xs
xsm
sm
md
lg

24 ปีที่รอคอย! "ยูซึงจุน" ลุ้นกลับบ้าน หลังหัวหมอหนีทหาร พาชีวิตพลิกจนถูกแบนเข้าเกาหลียาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ยูซึงจุนเดบิวต์ในปี 1997 ก่อนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักร้องชายแถวหน้าของวงการ K-pop ยุคนั้น มีรายงานว่ายอดขายผลงานในเกาหลีรวมมากกว่า 5 ล้านชุด ก่อนชีวิตในวงการบ้านเกิดจะพลิกผันจากปมเกณฑ์ทหารในปี 2002
ยูซึงจุนเปิดใจหลังชนะคดีวีซ่าอุทธรณ์ ขอบคุณแฟน ๆ ที่รอคอยตลอด 24 ปี

ยูซึงจุน นักร้องเกาหลี-อเมริกัน เปิดใจผ่านโซเชียล หลังศาลสูงกรุงโซลมีคำตัดสินเป็นคุณในการอุทธรณ์คดีครั้งที่ 3 กรณีถูกปฏิเสธวีซ่าเข้าประเทศเกาหลีใต้ ย้อนเส้นทางการต่อสู้นานกว่า 24 ปี พร้อมขอบคุณแฟน ๆ ที่ยังคงอยู่เคียงข้าง และหวังว่าสักวันจะได้กลับไปพบกันอีกครั้ง

ยูซึงจุน หรือ Steve Yoo ได้เผยข้อความยาวผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัวเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม หลังได้รับชัยชนะในการอุทธรณ์คดีฟ้องร้องเกี่ยวกับการถูกปฏิเสธออกวีซ่าเกาหลีใต้ โดยเขาได้สะท้อนถึงชีวิตตลอดช่วง 24 ปีที่ผ่านมา รวมถึงความรู้สึกที่มีต่อแฟน ๆ ซึ่งยังคงให้การสนับสนุนมาโดยตลอด

เจ้าตัวเริ่มต้นข้อความด้วยการกล่าวถึงเสียงวิจารณ์ที่มองว่าเขายังคงยึดติดกับชื่อเสียงและความสำเร็จในอดีต พร้อมตั้งคำถามว่า สิ่งที่ผู้คนมองนั้นเป็นความจริงหรือไม่

ก่อนถึงกำหนดรับราชการทหาร ยูซึงจุนเลือกรับสัญชาติสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้เสียสัญชาติเกาหลีและไม่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร เขาอธิบายในเวลาต่อมาว่า ขณะนั้นต้องเป็นเสาหลักดูแลครอบครัว อีกทั้งยังมีสัญญากับต้นสังกัด และกังวลว่าการหยุดงานเป็นเวลานานจะกระทบรายได้และบริษัท อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจดังกล่าวถูกสังคมเกาหลีวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร
ยูซึงจุนระบุว่า เวลาผ่านไปแล้วถึง 24 ปี ปัจจุบันเขาเป็นคุณพ่อลูกสี่และกำลังจะมีอายุครบ 50 ปี ระหว่างที่พยายามทบทวนว่าเรื่องราวในชีวิตผิดพลาดตรงไหน และจะลุกขึ้นเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร เวลาก็ยังคงเดินต่ออย่างไม่หยุดยั้ง

เขายังเปิดเผยด้วยว่า รู้สึกซาบซึ้งใจต่อแฟน ๆ ที่ยังคงจดจำ รอคอย และให้กำลังใจ แม้เวลาจะผ่านมานานหลายสิบปี พร้อมยอมรับว่าเมื่อคิดถึงความรักที่ได้รับ ก็ทำให้รู้สึกทั้งขอบคุณและเสียใจไปพร้อมกัน

ยูซึงจุนบอกว่า การที่ยังไม่สามารถลืมแฟน ๆ ได้ เป็นเพราะยังคงมีความรักและอยากกลับไปพบทุกคนอีกครั้ง แม้ช่วงเวลาที่เคยใช้ร่วมกันอาจไม่ยาวนาน และไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ แต่เขาก็ไม่ต้องการลบความทรงจำเหล่านั้นออกไป

นักร้องดังยังยอมรับว่า ในช่วงที่อายุน้อย เขาเคยมีความหวังว่าจะได้กลับไปครองความนิยมและชื่อเสียงอย่างในอดีตอีกครั้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่ให้ความสำคัญและเหตุผลที่อยากกลับไปพบแฟน ๆ ก็เปลี่ยนแปลงตามวัยและประสบการณ์ชีวิต

หลังเดินทางกลับเกาหลีในปี 2002 ยูซึงจุนถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ และคำสั่งห้ามเข้ายังคงติดตัวเขามายาวนาน โดยมีข้อยกเว้นสำคัญในปี 2003 เมื่อกระทรวงยุติธรรมอนุญาตให้เขาเข้าประเทศชั่วคราวเพียง 3 วัน เพื่อร่วมงานศพพ่อตา ก่อนต้องเดินทางออกจากเกาหลีอีกครั้ง
เขากล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้ยังคงพยายามใช้ชีวิตและเดินหน้าต่อ คือความตั้งใจที่จะใช้ประสบการณ์ของตัวเองเป็นตัวอย่างว่า แม้คนที่เคยผิดพลาด สะดุด หรือล้มลง ก็ยังสามารถใช้ชีวิตต่อไปพร้อมกับความหวังได้ และหากเรื่องราวของเขาสามารถช่วยมอบกำลังใจให้ใครได้แม้เพียงคนเดียว ก็ถือเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะเดินหน้าต่อ

ช่วงท้ายของข้อความ ยูซึงจุนกล่าวขอโทษต่อสิ่งที่เคยเกิดขึ้น พร้อมเผยว่า เขาพยายามใช้ชีวิตให้ดีที่สุด ไม่ใช่เพราะคิดว่าตัวเองเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ แต่เพราะต้องการพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นคนที่ดีขึ้น

เขายังทิ้งท้ายถึงความหวังว่า แม้ยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้กลับไปพบแฟน ๆ เมื่อใด หรือในรูปแบบใด แต่ยังคงเฝ้ารอวันที่จะได้ยืนต่อหน้าทุกคนอีกครั้ง พร้อมถ่ายทอดความขอบคุณและความรักที่เก็บไว้ในใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ศาลสูงกรุงโซลมีคำพิพากษาให้ยูซึงจุนเป็นฝ่ายชนะในการอุทธรณ์คดีครั้งที่ 3 ซึ่งยื่นฟ้องเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งปฏิเสธวีซ่าเกาหลีใต้ โดยศาลยังคงยืนตามคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่เป็นคุณต่อเขา

หลังหมดอนาคตในวงการบันเทิงเกาหลี ยูซึงจุนหันไปรับงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานแสดงในจีน ขณะเดียวกันก็พยายามขอโอกาสกลับเกาหลีหลายครั้ง กระทั่งปี 2015 เขาปรากฏตัวผ่านรายการออนไลน์จากฮ่องกง คุกเข่าร้องไห้ขอโทษชาวเกาหลี พร้อมยอมรับว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะเลือกเข้ารับราชการทหารโดยไม่ลังเล