โจ แมนกาเนียลโล เปิดใจชีวิตแต่งงานกับอดีตภรรยา โซเฟีย เวอร์การา เผยช่วงต่อสู้โรคปริศนานานหลายปีจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด กลับไม่ได้รับการปลอบโยนอย่างที่หวัง พร้อมเล่าความสัมพันธ์ในตอนนั้นว่าแทบไม่เหลือความรู้สึกต่อกันแล้ว
จากอดีตคู่รักฮอลลีวูดที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในคู่รักที่ใคร ๆ ก็อิจฉา ล่าสุด โจ แมนกาเนียลโล ออกมาเปิดเผยอีกด้านของชีวิตแต่งงานกับ โซเฟีย เวอร์การา ผ่านหนังสือบันทึกความทรงจำของเขา "Bloodlines" โดยเล่าถึงช่วงเวลาที่ตัวเองป่วยหนักและต้องต่อสู้กับปัญหาสุขภาพต่อเนื่องหลายปี
โจอ้างว่า ในช่วงที่เขากำลังเผชิญกับอาการป่วยจากภาวะภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ โซเฟียไม่ยอมกอดเขา และยังเคยล้อเลียนลูกสุนัขของเขาอีกด้วย
เขาเขียนถึงชีวิตแต่งงานในช่วงเวลาดังกล่าวว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ "แทบไม่เหลือความรู้สึกใด ๆ ต่อกันแล้ว"
โจยังเปิดเผยว่า ลูกสุนัขตัวดังกล่าวมีความหมายกับชีวิตของเขาอย่างมาก เพราะในช่วงที่สภาพจิตใจตกต่ำอย่างหนัก มันกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เขามีหน้าที่ต้องดูแลและช่วยให้เขากลับมามีเป้าหมายในชีวิตอีกครั้ง
เขาเล่าว่า "ผมต้องเอาปืนไปฝากไว้กับคนอื่น เพราะผมเอาแต่คิดถึงเรื่องนั้น แล้วสุนัขก็มาถึง จากที่เคยเป็นคนป่วย ผมกลายเป็นคนที่ต้องดูแลใครสักคน"
ก่อนหน้านี้ โซเฟียเคยให้เหตุผลถึงการเลิกราว่า ทั้งคู่มีมุมมองเรื่องการมีลูกไม่ตรงกัน โดยโจต้องการมีลูก ขณะที่เธอไม่อยากเป็น "คุณแม่สูงวัย"
อย่างไรก็ตาม โจเล่าอีกมุมหนึ่งว่า ในช่วงที่ป่วยหนัก เขาได้ล้มเลิกความคิดเรื่องการมีลูกไปแล้ว หลังจากก่อนหน้านั้นทั้งคู่เคยพิจารณาเรื่องผู้บริจาคไข่ ภายหลังการทำเด็กหลอดแก้วหลายครั้งไม่ประสบความสำเร็จ
โจระบุว่า เขาไม่ต้องการจากไปและทิ้งให้โซเฟียต้องเลี้ยงลูกที่ "ไม่ได้มีสายเลือดทางชีวภาพของเธอ"
สำหรับปัญหาสุขภาพของโจเริ่มเกิดขึ้นไม่นานหลังทั้งคู่แต่งงานกันในปี 2015 เขามีทั้งอาการปวดท้อง แผลในระบบทางเดินอาหาร ไข้ ผื่น ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย ก่อนต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินในปี 2016
ตลอดระยะเวลาประมาณ 7 ปี เขาน้ำหนักลดลงราว 60 ปอนด์ ต้องส่องกล้องลำไส้หลายครั้ง และมีการผ่าตัดนำลำไส้บางส่วนออก
ในช่วงแรก แพทย์รักษาเขาในแนวทางของโรคโครห์นและลำไส้อักเสบ แต่ยาที่ได้รับไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น ทำให้ต้องใช้ยาระงับปวดหลายชนิดในช่วงที่อาการรุนแรง
ปัจจุบัน โจเข้ารับการผ่าตัดเชื่อมต่อระบบทางเดินอาหารอีกครั้งแล้ว และเผยว่าตอนนี้ไม่มีอาการป่วยหลงเหลือ รวมถึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาเหมือนในอดีต


