“บุ๋ม ปนัดดา” จบดรามากู้ภัย “ดาราตกยุค” เปิดคลิปเสียง “คุณปัญญา” โทร.ขอโทษ ยืนยันไม่ได้หมายถึงตน รับตอนแรกไม่คิดว่าเป็นตัวเอง จนเห็นรูปในกลุ่ม ถามกลับมูลนิธิไหนบ้างไม่เปิดรับบริจาค ทำตรงนี้มา 12 ปี ใช้เงินตัวเองไปตั้งเท่าไหร่ โอดขำๆ กลัวโดนถอดงานพรีเซ็นเตอร์ ลั่นลงพื้นที่ช่วยมาทุกที่ไม่เคยเจอแบบนี้ ยันไม่คิดลงการเมือง ขอช่วยคนแบบสบายใจ
จากกรณีดรามาในวงการกู้ภัย หลังมีผู้ใช้โซเชียลรายหนึ่งออกมาโพสต์ตั้งคำถามถึง “ดาราที่ผันตัวมาทำกู้ภัย” และเปิดรับบริจาคเงินตั้งแต่วันแรกที่ลงพื้นที่ พร้อมใช้ถ้อยคำรุนแรงถึงขั้นเรียกว่า “ดาราตกยุค ที่ผันตัวมาเป็นกู้ภัย” อีกทั้งยังเปรียบเทียบว่ากู้ภัยที่มีจิตอาสาจริงๆ ต่างอุทิศทั้งแรงกายและทุนทรัพย์ส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือสังคม ไม่จำเป็นต้องไลฟ์ออกสื่อหรือมีบัญชีแปะท้าย พร้อมทิ้งท้ายแรงว่า “ไม่รู้จริงอย่าโชว์โง่ วงการกู้ภัยเขารู้กันดี ใครกู้ภัยแท้ ใครกู้ภัยเทียม”
ซึ่งงานนี้ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ก็ขอไม่ทน ออกมาถามตรงๆ ว่าหมายถึงใคร หลังมีการนำภาพบุ๋มเปิดรับบริจาคไปเผยแพร่ในกลุ่มกู้ภัยฉะเชิงเทรา ล่าสุดวันนี้ (6 ต.ค.) ได้เจอ “บุ๋ม ปนัดดา” เจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ พร้อมเผยว่า “คุณปัญญา” ผู้โพสต์ข้อความต้นเรื่อง ได้โทรศัพท์เข้ามาพูดคุยและขอโทษแล้ว โดยยืนยันว่าโพสต์ดังกล่าวไม่ได้หมายถึงตน
“ดาราตกยุคค่ะ เดี๋ยวจะพยายามผันตัวเป็นดาราน้องใหม่นะคะ ก็ไม่ได้หาหมอนานแล้ว (หัวเราะ) เอาจริงๆ ตอนแรก ไม่คิดว่าเป็นตัวเองค่ะ เพราะว่าเรารู้สึกว่า เรายังมีงานอยู่ตลอด ทุกวันนี้งานพรีเซ็นเตอร์ก็ตั้ง 9 ตัว บิลบอร์ดก็เต็มไปหมด แล้วเราก็มีรายการทีวี 3 ช่อง มีรายการวิทยุ มีงานอีเวนต์อื่น เรางานเยอะมากเลย อย่างพรุ่งนี้ก็ถ่ายโฆษณาอีก ซึ่งเราก็เลยแบบตกยุคตอนไหนวะ เราก็ยังมีงานของเราตลอด แล้วเราก็สัมภาษณ์ เจอสื่อเกือบทุกวัน มีสื่อมาสัมภาษณ์เรื่องประเด็นสังคมต่างๆ ดังนั้นบุ๋มได้ออกสื่อตลอดอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งสิ่งที่บุ๋มโพสต์บางอย่าง สื่อก็เอาไปทำเป็นประเด็นต่อ บุ๋มก็เรียกว่าเป็นอินฟลูฯ คนหนึ่ง ด้วยซ้ำไป ก็เลยยังงงอยู่ว่าเราตกยุคตอนไหน ก็ไม่ได้คิดว่าเป็นตัวเองค่ะ”
