เป็นอีกเทปที่เป็นกระแสทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ คนดูไลฟ์หลายแสน ทำคนไทยน้ำตานอง กรณีรายการ โหนกระแส วันที่ 6 ต.ค. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ ทางช่อง 3 ได้ตามติดประเด็นแม่แฉลูกในไส้หวังฮุบโรงงาน สั่งคนอุ้มไปส่งเนิร์สซิ่งโฮมอยู่ 2 ปีกว่า ถูกทรมาน ขังกรงหมา โดยเปิดใจสัมภาษณ์ แม่ภัทร ซึ่งวันนี้ยอมเปิดหน้า มาพร้อม บีม ลูกสาว, นุช น้องสาวแม่ภัทร, เอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด, ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล อีกมุมฝั่งลูกชาย “เบนซ์” ต้องการชี้แจงข้อเท็จจริง ยืนยันบีมตัวตั้งตัวตีให้แม่ไปอยู่สถานที่แห่งนั้น มาพร้อม “กุ้งฝอย” ภรรยา และ “ก้อง” น้องชายภรรยา
เมื่อคืนหลับมั้ย?
แม่ภัทร : ไม่ค่อยหลับ เครียด ตอนที่ออกไป มีคนบอกว่าลูกชายกับลูกสะใภ้จะมา ก็คิดว่าเขาน่าจะติดต่อแม่มา ถ้ารู้สึกผิด ขอโทษหรือคุยกับเรา แต่กลายเป็นว่าเขาโทรหาคนอื่น (เสียงสั่นเครือ)
เมื่อวานหลังจบรายการ ทางเราเองได้มีโอกาสส่งทีมงานลงพื้นที่ไปที่สถานที่ที่คุณแม่อ้างว่าไปอยู่ที่นั่น ปรากฏว่าภาพที่ได้กลับมาน่าตกใจมาก ส่งให้คุณเอกและสื่อหลายสื่อ อยากให้ยืนยันว่าภาพนี้หรือเปล่าที่คุณแม่เคยไปอยู่?
แม่ภัทร : ค่ะ
ที่นี่คือศูนย์โสธรชัยเนิร์สซิ่งโฮม อยู่ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ดูแล้วคิดว่าเป็นสถานที่ดูแลผู้สูงอายุมั้ย?
เอกภพ : ไม่น่าใช่ครับ เหมือนสถานที่กักกันหรือคุกผู้บริสุทธิ์ครับ ไม่ต้องทำผิดกฎหมาย แต่ถูกจับส่งมาที่นี่ ป้าแมวบอกว่าที่เอากรงครอบเอาไว้ กลัวขึ้นมาแล้วถูกรถชน ไม่น่าจะถูกรถชน มีลูกกรงหลายชั้นมากเลยนะ ผมได้คุยกับคนเคยทำงานที่นี่ด้วยนะ เขาโทรมาหา หนักมากเลยครับ
คิดว่าผิดมั้ย?
เอกภพ : ผิดสิครับเต็มๆ เมื่อวานป้าแมวบอกชัดเจนว่าเป็นสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ แต่ป้าแมวใช้คำพูดว่าผู้ป่วยตลอดเวลา ทำเหมือนเป็นรพ. แต่ความจริงไม่ใช่
หมอมีไม่ได้ ยาห้ามให้ คุณทำได้แค่อนุบาลประคับประคอง?
เอกภพ : แต่เมื่อวานนี้ ทั้งคุณแม่และคนโฟนอินเข้ามายืนยันในรายการว่าได้รับยาตลอด ใครจัดยาให้เขา
ห้องนี้เคยอยู่มั้ย?
แม่ภัทร : ไม่เคยค่ะ
มันดีเกินไปที่แม่จะอยู่?
แม่ภัทร : ใช่ค่ะ เคยอยู่ห้องมีแอร์ตอนญาติจะมารับกลับแล้ว เขาก็ย้ายไปอีกห้องนึง
ห้องเป็นกรงๆ คืออะไร?
แม่ภัทร : เขาเรียกแดน 3
เป็นคุกเหรอ?
แม่ภัทร : เจ้าหน้าที่กับคนไข้เรียกอย่างนั้น พอรู้ข่าวว่าญาติจะมารับ เขาจับแม่มาอยู่แดน 3 ตอนนั้นลูกชายอึกอักจะมารับหรือไม่มารับ เขาก็พามาตรงแดน 3 พอลูกชายยืนยันอีก 4-5 วันจะมารับ เขาถึงจะย้ายไปอีกห้องนึง ซ้ายมือคือเขาขังคนอยู่ในนั้น ในห้องนี้ไม่มีที่ระบายอากาศเลย มีแต่ถังฉี่ถังอึตรงนั้น ซ้ายมือมีสองห้อง ขวามือมีหนึ่งห้อง ที่ในนั้นเป็นห้องทึบ ไม่มีอากาศเลยค่ะ
แม่เคยอยู่ในห้องนี้มั้ย?
แม่ภัทร : เขาเคยให้อยู่ในห้องตอนเขารู้ว่าลูกจะมารับ เขาย้ายให้มาอยู่ห้องนี้ ทุกประตูกรงก็ล็อกกุญแจหมดเลยค่ะ
แม่เคยอยู่มั้ยเตียงที่มีลูกกรง?
แม่ภัทร : ไม่เคยค่ะ น่าจะมีอยู่ 12 เตียง ที่ได้เห็นเพราะว่าหน้าต่างแดน 3 แม่เลยได้เห็นห้องนี้ เขาจับคนแก่ เข้าไปมัดๆ ไว้ที่เตียงแล้วครอบ เวลาจะป้อนข้าวก็เอาตะแกรงออก หมุนเตียงขึ้นมาให้คนแก่นั่ง ส่วนใหญ่ที่อยู่เป็นคนแก่ บางคนมีอาการทางจิต นั่งแบบเฉยๆ เลย เหมือนหุ่นขี้ผึ้งค่ะ
เขาบอกเอาตะแกรงมากัน กลัวเดินไปโดนรถชน?
ทนายแก้ว : บ้าพี่
เขาบอกเดินไปรถชน ใครจะรับผิดชอบ?
ทนายแก้ว : ไม่ใช่เดินไปรถชนง่ายๆ
แม่ภัทร : นี่กรงแรก กรงที่สองถัดไป อยู่ข้างใน ที่แม่อยู่ในกรงนี้ประมาณ 11 เดือน แม่ทำตำหนิไว้ด้วยค่ะ ไม่มีห้องน้ำ มีแต่ถังผงซักฟอก กลิ่นก็อยู่ในนั้นค่ะ มีเตียงที่เป็นสนิมอยู่ แล้วมีที่นอนอยู่ในนั้น
เอกภพ : จากเจ้าของโรงงาน มีเงินมีทองมากมาย
แม่ภัทร : เขามีกระดาษทิชชู่ให้ 1 ม้วน สามวันแจกครั้งนึง (ร้องไห้)
ระหว่างเปิดภาพไป คุณแม่ถามว่าอะไร?
แม่ภัทร : แม่สังเกตว่าแดน 3 เขาจะขังคนไว้ แต่ในรูปคนที่โดนขังหายไปไหน ไม่มีอยู่
เข้าไปเป็นลูกกรงขนานกำแพง มีเก้าอี้นั่ง ทำเป็นห้องลูกกรงเอาไว้ ที่คนเดินเข้าไป จะเดินแค่พอดีตัว แต่เขาทำกั้นเอาไว้อย่างนี้ ในนั้นต้องมีคนอยู่ แต่นี่ไม่มี?
แม่ภัทร : ใช่ค่ะ ตอนนี้คนหายไปค่ะ”
แม่ทำตำหนิเอาไว้?
แม่ภัทร : ใช่ค่ะ พอรู้ข่าวว่าญาติจะมารับ แม่เลยทำตำหนิไว้ เพื่อให้เป็นหลักฐานว่าแม่โดนขัง แม่เชื่อว่าเขาต้องปฏิเสธค่ะ แม่คิดว่าออกมาจะแจ้งความดำเนินคดี
เอกภพ : แสดงว่าแม่รู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องปฏิเสธ ก็ต้องยืนยันว่าฉันทำตำหนิไว้ที่นี่ แม่สุดยอดมาก
แม่คือนาตาชา โรมานอฟของลูกหนุ่มจริงๆ?
เอกภพ : แม่มีสติทุกอย่าง
มีคนพูดคุยกับแม่มั้ย ที่ถูกกักไว้ที่นั่น?
แม่ภัทร : มีค่ะ อย่างคนชื่อบีเมื่อวาน เขาก็สงสารเรา เขาก็เหวี่ยงมาม่ามา เมื่อก่อนแม่ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ แม่โดนตี โดนอดข้าว โดนลงโทษ พอได้รับการช่วยเหลือออกมาแล้ว ถึงรู้ว่าทุกครั้งลูกสาวติดต่อส่งทนายมาตามหา พยายามติดต่อไป เขาก็มาลงโทษแม่ทุกครั้ง แม่เพิ่งรู้ว่าสาเหตุที่โดนตีโดนอดข้าวเป็นเพราะมีคนติดต่อมา
หลังแม่ออกมา แม่ดำเนินการอะไรบ้าง มีการแจ้งความลูกชายมั้ย?
แม่ภัทร : ไปแจ้งความที่กองปราบ ตอนแรกแจ้งความสถานที่นี้ เจตนาคืออยากช่วยคนในนั้น แม่เห็นคนตายมาหลายคน ก็เลยไปแจ้งที่กองปราบ ไปตรวจที่รพ.จิตเวชนครสวรรค์ เพื่อยืนยันว่าแม่ไม่ได้เป็นจิตเวช ตอนแรกแจ้งความกองปราบ 20 ส.ค. เจตนาคืออยากให้ตร.ไปช่วยคนข้างใน เพราะเขาโดนทรมานอยู่ ไม่ได้แจ้งความลูกชายค่ะตอนแรก แจ้งทีหลังค่ะ
ทนายแก้ว : แจ้งลักทรัพย์ ลักตู้เซฟไปที่วังทองหลางครับ
บริษัทแม่ถูกเปลี่ยนชื่อ?
แม่ภัทร : หลังแม่ให้เขาทำปี 65 สามเดือนต่อมาเขาก็ไปเปลี่ยนชื่อ เราโต้แย้งมาโดยตลอด แต่ด้วยความที่เราอยากให้โอกาสลูกชายก็ลองให้เขาทำมาก่อน จนปี 66 เขาก็ทะเลาะกันหนักมากกับลูกสะใภ้ เขาบอกว่าทำไม่ไหว จะคืนแม่ในเดือนเม.ย.ปี 67 ค่ะ
ทนายแก้ว : เดิมเป็นชื่อ PBB พอเปลี่ยนชื่อสัดส่วนผู้ถือหุ้นยังคงเดิม ไม่ได้เปิดบริษัทใหม่
ชื่อผู้ถือหุ้นถูกเปลี่ยนแปลงมั้ย?
แม่ภัทร : PBB ตอนนี้กรรมการผู้จัดการเป็นลูกสาวกับญาติอีกคนนึง ส่วนลูกชายกับลูกสะใภ้ก็เอาชื่อออก แล้วไปเปิดบริษัทใหม่ แต่ใช้สถานที่โรงงาน สัญญาเช่าที่เป็นของแม่ ส่วนใบอนุญาตโรงงาน การก่อสร้างโรงงาน ทะเบียนบ้าน น้ำไฟก็จะเป็นของลูกสาวค่ะ
คุณเบนซ์ ข้อเท็จจริงมุมคุณเป็นยังไง?
เบนซ์ : ตอนแรกที่บอกว่าอี๊นุชเป็นคนนำพาคุณแม่ออกมา ผมเป็นคนพาคุณแม่ออกมาครับ ผมเป็นคนขับรถไปรับคุณแม่ออกมา
ทำไมไปทิ้งแม่ไว้ที่นั่น 2 ปีครึ่ง?
เบนซ์ : ตอนแรกไม่ได้จะคิดว่าจะเป็นแบบนี้นะครับ คือจะพาคุณแม่ไปรักษา หมออาจคิดว่าหนึ่งเดือนหรือสามเดือน
คุณเข้าใจว่าคุณแม่เป็นอะไรในตอนแรก ถึงพาไปอยู่ที่นั่น?
เบนซ์ : คุณแม่อารมณ์รุนแรงมากครับ มีการทำร้ายร่างกายกัน รุนแรงเยอะครับ ทำร้ายร่างกายทั้งตัวน้องและผมด้วยครับ
ทำร้ายถึงขั้นไหน?
เบนซ์ : เลือดตกยางออกครับ ส่งหลักฐานให้ทีมงานแล้วครับ
เปิดภาพ นี่ใคร?
เบนซ์ : บีมกับแม่ทะเลาะกันครับ
บอกว่าถ้ามึงสองคนวางแผนจะฆ่ากู ทำร้ายกู เดี๋ยวทุกคนจะฉิบหายกันหมด กูแจ้งความแล้ว นี่หน้าใคร?
