“ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก” ถึงกับยกธงขาว ประกาศเล่นบทแฝดในแรงเงาเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวเพราะยากสุดๆ การันตีเวอร์ชันนี้แตกต่างจากเดิมแน่นอน ส่วนเลิฟซีนกับ “ป๋อ ณัฐวุฒิ” มืออาชีพไร้ปัญหา ขำๆ อีกฝ่ายเขินกว่า ยิ้มรับกระแสหลังยิงทีเซอร์ อยากให้คนดูมีความสุข
เป็นกระแสให้พูดถึงมาตั้งแต่มีข่าวว่าจะเอามาทำเวอร์ชั่นใหม่แล้ว สำหรับละครดังอย่าง “แรงเงา” ที่ทำมากี่เวอร์ชั่นก็ดังเปรี้ยงทุกเวอร์ชั่น และ แรงเงา 2026 ก็เพิ่มดีกรีความปังเมื่อได้นางเอกสาวมากฝีมืออย่าง “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” มารับบทเป็นฝาแฝดมุนินทร์-มุตตา ที่ล่าสุุดมีการปล่อยทีเซอร์และบวงสรวงเป็นที่เรียบร้อย ณ ลานหน้าตึกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ โดยสาวใบเฟิร์นก็ยอมรับว่าตื่นเต้นและหนักหน่วงมากกับการถ่ายทำเรื่องนี้
“ตื่นเต้นทั้งจะดู และตื่นเต้นทั้งกำลังถ่ายทำอย่างหนักหน่วงด้วยค่ะ ดีใจมากค่ะ รู้สึกว่ากระแสตอบรับดีมากๆ ก็ดีใจทั้งยอดวิวแล้วก็ทุกอย่างเลย ดีใจที่คนให้ความสนใจค่ะ มันเป็นกำลังใจดีๆ นอกเหนือจากละครนะ ทีมงานก็สนุก การถ่ายทำตอบรับดี อยากทำอยากเร่งถ่ายให้มันสนุกครบรสค่ะ ซีนที่อยากให้คนรอดูส่วนใหญ่ก็จะเป็นซีนไฮไลต์ค่ะ ที่เราเตรียมๆ กันมา ก็จะมีเรื่องของบันไดซะส่วนใหญ่ มีบันไดไม่ต่ำกว่า 3 บันไดค่ะเวอร์ชันนี้ ไม่มีผิดหวังค่ะ เล่นเองก็สนุกเอง ตลกเอง แล้วก็เหนื่อยมากๆ ก็น่าจะเป็นพี่เบนซ์ (พรชิตา ณ สงขลา) ค่ะ ทุ่มสุดตัวเลยจริงๆ
เรื่องภาพจำจากเวอร์ชันเก่า ก็เข้าใจมากๆ ค่ะ แต่ด้วยความที่บทมันถูกตีความใหม่ เขียนใหม่เลย แต่เก็บโครงหลักไว้ ชื่อไว้ แล้วพี่กู่ (เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข) เขาก็เป็นคนที่มีเสน่ห์ในการเพิ่มเติมหรือดีไซน์ตัวละครให้มันมีรสจัดจ้านสนุกสนานถึงพริกถึงขิง เฟิร์นว่าไม่ซ้ำเลยค่ะ เพราะว่าขนาดเราอ่านบทเองเรายังโอ้โห ไปทางนี้เลยเหรอ เพิ่มเป็นแบบนี้เลยเหรอ มันเป็นอะไรที่ใหม่มาก แต่ที่มันยังคงอยู่จะเป็นความจัดจ้าน ความดรามาก็ยังอยู่ค่ะ”
เล่นฝาแฝดเป็นครั้งแรก แอบงงเวลาต้องถ่ายสลับตัว
“เรื่องนี้ทำการบ้านเยอะค่ะ เพราะว่าเฟิร์นไม่เคยเล่นแฝดมาก่อน นี่เป็นการเล่นแฝดครั้งแรกเลย ก็จะต้องทำไว้ 2 ตัว แล้วตัวนึงเราก็ตีความให้เขา อย่างมุตตาเราก็จะมองให้เขาเป็นคนบูชาความรัก ตกหลุมรัก ส่วนตัวพี่ก็จะเป็นสาวหัวสมัยใหม่หน่อย ก็เอาบทไปนั่งเรียนกับครูเลย แล้วก็ช่วยกันดีไซน์กับพี่กู่ด้วยว่าตัวละครตัวนี้เราอยากทำให้เป็นแบบไหน เราอยากให้เขาเป็นภรรยาน้อยเพราะอะไร แบบไหน เหตุใด ก็จะแอบสปอยนิดนึงว่าเฟิร์นมองว่ามุตตาเป็นคนที่ขาดโอกาสหลายๆ อย่าง พอมีใครสักคนที่เป็นเหมือนที่พึ่งพิงให้เขาอย่างเจนภพได้ เขาก็คว้าไว้ และยึดเป็นความสำคัญ เป็นสิ่งมีค่าในชีวิตเขาค่ะ