รู้ว่าเป็นตัวเอง เพราะคอมเมนต์และภาพในกลุ่มกู้ภัยฉะเชิงเทรา
“ในคอมเมนต์ข้างล่าง แล้วก็ลูกน้องเขา แล้วก็มีในกลุ่มของกู้ภัยจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นภาพแคปที่บุ๋มขอรับบริจาค ก็เลยรู้ว่า อ๋อ หมายถึงกู ก็เลยแบบ เราแล้วแหละ คงไม่ใช่ดาราคนอื่น เพราะก่อนหน้านั้นมีคุณอั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ ไปลงพื้นที่ แต่คุณอั้มไม่ได้รับบริจาค แต่ของบุ๋มต้องรับบริจาค เพราะอะไร เพราะว่าคุณต้องตามงานบุ๋มเนาะ บุ๋มลงพื้นที่มาตั้งแต่วันแรกที่น้ำท่วมที่สุรินทร์ สระแก้ว ไล่มาปราจีนฯ เรามานครนายก ลงมากรุงเทพฯ เราดูแลคลองจั่น ส่งข้าวไปร่มเกล้า และอื่นๆ รวมถึงรังสิตทั้งแถบ ยังไม่จบ เราขึ้นไปอุทัยฯ ลงมาตรงบางคล้า เราดูแลมาหลายจังหวัด แต่ทีนี้การดูแลของเรา เรามีทีมลูกๆ ก็คือทีมกู้ภัยจากจังหวัดอื่นๆ ที่เราจะดูแลค่าน้ำมันเรือ ค่าน้ำมันรถ ต้องเข้าใจว่าเรือจะมาหาเราได้ ก็ต้องมีรถลากมา ก็มีค่าน้ำมัน มันก็ต้องจ่าย เราดูแล 16 ทีมนะ
คือบุ๋มก็ต้องมานั่งบริหารงาน ทีนี้น้องๆ หลายๆ คน จากการลุยน้ำรถก็พัง เรือก็พังกัน เราช่วยซ่อมได้ ช่วยอะไรได้ เราก็ช่วย แล้วในนามที่เราเป็นดารา เป็นกู้ภัยรุ่นแม่ เราก็อยากดูแลน้องๆ ให้ได้มากที่สุด เพราะเราเห็นความทุ่มเทของพวกเขา เห็นไหมว่า บุ๋มโพสต์เรื่องกู้ภัยบ่อยมาก เพราะเรารักงานตรงนี้ เราเห็นความทุ่มเทของน้องๆ ตรงนี้ หลายคนบอกว่า โอ้ย ก็รอให้รัฐบาลมาทำเองสิ เฮ้ย มันเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง เราอย่ามานั่งประชดเลย เราเอางาน หน้างานกันก่อนดีกว่า ความเดือดร้อนของประชาชนมาก่อนดีกว่า
แต่เมื่อเราเห็นกู้ภัยก็เดือดร้อน เราก็เลยโพสต์ขอรับบริจาค เพื่อช่วยซ่อมรถของเขา แต่บุ๋มก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมเขาต้องแคปอันนั้น เอาไปลงในกลุ่มฉะเชิงเทรา ว่ามาฉะเชิงเทราวันแรกก็ขอรับบริจาค แล้วทำไมไม่ขออนุญาตหัวหน้ากู้ภัยจังหวัดก่อน งงไหม เพราะเราขอรับบริจาคให้ทีมร้อยเอ็ด แล้วเกี่ยวกับอะไรกับฉะเชิงเทรา แล้วไปลงพื้นที่ปราจีนฯ มา เกี่ยวอะไรกับฉะเชิงเทรา แต่เราทำงานต่อเนื่องไง มันจากพื้นที่นี้ ไหลมาพื้นที่ มันก็ต้องไหลตามมวลน้ำ ทำงานกันตรงนี้ นี่คือสิ่งที่บุ๋มไม่เข้าใจ