เบนซ์ : หน้าคุณแม่ครับ น้องสาวกับคุณแม่ทะเลาะกันครับ ผมไม่ได้เกี่ยวข้องตรงนี้
บีมข่วนหน้าแม่จริงมั้ย?
บีม : ไม่จริงค่ะ คือทะเลาะกัน คุณแม่จะเข้ามาตีหนู หนูก็ปัด ด้วยความเล็บหนูยาว แต่หนูไม่ได้จะข่วน
แม่ภัทร : แม่จะตีเขา บีมก็ปัดๆ ภาพที่เห็น มันไม่ได้มีความรุนแรงขนาดนี้ เหมือนเราโดนเล็บข่วน ที่พิมพ์แบบนี้เพราะพอโทรหาเบนซ์ปุ๊บ เบนซ์บอกแม่ว่า ถ้าเกิดเรื่องมากอะไรมาก ก็ไปตายซะ พูดกับแม่แบบนี้ แม่เลยบอกว่าถ้าสองคนรวมหัวกัน เพราะตอนนั้นมีเรื่องโรงงานเรื่องอะไรค่ะ แต่ยืนยันว่าไม่ได้รุนแรงตามรูปที่เห็นค่ะ
เบนซ์ : มีรูปอื่นอีกนะครับ คุณแม่กัดบีม ทำร้ายบีม บีมจะเขียนอยู่ว่าโดนกัด ป้องกันตัว
แม่ภัทร : ใช่ค่ะ กับบีมไม่ได้ทะเลาะกันครั้งแรกนะ เราก็ทะเลาะกันมาตลอดๆ
แม่ข่วนบีม?
บีม : ใช่ค่ะ
แม่ภัทร : ใช่ค่ะ ตะลุมบอนกัน เหมือนผัวเมียตีกัน
เบนซ์ : มีรูปอีกครับ ข้างในปากมีแผล ไม่ใช่การตีกันทั่วไปครับ
แม่ภัทร : เบนซ์บอกว่าเบนซ์ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้น แล้วเบนซ์รู้ได้ไงล่ะลูก ด้วยอารมณ์แม่ตอนนั้นแม่ทะเลาะหลายครั้งกับน้อง แม่ก็เหมือนกับอยากอ้อนลูกชายว่าน้องทำกับแม่แบบนี้ อยากให้ลูกชายเข้าข้าง แค่นั้นเอง
เบนซ์ : เอามือมาจิกปาก ไม่ใช่แค่ปัดกัน คือการทะเลาะกันหนัก
จะบอกว่าครอบครัวคุณเอง มีความรุนแรงในครอบครัว คุณเองต้องการเอาหลักฐานมายืนยันว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากน้องสาวกับตัวแม่ที่ทะเลาะกัน ทำร้ายร่างกายกัน คุณเลยจำเป็นต้องส่งแม่ไปอยู่สถานที่แห่งนั้น นี่ที่คุณจะบอก?
เบนซ์ : ครับ มีแชตหลักฐานเยอะแยะมากเลยครับ บีมกลัวแม่จะทำร้ายลูกเขาด้วย เป็นความรุนแรงที่มากขึ้นเรื่อยๆ ครับ ถึงขั้นบีมกังวลว่าจะทำร้ายลูกเขาครับ
บีมพยายามบอกว่าแม่พยายามทำร้ายหลาน ลักษณะเหมือนแม่อาละวาด?
แม่ภัทร : ที่บอกว่าไล่แม่บ้านไป ตอนนั้นบีมจะจ้างแม่บ้านมาดูแลหลาน แม่ก็บอกว่าไล่ไปเถอะ แม่ดูแลได้ หลานแม่เห็นมาตั้งแต่เกิดแล้วนะ
การนำเสนอวันนี้เราก็ลำบากใจเหมือนกันเพราะเป็นความรุนแรงในครอบครัว ผมไม่คิดว่าจะมาถึงตรงนี้จริงๆ แต่เพื่อความกระจ่างของฝั่งลูกชายด้วย เขาบอกเขามีเหตุผลในมุมเขาว่าทำไมส่งแม่ไปสถานที่แห่งนั้น เบนซ์ พยายามยืนยันจากภาพและไลน์จากน้องบีม ว่าคุณแม่อาละวาดบ่อย ทำร้ายร่างกายคุณบีม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณเองก็ทำร้ายร่างกายแม่คืนเหมือนกัน?
เบนซ์ : ไม่มีแม้แต่นิดเดียวครับ แต่บีมทำครับ
ทำไมตัดสินใจส่งแม่ไปอยู่สถานที่แห่งนั้น?
เบนซ์ : ให้ทีมงานเปิดแชตหลักฐานที่เขียนไว้ว่ารับรู้ไว้ด้วยนะ บีมตีกู ทิ้งลูก กูเจ็บ เขาทะเลาะกันครับ คุณแม่กับบีมทะเลาะกัน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับผม
บีมตอบว่าแม่สร้างเรื่องนี้ขึ้นมา หนูจ้างพี่เลี้ยง แม่ไล่พี่เลี้ยงกลับ คนทำให้ปัญหาเกิดคือแม่ เดี๋ยวกูจะส่งข้อความไปหา..ให้มารับลูกมันไป แม่บอกอีตอ.. กูจะโยนของอะไรใส่มัน เหมือนแม่ก็ด่าลูก?
เบนซ์ : แม่ทะเลาะกับบีมครับ จริงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับผม
แม่กับบีมทะเลาะกัน แต่อยากรู้ทำไมส่งแม่ไป?
เบนซ์ : สไลด์ต่อไปจะมีเขียน บีมขอร้องผมให้รีบพาคุณแม่ไปหาหมอ
จดหมายคืออะไร?
เบนซ์ : เล่าในสิ่งที่บีมเจอมา บีมจะให้ไปส่งกับหมอที่ผมจะพาคุณแม่ไปรักษา บีมจะให้พาอันนี้ไปให้หมอดูว่าคุณแม่มีพฤติกรรมอาการแบบนี้ครับ
ใช่มั้ยแม่?
แม่ภัทร : ใช่ค่ะ
แต่สิ่งที่คุณบีมเขาบอก คุณจะพาไปวนารมย์นะ?
เบนซ์ : ไม่ใช่ครับ เพราะคุยกับน้องอยู่แล้วว่าไม่ได้พาไปในกรุงเทพฯ อยู่แล้วครับ
บีมว่าไง?
บีม : ไม่จริงค่ะ พี่เบนซ์บอกว่าจะพาคุณแม่ไปหาหมอที่วนารมย์ แชตก็เป็นหลักฐาน หนูพิมพ์เสมอว่าพาไปรพ. พาไปหมอ ไม่ได้พาคุณแม่ไปขังค่ะ
เบนซ์ : ไม่ใช่ครับ เพราะบีมรู้อยู่แล้ว ก่อนพาคุณแม่ไป บีมรู้อยู่แล้วครับ
เจตนารมณ์บีมเขาต้องการให้แม่ไปหาหมอ แต่เขาบอกคุณไม่ได้พาแม่ไปหาหมอ แต่พาแม่ไปอยู่โสธรชัยเนิร์สซิ่งโฮม?
เบนซ์ : ในนั้นบอกมีหมอครับ ที่ศูนย์เขายืนยัน มีแชตหลักฐานครับ
ถ้ามีแชตหลักฐานว่ามีหมอ ผมบอกเลยว่าพี่แมวติดคุกเลย เพราะเมื่อวานพี่แมวบอกเองว่าที่แห่งนั้นต้องไม่มีหมอ คุณมีแชตยืนยันนะ?
เบนซ์ : ครับ ทางศูนย์ยืนยันว่ามีหมอครับ
ทนายแก้ว : มีหมอไม่ได้ครับ เนิร์สซิ่งโฮมไม่ใช่สถานที่รักษา เป็นเพียงประคับประคอง ดังนั้นต้องไม่มีหมอ ต้องไม่มีการจ่ายยา เป็นการดูแลผู้สูงอายุเท่านั้นเอง จะมารักษาไม่ได้ครับ มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาทครับ
เรื่องในครอบครัวก็เรื่องนึงนะ ตอนนี้มีปัญหาตรงที่พี่บอกน้องสาวทะเลาะกับแม่ น้องสาวร้องขอให้พาไป น้องสาวบอกให้พาไปหาหมอ แต่พี่ชายบอกไม่ใช่ น้องสาวรู้อยู่แล้วว่าไปที่นี่ แต่ที่แน่ๆ ถ้าครอบครัวคุยกันได้ก็ต้องคุยกันนะ อันไหนที่แม่อยากได้ แม่บอก ถ้าเบนซ์คืนให้ได้ทั้งหมด เบนซ์ก็ต้องคืน เดี๋ยวเคลียร์ให้มันจบ อะไรก็ตามแต่ที่เกิดขึ้น อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่เกิดขึ้นคนแก่ที่อยู่ในโสธรชัยได้รับอานิสงส์ในเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน ผมอยู่ท่ามกลางความรู้สึกแปรปรวนยังไงไม่รู้ ก็ขอให้ผ่านไปด้วยดี อะไรจะเกิดขึ้นก็เป็นสายเลือดเดียวกัน อาจมีเรื่องราวกระทบกระทั่งกันบ้างก็เป็นปกติแหละ ลิ้นกับฟันก็โดนกันบ้าง วันนี้มาหาสาเหตุ ทำไมเบนซ์พาแม่ไปอยู่สถานที่แห่งนั้น จนเป็นเรื่องเป็นราวเกิดขึ้น ถามปลายทางก่อนเลย วันนี้แม่ออกมาแล้ว ตกลงเซฟนั้นเบนซ์เอาไปจริงมั้ย?
เบนซ์ : บีมเอามาฝากครับ
บีม : ไม่จริงค่ะ หนูไม่ได้ฝากพี่เบนซ์ค่ะ หนูไม่เคยบอกฝากพี่เบนซ์
เบนซ์ : มีหลักฐานในแชต ส่งให้ทีมงานแล้วครับ
ตอนนี้เบนซ์จะเป็นลม หน้าซีดมาก เครียดมาก?
กุ้งฝอย : ปกติเขาเป็นคนพูดน้อยค่ะ แล้วไม่ค่อยออกไปคุยกับใครเท่าไหร่ วันนี้เขากลัวค่ะว่าเขาจะพูดไม่เป็น ปกติเขาพูดไม่เป็นอยู่แล้วค่ะ หนูขออนุญาตช่วยเขาได้มั้ยคะ ถ้าเขาพูดแล้วจุกๆ เรื่องราวที่คุณเบนซ์ควรต้องพูดเองแต่ไม่ไหว ขออนุญาตคุณแม่กับพี่หนุ่มและประชาชน ขอเป็นตัวแทนสามีคอยอธิบายตามหลักฐานที่คุณเบนซ์มีแล้วกันค่ะ
เซฟยืนยันว่าบีมฝากไว้?
เบนซ์ : ครับ มีหลักฐานครับ บีมส่งเครื่องเพชรแม่มา บอกว่าไม่มีเงินจ่ายค่าบ้านค่ารถแล้ว ตอนที่บีมมาฝากเซฟไว้เดือนต.ค. แต่นี่เป็นเดือนมิ.ย. 67 ตอนแรกบีมยืนยันว่าบีมไม่มีรหัส บีมมีแต่กุญแจ แต่เขามีของออกมา เขาเอาของออกมาจากเซฟก่อนผมไปเอาเซฟมาอีกครับ
ของเหล่านี้ยังอยู่ในเซฟมั้ย?
เบนซ์ : บางอันหายไปแล้วครับ ตอนแรกบีมเอาออกมาแล้ว
จะบอกว่าบีมเอาไปขายแล้วบางส่วน?
เบนซ์ : ใช่ครับ แล้วเซฟมาฝากไว้ที่ผมครับ
แม่ภัทร : ที่เบนซ์บอกน้องเอาของไปขาย ไม่จริง ของยังอยู่นี่ เบนซ์เป็นคนเอามาคืนแม่ ไม่ใช่บีม บีมไม่ได้เก็บไว้
เบนซ์ : บางส่วนครับ แต่บางส่วนที่หายไงครับ บีมเอาออกไปบางส่วน ที่บีมบอกว่าบีมเปิดตู้เซฟไม่ได้ อันนี้มันออกมาก่อนผมเอาเซฟออกมาอีกครับ
แม่ภัทร : แล้วก็ต่างหูสองคู่ เนื่องจากแม่ออกมาแม่ไม่มีรายได้อะไร แม่เลยเอาต่างหูสองคู่นั้นไปจำนำค่ะ
กุ้งฝอย : ในแชต พี่เบนซ์จะสื่อว่า เขาเอาออกมาจากเซฟได้ เอามาโชว์ว่าจะขายอะไรดีนะ ไม่มีเงินใช้แล้ว
ทนายแก้ว : ถ้าเป็นแบบนั้น ทำไมเบนซ์ถึงไม่ถามว่าเปิดรหัสได้ยังไง คุณไม่สงสัยเหรอ
เบนซ์ : ผมคิดว่าเขารู้รหัสอยู่แล้วครับ ผมเข้าใจว่าเขามีรหัสอยู่แล้วเพราะเขาอยู่กับคุณแม่ เขามีกุญแจ ผมเลยไม่เอ๊ะครับ
แม่ภัทร : รูปที่เบนซ์คืนแม่ คือวันที่แม่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว
เบนซ์ : ก็มีคืนด้วยครับ ต้องดูสไลด์ไป เซฟผมไม่ได้อยากจะได้ตรงนี้ ผมไม่โอเคกับการเอาเซฟมา แต่บีมขอร้องผม เพราะเขาจะให้คนเช่าบ้านตรงนั้นครับ
เปิดแชตคุณคุยกับบีม?