ก็สับสนค่ะ ยอมใจพี่ๆ ที่เคยเล่นแฝดกันมาก่อน เก่งมากๆ เลยค่ะ กว่าเราจะเปลี่ยนตัวนึง แล้วก็ไปเปลี่ยนหน้า เปลี่ยนผม เปลี่ยนชุด แล้วก็มาเล่นซ้ำที่เดิม กล้องตั้งที่เดิมมันเป็นเทคนิคการถ่ายทำที่เฟิร์นไม่เคย ก็ค่อนข้างลำบากค่ะ แต่ว่าก็ผ่านไปได้ค่ะ งงตลอด (หัวเราะ) อันนี้ถ่ายใครก่อนนะ ถ่ายตัวไหนก่อน”
ไร้ปัญหาเลิฟซีนกับ “ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ” มืออาชีพมากๆ
“เลิฟซีนกับพี่ป๋อ พี่ป๋อน่ารักมากค่ะ พี่ป๋อก็จะบอกว่าพี่ขออนุญาตนะ หนูก็บอกว่าชิลๆ พี่ ได้เลย เข้าใจ แล้วก็ด้วยความที่ก่อนจะถ่ายเรามีเวิร์กช็อปกันค่ะ ก็ทำความเข้าใจกัน ขออนุญาตกัน เคารพซึ่งกันและกัน แต่ว่าพี่ป๋อเป็นมืออาชีพมากๆ ค่ะเขาก็เขินค่ะ อาจจะเขินกว่าหนู (หัวเราะ) บอกว่าพี่เขินนะ พี่เขินเฟิร์น พี่ไม่ค่อยได้เล่นแบบนี้ หนูบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ เต็มที่สบายใจ เป็นพาร์ตเนอร์ที่สบายใจกันได้เลยค่ะ
พี่ป๋อเป็นคนที่ละลายพฤติกรรมเร็วมากนะคะ จริงๆ ทีมนี้เป็นทีมที่เฟิร์นคุ้นเคยมาก ทำงานกับพี่กู่มาหลายเรื่องมากๆ ทั้งทีมงาน ทั้งหมดเลยเฟิร์นจะสนิทแล้วก็แฮปปี้ พี่ป๋อก็จะซึมซับ เฟิร์นก็จะได้เฮฮาแซวแกล้งคนนั้นคนนี้ พี่ป๋อก็ร่วมวงกับเฟิร์นด้วย หลังๆ พี่ป๋อก็เลยโดนแกล้ง ก็เลยสนุกกันไป ละลายพฤติกรรม ก็เลยทำให้บทเลิฟซีนกับพี่ป๋อไม่มีปัญหาเลยค่ะ คือโดยบทมันก็มีประมาณนึงเนอะ แล้วพี่กู่เพิ่มก็มีประมาณนึง แต่มันไม่ได้ล้ำเส้นหรือเกินขอบเขตอยู่แล้วค่ะ”
ขอเล่นแฝดเป็นเรื่องสุดท้าย อนาคตอีกนานๆ ค่อยว่ากันใหม่
“ฟีดแบ็กดีก็ดีใจ คือรู้ว่ามีคนรอ แต่ไม่คิดว่ามันจะเยอะขนาดนี้ อย่างเฟิร์นเพิ่งลงไอจีไปก็เห็นว่ายอดวิวคนดูเยอะมาก มีการมาพูดคุย สำหรับเรานักแสดง หรือทีมงานเฟิร์นว่ามันเป็นกำลังใจที่สำคัญมากๆ เลยค่ะ แต่บทแฝดอาจจะได้เห็นแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว (หัวเราะ)มันเหนื่อย แต่ว่าก็โอเคค่ะ สนุกดี แต่ถ้าอีกทีก็อาจจะหลายๆ ปีหน่อย ลองถามพี่กู่สิ พี่กู่บอกว่าฉันไม่กำกับแฝดแล้วนะ คือมันเทคนิคเยอะ มันยากเนอะ แล้วเวลาถ่ายทำเรามันกระชั้นมาก”
เผยตนก็เล่นมาหลายบทบาท แล้วแต่คนมองว่าชอบแบบไหน