สิ่งที่งงอีกอย่างหนึ่ง เหมือนลูกน้องเขาโพสต์ว่าทำไมไม่ขออนุญาตพื้นที่ก่อน คือการทำงานของกู้ภัย สมมติว่าถ้าอยู่ในภาวะปกติ ใครดูแลวันนี้ วันนี้เป็นร่วมกตัญญู แต่อีกวันนึงอาจจะเป็นป่อเต็กตึ๊ง เขาจะไม่ข้ามเส้นกัน เพื่อไม่ให้มีการทะเลาะกันเรื่องเคส แต่ถ้าบังเอิญวันนี้กู้ภัยของอันนี้ ไม่สามารถมีอุปกรณ์ได้เพียงพอ เขาก็อาจจะมีการร้องขอ ว่าขอทีมบุ๋มเข้ามาช่วยหน่อย นั่นคือภาวะปกติค่ะ หรือทีมบุ๋มจะเข้าไป เฮ้ย วันนี้บุ๋มเจอเคสนี้ ขออนุญาตเข้าไปในพื้นที่ นั่นคือภาวะปกติ
แต่ถ้าเป็นวิกฤตแบบนี้ แล้วคนร้องขอมา ตั้งแต่วันที่ 24 จนถึงวันนี้ น้ำท่วมยังไม่ได้ของเลย เพิ่งได้ของจากบุ๋มเมื่อวานนี้ แปลว่าอะไร แปลว่าคุณดูแลไม่ไหว แล้วด้วยภาวะวิกฤตแบบนี้ ขอโทษนะคะ รายการทีวี ประชาชน หรือใครอยากไปบริจาค เขาก็ไปกันเลยไหม แล้วก่อนหน้าที่จะรู้ว่ามาเล่นงานบุ๋มโดยตรง คือบุ๋มมีทีม อย่างที่บอกว่าเราลูกข่าย เรามีทีมกู้ภัยสว่างพัทยา เข้าไปในพื้นที่บางคล้าก่อนหน้านั้น แต่ไม่เห็นมีปัญหา แล้วทีมสว่างพัทยา ก็ไปขออนุญาตกับผู้ว่าราชการแล้ว ขอตำรวจหัวหน้าท้องถิ่นแล้ว แล้วฉันยังต้องขออนุญาตใครอีกเหรอ ในภาวะวิกฤต ผู้ว่าฯ ใหญ่สุด นี่คือเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้กัน แต่ถ้าวิกฤตหลายๆ จังหวัด ก็คือนายกฯ คือมันไล่ระดับไปกันอย่างงี้ มันรู้อยู่แล้ว แล้วเราต้องรายงาน กู้ภัยจังหวัดอีกเหรอ”
ลงพื้นที่มาทั่วประเทศ ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้
“ถ้าวิกฤต ไม่มีค่ะ วิกฤตไม่มีกันอยู่แล้วค่ะ เพราะว่าวิกฤตคือต่างคนต่างช่วยกัน เพียงแต่ว่าอันนี้เราเข้าใจอย่างเช่นเขาอาจจะบอกว่าไปในพื้นที่นี้นะ ถุงยังชีพมาในพื้นที่นี้นะ แต่รู้ไหมว่าทำไมบางทีบุ๋มเลี่ยง เพราะสิ่งที่เราเคยเจอ คือคนในพื้นที่เอาไปแจกพื้นที่พวกตัวเอง เข้าไปซอยนี้ครับ ไปซอยนี้เลยครับ แล้วเราไปเจอแพ็กน้ำตั้งเยอะแยะกองอยู่ แล้วตรงนั้นซอยนั้นยังไม่ได้ เพราะมันคนละเขตกัน เราเคยเจอแบบนี้ แล้วจู่ๆ เราจะไปปฏิเสธเลยก็ไม่ได้ ถ้าลูกน้องเราไปแจกเอง เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ แต่เราเป็นประธาน เราก็ต้องดูเอง บุ๋มดูจากเสียงประชาชน