เบนซ์ : ผมไม่สบายใจเรื่องเซฟครับ ไม่ได้อยากจะเอา
คุณบอกให้เขาไปหาที่เก็บเซฟใหม่ บีมบอกไม่ได้แล้ว ไม่มี?
กุ้งฝอย : หนูไม่อยากได้เหมือนกันค่ะ น้องมีการโทรมาขอร้องว่าไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหน เขาต้องไปต่างประเทศ แล้วบ้านปล่อยเช่าไปแล้ว เขาเลยมาขอร้องกุ้งว่าฝากไว้ก่อนได้มั้ย เราเหมือนน้องสะใภ้กัน จริงๆ ไม่อยาก แต่เขาไม่มีที่เก็บเซฟ นี่ก็พี่ชายเขา หนูไม่สบายใจจริงๆ แต่ก็แค่รับรู้ตรงนั้นค่ะ
ตอนนี้คุณแม่ต้องเป็นกลางก่อนนะ เพราะเป็นปัญหาระหว่างพี่น้อง แต่ถ้าคุณแม่ไม่ติดใจจริงๆ ไม่รู้ว่าใครส่งคุณแม่ไปก็บอกมานะ ทางเบนซ์บอกเขาไม่ได้คิดจะส่งไป แต่ทางบีมเป็นฝ่ายส่ง?
แม่ภัทร : เราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เราจะรู้ว่าเราเลี้ยงลูกมา เรารู้เจตนาของลูก เบนซ์บอกว่าน้องบีมเอาของในเซฟมาแล้วไปขาย ขณะที่พี่เบนซ์เอาอันนี้มาคืนแม่เอง
เบนซ์ : ที่ผมจะสื่อคือคุณแม่บอกว่าของในเซฟผมเอาไป เพราะผมรู้รหัส ตอนที่บีมกับผมจะย้ายมา ผมเปิดพร้อมกับบีม มันมีของเท่านั้น ก่อนหน้านั้นผมไม่เห็น แล้วผมไม่เคยถือกุญแจ แล้วแม่บอกว่าของที่หายไป บีมมีกุญแจ แต่บีมไม่มีรหัส ผมก็จะสื่อว่าบีมมีรหัสไงครับ เขารู้อยู่แล้ว เขาเอาออกมาได้
แม่ภัทร : ถ้าในแชตนั้น แม่พูดเป็นกลางนะ เป็นรูปที่บีมถ่ายรูปว่าจะเอาของนั้นไปขาย แต่ของนั้นอยู่ในมือเบนซ์
เบนซ์ : ไม่ใช่ครับ
เบนซ์พยายามบอกว่า มีทรัพย์บางส่วนที่บีมเอาออกไปแล้ว บีมมีรหัสตั้งแต่แรก?
บีม : ขอถามนิดนึงว่าสรุปพี่กุ้งรู้ใช่มั้ยคะว่าพี่เบนซ์เอาเซฟไปไว้ที่บ้าน
กุ้งฝอย : พี่ทราบจากบีมค่ะ
บีม : พี่กุ้งเป็นคนโทรหาหนูว่าพี่เบนซ์เอาเซฟไปไว้ที่บ้าน ยืนยันนะคะ
กุ้งฝอย : จะถามแบบนี้คืออะไร พี่ทราบเพราะหนูเอามาฝากบ้านพี่เป็นปี
บีม : ไม่ได้ฝากค่ะ แต่ตอนนี้พี่กุ้งยืนยันนะคะว่าพี่กุ้งรู้เห็นว่าพี่เบนซ์เอาเซฟไปไว้ที่บ้าน และเก็บไว้ที่บ้าน ตอนนี้อยู่สายไหม
กุ้งฝอย : มันคนละเรื่องแล้วค่ะ
เบนซ์ : มันไม่ได้อยู่ในบ้านนะครับ
เซฟอยู่กับเขาอยู่แล้วล่ะ เพราะเขายอมรับตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ประเด็นที่กำลังเกิดขึ้น เขาแค่บอกว่าเซฟเคยถูกเปิดก่อนมาแล้ว นี่ไม่ได้เข้าข้างใคร เซฟเคยถูกเปิด โดยคนเปิดคือคุณ แล้วถ่ายรูปส่งให้เขาดูตามภาพ?
ก้อง : อยากให้เปิดภาพในกลุ่มเซฟเรื่อยๆ เลยครับ แล้วอธิบายไปทีละภาพเลย จะเห็นภาพที่ชัดเจน จะเข้าใจในภาพแต่ละภาพว่าสื่อถึงอะไร และไทม์ไลน์ของมัน น้องบีมฝากเซฟไว้ที่บ้านพี่สาวผมวันไหน และระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้น ในแชตบอกหมดครับ ว่าไม่มีที่เก็บไว้ ฝากได้มั้ย
เบนซ์ : อันนี้ผมถ่ายที่บ้านที่ลาดพร้าว ให้เห็นว่าเซฟใบเดียวกันกับที่ผมเอามาคืน ผมส่งไปหาบริษัทย้ายเซฟครับ
ก้อง : ก็พิสูจน์ได้ว่าตัวเดียวกันครับ
เซฟอันนี้จะบอกว่าคุณไม่ได้เอาไปเลย ฝั่งบีมเอามาฝาก บีมบอกวันจันทร์ต้องรีบขายเพชร เดี๋ยวไม่มีเงินจ่ายคุณพิม ถ้ามีลูกค้ามาเช่าบ้าน ต้องเอาเซฟไปไว้ที่ไหน ยังไงดี เงินลูกค้าที่ให้มาหมดแล้ว?
เบนซ์ : ครับ เดือนส.ค. เขาเอาออกมาก่อนย้าย
แม่ภัทร : มีส่วนไหนที่บีมเอาไปขายบ้าง
บีม : หนูเอาไปขายบางส่วน เพราะพี่เบนซ์บอกให้เอาไปขาย
เบนซ์ : แล้วใครได้เงินครับ
บีม : ตอนที่พี่เบนซ์จับคุณแม่ไปขัง หนูต้องรับผิดชอบค่าบ้านค่ารถ จ่ายเดือนละประมาณแสนนึง พี่เบนซ์เอาคุณแม่ไปขังลืมเลย จนหนูต้องจ่ายค่าบ้านกับค่ารถไปเดือนละแสน เป็นระยะเวลา 6 เดือน หนูไม่มีเงินแล้ว หนูก็ถามว่าทำยังไงดี ทำไมพี่เบนซ์หลอกหนูแบบนี้ บอกจะเอาแม่ไปเข้ารพ. แล้วเอาไปอยู่ไหน
ก้อง : ผมรู้เรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง เนื่องจากผมได้มีโอกาสพบคุณแม่ น้องบีม และพี่เบนซ์ ได้มีโอกาสคุยร่วมกัน ตอนแรกผมจะไปคุยเรื่องบริษัท แต่พอคุยกันก็รู้สึกว่าเป็นปัญหาครอบครัว วันนั้นผมก็ได้แต่นิ่ง คุยแต่เรื่องบริษัท แล้วผมก็มาคุยกับพี่สาวผมว่าเรื่องมันแปลกๆ แล้ว ทำไมเขามีการจับไปโน่นไปนี่ จนเราสามคนมาคุยกัน พี่เบนซ์ได้อธิบายและเปิดหลักฐานให้ผมรับทราบว่าวันที่คุณเบนซ์พาคุณแม่ไปรักษา เนื่องจากน้องบีมทะเลาะกับคุณแม่ จดหมายที่น้องบีมเขียนว่าช่วยพาแม่ไปรักษาที
แม่เคยเห็นจดหมายฉบับนี้มั้ย?
แม่ภัทร : เคยเห็นตอนช่วยออกมาแล้ว หลังออกจากโดนขัง เบนซ์ก็เอาให้แม่ดู
เป็นลายมือของใคร?
แม่ภัทร : ลายมือเบนซ์กับบีมจะคล้ายๆ กัน แต่เบนซ์บอกว่าบีมเป็นคนเซ็น ก็เท่ากับบีมเป็นคนเขียน
บีมเขียนมั้ย?
บีม : ไม่ได้เขียนค่ะ
เปิดแชตมา มันใกล้แล้ว อีกนิดนึง ถ้าอยากรู้เรื่องที่เกิด แต่แม่ต้องเป็นกลางก่อนนะ แชตก่อนหน้าจดหมาย แชตของบีมส่งให้เบนซ์?
เบนซ์ : จะให้เอาจดหมายฉบับนี้ให้หมอ เพื่อให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับบีมบ้าง ทำไมคุณแม่ต้องไปรักษา
อ่านได้มั้ย?
แม่ภัทร : คำพูดต่อไปนี้ สาบานว่าเป็นคำพูดของแม่ที่เลี้ยงลูกชายลูกสาวมา
เบนซ์ : เราเป็นคลิปสาบานไม่ได้นะครับ
แม่ภัทร : สาบานได้ค่ะ ในคัมภีร์ลองหานะคะ พระเจ้าบอกว่ามนุษย์จะยืนยันครั้งสุดท้ายด้วยคำสาบาน พระเจ้าบอกว่าถ้าสาบานต้องรับผิดชอบคำสาบานที่เราพูด ถาไม่จริง พระเจ้าจะลงโทษเราอย่างหนัก แต่ถ้าจริง พระเจ้าจะแก้ไขในสิ่งนั้นให้เรา แม่จะสื่อว่าแม่เป็นกลางสำหรับลูกทั้งสองคน แล้วแม่พิสูจน์มาแล้วว่าแม่ลำเอียงโดยรักพี่เบนซ์มากกว่าน้องบีม โดยการให้โอกาสเขา กุ้งฝอยกับแม่กุ้งฝอยว่าเบนซ์มาโดยตลอดว่าเบนซ์ไม่ทำงาน กุ้งฝอยทำงานคนเดียว แม่ก็เลยรู้สึกเสียใจมาตลอด รู้สึกเจ็บมาตลอด (ร้องไห้) แม่เข้าใจ แม่อยากรู้ว่าใครโกหก
กุ้งฝอย : ขอโทษนะคะคุณแม่ มันเป็นเรื่องคุณเบนซ์กับน้องบีม ที่ใครกันแน่ เป็นคนมีประเด็นเรื่องทำร้ายกัน และถูกขอให้พี่เบนซ์ช่วยส่งไป ที่พี่เบนซ์กำลังจะอ่านจดหมายค่ะ ส่วนกุ้งฝอยเป็นอีกประเด็นต่อไปก็ได้ค่ะ
ทนายแก้ว : ไปๆ มาๆ ตู้เซฟมีทรัพย์สินเพียงนี้ หรือมีทอง หรือมีมูลค่า 9 ล้านอย่างที่คุณแม่พูด
ธงแม่คืออะไร?
แม่ภัทร : แม่ต้องการให้คืนกิจการโรงงานแม่มา
คืนได้มั้ย?
กุ้งฝอย : ขอตอบในฐานะที่เราจัดตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ เราดำเนินการธุรกิจของเราปีนี้จะเป็นปีที่ 5 แล้วค่ะกุ้งฝอยว่ากุ้งฝอยมีการลงทุน จริงจัง เข้าใจว่ากระแสสังคมกำลังจะมองว่ากระแสภายในครอบครัวเขา มีผลกระทบกับธุรกิจกุ้งฝอยได้ยังไง ซึ่งกุ้งฝอยอยากเคลียร์ตรงนี้เหมือนกันว่าขอให้เรื่องในครอบครัวเขาเป็นเรื่องครอบครัว แต่ธุรกิจไม่ใช่ของเด็กเล่นที่วันนี้จะมาขอคืน เราทำถูกต้องทุกอย่าง
ที่เขาพูดคือโรงงาน เป็นของใคร?
กุ้งฝอย : เป็นพื้นที่เช่าค่ะ เป็นของผู้เช่าที่ถือโฉนดที่ดินตรงนี้ค่ะ
ใครเป็นคนสร้างโรงงานขึ้นมา?