“ก็เข้าใจนะ จริงๆ เฟิร์นก็จะมองอย่างที่เฟิร์นจะอธิบายให้ฟังว่าบางทีมันดูเหมือนเดิม แต่จริงๆ มันเป็นแค่สีละครที่มันดูฉูดฉาด เรื่องที่เฟิร์นเล่นเป็นแบบสีพาสเทลก็มีเยอะ แต่อาจจะไม่ได้เป็นตัวละครที่แมส เข้าตัวละครที่เป็นสีฉูดฉาดแค่นั้นเอง ถามว่าเรามองว่าเรามาทางเวย์นี้ไหม ไม่นะคะ จริงๆ ก็มีหลายเรื่องที่เฟิร์นเล่นโรแมนติกคอมเมดี้ น่ารักใสๆ ถ้าคนชอบก็ไปดูทางนั้นได้ แต่คนก็มักจะพูดถึงตัวละครที่ค่อนข้างแมสของเฟิร์นเนอะ แต่ละตัวที่เล่นๆ มาทุกคนก็จะมีภาพจำตัวละครที่แตกต่างกันไป แล้วแต่ว่าคนชอบดูแบบไหน
ถามว่าแฮปปี้กับโลโก้ไหน เฟิร์นแฮปปี้กับการแสดงค่ะ เฟิร์นเป็นนักแสดงเนอะ ถ้าถามว่าแฮปปี้กับอะไร เฟิร์นแฮปปี้กับระหว่างทาง การทำงาน เฟิร์นอาจจะดูเหมือนร่วมมือกับพี่กู่บ่อย ทีมนี้อีกแล้ว เพราะเฟิร์นรู้สึกว่าระหว่างทางมันสนุกมาก คือเฮฮาทั้งเบื้องหน้า ทั้งเบื้องหลัง แล้วก็รู้สึกระหว่างทางมันมีความสุขแค่นี้การทำงานของเรามันเพอร์เฟกต์แล้วค่ะ”
บอกเล่นได้ทุกบทบาท ไม่เคยตั้งเพดานของตัวเอง
“เฟิร์นไม่ได้ยึดติดว่าต้องบทแรงเท่านั้น ไม่เลยค่ะ เฟิร์นรู้สึกว่าเฟิร์นมองเห็นความแตกต่างในความแรง มันแล้วแต่สายตาคนมองนะ ถ้าคนมองเห็นความแตกต่างเขาก็จะเห็นว่ามันต่าง แล้วที่สำคัญว่าเราทำงานกับใคร หรือเป็นเพราะว่าเรารับมาทุกบทจนไม่สามารถเล่นซีนธรรมดาได้แล้ว แต่เฟิร์นไม่ได้มองเรื่องเพดานด้วยเลยค่ะก็เลยไม่ได้กังวลเรื่องนี้ รู้สึกว่าเราเป็นนักแสดง มีหน้าที่แสดง ก็ทำแต่ละบทที่ได้รับให้มันดีแค่นั้นเอง
เฟิร์นว่ามันเป็นสายตาคนมอง ตัวคนอื่นมองว่าคล้าย ตัวคนมองว่าไม่เหมือน เพราะเฟิร์นเห็นว่าแบ็กกราวด์เขามันต่างกันหมด สูญเสียคนละแบบ แก้แค้นทันที หรือวางแผนมานานเพิ่งแก้แค้น มันคือดีเทลของคนมอง ใครมองได้มากกว่ากันก็ต่างกันไป เฟิร์นว่านักแสดงรู้ว่ามันต่างกันนะ คนดูบางกลุ่มก็รู้ บางกลุ่มก็รู้สึกว่าเหมือน ก็เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลค่ะ ไม่ติดคาแรกเตอร์กลับบ้านแล้วค่ะ หลังๆ ดีขึ้น ก็มีการเรียนรู้พัฒนาตัวเอง มีการหาจิตบำบัดก็เข้าใจ เอาออกได้ เล่นได้ เอาออกได้
เฟิร์นก็อยากให้บูมทุกเรื่อง เพราะว่าคนทำงานเนอะ ก็จะรู้ว่ามันใช้เวลา ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ถามว่าคาดหวังไหม อาจจะไม่ใช่จุดที่เราคาดหวังตั้งแต่ต้นเนอะ แต่พอเห็นกระแสจากงานยิงทีเซอร์ เราก็สบายใจ เบาใจค่ะ ก็อยากให้ทุกคนได้ดู อยากให้ทุกคนได้สนุกค่ะ เพราะว่าพวกเราก็ตั้งใจสร้างชิ้นงานผลงานมาก็เพื่อความบันเทิง เพื่อให้คนดูมีความสุขแค่นั้นล่ะค่ะ”