หมู่ 4 ครับ หมู่ 5 ครับ ตรงนี้ลึกมากครับ ไม่เคยได้ของเลยครับ แล้วก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ เราไปตามเสียงประชาชน เราเรียนรู้จากประสบการณ์ เราเคยเจอคนในท้องที่ เอาไปแจกฝั่งพวกพื้นที่ตัวเองไม่พอ บางทีเอาไปเก็บในบ้านตัวเองด้วยซ้ำ ถ้าเราฝากเขาไป เราถึงต้องเอาไปแจกเอง ไปดูเอง แล้วก็ฟังเสียงประชาชนเอง ว่าพื้นที่นี้ยังไม่ได้ความช่วยเหลือ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราทำงานแบบนี้ เพราะการบอกทุกที่มันอันตรายอย่างหนึ่ง ชอบเอาของไปกองบ้าง ไปแจกเป็นนามของตัวเองบ้าง หรือไม่ก็บอกพี่เป็นคนพาเข้ามา ฉันเป็นคนพาคุณบุ๋มมาเอง เราเคยเจอหลายๆ อย่าง เราทำมา 10 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ปี 54 ดังนั้นวันนี้เราเลยไปตามเสียงประชาชน เพราะเดี๋ยวนี้ โชคดีที่ยังมีโซเชียล มีสื่อ แล้วประชาชนจะบอกเราเอง ว่าพื้นที่ตรงนี้นะ ยังไม่ได้ของ พื้นที่ตรงนี้นะ มาช่วยเหลือหน่อย”
กับพื้นที่ที่เป็นประเด็น ได้รับการแจ้งขอความช่วยเหลือมาในเพจ เลยจัดทีมลงไปช่วยดูแล
“เคสนี้ที่เราไป เราได้รับแจ้งมาในเพจค่ะ ว่ามาตรงนี้บ้างได้ไหมพี่บุ๋ม ตรงบางคล้า หมู่นี้ ตําบลตรงนี้ ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย เราก็เลยจัดทีมลงไป ก็คือ สว่างพัทยา ลงไปให้ก่อน ก็ไปดูว่าต้องขนย้ายผู้ป่วยไหม หรือว่าต้องดูแลพื้นที่ยังไง ก็ไปอพยพเด็กราชภัฏฯ ออกมาจริงๆ น้องๆ ก็ช่วยกันทำคนละไม้คนละมือ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร (กู้ภัยที่เป็นคู่กรณีได้มาไหม วันที่เราลงพื้นที่?) บุ๋มเห็นรถเขาสวนค่ะ บุ๋มยกมือไหว้ด้วยซ้ำไป ซึ่งบุ๋มก็ไม่รู้หรอก มีใครอะไรยังไงบ้าง แต่เราไหว้ทุกทีม เพราะว่าเราถือว่าเราเป็นกู้ภัยด้วยกัน เราต้องทำงานร่วมกันสักวันหนึ่งแหละ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร
คนที่ได้รับการช่วยเหลือ ขอให้ทีมงานอัดคลิปให้เอง เพราะอยากขอบคุณที่ช่วย
“เขาพูดเองเลยค่ะ เขาบอกว่าขอให้เราอัดคลิปให้เขาหน่อย เขาอยากส่งให้คุณบุ๋ม แล้วทุกคนก็จะพูดว่าผมขอขอบคุณที่ได้รับของเป็นครั้งแรก เดี๋ยวเปิดให้ดู (เปิดคลิป) น้ำท่วมตั้งแต่ 24 ตอนนี้วันที่ 5 ครับ ไม่มีหน่วยงานไหน ที่เข้ามาช่วยเหลือเลยครับ อันนี้เป็นหน่วยแรก ของ ดร. บุ๋ม ปนัดดา นะครับ ที่ได้ยื่นมือ มาเข้ามาช่วยหมู่ที่ 5 ตําบลหัวไทร นี่คือเขาพูดเอง เราไม่ต้องพูดอะไรเลย”
