ธไทยแลนด์ อยากให้ทุกคนเชียร์ เพราะว่ายังไงเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ในเมื่อหนูไปไม่ได้ แต่หนูก็อยากเชียร์น้องเต็มที่ แล้วก็พยายามผลักดันน้อง ช่วยน้อง หนูอยากให้ทุกคนช่วยเชียร์น้องด้วย วันที่ 12 ธันวาคม”
แสดงว่าเส้นทางการเป็นนางงามของเรามันยังไม่ได้หยุดแค่นี้
เจนนี่ : “ก็ถ้ากองมิสเอิร์ธตัดสินใจที่จะอัปลิมิตอายุ หนูก็พร้อม เพราะว่าหนูเลือกกองนี้ จริงๆ หนูกะจะมาตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ตอนนั้นหนูไม่สะดวก ทุกอย่างที่หนูพูดในออดิชั่น ในไลฟ์ ในสัมภาษณ์ ทุกอย่างที่หนูพูด หนูพูดมาจากใจไม่เคยโกหก หนูตั้งใจเต็มที่จริงๆ แล้วหนูก็มั่นใจว่าทุกคนเห็นว่าหนูทำเต็มที่ หนูมาเต็มร้อย หนูไม่เคยทำให้คนอื่นผิดหวัง นอกจากวันนี้ค่ะ ตอนแรกกะจะแขวนภายในปีนี้นะคะ อยากให้มันจบสวยๆ หลังจากมิสเอิร์ธที่ฟิลิปปินส์ แต่ก็รอดูค่ะ
อันนี้ไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิตหนู ที่มีอุบัติเหตุหรืออะไรสักอย่างที่มาแบบ in my way หนูสู้มาหลายปีแล้ว แล้วหนูพูดกับน้องอลิซ กับแม่น้อง วันที่หนูไปไม่ได้ หนูบอกตรงๆ ว่า It was like the second poor state in my life อันนี้มันอาจจะฟังแรงไปหน่อยนะคะ แต่คือเข้าใจไหมว่า (เสียงสั่น) หลายๆ คนเคยมาบอกว่า ไม่มีวันที่เจนนี่จะเป็นนางงามได้ ไม่มีวันที่เจนนี่จะยืนบนเวทีได้ แต่พอวันนึงที่เขาเลือกหนูจริงๆ หนูก็รู้สึกภูมิใจที่ทำสำเร็จ แต่แล้วภายในไม่ถึง 1 เดือนหลังจากหนูได้ มันกลับมีเหตุการณ์นี้ขึ้น
หนูเข้าใจว่ามันไม่ได้เป็นความผิดของคุณแม่ แต่หนูรู้สึกเฟล มันทำให้หนูอกหักจริงๆ แต่สุดท้ายเราก็ต้องสู้ต่อไป เราก็ต้องข้ามมันให้ได้ อันนี้อาจจะไม่ใช่เวลาของหนู เวลาของหนูสักวันนึงก็จะมา แล้วถ้าหนูได้โอกาสจริงๆ ที่จะยืนบนเวทีอินเตอร์สักวันนึง หนูสัญญาว่าหนูจะทำทุกอย่างให้ประเทศไทยของเราภูมิใจ แล้วก็โชว์ความสามารถพิเศษของหนู ว่าหนูทำอะไรได้จริงๆ ขอสักวันนึง แล้วเดี๋ยวหนูจะโชว์ให้ดูค่ะ”
ดร. น้อง : “มันก็ปฏิเสธไม่ได้ถึงความผิดพลาด เราในฐานะผู้นำองค์กร ก็ปฏิเสธความรับผิดชอบตรงนี้ไม่ได้ แม่น้องก็ขอโทษทุกท่านนะคะ ทั้งแฟนนางงาม และคุณพ่อคุณแม่ ครอบครัวของน้องเจนนี่ แล้วก็ ขอบคุณน้องอลิซ ที่แตะมือ แล้วก็ทำให้เรายังไม่เสียสิทธิ์ในการประกวด ภายใต้การนำของแม่น้อง ถ้ามันมีอุปสรรคใดๆ แม่น้องจะขอรับไว้ทั้งหมด สัญญาว่าต่อไปนี้ เราจะทำให้ดีมากขึ้นไปกว่านี้ ถ้ายังสุขภาพดี ก็อยากทำอะไรดีๆ ให้ทุกท่านได้ชื่นชมนะคะ”