กุ้งฝอย : เดิมคุณแม่เขาทำบริษัทอยู่ที่คุณแม่เขาแจ้งไป ถ้ากลับมาเป็นเรื่องบริษัทต่อ บริษัทตอนแรกเป็น PBB คอสเมติกส์ จะมีกรรมการครอบครัวฝั่งคุณแม่ พี่เบนซ์ น้องบีม คุณแม่และอีกท่านนึง แต่พอปี 65 เขามีการคุยกับสามีค่ะ เหมือนจะชวนคุณเบนซ์เข้าไปบริหารค่ะ มีการตกลงกันกับคุณแม่ ดั้งเดิมคุณเบนซ์เขาจะขอเป็นเงินเดือน แล้วไปช่วยคุณแม่ แต่คุณแม่ขอเป็นการจ่ายส่วนแบ่งกำไร คุณแม่บอกว่าเดี๋ยวจะขอแบ่งกำไรครึ่งๆ ค่ะ ตอนนั้นกุ้งฝอยยังไม่เกี่ยวนะคะ เขาคุยกันปากเปล่าในฐานะแม่ลูกว่าจะแบ่งกำไรครึ่งๆ ครบหนึ่งปีคุณแม่จะยกโรงงานให้
เบนซ์ : ตอนแรกคุณแม่ชวนให้ผมมาทำ เขาอาจมีปัญหากับน้อง คุณแม่บอกทำไม่ไหวแล้ว ให้ผมไปบริหาร แม่เป็นฝ่ายขาย ผมบอกขอค่าบริหารนะเดือนละแสน แม่บอกไม่มีให้หรอก แบ่งกำไรกันครึ่งๆ แล้วกัน
เราไม่รู้อันไหนจริงไม่จริง ตอนนี้ประเด็นคือโรงงานเป็นของใคร?
กุ้งฝอย : กุ้งฝอยทำการจ่ายค่าเซ้งให้คุณแม่เดือนละ 1 แสนค่ะ
มีสัญญามั้ย?
กุ้งฝอย : เป็นการที่สามีคุยกับแม่ ชื่อผู้ประกอบการก็เป็นของบริษัทกุ้งฝอยค่ะ กุ้งฝอยเข้ามาทำก่อนที่คุณแม่จะไม่อยู่เป็นปีค่ะ
เอกภพ : ก่อนคุณแม่ถูกจับไปที่โสธร หลังกลับมาคือยังไง
แม่ภัทร : กลางปี 65 กุ้งฝอยกับแม่เขามาว่าเบนซ์ว่าไม่ได้ทำงาน แม่เลยบอกว่าเบนซ์ ฟังแล้วไม่โอเค เบนซ์มาช่วยแม่ทำที่โรงงานดีกว่า เบนซ์จะได้มีงานทำ เขาจะได้มาว่าเบนซ์ไม่ได้ วันที่ลูกชายมาคุย ลูกสะใภ้ก็มาด้วย ก็ยังถ่ายรูปไว้ พอเขาเข้ามาทำปุ๊บ ตอนแรกกะว่าให้ลูกชายมาทำ ลูกสะใภ้พอมาเรียนรู้เห็นในโรงงานบอกว่าจะเข้ามาช่วยด้วย ตอนแรกตกลงกันว่าจะแบ่งกำไรกันคนละครึ่ง พอเขาเข้ามาปุ๊บ เขาบอกว่าเขาขอเป็นค่าเช่าดีกว่า แม่จะได้อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร จ่ายค่าเช่าโรงงานเดือนละ 1 แสนบาท
เอกภพ : โรงงานเป็นของคุณแม่ แล้วลูกสะใภ้มาขอเช่าโรงงานแม่ทำ
แม่ภัทร : ใช่ค่ะ
ทนายแก้ว : เช่าหรือเซ้งเอาให้ชัด
แม่ภัทร : เช่าค่ะ
กุ้งฝอย : เซ้งค่ะ
แม่ภัทร : แม่ไม่มีทางให้เซ้ง ตอนกุ้งฝอยมากับเบนซ์ ตอนแรกเบนซ์ทำคนเดียว แล้วตอนหลังกุ้งฝอยขอเข้ามาทำ เพราะคิดว่าเบนซ์อาจไม่คล่อง ถูกต้อง
เขาไม่คืน แม่จะทำยังไง?
แม่ภัทร : แม่ก็มีหลักฐานในการเป็นเจ้าของโรงงาน ใบอนุญาตก่อสร้าง แม่เป็นคนสร้างโรงงานนี้
เอกภพ : ทุกอย่างถูกเปลี่ยนไปตอนไหน
แม่ภัทร : ตอนนี้ตอนที่แม่สร้างก็ให้เป็นชื่อน้องบีม เพราะแม่อายุมากแล้ว ให้เป็นชื่อบีมค่ะ
ทนายแก้ว : สรุปให้เห็นภาพเลย ปี 61 62 แม่ก่อสร้างมาจริง ไปๆ มาๆ ตอนปี 65 66 ฝั่งนี้ได้เซ้งกิจการของคุณแม่ โดยโอนเงินตามดีลให้แม่ ระหว่างนั้นเขามีการปรับปรุง โดยซ่อมแซมต่อเติมขยายกิจการโรงงาน ขณะเดียวกันเขาก็เปิดบริษัทใหม่ ไม่ได้เกี่ยวกับบริษัท PBB เขาก็ไปขอใบอนุญาตของเขาการเป็นผู้ประกอบการในฐานะบริษัทใหม่ ตอนนี้แม่จะมาขอคืนก็ต้องถามว่า ต้องย้อนกลับไปอย่างไร ต้องจ่ายเงินค่าเขาก่อสร้างมั้ย ค่าเขาเซ้งล่ะ จะคืนฝั่งนี้มั้ย นี่คือหลักฐาน เป็นเรื่องที่ทางนี้อ้างว่าเป็นสลิปโอนเงินเกือบ 12 ครั้ง ครั้งละแสน มันเป็นความสมัครใจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
เอกภพ : แสดงว่าไม่ตรงกัน คุณแม่ยืนยันว่าที่โอนเป็นค่าเช่าโรงงาน
กุ้งฝอย : เรามีสลิปประมาณ 70 ใบค่ะ
เอกภพ : ปกติจะซื้อขายต้องมีสัญญามั้ย ว่าจะเซ้ง เอกสารมีมั้ย
ทนายแก้ว : ถ้าดูเอกสารฝั่งนี้ ก็มีแปลกๆ ตรงที่คุณจะเซ้งจะสร้างคุณก็ควรมีสัญญา แต่ก็ไม่มีมา ฝั่งโน้นก็มองแปลกๆ นิดนึงว่าจะเช่า หรือจะให้ค่าจ้าง หรือเซ้ง มันไม่ควรซับซ้อน ธุรกิจแบบนี้ ปล่อยมือแล้วควรมีสัญญาให้ชัดเจนกว่านี้ ก็แปลกๆ กันทั้งคู่ครับ
เอกภพ : ต่อให้มีสลิป 60 ใบ เช่าก็คือเช่า มันไม่เปลี่ยนสภาพได้ แต่ถ้าจะเซ้งต้องมีสัญญาว่าวันนี้จะเซ้งกิจการนี้ด้วยเงินกี่ล้าน ต้องมีเอกสารไงครับ ถ้าบอกมีสลิปแต่ถ้าเป็นการเช่า 20 ปีก็เป็นการเช่า สลิปไม่ได้แปลความหมายว่าเปลี่ยนกิจการ ปกติโรงงานตอนคุณแม่ประกอบกิจการเอง มีรายได้เดือนละเท่าไหร่
แม่ภัทร : หลายล้านต่อเดือนค่ะ
เอกภพ : ถ้าจะเซ้ง จะเซ้งเท่าไหร่
แม่ภัทร : 20 ล้านค่ะ มีคลิปเสียงที่กุ้งฝอยจะมาขอจ่ายค่าเช่าต่อ แล้วบอกว่าสิ่งที่เบนซ์ทำร้ายแม่ กุ้งฝอยไม่รับรู้นะคะ
กุ้งฝอย : ล่าสุดใช่มั้ยคะ ช่วงระยะเวลาที่คุณแม่ไปรักษา เท่าที่ดูจากภาพที่พี่หนุ่มฉาย มันสะเทือนใจมาก นั่งอึดอัด พูดไม่ออกเหมือนกัน เพราะทางกุ้งฝอยเพิ่งมารู้ว่าพี่เบนซ์พาคุณแม่ไปที่แบบนั้น พี่เบนซ์ไม่เคยบอกว่าพาไปไหน ครอบครัวเขา กุ้งฝอยมักไม่อยากเข้าไปยุ่งอยู่แล้ว เพราะกุ้งฝอยมีงานทำเยอะแยะ มันเป็นเรื่องครอบครัวเขา พอมีเหตุการณ์ว่าคุณแม่มีนัดคุยกับคุณเบนซ์ กุ้งฝอยก็ส่งน้องชายเข้าไป น้องชายก็มาบอกว่ามีการประชุมกันเรื่องค่าเช่าที่นี่แหละค่ะ น้องชายเลยเล่าว่า เฮ้ย แกรู้หรือเปล่า มันมีอะไรแปลกๆ ระหว่างคุณเบนซ์กับแม่เขา วันนั้นเหมือนเขาไปทะเลาะกันกับเจ้าของที่ที่ถือโฉนดตัวจริงค่ะ ซึ่งเป็นอีกท่านนะคะ ปัจจุบันเขาคิดค่าเช่า 2 หมื่นบาทค่ะ ฉะนั้นตัวเลขที่กุ้งฝอยจ่ายไป จะเป็นค่าเช่าบวกค่าเซ้งโรงงานค่ะ เพราะค่าเช่าที่ตามสัญญาปกติอยู่ที่เดือนละ 2 หมื่น กุ้งฝอยก็บอกคุณแม่ว่ากุ้งฝอยผ่อนไหวเดือนละเท่านี้ คุณแม่กับเบนซ์ตกลงกันว่า 3 ปี กิจการจะยกเป็นของเบนซ์
ทนายแก้ว : มีสัญญา มีเอกสารมั้ยครับ
กุ้งฝอย : เป็นการพูดปากเปล่าค่ะ
เบนซ์ : ตอนที่คุยเขียนในเอสี่นี่แหละว่าคุณแม่ทำมาเท่าไหร่ โรงงานเท่าไหร่ ตอนแรกคุณแม่สร้างประมาณ 2 ล้าน ที่ผมโอนไป 1 ล้านก่อน ณ ตอนแรกที่จะแบ่งกันครึ่งๆ
เอกภพ : ตอนนี้คุณแม่ออกมาไม่มีเงิน เอาต่างหูไปจำนำ แกเลยมองว่าแกอยากได้สิ่งของของแกคืน
เบนซ์ : ณ ตอนแรกที่ทำ PBB ย้ายไปแล้วครับ ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว
ถ้าเอาให้จบเลยนะ คุณจะสบายตัวมากเลยนะ เอาโรงงานคืนเขาไปเลยได้มั้ย คุณหาที่เปิดใหม่ ไม่ดีกว่าเหรอ?
กุ้งฝอย : ถ้าตามพาดหัว ธุรกิจพันล้าน ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง มูลค่ามันไกลกว่าพันล้านไปมากเลย หลักสิบล้านก็น่าจะยังไม่ถึงค่ะ กุ้งฝอยทำตรงนี้มา 5 ปี ตัวนี้กุ้งฝอยก็ตั้งใจทำมันเป็นอย่างดี มันลงทุนเยอะมาก
แต่ตอนนี้ประเด็นเกิดแล้ว มีทางลงทางอื่นมั้ย ถ้าเขาขอโรงงานเขาคืน แบรนด์เรายังอยู่นี่ ที่ต่อเติมไปก็ให้เขาเอาเงินมา หรือยังไงดี?
กุ้งฝอย : ถ้าเอาเรื่องความเห็นใจที่คุณแม่โดนพี่เบนซ์พาไปรักษาแล้วเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้ กุ้งฝอยก็ขอแยกประเด็นนะคะ ถ้าคุณแม่ต้องการขอความช่วยเหลืออะไร ในฐานะลูกสะใภ้ กุ้งฝอยช่วยเหลือได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเรื่องอื่น แต่เรื่องธุรกิจมันแยกกัน แต่ตอนนี้พี่หนุ่มกำลังจะบอกว่าให้กุ้งฝอยย้ายออกไป ถูกมั้ยคะ มันมีภาระที่เราลงทุนไป
เช่นอะไร?
กุ้งฝอย : เราลงทุนหมดเลยค่ะ เรารีโนเวตใหม่หมด
คิดค่ารีโนเวตคืนได้มั้ยล่ะ?
