xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ฉลาดพอทน ไร้ความเป็นคนพอเลย! “ขวัญ อุษามณี” ซัดลูกอกตัญญู จับแม่เข้าศูนย์ฯ ควรบำบัดจิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ขวัญ อุษามณี” ไม่อยากเป็นภาระ ทุ่มเงินสดถอยรถป้ายแดงลุยน้ำท่วม พร้อมซัดเดือดลูกอกตัญญู ไร้ความเป็นคน ไร้จริยธรรม แนะควรไปบำบัดจิต บอกเห็นด้วยที่แม่แจ้งความจับ เพราะทุกคนต้องได้รับผลของการกระทำ ขอบคุณ สนธิ-ปานเทพ-เอกราช ส่งคนมาดูแลความปลอดภัย 

ลุยน้ำท่วมลงพื้นที่แจกของให้ผู้ประสบภัยมาหลายวัน ล่าสุดสาว “ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์” มาร่วมงาน Ren Clinic จัดงานฉลองการเติบโตสู่ปีที่ 7 The Right Solution For You ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บอกไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องหนักหนาเกินกำลังอะไร และยังได้ร่วมไปกับ “อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” ด้วย ได้เห็นถึงน้ำใจจากผู้ประสบภัยที่ยังอุตส่าห์ให้พวงกุญแจคิตตี้ตอบแทนน้ำใจให้ตนอีก

“ไม่ได้เป็นจิตอาสาหรอก แต่ว่าเราเข้าใจคนอื่น อันไหนที่เราช่วยได้ เราก็อยากจะช่วยให้เต็มที่ คือขวัญก็มีพาร์ตหลายอย่าง ไม่ว่าจะการที่เราเป็นนักแสดง พ่อเราก็เป็นตำรวจ อันไหนที่พ่อขวัญเคยช่วยคนอื่น มันก็เป็นสิ่งที่เราซึมซับมาจากพ่อแม่สอนเรา เราก็กระโดดเข้าไปช่วย แล้วจุดประสงค์มีเพื่อน มีพี่ชายก็คืออาจารย์เบียร์ ที่หนูรู้สึกว่ามันไม่ได้หนักหนาของการที่ว่าหนูจะสามารถทำและดูแลคนอื่นได้ เพราะว่าเราก็มีเพื่อน มีพี่ในคณะของยูซี่ของหนูก็ไปกับอาจารย์เบียร์ด้วย เราก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะเดือดร้อนเกินภาวะที่เราไม่สามารถทำได้

แต่ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อยมาก เราไปหลายวัน แต่มันภูมิใจอย่างนึงคือเราเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น แล้วที่หนูซาบซึ้งเลยคือหนูได้พวงกุญแจคิตตี้ จากพี่คนที่หนูเอาข้าวมอบให้ แล้วเขาไม่เหลืออะไรเลยนะ เหมือนเขาค้นหาในกระเป๋า หนูก็ถามว่าพี่จะเอาอะไร เขาก็บอกว่าพี่เอาอันนี้ให้ พี่เห็นว่าหนูชอบคิตตี้ เขาก็เลยเอาพวงกุญแจคิตตี้มาให้หนู แล้วหนูก็เลยรู้สึกว่าคนไทยเราถึงเขาจะไม่มีอะไร แต่เรามีแก่ใจให้กัน ถึงแม้ว่าตอนนั้นมันลำบากมาก เขาก็ยังเห็นว่าเราเหนื่อยเพื่อเขา เขาก็อยากจะมอบรอยยิ้มอะไรเล็กๆ ให้กับหนู ซึ่งหนูก็ขอบคุณนะคะ หนูก็ยังเก็บเอาไว้อยู่”

ลงทุนถอยรถป้ายแดงด้วยเงินสด ออกไปช่วยน้ำท่วม
“ขวัญอึดอัดที่เราทำอะไรไม่ได้ อย่างตอนที่หนูลงเครื่องมาจากเชียงใหม่ไปทำภารกิจกับแบรนด์ พอหนูกลับมา พี่หมีก็มารับ แล้วหลังจากวันที่พี่หมีมารับ หนูก็ออกจากบ้านไม่ได้ เพราะว่ารอบข้างมันท่วมหมดเลย แล้วตอนที่หนูไปลงพื้นที่ หนูก็เห็นคนเขาทะเลาะกันเรื่องเรือลำเลียงการจัดส่งอาหาร หรือการที่เราส่งคนไปช่วยเหลือที่มันมาจากทางเรือ ไม่มีอะไรเข้า ไม่มีพาหนะเข้าออก เราก็รู้สึกว่าทำไมตัวเราต้องไปเป็นหนึ่งในภาระของการช่วยเหลือตรงนั้น

