xs
xsm
sm
md
lg

“หนุ่ม กรรชัย” เข้าให้ข้อมูล DSI ปมเงินบริจาคกว่า 1.5 ล้านให้ “กัน จอมพลัง” ย้ำสถานะตอนนี้เป็นสุญญากาศ ไม่อยู่ในสารบบ!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หนุ่ม กรรชัย” มาให้ข้อมูลกับ DSI ในฐานะพลเมืองดี ไม่เคยสงสัย หรือเอะใจในการเรี่ยไรเงินของ “กัน จอมพลัง” และไม่ต้องการกล่าวหาใคร จะผิดจะถูกก็ให้หน่วยงานไปตรวจสอบ สำหรับตนไม่ได้คิดอะไรกับอีกฝ่ายเป็นสุญญากาศมาก ไม่ได้อยู่ในสารบบของตน ไม่ได้ตัดขาดหรือไม่ตัดขาด แต่ต่างคนต่างอยู่ อย่าพาดพิงกัน ดีดตัวออกจากกลุ่มไลน์แล้ว 

สืบเนื่องจาก “ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด” เข้าร้องทุกข์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อดำเนินการตรวจสอบมูลนิธิ “กัน จอมพลัง ช่วยสู้” เกี่ยวกับการใช้เงินบริจาคถูกวัตถุประสงค์หรือไม่ โดยมีชื่อของคนดังอย่างพิธีกรมากฝีมือ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” และ “พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี” ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายข่าวและผู้ประกาศข่าวช่อง 8 เข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะผู้ที่เคยบริจาคให้กับมูลนิธิดังกล่าว

ล่าสุด เวลา 15.40 น. วันนี้ (9 ตุลาคม 2569) หนุ่ม กรรชัย ได้เดินทางมายังศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ อาคารซี (C) ฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย “ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์” เพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ กรณีเคยโอนเงินบริจาคให้กับทาง กัน จอมพลัง จำนวนกว่า 1.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นการโอนเข้าบัญชีส่วนตัว และบัญชีของมูลนิธิ โดยเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ถึงรายละเอียดการบริจาค พร้อมยอมรับว่าตอนนี้ตนกับ กัน จอมพลัง ต่างคนต่างอยู่ ไม่ได้ติดต่อกัน และดีดตัวออกจากไลน์กลุ่มเดิมแล้ว ตอนนี้ยังไม่ได้ปักใจเชื่อด้านใดด้านหนึ่ง ยังให้ความเป็นธรรมกับมูลนิธิอยู่ ยืนยันจะยังช่วยเหลือสังคม และบริจาคกับมูลนิธิต่างๆ ต่อไป

“ก็มีหมายเรียกมาถึงผมประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าอยากจะให้เข้ามาชี้แจงเรื่องของการบริจาคเงินให้กับมูลนิธินึง เลื่อนมาครั้งนึง จนมาวันนี้ ผมเองบริจาคเงินไปก็หลายครั้งนะครับ ล้านนึงบ้าง 5 แสนบ้าง 3 หมื่นบ้าง ก็แล้วก็หลักย่อยๆ ด้วย โดยรวมๆ ก็ประมาณล้านกว่าบาท แต่จะแยกในการให้มีทั้งให้ในส่วนบุคคลด้วย มีมั้งมูลนิธิด้วย

ครั้งแรกที่โอนเป็นปี 2567 เป็นการช่วยฟื้นฟูน้ำท่วมทางเหนือที่ประสบอุทกภัย ยอด 1 ล้านเข้าในบัญชีส่วนตัว ตอนนั้นเขายังไม่มีมูลนิธิ ถ้าเป็นโอนในนามมูลนิธิก็จะเป็น 5 แสน ในวันที่ 17 มี.ค. 2568 ตอนนั้นที่บริจาคด้วยเขาเพิ่งก่อตั้งมูลนิธิ เขาไม่ได้ขอมาแต่เป็นจุดประสงค์ของเราเองที่อยากจะช่วยเหลือคนที่เขากำลังลำบากอยู่ เราอยากจะคืนให้กับสังคมบ้าง

ตัวผมจริงๆ แล้วไม่ได้ให้แค่ที่นี่ที่เดียว ผมให้กับทางมูลนิธิองค์กรทำดี มูลนิธิอีจัน คือมีส่วนไหนที่ผมพอจะไปช่วยได้ผมก็พยายามจะไปช่วย มันคือความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เราไม่ได้ลงพื้นที่ เราอยากจะซัปพอร์ตข้างหลังมากกว่า บางทีลงพื้นที่อาจจะไปลำบากคนอื่นให้เขามาดูแลเราอีก หากมีส่วนไหนที่เราพอจะช่วยได้เราก็จะช่วย”