แม่ภัทร : รีโนเวตหลังแม่โดนจับเข้าไปแล้ว
กุ้งฝอย : ไม่ใช่ค่ะ คุณแม่เคยมาเจอกุ้งฝอยเกือบทุกเดือนค่ะ
ทนายแก้ว : ทำไปเท่าไหร่ ปรับปรุงต่อเติมก่อสร้าง
กุ้งฝอย : น่าจะประมาณ 2.5 ล้านค่ะ
ทนายแก้ว : ถ้าจะออกไป เก็บเงิน 2.5 ล้านจากแม่ได้มั้ย
กุ้งฝอย : หนูมีหลายอย่างที่เกี่ยวกับธุรกิจหนูด้วยค่ะ ทั้งเรื่องลูกค้า
ทนายแก้ว : ดังนั้นจะขอระยะเวลาสักพักนึงแล้วค่อยไป ถูกต้องมั้ย
กุ้งฝอย : ถูกต้องค่ะ
ก้อง : ไม่ได้ครับ ขอตอบแทนในฐานะผมเป็นผู้จัดการโรงงาน ผมทำงานตั้งแต่บริษัทแกรมเปิดกิจการ ต้องแจ้งอย่างตรงไปตรงมาเลยว่า คุณแม่ไม่มีส่วนในนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ เราทำกันเองทั้งนั้น เรารีโนเวตอาคาร เราเติบโตกันมา เรามีพนักงานเพิ่มขึ้น 20 คน ถ้าเราย้ายไปข้างนอก พนักงานตรงนั้นใครรับผิดชอบครับ ค่าชดเชยที่บริษัทต้องเสียให้พนักงานทุกคน พนักงานไม่ได้ผิดอะไร แล้วผมไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ทำไมต้องย้ายสถานที่ ทำไมต้องควักเงินจ่ายค่าชดเชยให้เขาทั้งที่ผมทำถูกต้องมาตลอด
ทนายแก้ว : คำว่าถูกต้อง แต่ไม่ได้มีเอกสาร ไม่ได้มีหลักฐานว่ามีการเซ้ง
เอกภพ : ถ้าไม่ได้มีหลักฐานว่าเซ้ง ถ้าแม่เขายืนยันว่าพวกคุณมาเช่าเขาเนี่ย วันนี้ผมไม่เห็นด้วยซ้ำที่ต้องเอาเงิน 2.5 ล้านไปจ่าย เพราะเหมือนเรามีบ้านหลังนึง แล้วมีคนมาเช่า ผู้เช่าก็ไปรีโนเวต คุณต้องมีรายจ่ายตรงนั้นอยู่แล้ว วันนึงเจ้าของโรงงานเขาจะเอาของเขาคืน คุณจะไปคิดค่ารีโนเวตจากเจ้าของโรงงานเขา ไม่มีใครทำได้ ถ้าคุณบอกว่าคุณเซ้ง ต้องมีหลักฐานการเซ้ง ถ้าไม่มีหลักฐานการเซ้ง สิทธิ์ทางคุณแม่เขาย่อมดีกว่าตรงนั้น
ก้อง : อันนี้คือตัดสินกันแบบนี้เลยเหรอครับ
เอกภพ : ก็คุณมีหลักฐานการเซ้งมั้ยล่ะ มีมั้ย
ก้อง : ผมเป็นบริษัทมาตั้งแต่แรก เงินลงทุนทั้งหมดที่ผมจ่ายไปในสถานที่ตรงนี้
เอกภพ : ง่ายๆ คุณอยากได้โรงงานเขา
ก้อง : ผมไม่ได้อยากได้โรงงานเขาครับ
เอกภพ : ไม่งั้นคุณอยู่เฉยๆ คุณเป็นผู้จัดการ คุณฟังเจ้าของพูดดีกว่า
ก่อนมีการเปลี่ยนมือ จากบริษัทคุณแม่ไปเป็นบริษัทลูกสะใภ้ ตอนนั้นคุณแม่ดำเนินกิจการอยู่หรือเปล่า หรือหยุดดำเนินกิจการแล้ว จ้างคนออกแล้ว เขาถึงเข้ามาเสียบ หรือกำลังดำเนินกิจการอยู่แล้วเขาเข้ามาเสียบ?
แม่ภัทร : ดำเนินกิจการอยู่ค่ะ ให้เขาเข้ามาช่วย
กุ้งฝอย : ณ วันที่กุ้งฝอยเข้าไปคุยกับคุณแม่พร้อมพี่เบนซ์ กุ้งฝอยไม่เห็นพนักงานสักคนเดียวค่ะ
จะบอกว่าเลิกจ้างไปแล้วเหรอ?
กุ้งฝอย : อันนี้ไม่ทราบค่ะ แต่วันที่ประชุมกันหลายครั้ง ไม่เคยเห็นพนักงานเลยสักคนค่ะ ไม่มีเครื่องจักรดำเนินการ ตอนนั้นกุ้งฝอยไม่พร้อมเข้ามาทำต่อกับเขาได้
เอกภพ : สิ่งที่คุณหมออธิบายไม่เกี่ยวกับโรงงาน คุณแม่เขาเป็นเจ้าของโรงงานและบริษัท PBB ต่อให้คุณแม่ไม่ทำบริษัท PBB แล้ว แต่โรงงานยังเป็นของเขา ตราบใดที่คุณหมอไม่ได้มีเอกสารหลักฐานเซ้งโรงงาน ยังไงโรงงานก็เป็นของคุณแม่เขาอยู่ดี
ทนายแก้ว : ที่ปรับปรุงต่อเติม อยู่ในโรงงานเดิมคุณแม่ถูกมั้ย
กุ้งฝอย : มันใช้พื้นที่เดียวกัน แต่คนละส่วน ใช้พื้นที่บนพื้นที่เช่าเดียวกัน แต่คนละอาคารค่ะ
ทนายแก้ว : ถ้าจะให้คืน คืนไม่ได้ หนึ่งจะให้คืนเงินบวกเวลา ทางเราไม่โอเค
กุ้งฝอย : คิดว่ามีหลายพาร์ตที่ต้องตัดสินใจ จะไม่สามารถตอบว่าวันนี้คุณแม่มาเอาคืนไปแล้ว แล้วธุรกิจที่กุ้งฝอยกำลังดำเนินการอยู่ ลูกค้าเอย ใดๆ เอย มันต้องเข้าสู่กระบวนการต้องมีทนายฝั่งบริษัทมาช่วยดูแลตรงนี้ให้กุ้งฝอยค่ะ
เบนซ์ : ตอนแรกที่คุณแม่ให้ผมมาทำ พอผมทำอยู่ คุณแม่ก็ไม่ได้ทำแล้ว ผมทำเกือบ 5 ปีแล้วนะครับ ที่คุณแม่ไป คุณแม่ไป 2 ปี ก่อนหน้าที่คุณแม่จะไปก็ไม่ได้ทำแล้ว แล้วคุณแม่ออกมาจะบอกว่าเอาคืน
เอกภพ : คุณแม่จะเอาตัวโรงงานไงครับ โรงงายังเป็นของคุณแม่อยู่
เบนซ์ : เพราะคุณแม่สร้างเลยเป็นของคุณแม่ใช่มั้ยครับ
ที่ดินแปลงนี้สัญญาเช่าเป็นของแม่ แม่สร้างโรงงานมาตั้งแต่แรก มีเอกสาร ทางนี้เข้าไปดำเนินการต่อโดยเอาบริษัทเข้าไปสวม แต่โรงงานยังเป็นของคุณแม่อยู่ เพราะชื่อยังเป็นของแม่ พูดง่ายๆ ถ้าวันนี้แม่เขาต้องการปล่อยเลยก็เป็นทรัพย์สินของเขาอยู่ แต่ทางนี้บอกว่าเขาไปรีโนเวต ไปสวมสิทธิ์นะ แต่เขาเหมือนเป็นผู้เช่ากับเจ้าของที่ดินอยู่?
ทนายแก้ว : คุณเข้าไปทำเหมือนถือความยินยอมโดยเป็นลูกเป็นแม่กัน
กุ้งฝอย : มันมีค่าเซ้งไปจำนวนมากด้วยค่ะ มันมีสลิปค่ะ ถ้าวันนี้การเป็นค่าเซ้งแล้วบอกว่าที่ผ่านมากุ้งฝอยจ่ายไปไม่ใช่ค่าเซ้ง แล้วกุ้งฝอยต้องรู้สึกยังไงคะ
เมื่อวานแม่บอกว่าเป็นเงินที่เขาให้เป็นเงินเดือน คนละ 5 หมื่น?
แม่ภัทร : เป็นค่าเช่าค่ะ เป็นค่าตอบแทนคือลูกบอกว่าเหมือนค่าเช่าโรงงานที่ให้แม่มา ไปดูได้เลยค่ะ
เอกภพ : แสดงว่ามันจะได้ตลอดไป เป็นค่าเช่า เพราะค่าเซ้งมันไม่ได้ตลอดไป จริงๆ คุณแม่รักลูกชาย ด้วยลูกสะใภ้บ่นว่าลูกชายไม่ทำงานนะ แม่เลยตัดสินใจเอาสิ่งที่แม่มีให้ลูกซะ จะได้มาว่าลูกไม่ได้
ทนายแก้ว : ผมว่าจะจบด้วยเอกสารฉบับนี้ สัญญาเช่าที่ดิน เจ้าของที่ดินมาทำสัญญาเช่ากับฝั่งนี้ มันเริ่มทำส.ค.69 นี่ก.ย.69 หมายความว่าก่อนตกแต่งต่อเติมยังเป็นชื่อเดิมของแม่อยู่ แสดงว่ามันยังมีผลอยู่
เอกภพ : สาเหตุที่เจ้าของที่ดินเดิมเขายอมทำสัญญาใหม่เพราะอะไร
แม่ภัทร : ลูกชายไปหลอกเจ้าของที่ว่าสัญญาอันเก่าไม่ถูกต้องนะ แม่ให้มาทำใหม่เพราะแม่ไปอยู่ต่างประเทศกับน้อง เขาไปให้ทำสัญญาเช่าหลังแม่ได้รับการช่วยเหลือออกมาแล้ว เขารีบไปทำ หลอกเจ้าของให้เซ็น ตอนหลังเจ้าของที่เลยโอนเงินที่เขาไปทำมัดจำ ก็เลยโอนเงินคืนเขา
เอกภพ : เพราะเจ้าของที่เขาจะมาทำกับคุณแม่
เบนซ์ : สัญญาเช่าผมไม่ได้ไปหลอกครับ ตอนที่คุณแม่อยู่ที่รักษา เจ้าของเขาไลน์มาบอกว่าจะหมดสัญญาแล้ว ให้ไปทำสัญญาใหม่
เอกภพ : เราอธิบายกับเจ้าของว่ายังไงครับ ว่าคุณแม่อยู่ไหน
เบนซ์ : ผมไปในฐานะผมเลย ไม่ได้เป็นตัวแทนแม่ ผมบอกเจ้าของว่าผมเป็นคนจ่ายค่าเช่าทุกเดือนนะ ผมทำธุรกิจตรงนี้มานานแล้ว ไม่ได้เป็นตัวแทนคุณแม่เลยครับ
เอกภพ : วันนี้เจ้าของเขาบอกคุณแม่ว่ายังไง
แม่ภัทร : เขาบอกว่าเบนซ์หลอกให้เขาทำสัญญา เขาไม่เต็มใจ
เรื่องยาวมากเลยนะ เรื่องตู้เซฟ คุณยืนยันว่าเปิดก่อนหน้านี้ เอาไปขายบางส่วน?
บีม : ไม่ใช่ค่ะ หนูยังไม่ได้เล่าเลย ขอเล่านิดนึงค่ะ
เจ้าของส่งมาบอกว่าสัญญาหมดอายุ 1 มี.ค.70 ขอเรียนแจ้งการต่อสัญญาในครั้งต่อไป ต่อสัญญาปีต่อปี ปรับค่าเช่าปีละ 10 เปอร์เซ็นต์ สองต่อสัญญาทุก 3 ปี ขอปรับค่าเช่า 20 เปอร์เซ็นต์ รบกวนช่วยพิจารณาด้วยนะคะว่าจะให้เป็นแบบที่หนึ่งหรือแบบที่สอง รบกวนขอที่อยู่คุณแม่ เพื่อส่งสัญญาเช่าให้ค่ะ?
เอกภพ : เจ้าของจะมาทำสัญญาเช่าใหม่กับคุณแม่ใช่มั้ย เงินสัญญาเดิมได้คืนไปหมดแล้วใช่มั้ย
แม่ภัทร : ใช่ค่ะ
ทนายแก้ว : แชตนี้เมื่อไหร่
แม่ภัทร : 18 มี.ค.ปีนี้ค่ะ
แต่อันนั้นส.ค. ห้าเดือน?
แม่ภัทร : นี่คือสัญญาที่เบนซ์ไปให้เขาทำหลังจากแม่ออกมาแล้ว
กุ้งฝอย : แล้วทุกวันนี้ใครเป็นคนจ่ายค่าเช่าคะ
แม่ภัทร : เมื่อต้นเดือนเจ้าของที่ให้แม่โอนเงินค่าเช่าไป แม่โอนแล้วค่ะ เบนซ์เขาไม่ให้โอน แต่เบนซ์โอนค่าเช่าไป
โทรหา “พี่ตา” ที่ดินแปลงที่ทำโรงงาน ของพี่ตา พี่ตาให้ใครเช่า?
ตา : ให้พี่ภัทรค่ะ
แล้วใครจ่ายเงิน?
ตา : พี่ภัทรค่ะ ตลอด 9 ปีกว่าค่ะ
แล้วสัญญาที่พี่ตาไปทำกับทางลูกเขา พี่ตาทำยังไง?