ไม่รู้ทำไมโดนโพสต์ถึงแบบนั้น คาดอีกฝ่ายอาจจะมีอคติกับดารา
“ไม่รู้ แล้วกู้ภัยก่อนหน้าเข้าไป ก็ไม่เห็นจะปัญหาอะไร เขาอาจจะอคติกับดาราหรือเปล่า หรืออาจจะเห็นการโพสต์ขอรับบริจาคของเราหรือเปล่า แต่มูลนิธิที่ไหนไม่ขอรับบริจาคบ้าง บุ๋มถาม ตอนแรกไม่คิดว่าเป็นตัวเอง เพราะว่าเรายังมีงานตลอด เรามีพรีเซ็นเตอร์เยอะมาก แล้วปีนี้เหมือนปีทองของบุ๋มด้วย 9 ตัว ตัวละกี่ล้านก็นับไปดิ อีกนิดก็เบลล่า (ราณี แคมเปน) แล้ว”
ไม่น้อยใจดังไม่พอให้อีกฝ่ายรู้ว่ามีงานเยอะ
“ก็ไม่ได้น้อยใจอะไร เพราะเรารู้ว่าไม่ใช่ว่าทุกคนต้องติดตามดารา แต่ก็ไม่เห็นต้องดูถูกคนอื่นไง คำนี้มันคือคำการกดคนอื่น ดูถูกคนอื่น ซึ่งบุ๋มว่าเขาอาจจะมีอคติกับดาราสักคนหนึ่ง ที่มาเป็นกู้ภัยด้วย อาจจะเป็นเพราะว่าอาจจะมีชื่อเสียงมาอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นคนทำจริงเหมือนพวกเขาลือเปล่า แต่บุ๋มว่าประชาชนอาจจะเห็นงานของบุ๋มอยู่แล้วมั้ง ว่าบุ๋มทำจริงแค่ไหน บุ๋มลุยตลอดนะ
แล้วการทำงานของบุ๋ม บุ๋มพยายามทำทุกอย่างเหมือนผู้ชายทุกคน เพราะบุ๋มไม่อยากให้ทุกคนดูถูกว่าเป็นผู้หญิงมาเป็นกู้ภัย แล้วมานั่งทำสวยอยู่บนเรือ ทุกคนจะเห็นหมดว่าผิวบุ๋มไหม้ขนาดไหน บุ๋มลุยน้ำถึงขนาดไหน ทุกคนเป็นห่วงบุ๋มด้วยซ้ำ ว่าใส่ชุดกันอะไรหรือเปล่า แต่เพราะว่าบุ๋มไม่อยากให้ใครมาด่าบุ๋มอย่างนี้ไง ว่ามาเป็นดารา มาเป็นนางงาม มานั่งทำสวย มาเก๊กภาพทำเท่เป็นกู้ภัย แต่บุ๋มว่าบุ๋มเป็นมานานเกือบ 20 ปี มันน่าจะพอได้แล้วไหมกับภาพตรงนี้”
ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องรู้จัก “บุ๋ม ปนัดดา” แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพูดเหยียดคนอื่น
“คือก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะ ไม่จำเป็นหรอกว่าทุกคนต้องรู้จักเรา เพราะเราก็ไม่ได้เหลิงจนกระทั่งว่าเราเป็นดาราแล้วทุกคนต้องรู้จักเรา เพียงแต่ว่าต่อให้ไม่รู้จักกัน หรือรู้จักเพียงน้อยนิด ก็ไม่จำเป็นต้องกดขี่คนอื่น ด้วยคำพูดที่ดูถูกว่าเป็นดาราตกยุค บุ๋มว่ามันก็ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดแบบนั้น”
ขำๆ กลัวแบรนด์สินค้าเห็นโพสต์แล้วเชื่อ และเลิกจ้าง