ไม่ได้สอบถามบริจาคเงินให้ไปแล้วเอาไปทำอะไร ส่วนไหนบ้าง แค่เอาเงินไปช่วยเหลือคนที่ลำบากก็พอ
“ไม่เคยสอบถาม เพราะรู้สึกว่าการช่วยเหลือกันเราก็ไว้ใจอยู่แล้ว ถึงได้บริจาคไปในแต่ละที่ ผมไม่เคยไปถาม รวมถึงที่อื่นๆ ผมก็ไม่ได้ไปถามอยู่แล้ว ผมแฮปปี้ที่อยากจะช่วยเหลือก็ไม่ต้องไปถามว่าเอาไปทำอะไร การที่เราบริจาคไปก็อยากจะให้ไปถึงมือชาวบ้านที่เขาลำบากอยู่แล้ว ในอดีตเขาเคยมาบอกเหมือนว่าเงินที่ให้ไปเขาเอาไปซื้อหลอดไฟนะ ผมก็บอกไม่เป็นไร ไม่ต้องบอกก็ได้เอาเป็นว่าไปช่วยเหลือคนก็พอ อยากให้เอาเงินไปช่วยเหลือคน

มันก็มีในส่วนที่เขามาเสนอให้บริจาคยิบย่อย มันอยู่ในไลน์กลุ่มของเขาสอบถามว่าเขาจะทำอันนั้นอันนี้ ใครอยากจะช่วยเหลืออะไรกันบ้างไหม ก็มีบ้าง ก็ไม่ได้ติดใจอะไร ไม่ได้มากมายเป็นหลักหมื่น ซึ่งตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้นแล้ว ผมดีดตัวออกมาแล้ว”

ไม่เคยสงสัย หรือเอะใจในการเรี่ยไรเงินของ “กัน จอมพลัง” ไม่ต้องการกล่าวหาใคร วันนี้มาทำหน้าที่พลเมืองดีให้ข้อมูล DSI ต่างคนต่างอยู่กันไป จะผิดจะถูกก็ให้หน่วยงานไปตรวจสอบ
“ไม่ได้สงสัยอะไรเลย ถ้าสงสัยก็คงต้องสงสัยทุกมูลนิธิ เราไม่ได้รู้สึกอะไรเลยจนกระทั่งวันนี้เราก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะเรารู้สึกว่าเงินที่เราบริจาคไปเราต้องการจะช่วยเหลือประชาชน มันเป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นๆ ต้องไปตรวจสอบมากกว่า

ผมเชื่ออย่างนึงว่าการมาในวันนี้ผมไม่ได้กล่าวหาใคร ผมแค่มาชี้แจงในมุมของตัวผมเองว่าผมทำอะไรไปบ้าง และก็คงไม่ได้ไปกล่าวหาบุคคลอื่นๆ ว่าเขาต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของผม เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่ต้องไปสืบค้นไปตรวจสอบเอาเอง

ก็ต้องดูอนาคตต่อไปว่ามันมีความเสียหายเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นจริงก็เป็นอีกเรื่องนึงที่จะต้องมาว่ากันว่าจะเอายังไง ก็คงต้องปรึกษาทางกับทนายอีกที คงต้องรอให้ทาง DSI เขาทำงานกันก่อน มันยังตอบไม่ได้เดี๋ยวมันจะกลายเป็นไม่เป็นธรรมกับเขา เพราะมันก็มีประเด็นกันอยู่ ถ้าผมพูดมากเกินไป หรือไปพูดอะไรให้เขารู้สึกไม่ดีเดี๋ยวมันจะมีประเด็นกันอีก ผมอยากอยู่ในมุมของผมมากกว่า ต่างคนต่างอยู่กันไป จะผิดจะถูกก็ให้หน่วยงานไปตรวจสอบ ถ้ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากลเดี๋ยวหน่วยงานก็คงจะเรียกตรวจสอบเองว่าจะเอายังไง”