ตา : ลูกเขาติดต่อมาเดือนมิ.ย. ว่าเขาเป็นลูกคุณภัทร ขอดูสัญญา เราบอกสัญญามีสองเงื่อนไขนะ จะหมดอายุคือ 28 ก.พ.70 หมายความว่าเราจะต่อมี.ค. 70 ปรากฏว่าน้องก็ขอเข้ามาคุยตอนวันที่ 14 ส.ค.
ใครเข้าไป?
ตา : น้องเบนซ์เข้ามาคุย แล้วเล่าให้ฟังว่าโรงงานนี้ ตอนนี้แม่ไม่ได้ทำ เพราะไปอยู่ญี่ปุ่นกับน้องแล้ว เขาบอกเขาเป็นคนทำเอง ฉะนั้นเขาก็ขอทำสัญญาใหม่ ก็เลยไลน์ให้เขาดูว่าสัญญาจะเริ่ม 1 มี.ค. เขาเลยบอกว่าขอเป็นก.ย. 69
แสดงว่าที่ทำสัญญานี้เพราะหลงเชื่อว่าแม่ไปอยู่ญี่ปุ่น เลยทำกับลูกชายแทน?
ตา : ใช่ แล้วเขามาเร่งรัดอยากให้เซ็นเลย เราก็เข้าใจว่าไม่มีปัญหา เขาถามว่าได้คุยกับคุณแม่หรือยัง เราบอกไม่ได้คุย เพราะไม่ทราบเรื่องคุณแม่ พอเซ็นเสร็จแล้ว เขาโทรมาบอกว่าที่พูดไปว่าแม่ไปอยู่ญี่ปุ่น เขาพูดไม่จริงนะ จริงๆ แม่เป็นโรคจิต ต้องไปอยู่สถานบำบัด
ในเมื่อกำลังมองแบบนี้ มองได้มั้ยว่าเป็นนิติกรรมอำพรางในการทำสัญญา ยกเลิกได้มั้ย?
ตา : ยกเลิกค่ะ ต้องการจะยกเลิก
แสดงว่าคุณเบนซ์ไม่มีสิทธิ์เช่าแล้วนะ?
ตา : พอคุณแม่มาเล่าให้ฟัง ก็ขอนัดเขา 24 ก.ย. ขอคืนเงินมัดจำ เขาบอกยังไม่รับ จะขอคุยกับคุณแม่ก่อน พี่ยืนยันว่าขอทำกับคุณแม่เท่านั้น นัดกันมาคุยต่อหน้าต่อตา วันที่ 24 ก.ย. พอคุยแล้วไม่สรุป ก็คุยวนๆ อยู่อย่างนี้ เราต้องการให้เจ้าของผู้เช่าเดิมมีสิทธิ์จริงๆ เพราะเราทำกันมาเกือบ 10 ปีค่ะ เขาหลอกเรา เราไม่รู้เรื่องค่ะ
กุ้งฝอย : อยากจะแจ้งว่า กุ้งฝอยอยู่ตรงพื้นที่ดินคุณตา ทำกิจการบนพื้นที่คุณตา จ่ายค่าเช่าให้คุณตามา 4 ปีกว่าแล้วนะคะ กุ้งฝอยจ่ายเงินมาได้แต่เชื่อใจฝั่งสามีกับแม่เขาว่าเป็นการเซ้ง วันนี้คุณตาใช้เหตุผลอย่างนี้ แล้วธุรกิจกุ้งฝอยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางคุณแม่
ตา : ก็คุยกันแล้วว่าเรื่องส่วนตัวของพวกคุณก็คุยกันเอง สำหรับพี่ในฐานะเจ้าของที่ดิน ต้องรู้ว่าใครคือผู้เช่าพี่ ชื่อยังเป็นคุณณภัทรนะคะ น้องเบนซ์ติดต่อพี่ พี่ไม่เคยรู้จักเขาเลย
เบนซ์ : ที่บอกว่าจะหมดมิ.ย.70 แต่คุณแม่เอาสัญญามาดู มันทำตอนปีไหนครับ
เอกภพ : ไม่ต้องไล่หรอก เจ้าของที่เขาจะทำกับคุณแม่เขา
กุ้งฝอย : จริงๆ ไม่อยากพูดเยอะเลย มันเอาเรื่องส่วนตัวคุณแม่มาปิดจบที่กุ้งฝอยเอากิจการคุณแม่มา แล้วเรื่องผูกกันเยอะมาก กุ้งฝอยมีหลักฐานจ่ายค่าเช่าพี่เจ้าของที่ดินจริงทุกเดือน กุ้งฝอยทำทุกอย่างถูกต้องหมด กุ้งฝอยยืนยันว่าในฐานะลูกสะใภ้ กุ้งฝอยยังเคารพคุณแม่ แต่การเคารพคุณแม่กับเรื่องธุรกิจอยากให้แยกกันค่ะ กุ้งฝอยไม่ได้ฮุบค่ะ อยากบอกประชาชนว่ากุ้งฝอยจ่ายคุณแม่ที่ผ่านมาเยอะมาก ในลักษณะที่คนจะฮุบเขาไม่ได้จ่ายกันแบบนี้ แล้วมูลค่าทรัพย์สินที่ว่าเป็นพันล้าน มันเกินไปมากเลยค่ะ เปิดงบการเงินแต่ละปีให้ดูก็ได้ ว่าทำมากี่ปี มันยากเย็นสาหัสขนาดไหนที่มันจะผ่านมาแต่ละปี แต่เราต้องยืนหยัดดูแลพนักงาน ดูแลบริษัท และดูแลลูกค้าอย่างซื่อตรง วันนี้เป็นเรื่องของบริษัทแล้วค่ะ อาจต้องไปว่ากันตามกฎหมายแล้วกันค่ะ
คุณตาบอกว่าคุณแม่ไปอยู่ญี่ปุ่นกับน้องสาว?
เบนซ์ : ตอนที่ผมไป ผมไม่ได้ไปในฐานะเป็นตัวแทนของคุณแม่หรือลูก ผมไปในฐานะผมทำอยู่ตรงนี้ ผมทำอยู่และเป็นคนจ่ายค่าเช่า หรือแม้แต่ภาษีที่ดิน ผมก็เป็นคนจ่าย คุณตาก็รู้
เอกภพ : แล้วทำไมบอกว่าคุณแม่ไปอยู่ญี่ปุ่นละครับ
กุ้งฝอย : หนูก็รู้ว่าอยู่ญี่ปุ่นเหมือนกันค่ะ
เบนซ์ : ผมไม่ได้บอกใครเลยว่าพาคุณแม่ไป เพราะคุณแม่เป็นคนมีสังคม ถ้าพูดแบบนี้จะทำให้เสื่อมเสียคุณแม่ ตอนแรกที่จะพาคุณแม่ไปรักษา คิดว่ารักษาแล้วออกมา คุณแม่กลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ ครอบครัวเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ โดยที่ไม่ต้องมีเสียงซุบซิบนินทาว่าผมพาคุณแม่ไปรักษา หรือพาไปแบบนี้
เอกภพ : ทำไมไม่พาไปรพ. เอกชนก็มี รัฐบาลก็มี มีรพ.ดีๆ มีตั้งมากมาย ทำไมพาไปที่นี่ แล้วสองปีกว่า เคยไปเยี่ยมคุณแม่มั้ย
เบนซ์ : เคยไปครับ
แม่ภัทร : ไม่เคยไปค่ะ
เอกภพ : ไปแล้วได้เจอคุณแม่มั้ย
เบนซ์ : ไม่ได้เจอครับ
เอกภพ : แล้วมันจะเยี่ยมยังไง
เบนซ์ : ที่บอกว่าคุณแม่ไปญี่ปุ่น ทำไมไม่บอกว่าพาคุณแม่ไปรักษา เพราะว่าถ้าผมบอก มันคือทำให้คุณแม่เสื่อมเสีย เลยเลี่ยงตรงนี้
เอกภพ : ทำไมไม่เลือกไปรพ.อื่น ทำไมถึงไปกาญจนบุรี เลือกที่นี่จากไหน หรือรู้อยู่แล้วว่าแม่ไม่ได้ป่วย ถ้าไปรพ. รพ.กักตัวคุณแม่ไว้ไม่ได้ คุณเบนซ์ตั้งใจเอาไปที่นี่เพื่อกักตัวไว้หรือไม่
เบนซ์ : ไม่ใช่ครับ ผมจะรู้ได้ไงครับว่าที่นี่เป็นแบบนี้ เพราะสิ่งที่เขาส่งมาให้ผมคืออีกแบบ
เอกภพ : แต่ไม่ใช่รพ. แล้วเขาจะรักษายังไง
เบนซ์ : เขาเขียนว่าศูนย์ดูแลผู้ป่วยจิตเวชและผู้สูงอายุ
เอกภพ : คุณแม่เป็นจิตเวชเหรอ เคยพาไปหาหมอมั้ย
เบนซ์ : สมมติผมจะพาแม่ไปศรีธัญญา คุณแม่มีใบหรือเปล่าครับ ที่คุณถามว่าพาไปที่นี่ แม่มีใบจิตเวชหรือเปล่า
ทำไมคิดว่าคุณแม่มีภาวะผิดปกติทางจิต?
เบนซ์ : ผมไม่ได้คิดว่าเป็นบ้าอะไรนะครับ แต่ด้วยความรุนแรงกับน้องสาว ตัวผม บางอย่างพอเขาเป็นอีกบุคลิกนึง
คุณเอกพยายามอธิบายให้ฟังว่าจริงๆ แล้วคุณสามารถหาจิตเวชได้หลากหลายที่มากในกรุงเทพฯ แต่ทำไมพาไปที่นี่ แต่คุณบอกว่าที่นี่โปรโมตว่ามันดี?
เบนซ์ : เคยจะพาไปที่อื่นด้วยครับ แต่คุณแม่ไม่เคยยอมไปเลย
ทนายแก้ว : แต่ย้อนแย้งถ้าจะไปตรวจสอบคุณแม่ว่าป่วยหรือไม่ป่วย เบนซ์ต้องไปส่งแล้วรับกลับ แต่ที่นี่ไปแล้วทิ้งเลยไง มันไม่มีกระบวนการตรวจสอบจากคุณหมอว่าคุณแม่ป่วยก่อนนะ
เบนซ์ : มีแชตที่เขาบอกมีหมอ และตัวเขาเองเป็นพยาบาล แล้วรูปที่ผมเห็นคือรูปที่เขาส่งมา
แม่ภัทร : เขาให้อยู่ห้องนี้เดือนเดียวค่ะ
กรณีที่พี่แมวพูดว่าไม่มีหมอ?
ทนายแก้ว : ผิดหมดเลยครับ
เอกภพ : ให้ลูกชายพูดไป ยายแมวโดนด้วยวันนี้
เบนซ์ : ในสถานที่ที่เขาส่งมา ผมไม่เคยเห็นแบบในข่าวเลย ที่ผมเห็นเป็นแบบนี้ มันเป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยจิตเวชและเขามีหมอครับ
คุณตั้งใจพาเขาไปส่งที่นี่ทำไม?
เบนซ์ : น้องสาวผมให้ช่วยไงครับ ตอนแรกที่คิดไม่อยากให้หนักถึงขนาดต้องไปรพ.บ้า นี่คือตัวผมเองนะที่คิดไว้ ว่ามันจะหนักกับคุณแม่เกินไปมั้ย พาคุณแม่ไปรพ.บ้าเลย นึกออกมั้ย
เอกภพ : ตอนพาคุณแม่ไป คุณติดต่อใครมาเอาไป จะดำเนินคดีคนเอาคุณแม่ไปด้วยนะ เพราะทำร้ายเขาบนรถ
เบนซ์ : เขาเขียนไว้ว่าเป็นรถนำส่งครับ เป็นรถเอกชนอื่นไม่ได้เกี่ยวกับศูนย์นี้ ผมขับตามครับ
ทนายแก้ว : คุณก็เห็นตอนเขาเปลี่ยนรถสิ
เบนซ์ : ไม่ครับ มีจังหวะนึงที่เขาหลงกับผม เพราะเขาเปิดไซเรน แต่ผมไม่ได้ไซเรน เขาขับไปก่อน
ทนายแก้ว : ไม่ห่วงแม่เหรอ ไม่โทรถามล่ะ คุณปล่อยให้แม่คุณไปตามยถากรรมอย่างนั้นเหรอ
เบนซ์ : คือเรารู้จุดหมายไงครับ เราไปเจอกันที่นี่อยู่แล้ว เขาขับไป เขาเปิดไซเรน เลยไม่ได้ตามทันครับ
สองคนที่จับแม่คือใคร?