“กลัวแค่ว่าสินค้าเขาได้ยิน แล้วเขาจะรู้สึกว่าเออ มันตกยุคเปล่าวะ กลัวเขาเชื่อ กลัวหูเบาแล้วเชื่อ แล้วก็ไม่จ้างเราอีก กลัว เสียดายเงินมากกว่า กลัวอย่างงั้น จ้างก่อนนะคะ ไม่ตกนะคะ (หัวเราะ) บุ๋มว่าจริงๆ แล้วปีนี้สินค้าเข้ามาเยอะ เพราะเขาเห็นภาพ เห็นความตั้งใจ และความเป็นคนจริงของบุ๋ม แล้วยังโอเคดูดีอยู่ แม้ลงพื้นที่หนัก เขาก็เลยรู้สึกว่าเขาจ้าง บุ๋ม ปนัดดา ก็ดี เขาอาจจะเห็นความจริงใจ ตรงไปตรงมาของเรา
และในการจ้างงานกันมา หลายๆ สินค้าก็มีการให้เงินพิเศษ ในการให้บุ๋มช่วยลงพื้นที่ บุ๋มก็เลยได้เงินตรงนี้มาด้วย อย่างของเบนเนตเขาก็ให้มา 1 ล้านฟรีๆ ในการใช้ลงพื้นที่เอา เขาก็ช่วยสนับสนุนมาหลายปีมากแล้วค่ะ บุ๋มกลัวแค่ว่าพอเขาใช้คำว่า ดาราตกยุค กลัวจะโดนปลดจากงาน เพราะมันคือเงินค่ะ มันคือรายได้หลักชีวิตบุ๋มเลย แล้วบุ๋มมีเวลาลงพื้นที่ได้ ก็เพราะงานบิลบอร์ด มันก็เลยรู้สึกว่าไม่ได้นะ ยังไม่ตกนะ อย่ามาสิ (หัวเราะ)”
เผยทุกแบรนด์ให้กำลังใจ แล้วอยากมาลงพื้นที่กับตนด้วยซ้ำ
“เขาให้กำลังใจค่ะ ทุกแบรนด์ให้กำลังใจเรามา แล้วก็อยากลงพื้นที่กับเราด้วยซ้ำไป ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ”
ไม่สนคำปรามาส กู้ภัยแท้ กู้ภัยเทียม เพราะส่วนตัวเรียนกู้ภัยมาแล้วทุกอย่าง ไม่แพ้ผู้ชาย
“คำว่ากู้ภัยแท้ กู้ภัยเทียม เขาอาจจะมองว่างานกู้ภัยในการขนย้ายผู้ป่วย ตัดถ่างอุบัติเหตุ เป็นงานกู้ภัยแท้มั้งคะ แล้วงานกู้ภัยอย่างพวกบุ๋ม อาจจะเป็นกู้ภัยเทียม แล้วแต่การปรามาสเลยค่ะ เราคงไม่ไปพูดว่าใครดีกว่าใคร บุ๋มว่ามันเป็นงานของคนที่ถนัดมากกว่า แต่ถ้าเขาได้รู้จักกับบุ๋มจริงๆ บุ๋มเรียนทุกอย่างนะคะ บุ๋มเป็น Rescue Diver กู้ภัยทางน้ำ แล้วบุ๋มเรียน Swiftwater กู้ภัยน้ำหลาก แล้วกำลังจะต้องไปเรียนกู้ภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับสถานทูตไทยที่โอซากะ
บุ๋มเรียนทุกอย่างไม่แพ้ผู้ชาย บุ๋มเรียนดับเพลิง มีคนหนึ่งบอกว่า เออ ไว้บ้านไฟไหม้ก็รอดารามาดับเพลิงแล้วกัน ดาราก็ดับเพลิงเป็นค่ะ อาจจะไวกว่าคุณด้วย แล้วคุณดูอุปกรณ์ที่มูลนิธิบุ๋มซะก่อน บุ๋มลงทุนทุกอย่างหนักมาก ดังนั้นอย่ามาบอกว่าเป็นดาราเป็นโน่นเป็นนี่ บุ๋มเรียนไม่น้อยกว่าคุณแน่นอน แล้วบุ๋มก็ถือว่าบุ๋มมีเกียรติและศักดิ์ศรีในความเป็นกู้ภัย ไม่ต่างจากคนอื่นค่ะ”
ไม่น้อยใจคำว่า “กู้ภัยเทียม” และจะฝึกให้หนักกว่าเดิม พยายามเลี่ยงไม่ไปแย่งรับเคสผู้ป่วย เพราะไม่อยากดรามา