ยืนยัน “เจนนี่” ไม่ได้โกหกเรื่องอายุ และจากนี้กองประกวดคงต้องกำหนดช่วงอายุใหม่
ดร. น้อง : “ไม่เลยค่ะ ไม่ใช่ค่ะ เขาชัดเจนนะคะในเรื่องนี้ เราต่างหากที่ไม่ได้ดูแลใกล้ชิด มัวแต่ดูแลเรื่องน้ำหนักส่วนสูง เรื่องหุ่น และสมรสมาก่อนหรือเปล่า เรื่องนี้เราอาจจะนับเดือนผิดไปด้วย ก็กลายเป็นว่าต่อปีนี้ เราคงนับตั้งแต่ 24 - 25 เลย เพราะว่าเราก็ไม่รู้ว่าทางเขาจะประกวดเมื่อไหร่”
“อลิซ” รับช็อก ห่วงความรู้สึก “เจนนี่” หลังต้องเป็นตัวแทนสาวไทยไปปฎิบัติหน้าที่แทน
อลิซ : “สำหรับตัวหนู หนูช็อกมากๆ ค่ะ เพราะว่าตอนนั้นหนูทำงานอยู่ ก็เลยค่อนข้างที่จะตกใจกับเหตุการณ์นี้ แต่ว่าสิ่งแรกที่หนูนึกถึง ก็คือความรู้สึกของพี่เจนนี่ เพราะว่าหนูรู้ว่ามันเป็นความฝันของพี่เขามาตั้งนานแล้ว แล้วก็พี่เขาอยากทำให้คุณพ่อภูมิใจ เพราะว่าในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันในกอง เราสองคนใช้เวลาร่วมกันเยอะมาก ทำให้สนิทสนมกัน แล้วก็รู้จักนิสัยกัน แล้วก็รู้เรื่องราว ตอนนั้นหนูก็เลยไม่ได้นึกถึงตัวเองค่ะ ว่าจะต้องเตรียมความพร้อมอะไรบ้าง นึกถึงแค่ว่าพี่เขาจะรู้สึกยังไง
แต่ว่าพอได้ตั้งสติแล้ว ก็คิดว่าหนูจะต้องทำยังไงต่อไป เพราะว่าตอนนั้นทุกอย่าง ทุกการตัดสินใจการที่จะได้เป็นตัวแทนประเทศไทย ตกมาเป็นของหนูแล้ว เท่ากับว่าหนูจะต้องเตรียมตัวในช่วงเวลาที่กระชั้นชิดมากๆ หนูก็เลยต้องคิดวางแผนรวบรวมทีมเยอะมากเลยค่ะ แล้วก็ไม่เชิงว่าดีใจ แต่ก็รู้สึกยินดีที่จะได้ไปเป็นตัวแทนประเทศไทยสักครั้งนึงในชีวิตค่ะ แล้วก็จะทำให้ดีด้วย”
“เจนนี่” พร้อมบินไปเชียร์วันประกวด
เจนนี่ : “ไปเชียร์น้องอยู่แล้วค่ะ”
ดร. น้อง : “เราเดินทางเข้ากองที่ฟิลิปปินส์ 23 พฤศจิกายน นะคะ ตอนนี้วันที่ 13 ตุลาคม ก็มีเวลาประมาณเดือนกว่า ก็ต้องเพิ่มเติม เมื่อกี้โค้ชก็มากันเต็มเลย แล้วเรื่องของการเดิน การพูด แม่ก็ไม่ห่วง ส่วนการแสดงก็มาเสริมอีกนิดนึง แล้วก็ที่สำคัญคือ performance in my mind ของหนู ทั้งสองคนก็เต็มที่ แล้วก็ถ่ายพลังกันทั้งคู่ แม่ก็มั่นใจในทีมงาน คือ Miss Earth ก็เข้มแข็งพอๆ กันทุกคน แล้วคนไทยถ้ามันจะต้องวิ่งผลัก เขาแตะไม้กันแล้ว ก็วิ่งเต็มที่นะคะ ก็คว้าชัยชนะมาให้คนไทยให้ได้นะลูก เพื่อเป็นเกียรติ ให้กับพี่เจนนี่ของเรา”