เบนซ์ : เจ้าหน้าที่ที่เขียนไว้ ส่วนต่อยท้อง ตอนที่พาคุณแม่ขึ้นรถ ผมกับบีมก็อยู่ตรงนั้น เขาพาขึ้นรถ คุณแม่บอกว่าเขาต่อยตอนจะขึ้นรถ มันไม่น่าเป็นไปได้ เพราะผมกับบีมก็ยืนตรงนั้น และไม่ได้เห็นด้วยครับ
แม่ภัทร : รถจอดอยู่หน้ารั้วบ้านค่ะ ตอนเขาอุ้มหิ้วไป เขาปิดปาก แล้วพอตอนเขาต่อย เขาเปิดท้ายรถ แล้วพาแม่เข้าไปท้ายรถ พอเขาวางแม่ปุ๊บ
เอกภพ : เขาปิดปากเพื่อไม่ให้แม่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ชั่วมาก
แม่ภัทร : แล้วก็อุ้มวางแม่ลงดันแม่เข้าไปในรถตู้ พอเขาเอามือออกจากปาก แม่เลยร้องช่วยด้วยท้ายรถ เขาผลักขึ้นรถ ต่อยแม่ บอกให้เงียบ อย่าร้อง ต่อยปั๊วะมา แล้วจับแม่ดันลงไปที่เปลเล็กๆ เอากุญแจมือล็อกค่ะ พอขับไปแม่ก็ถามว่าพามาทำไม มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้ มีหมายจับมั้ย ผิดกฎหมายนะ เขาก็ต่อยอีกให้แม่หยุดพูด
ทนายแก้ว : เบนซ์เจอแม่ตอนเข้ามั้ย
เบนซ์ : ผมไปถึงก่อน ก็เข้าไปคุยกับการเงิน แล้วคุณแม่ตามมาทีหลังคับ
เอกภพ : คุณรู้มั้ยว่าคุณแม่โดนต่อย
แม่ภัทร : แม่เห็นเขานั่งคุยกับเจ้าหน้าที่ พอเขาเอาแม่ลงมาแล้วมีพนักงานสามคนมารับ แม่หันไปหาพี่เบนซ์จะร้องให้ช่วย แต่ใจนึงก็คิดว่าเขาเป็นคนให้คนมาจับแม่มา เขาคงไม่ได้ช่วยอะไรเราหรอก ทางนั้นก็จับแม่เข้าไปในห้องเลย (ร้องไห้) พนักงานสองคนนั้นแม่ก็พูด เพราะเขาโทรศัพท์เปลี่ยนรถที่ปั๊มปตท. ก็ถามเขาว่าลูกชายจ้างคุณมาพาพี่ไปฆ่าใช่มั้ย (ร้องไห้) แม่ถามแบบนั้น เขาบอกว่าไม่ถึงตายหรอก
บีมบอกว่าคุณไม่เคยบอกเลยว่าแม่อยู่ที่ไหน?
เบนซ์ : บอกครับ ช่วงแรกไม่ได้บอก เพราะบีมเองเขาบอกเขากลัวมากๆ ครับ กลัวแม่กลับมา แม้แต่นั่งคุยกันในบ้าน มีประตูเปิดเขาก็สะดุ้งเลย เขากลัวมากครับ
ตอนแม่ไปอยู่โสทรฯ คุณกับบีมก็คุยปกติดีอยู่ แล้วมาแตกตอนไหน?
เบนซ์ : ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ
เอกภพ : แตกตอนเงินหมดใช่มั้ย
บีม : ไม่ใช่ค่ะ ตอนที่พี่หลอกหนูว่าจะเอาคุณแม่ไปรพ. หนูต้องแบกภาระบ้านกับรถประมาณ 1 แสนบาททุกเดือน
แต่คุณก็ต้องยอมรับเหมือนกันนะ จดหมายลายมือคุณ คุณก็มีส่วนที่อยากให้แม่ไปได้รับการบำบัดเหมือนกัน?
บีม : ค่ะ
เพียงแต่จะบอกว่าพี่ชายไม่พาไปบำบัดกับหมอ แต่พาไปที่นี่?
บีม : ค่ะ
เอกภพ : ถ้าผมมอง พอกันทั้งสองคน เพราะอะไรรู้มั้ย แม่ต้องเป็นกลางนะ สองคนนี้พอกัน เขารู้เห็นกันทั้งคู่ คุณแม่หายไป 6 เดือน ถึงเพิ่งเริ่มตามหา เพราะเงินหมด จะทำยังไงดี แต่ก่อนเงินหมดไม่ได้ตามหรอก เดี๋ยวคุณแม่บอกว่าลูกสาวไปไล่ตามหา ที่เขาตามหาเพราะเงินหมดครับคุณแม่ ถ้ามีอยู่เขาอาจไม่ตามหาคุณแม่ก็ได้ นี่พูดตรงๆ นะ แล้วรูปที่เอามาโชว์รอยบาดเจ็บ คุณแม่ถูกทำร้ายนะ อยากให้ฟังพวกผมสามคนพูดหน่อย พวกผมเป็นกลาง แล้วผมถามคุณหน่อย เมื่อวานคุณบอกว่าพี่ชายคุณมีรหัส คุณมีกุญแจ คุณเปิดเซฟนี้ได้ไง
บีม : หนูไม่ได้เปิดค่ะ
เอกภพ : แล้วคุณอาทรัพย์สินถ่ายรูปได้ยังไง
บีม : ก่อนคุณแม่จับไปขัง คุณแม่เคยเอาออกมาให้หนูดู ติดตัวคุณแม่อยู่ในรถเบนซ์ พอพี่ชายเอาคุณแม่ไปขัง หนูก็เก็บอันนั้นไว้ แล้วพี่เบนซ์เป็นคนโทรหาหนูบอกให้ถ่ายรูปให้ดูหน่อย ว่ามีอันไหนบ้าง มีอะไรบ้าง เขาหลอกหนูแบบนี้ค่ะ ทุกครั้งที่เขาจะหลอกหนู เขาจะโทรมา หนูเลยไม่มีหลักฐานอะไรเลยในแชต หนูไม่เคยเปิดตู้เซฟค่ะ หนูเปิดไม่เป็นค่ะ
เชื่อว่าแม่ไม่ใช่คนโง่ แม่รู้แหละว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพียงแต่แม่โปรเทคหนูอยู่?
แม่ภัทร : ไม่ค่ะ
ช็อตฟีลกูมาก?
แม่ภัทร : วันที่ 21 ก.พ. 2567 มีงานวันเกิดเจ้าพ่อแก้ว ที่จ.พิจิตร น้องสาว พี่สาว อยู่ที่นั่น เขาจะให้แม่ไปกินงานเลี้ยงโต๊ะจีน ทำให้แม่ใส่ไว้ในรถเบนซ์จริงๆ ต่างหูสองคู่ จะเอาไปขายให้กับพี่สาว แหวนวงนี้ก็จะขายให้พี่สาว ส่วนแหวนเป็นแหวนรุ่นและแหวนเพชร มีพยานแม่เก็บไว้ในรถ ในลิ้นชักรถ วันนั้นแม่กำลังจะเดินทางไปจ.พิจิตร โดยโทรหาพี่สาวกับน้อง เบนซ์โทรมาบอกว่าจะมาหาที่บ้าน
ลูกเบนซ์ร้องไห้แล้ว?
ก้อง : ถ้าฝั่งคุณแม่อยากได้อะไร ก็เอาไปเลยครับ ผมจะบอกว่าผมขอแค่อย่างเดียว ผมขอสื่อขอโซเชียล ช่วยเห็นใจพี่สาวผมหน่อย พี่สาวผมรู้เรื่องพร้อมผม ผมรู้กันจริงๆ ว่าเขาไปต่างประเทศ เขาจะปกป้องแม่ยังไง ผมก็ไม่รู้ (ร้องไห้)
คุณก็ไม่รู้ว่าแม่ไปไหนเหรอ?
กุ้งฝอย : ไม่รู้ค่ะ เขาบอกว่าไปญี่ปุ่นค่ะ (ร้องไห้) ทันที่กุ้งฝอยรู้ กุ้งฝอยโทรไปหาคุณแม่หลายรอบมาก อยากรู้ว่าเกิดอะไรกับคุณแม่ กุ้งฝอยโทรหาคุณแม่สองวันติดๆ โทรหาน้องบีม กุ้งฝอยไม่รู้มาก่อนเลยว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ บีมไม่เคยบอก เคยคุยก่อนบีมไปญี่ปุ่น บอกว่าพี่กุ้งอย่ารู้เลย ถามเบนซ์ เบนซ์ก็บอกว่ากุ้งฝอยอย่ารู้เลย
ทำไมไม่บอกเมีย?
เบนซ์ : คือครอบครัวฝั่งเขา เป็นครอบครัวที่อบอุ่น ส่วนฝั่งผมก็อย่างที่เห็นครับ เป็นครอบครัวแตกแยก ผมไม่อยากให้เขามารับรู้อะไรแบบนี้ครับ
เอกภพ : แต่แม่คุณเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เลี้ยงคุณสองคนมานะ อะไรทำให้คุณรู้สึกแตกแยกล่ะ
แม่ภัทร : (ร้องไห้) ถ้าเบนซ์รู้สึกแบบนั้นแม่ขอโทษ
เอกภพ : กลายเป็นแม่ผิดอีก
เบนซ์ : ไม่ใช่ครับ ผมไม่อยากให้ใครมารู้เรื่องราวพวกนี้ครับ
บีม : หนูไหว้ล่ะพี่เบนซ์ พี่กุ้ง (ไหว้) พี่เลิกทำบาป ที่ตรงนี้แม่สร้างมากับมือ เป็นที่กองขยะ หนูอยู่กับแม่ แม่ลงพื้นที่ พอเถอะ คืนแม่เถอะ ทุกวันนี้แม่ต้องไปปอกทุเรียนขาย มือพัง มือพองเห็นมั้ย สงสารคุณแม่มั้ย พี่กุ้งมีคลินิกพี่กุ้งจะกลัวอะไรคะ พี่กุ้งยังรู้เรื่องเซฟเลย อยู่ในบ้าน กินนอนด้วยกันไม่รู้จริงเหรอ สงสารแม่มั้ย
กุ้งฝอย : อย่างที่บอก พี่ไม่เอาอะไรก็ได้
เอกภพ : ถ้าคุณไม่รู้เรื่องอะไรเลย คุณค่อยไปขอความเมตตาคุณแม่ ขอเช่าในสัดส่วนที่เช่าคุณแม่ไป เท่าไหร่ก็ว่ากันตรงนั้น แต่ต้องเอาข้อเท็จจริงมาคุยกัน ถ้าคุณแม่โอเคทำสัญญาเช่าซะ ว่าจะให้คุณแม่เท่าไหร่
กุ้งฝอย : คุณแม่ให้หนูทำต่อมั้ยคะ
แม่ภัทร : ถ้าวันนี้แม่ไม่ได้รับการช่วยเหลือออกมา กุ้งฝอยก็ยังดำเนินการตรงนั้นอยู่ใช่มั้ย กุ้งฝอยก็ยังใช้โรงงานแม่หาผลประโยชน์ให้ตัวเอง แม่ไม่ว่าหรอก แต่แม่เชื่อว่ากุ้งฝอยก็รู้ว่าแม่โดนขังอยู่ตรงนั้น ทำไมวันนี้ถึงไม่กล้าอยู่ ไปคุยกับเบนซ์ ทำไมแม่กลัว บีมพยายามช่วยแม่จริงๆ โทรไปหาป๊าทั้งที่เลิกกับแม่มาสิบกว่าปีแล้ว (ร้องไห้) แล้วป๊าก็เป็นพยานได้ว่าพี่เบนซ์จะไปรับแม่ออกมาจากโสธรชัยแล้วไปส่งแม่ที่ใต้ด้วย (ร้องไห้)
กุ้งฝอย : กุ้งฝอยพอแล้วค่ะ ในเมื่อคุณแม่เจออะไรมาหนักขนาดนี้ ก็ขอให้เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องนะคะ ให้คุณแม่ทำเรื่องให้ถูกต้องค่ะ ถ้าสิ่งที่กุ้งฝอยทำมาไม่ถูกต้อง กุ้งฝอยขอบอกเลยว่าที่ผ่านมากุ้งฝอยไม่รู้เรื่องคุณแม่จริงๆ เราทะเลาะกันหนักมากเหมือนกันหลังรู้เรื่อง ที่มาวันนี้ก็ไม่ได้จะมาเอาอะไรเลยค่ะ
คุณยินดีคืนโรงงาน?
ก้อง : ผมยินดีครับ บ้านเมืองเรามีความถูกต้องอยู่แล้ว ทำทุกอย่างให้มันถูกต้องก็ได้ครับ ถ้าผมผิดจริงๆ ก็ไม่เรียกร้องอะไรเลย เรามีกฎทุกอย่างอยูแล้ว ผมทำทุกอย่างถูกต้อง แต่ถ้าทุกอย่างตัดสินว่าผมผิด สังคมตัดสินว่าผมผิด ผมก็ขอพึ่งสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์คือกฎหมาย ถ้าผมผิดจริงๆ ก็ยินดีครับ
เอกภพ : ถ้าวันนี้ประกาศว่าคืน ให้คุณแม่ไปสำรวจโรงงานของเขา คุณโอเคมั้ย
ก้อง : ก็ทำเรื่องมาเยี่ยมพื้นที่ได้ปกติครับ
เอกภพ : เขาเป็นเจ้าของอยู่แล้ว
คุณก้องพูดสับสนแล้ว ตอนแรกบอกจะคืนให้เขา แต่ตอนนี้บอกจะให้ทนายความเข้ามาในเรื่องฟ้องร้องใช่มั้ย?