หนูก็เลยแก้ปัญหาโดยที่ตัวเราก่อน ก็ซื้อเลย แต่ตอนแรกแม่ยังไม่รู้นะ คือแค่บอกแม่ว่าหนูจะซื้อรถใหม่นะ เวลาเราไปไหนทำอะไร เราช่วยตัวเองได้ แล้วช่วยคนอื่นได้ แม่ก็คงคิดว่าหนูพูดเล่นมั้ง เขาก็มารู้ตอนวันที่รถมาส่งที่บ้าน แล้วเป็นวันที่วุ่นวายมาก เพราะวันนั้นหนูต้องไปงานอีกที่นึง แล้วเราก็อยากจะรีบไปช่วยคน รถเราก็อยากได้ไวได้เร็ว ทุกวันนี้หนูยังไม่ได้แตะรถเลยนะ ก็คือได้มาดึกๆ แบบนั้นแหละ ก็คือจอดอยู่ตรงนั้นแหละ (เงินสดเลย?) ใช่ (หัวเราะ)”

จัดหนัก “ลูกเนรคุณ” อกตัญญูต่อผู้เป็นแม่ ป่วยจิต ควรรักษา
“หนูอินมากสิ คืออย่างที่ขวัญบอกว่าเราไม่อยากให้เขาเอาคำว่าลูก แล้วไปทำกับแม่แบบนี้เลย มันเสียคำศัพท์ของคำว่าลูก คือลูกไม่ควรที่จะทำแบบนี้ คนแบบนี้ควรที่จะเป็นสัตว์ 2 เท้า คือเขาไม่มีความเป็นคนอยู่เลย ขวัญรู้สึกว่าเขาควรที่จะต้องได้รับการรักษา กับคนที่มีความคิดเป๋ๆ คือการที่เขาบอกว่าคุณแม่เขาป่วยเป็นจิตเวช คนที่เป็นเลือดในไส้ คนที่กินนมจากอก คนที่ได้รับการเลี้ยงดูมาจากสองมือแม่ เขาคือคนป่วย ไม่ใช่คุณแม่ป่วย ขวัญว่าเขาควรที่จะเข้าการวิเคราะห์ หรือเข้าได้รับการบำบัดจากแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ไม่ควรที่จะโยนความผิดของคำว่าป่วยจิตเวชแบบนี้ไปให้คนอื่น

แล้วคุณแม่ก็ควรที่จะรักษาความถูกต้อง ขวัญเข้าใจว่าคุณแม่รักลูก แต่ถ้ารักลูกในทางที่ผิด เขาจะทำลาย และย้อนกลับมาทำลายตัวเองแบบนี้ แล้วสิ่งสุดท้ายนั่นก็คือจะเป็นปัญหาสังคมต่อไป ขวัญถามว่าบุคคลคนนี้มีการกระทำแบบนี้ กับคนที่ให้กำเนิดเขา เขายังทำได้เลย แล้วความสัมพันธ์กับคนอื่นล่ะ เขาจะทำไม่ได้เลยเหรอ คุณสามารถเอาเงินแล้วไปตีเป็นมูลค่าคืนแม่ ขวัญถามว่าให้แม่ตีมูลค่าเลย เลือดที่มันไหลเวียนอยู่ในตัวเขาทั้งหมด 80-90% คุณจะจ่ายเงินให้กับแม่เท่าไหร่

คำพูดนี้เขาไม่ควรพูดเลย ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่ด้วย คุณไปก้มลงกราบแม่ แล้ววันรุ่งขึ้นคุณหายเลย คือคุณไม่มีจิตสำนึก คุณกลัวติดคุก คุณไม่ได้กลัวหรือคุณไม่ได้สำนึก คุณไม่ได้เสียใจจริงๆ แต่ที่คุณแม่แจ้งความจับลูก เห็นด้วยค่ะ คือความเป็นลูก ความเป็นแม่ยังไงก็ตัดกันไม่ขาด แต่สิ่งสุดท้ายการกระทำของคน เขาต้องได้รับผลการกระทำ ไม่ว่าจะทางโดยรูปธรรมหรือนามธรรมก็แล้วแต่ ทุกคนต้องมีกฎแห่งกรรมของตัวเอง”

บอกคนไม่ฉลาดยังอภัยได้ แต่คนไร้มนุษยธรรม ต้องบ่มเพาะอีกนาน!
“แม่ก็หลอนๆ หนูอยู่เหมือนกัน (หัวเราะ) เพราะว่าหนูไม่เคยดูโหนกระแสตั้งแต่ตอนต้นเลย เพราะเราเป็นคนตื่นสาย แต่เมื่อวานหนูตื่นตั้งใจมาดู แล้วเปิดเลย ลงมาดูข้างล่าง เสียงดังฟังชัด แม่ก็คงงงๆ ว่าดูอะไร ลูกตั้งใจดู คือเรื่องอะไรวะ เพื่อไปศึกษาเหรอ แม่มีพูดด้วยนะว่าแม่ไม่ไปนะ ขวัญจะทำกับแม่แบบนี้ไหม ก็เลยบอกไปว่า ทำ (หัวเราะ) ไม่ๆ เรารู้ว่ามันแย่มาก ขวัญจะบอกว่า คนรอบตัวของเขา คนไหนที่ช่วยเขาอยู่ให้ถอยออกมาเถอะ อย่าเอาตัวเองไปแปดเปื้อนหรือปนเปื้อนกับคนแบบนี้เลย คือคนที่ไม่ฉลาด เรายังพอให้อภัยนะ เรายังพอศึกษาได้ ยังพอเรียนรู้ได้ แต่คนที่ไร้มนุษยธรรม ไร้จริยธรรม มันเป็นสิ่งที่คุณต้องบ่มเพาะอีกนาน