สำหรับตนไม่ได้คิดอะไรกับ “กัน จอมพลัง” เป็นสุญญากาศมาก ไม่ได้อยู่ในสารบบของตน
“ตัวผมไม่ได้คิดอะไรเลย เป็นสุญญากาศมาก เรื่องของเขาไม่ได้อยู่ในสารบบของผม ผมแค่มาตามคำเรียก ถ้าไม่เรียกผมก็ไม่มา ผมก็มาในฐานะพลเมืองดีที่ DSI ต้องการเจอตัว และสอบถามข้อมูล ผมก็มาให้ข้อมูลในส่วนของผม แต่ไม่ได้ไปปรักปรำใคร

(ย้อนไปในวันที่พูดในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ที่บอกให้ทางกันชี้แจงว่าใช้อะไรไปบ้าง ตอนนั้นเราเกิดความรู้สึกยังไง?) ณ ตอนนั้นมันเป็นเรื่องของทาง ไอซ์ รัชนก ศรีนอก  ตรวจสอบในขณะนั้น มันเป็นมุมที่ทางเจ้าตัวจะต้องชี้แจง ด้วยความที่ตอนนั้นเรามีความคุ้นเคยกันอยู่ การจะมานั่งในรายการของผม ก็มองว่ามันไม่เหมาะสักเท่าไหร่ มันจะถูกครหาได้ว่าเอามาฟอกตัว ว่าช่วยเหลือกัน ผมเลยบอกว่าให้เป็นเวทีกลางดีกว่า ซึ่งหลังบ้านผมก็บอกเขาให้ไปชี้แจงในเวทีที่เป็นกลาง จะไปหาคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา  หรือจะแถลงข่าวก็ได้ สุดท้ายการที่ออกมาแถลงมันก็เป็นการยืนยันตัวตนตัวเองเหมือนกันว่าตัวเองสง่างาม ถ้าชี้แจงได้มันก็จะดูสง่างามกว่าที่จะไม่พูดอะไรเลย”

เรื่องของ “กัน จอมพลัง” ไม่มีผลกับตนในการบริจาคเงินช่วยเหลือคนที่ลำบากต่อไป แนะมูลนิธิทำข้อมูลชี้แจงเพื่อความสง่างามขององค์กร
“ไม่มีผลอะไรกับผมในการที่จะบริจาคหรือช่วยเหลือใครต่อไปเลย ส่วนใหญ่บริจาคผมก็ไม่ได้บอกใครอยู่แล้ว ใจผมคิดอย่างเดียวว่าผมเลือกแล้วที่ผมจะบริจาคผมก็ไม่ค่อยติดใจอะไร ขอแค่อย่างเดียวคือขอให้เงินนั้นมันถูกใช้ประโยชน์ต่อสาธารณชนจริงๆ ตามที่ผมตั้งใจไว้แค่นั้นเลย

ถ้าให้พูดกลางๆ ในฐานะที่ผมทำสื่อด้วยและชอบบริจาคด้วย คงต้องบอกว่าจะเป็นมูลนิธิไหนก็ตามแต่ผมเชื่อว่าวันนึงมูลนิธินั้นเขาจะต้องมีการชี้แจงว่าเอาเงินไปทำอะไรบ้าง หรือมีเงินอยู่ในบัญชีเท่าไหร่ มันก็จะโปร่งใส และสง่างามในสายตาของประชาชนที่เขาบริจาคด้วย อย่างน้อยคนบริจาค 10 บาทเขาจะได้รู้ว่า 10 บาทของเขามันอยู่ในก้อนนี้นะ และได้ถูกนำไปใช้ทำอะไร ถ้าทุกๆ มูลนิธิสามารถทำได้ผมว่ามันจะเป็นเรื่องที่ดี มันจะดูสง่างาม”

จะดูรุนแรงไปหากใช้คำว่าตัดขาด “กัน จอมพลัง” เอาเป็นว่าสถานะต่างคนต่างอยู่ อย่าพาดพิงกัน
“อย่าใช้คำว่าตัดขาดหรือไม่ตัดขาดเลย สำหรับผมคิดว่ามันอาจจะดูรุนแรงไปหน่อย ผมมองว่าต่างคนต่างอยู่ดีกว่า ในเมื่อมันไม่ได้คลิกกันแล้ว ไปกันต่อไม่ได้ ก็ต่างคนต่างอยู่ ผมก็ไม่เคยไปพาดพิงอะไรเขาอยู่แล้ว ฉะนั้นก็ต่างคนต่างอยู่ก็ไม่ต้องมาพาดพิงผมเท่านั้นแหละ”