ก้อง : ผมไม่ได้จะต่อสู้อะไรกับมัน แต่ผมจะดูว่าสิ่งที่เราทำมาทั้งหมด มันถูกหรือผิด ผมไม่ได้อยากต่อสู้ว่าเอกสารตรงนี้ใครถูกใครผิด ผมมีพนักงาน
ในมุมพี่เองนะ วันนี้ถ้าปัญหาเกิดขนาดนี้ กุ้งฝอยมีบริษัทอยู่แล้ว มุมนึงหาโรงงานใหม่ทำ ถ้าเขารู้สึกเป็นของเขา ก็คืนเขาไป ค่ารีโนเวตก็เรียกกลับคืนมา ว่าเราจ่ายอะไรไปเท่าไหร่ พนักงานคุณก็บอกว่ารอแป๊บนึง เดี๋ยวย้ายโรงงานก่อน ไม่งั้นจะไม่จบ?
กุ้งฝอย : ค่ะ เข้าใจค่ะ
ถ้าเขาคืนแม่จบมั้ย แม่ก็ไปทำของแม่เอง?
แม่ภัทร : ค่ะ
ส่วนเรื่องเซฟ คืนเขาไปแล้ว แม่ก็ไปเปิดดูข้างในว่ามีอะไรยังไง เซฟยืนยันเป็นใบเดิม ไม่ได้เปิด ส่งไปแล้ว?
เบนซ์ : ส่งไปแล้วครับ
เอกภพ : คุณเบนซ์ได้เปิดเซฟมั้ย
เบนซ์ : ตอนเอาไปต้องเปิดอยู่แล้วครับ ในตู้เซฟก็คืนคุณแม่ไปหมดแล้ว
เอกภพ : มีอะไรบ้าง ได้เอาทรัพย์สินอะไรไปขายมั้ย
เบนซ์ : ไม่มี ผมคืนทั้งหมดให้คุณแม่แล้ว ที่เป็นของคุณแม่
กุ้งฝอย : กุ้งฝอยยินดีทำตามที่พี่หนุ่มแนะนำค่ะ เดี๋ยวเราทำเรื่องเจรจาคืนคุณแม่ เราจะไกล่เกลี่ยในสิ่งที่เราต้องไปต่อ ต้องจัดการอะไรตรงนี้ ก็มีหลายอย่างค่ะ
แต่ก็ต้องดูระยะเวลา อย่างขอ 6 เดือน ระหว่างนี้จ่ายค่าเช่ายังไงก็ว่าไป?
กุ้งฝอย : จ่ายอยู่แล้วค่ะ
เอกภพ : วันนี้คุณแม่ทำค่าเช่ากับเจ้าของที่เรียบร้อยแล้ว คุณจะจ่ายค่าเช่าให้คุณแม่เท่าไหร่ก็ว่าไป ค่ารีโนเวตผมว่าเขาได้ประโยชน์จากการที่คุณแม่ไปถูกคุมขังอยู่ที่นั่น 2 ปีแล้ว มันไม่ใช่สิ่งที่คุณแม่ต้องจ่ายตรงนั้น มันชดเชยเทียบไม่ได้เลยกับการที่ คุณแม่ถูกขังอยู่ในนรกตรงนั้น มันเทียบไม่ได้เลย
กุ้งฝอย : เราไม่รู้เรื่องจริงๆ แต่ถ้าเอาเรื่องนี้มาบอกให้กุ้งฝอยเทให้หมดเลย ก็ต้องขอไกล่เกลี่ยนะคะ เพราะเป็นเงินที่กุ้งฝอยลงไปเยอะมากเลยค่ะ
แม่ภัทร : วันที่พาแม่ไปขัง 30 เดือน เบนซ์ไม่ได้ต้องเสียเงินค่าเช่าเดือนละแสนให้แม่ 30 เดือนเป็นเงิน 3 ล้านนะลูก ถูกมั้ย กุ้งฝอยไม่ได้จ่ายตรงนั้นนะ
กุ้งฝอย : บริษัทจ่ายให้คุณเบนซ์ปกติค่ะ คุณเบนซ์เป็นคนรับเงินค่ะ
เบนซ์ : ผมเสียค่าเซ้ง ผมจ่ายค่าเซ้งไป ที่จ่ายไป มันก็ใกล้กับที่ตกลงกับคุณแม่แล้ว
30 เดือนที่แม่ไม่อยู่ เดือนละแสน จ่ายมั้ย?
เบนซ์ : ไม่ได้จ่ายครับ เพราะจ่ายค่าที่และค่าที่ที่คุณแม่ไปที่นี่
ก็คุณแม่เขาไม่ได้อยากไป?
ทนายแก้ว : คุณรับเงินกุ้งไป คุณก็เอามาคืนแม่สิ
เบนซ์ : ไม่ถึงครับ ไม่ได้จ่ายเดือนละแสนขนาดนั้น
กุ้งฝอย : ที่ผ่านมากุ้งฝอยไม่รู้เรื่องจริงๆ กุ้งฝอยวอนสังคม อย่าเอากุ้งฝอยไปปนกับครอบครัวคุณแม่นะคะ แล้วไม่เป็นไรค่ะ ธุรกิจวันนี้ถ้ายังขาด สิ่งที่กุ้งฝอยทำไป กุ้งฝอยพอ ไม่อยากได้อะไรตรงนี้แล้วค่ะ ถ้าเทียบกับความสูญเสียที่คุณแม่โดนไปค่ะ เป็นการขอโทษกับที่ผ่านมา กุ้งฝอยไม่อาจรู้ได้เลย แม้สามีอยู่ข้างกาย กุ้งฝอยก็ไม่อาจรู้ได้ว่าคุณแม่อยู่ที่ไหน กุ้งฝอยไม่เอาอะไรแล้วก็ได้ค่ะ แต่กุ้งฝอยขอเจรจาไกล่เกลี่ยเรื่องระยะเวลาที่เราจะคืนตามความประสงค์ของคุณแม่นะคะ
เอกภพ : เรื่องโรงงานคืนแล้วนะ การประกาศต่อหน้าสาธารณะตรงนี้มีผลนะ
มุมพี่แมวยังไง?
เอกภพ : พี่แมวน่าจะเหนื่อย
แม่ภัทร : ยังไม่กล้าเปิดตู้เซฟ เพราะเป็นหลักฐานทางกฎหมาย ถามผู้รู้หลายคนบอกว่าอย่าเพิ่งไปแตะต้องมัน
ทนายแก้ว : ถ้าทรัพย์สินไม่ได้อยู่ครบ เบนซ์อาจตกเป็นผู้ต้องหาได้ ส่วนกรณีหลอกลวงให้ทำสัญญาเช่า ถ้ากรณีสัญญาเช่าสามารถเพิกถอนกรณีแพ่ง ถ้าตกลงกันได้ก็จบกัน ไม่ต้องฟ้องไล่กันไปมา มุมกฎหมายก็เกี่ยวกับหน่วงเหนี่ยวกักขัง ก็เป็นเรื่องคนขับรถตู้ไปส่งที่ต่อยท้อง รวมทั้งคนอยู่ในศูนย์ป้าแมว คนไหนทำร้ายคนนั้นก็ถูกดำเนินคดีอาญาแต่ละฐานๆ -ไปครับ
ยังไม่จบนะ?
เอกภพ : ไม่จบครับ ยังมีความผิดอีกเยอะ เผลอๆ คุณเบนซ์โดนดำเนินคดีร่วมกับป้าแมว เจ้าหน้าที่ในศูนย์บอกให้คุณแม่รักษาตัวให้ดี เพราะเจ้าหน้าที่บอกคุณแม่ว่าไง
แม่ภัทร : รักษาตัวให้ดีนะ ถ้าเกิดเจ็บป่วยไม่สบาย ลูกไม่ให้ไปรักษาพยาบาลนะ เขาให้ตายอยู่ในนี้เลย
เอกภพ : เจ้าหน้าที่หวังดีเขามาเตือน ผมจะเอาเจ้าหน้าที่คนนี้ไปสอบปากคำ
พรุ่งนี้เวอร์ชั่นป้าแมว ป้าแมวเตรียมเลย คนที่ไปอยู่ในนั้นหลายคนจะมา คุณเบนซ์ก็ต้องยืนยันว่าเขามีหมอ อาจเป็นทางรอด?
เอกภพ : ไม่แน่ใจว่ารอดมากรอดน้อย โดยวิญญูชน เอาไปรักษาตัวต้องไปเยี่ยมบ้าง เลวร้ายสุดเดือนละครั้ง แต่นี่สองปี แม่ไม่เจอหน้าคุณเลย มันเลยฟังยากว่าคุณไม่รู้
พรุ่งนี้เป็นสถานที่แห่งนี้ล้วนๆ ผู้เสียหายที่เขาเคยไปอยู่ที่นี่ คุณเบนซ์ยืนยันว่าเข้าใจมาโดยตลอดใช่มั้ยว่าที่นี่เขามีหมอในการรักษาแม่ ทำไมเข้าใจแบบนั้น?
เบนซ์ : ก่อนผมไปที่นี่ ผมโทรไปคุยกับเขา เขาบอกมีรักษา มีให้ยากิน ถ้าตรวจปุ๊บก็ให้ยา เขาพูดครับ
เอกภพ : ยายแมวจะได้โดนหนักๆ หน่อย ป้าแมวตอบทุกคำถาม ยกเว้นคำถามเดียว คุณมีสิทธิ์อะไรเอาคนปกติไปขังที่นั่น ยายแมวไม่ตอบ
คนป่วยไปอยู่ที่นั่นก็ไม่ได้ ที่พูดมารัดตัวเองหมด แต่เขาบอกเป็นคนใหญ่คนโต พี่ชายเขาใหญ่นะ เขาบอกเขาทหารเก่า?
เอกภพ : แต่ติดคุกแทนกันไม่ได้นะครับ
มีข้อความส่งมาเยอะว่าแม่เขาก็อยู่ที่นี่และโดนแบบนี้เหมือนกัน?
เอกภพ : มีแต่คนบอกป้าแมวทำองค์กรการกุศล ให้ไปตรวจสอบ แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบนะ แกทำองค์กรการกุศล แต่เขาทำแบบนี้เหรอ
เปิดให้เบนซ์ดูห้องนอนแม่ตอนอยู่ที่นั่น?
แม่ภัทร : (ร้องไห้)
เบนซ์ : ตอนผมพาแม่ไป ผมถามว่ามีห้องเดี่ยวมั้ย ห้องแอร์ ผมเอาห้องแอร์ ห้องเดี่ยว
เอกภพ : คุณดู จากเจ้าของโรงงาน คุณเปลี่ยนเขาให้มานอนที่แบบนี้
เบนซ์ : ผมจ่ายแพงที่สุด เดือนละ 2 หมื่นกว่าบาท
เอกภพ : ให้คุณเดือนละแสน คุณกล้าอยู่แบบนี้มั้ย
เบนซ์ : ผมไม่รู้ครับว่าเป็นแบบนี้ ตอนเขาส่งรูปมาให้มันไม่ใช่แบบนี้ ผมไม่เคยเห็นแบบนี้
ที่สำคัญเขาเป็นคนปกติ มีพัดลมให้ มีตะแกรง?
เอกภพ : เขาจ่ายเงินเดือนละ 2 หมื่น เอาตะแกรงครอบเขา คุณจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลสิ เขาจะลุกนั่งอะไรได้
เบนซ์ : อยากขอโทษคุณแม่ครับ (ร้องไห้) เบนซ์ไม่เคยคิดว่าจะเป็นแบบนี้ (ร้องไห้หนัก ก้มกราบ)
แม่ภัทร : พอแล้วลูก ลุกขึ้นเถอะ (ร้องไห้)
เบนซ์ : เบนซ์ไม่เคยเห็นตรงนี้จริงๆ (ร้องไห้)
แม่ภัทร : ไม่เป็นไรนะ แม่ออกมาแล้ว (ร้องไห้)
เบนซ์ : เบนซ์ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ (ร้องไห้)
แม่ภัทร : อย่าร้องๆ (ลูบหัวร้องไห้) นั่งเก้าอี้เดี๋ยวเมื่อยลูก
กุ้งฝอย : (กราบแม่) กุ้งฝอยไม่รู้จริงๆ แม่ (ร้องไห้)
เบนซ์ : เบนซ์ขอโทษจริงๆ (ร้องไห้โฮ)
บีม : (ร้องไห้)
แม่ภัทร : ไม่เป็นไร
บีม : แม่รักพี่เบนซ์กับพี่กุ้งมากนะ แม่ยอมตายแทนพี่เบนซ์หลายรอบ (ร้องไห้)
แม่ภัทร : ลุกขึ้นมาคุยกันลูก
เบนซ์ : เบนซ์คุยต่อไม่ไหว (ร้องไห้)