ไม่ใช่เฉพาะขวัญหรอก ทุกคนทำงาน หาเลี้ยง เหนื่อยสายตัวแทบขาด เราทำเพื่ออะไร เราทำเพื่อเลี้ยงดูตัวเราดี เราจะได้ไม่เป็นภาระของพ่อของแม่ ถูกต้องไหม แล้วเรามีเงิน เราได้มา เราก็เอาเงินให้พ่อให้แม่เรา มันคือเป็นความคิด หรือเป็นการกระทำของปุถุชนที่ทุกคนทั่วไปทำ มันไม่ใช่การกระทำที่ เราทำงานมาแล้วเราต้องมาคิดว่า พ่อแม่เรามีอะไร สักวันนึงเราจะต้องเอาจากของพ่อของแม่มาเป็นของเรา ไม่มีใครปกติคิดแบบนี้ คำว่ากตัญญูกับอกตัญญูมันต่างกันมาก มันไม่มีเส้นบางๆ หรอก มันคือฟ้ากับเหวเลย แต่อันนี้มันไม่มีคำสรรหา มันไร้ความเป็นคน

แล้วยิ่งผู้ชายที่อยู่ข้างหลังคือใคร คือคุณต้องการที่จะรับผิดชอบเรื่องพนักงานถูกไหม แต่เรื่องศีลธรรมภายในครอบครัว คุณยังรักษาไม่ได้เลย ก่อนที่คุณจะรักษาพนักงาน คุณถามพนักงานก่อนไหมว่า ในเมื่อรู้พฤติกรรมของคุณและครอบครัวคุณเป็นแบบนี้ พนักงานยังอยากทำงานกับคุณอยู่ไหม มันจะคำไหนไม่สำคัญหรอกค่ะ พ่อแม่แต่ละคนไม่เหมือนกันนะ บางคนพ่อแม่ให้เกิดมา แต่ไม่ได้อยู่ด้วย เสียไป มีอีกคนนึงที่เป็นคนเลี้ยง เป็นคนอบรม นั่นก็คือถือว่าเป็นพ่อแม่ของเขา คือบริบทตรงนี้เราไม่ต้องมานั่งบอกหรอกว่าเราต้องทำอะไร มันคือสิ่งที่ดี มันมีทั้งสมอง มีทั้งใจ ไม่ต้องมานั่งสอนกันเลยเรื่องนี้"

ขอบคุณ สนธิ ลิ้มทองกุล , อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ , เอกราช นามโภคิน ที่ส่งคนและอุปกรณ์ที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยให้
“เรื่องคนที่ตามขวัญวันนั้น ตอนนี้รอที่สน.ลุมพินี เขาก็ดำเนินเรื่องอยู่ ตอนนี้หนูก็ต้องขอบคุณคุณลุงสนธิกับอาจารย์ปานเทพที่ได้ส่งพี่ๆ ทหาร ตำรวจมาดูแลเรา แล้วก็ขอบคุณพี่เอกราช ที่มีเทคโนโลยีในการดูแลความปลอดภัยให้ขวัญนะคะ แล้วก็หนูจะบอกว่าเรื่องของพี่แตงโม (นิดา พัชรวีระพงษ์) คือคนไหนที่เรามีข่าวคราวความคืบหน้า ในเรื่องของข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เราก็สามารถเข้ามาที่บ้านพระอาทิตย์ได้เลย เพราะว่าคุณลุงสนธิ อาจารย์ปานเทพ ทุกๆ ท่านในบ้านพระอาทิตย์ เราไม่เคยทิ้งกัน แล้วเราก็ดูแลกันตลอด เราให้ความรัก ให้ความเป็นห่วงทุกคนที่สามารถประคองความยุติธรรม หรือพยุงความถูกต้องเอาไว้ ก็อยากให้คนไหนที่ อยากให้ข้อมูล ก็เข้ามาที่บ้านพระอาทิตย์ได้เลยค่ะ เสียเงินไม่เป็นไร แต่อย่าเสียชีวิตพอ (หัวเราะ) เสียเงินไม่เป็นไร เพราะว่าเรายังหาเงินได้ ยังไงก็ F โปรดักส์หนูเยอะๆ นะ (หัวเราะ)”