“ไม่น้อยใจค่ะ แต่ก็จะฝึกให้หนักกว่าเดิม ให้เขารู้ว่าเราก็ทำงานกู้ภัยไม่ต่างกับผู้ชายหรือ ไม่ต่างกับกู้ภัยคนอื่นเหมือนกัน บุ๋มไม่ได้มาเล่นๆ นะ คือกู้ภัยมันทำงานได้หลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่บุ๋มพยายามเลี่ยง คือไปแย่งรับเคสผู้ป่วย เพราะไม่อยากดรามา เราถึงมีเวย์ทางอื่น เพราะเราอยู่กับอุทกภัยประชาชน ในวันที่เราไม่ต้องอยู่กับอุทกภัยประชาชน บุ๋มก็ไปตามโรงเรียน ไปฝึกนักเรียน ไปอบรม เราต้องสร้างความเข้มแข็งให้สังคม
เรามีโครงการเยอะมาก เราอยู่กับประชาชนตลอดเวลา แต่เราไม่ได้รับเคส เพราะว่าบุ๋มเชื่อว่าพี่ๆ กู้ภัยที่ประจำถิ่น เขาทำได้อยู่แล้ว เขารับผิดชอบได้ดีอยู่แล้ว เขาดูกันดีอยู่แล้ว เราเป็นกู้ภัยอีกแนวหนึ่ง แล้วบุ๋มมารับเคสข่มขืน บุ๋มมีแนวอื่นของบุ๋ม เป็นแนวนางงามของบุ๋ม ไม่ได้สายแกร่ง มาตัดถ่างเหมือนพี่ๆ เขามั้ง เขาก็เลยมองอย่างงั้น ซึ่งบุ๋มไม่เถียงค่ะ”
แจงขึ้นกูมึงในคลิปของไทยรัฐ เพราะส่งให้ “แจ็คเกอรีน” ไม่ได้ตั้งใจให้เอาไปลงสื่อ
“จริงๆ แล้ว ไอ้คำพูดกูมึงที่ลงคลิปในไทยรัฐ อันนั้นส่งให้เฉพาะ แจ็คเกอรีน ค่ะ อันนี้เคลียร์ตรงนี้เลยนะ ว่าบุ๋มส่งให้เฉพาะแจ็คเกอรีน ด้วยความระบายของอารมณ์ คือบุ๋มสนิทกับนางมาก เพราะนางสัมภาษณ์ทุกเช้า หน้าสด ยังไม่ได้แต่งหน้าเลย แล้วนางก็รบกวนดิฉันทุกวัน แล้วด้วยความสนิทว่าอย่างนี้ๆ ทำไมต้องขออนุญาตวะ กูไม่เข้าใจเลย ก็มีคำนี้เข้าไป ก็ไม่คิดว่าจะเอาไปลงสื่อ พูดกันอย่างนี้เลยไม่ได้ตั้งใจให้ลงสื่อ”
ยอมรับเดือดเหมือนกัน เพราะเป็นคนฉะเชิงเทรา
“ก็เดือดเหมือนกัน พูดตรงๆ บุ๋มคนฉะเชิงเทราค่ะ บุ๋มวิ่งเล่นที่นั่นมาตั้งแต่เด็ก บุ๋มแค่รู้สึกว่าทำไม ฉันจะไปบ้าน ฉันจะไปฉะเชิงเทรา ต้องขออนุญาตใครวะ ไม่เข้าใจ ก็คืออารมณ์นั้น อารมณ์ห้าวๆ ที่มันเกิดขึ้น แล้วเป็นคนพื้นที่แบบ Native จริงๆ บ้านเพิ่งรื้อเอง บ้านไม้ดิฉันตรงตำบลดอนทราย อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา คุณไปดูได้เลยค่ะ แต่เพิ่งรื้อไป อาจจะไม่เห็นบ้านแล้ว เตรียมพื้นที่ให้ญาติๆ อยู่กัน แต่ที่ดินชื่อบุ๋มค่ะ”
ถามกลับมูลนิธิไหนไม่รับบริจาคบ้าง แล้วส่วนตัวก็ใช้เงินตัวเองไปตั้งเท่าไหร่
“มูลนิธิไหนไม่รับบริจาค คือถ้าคุณใช้ทุนตัวเอง ก็ดีค่ะ แต่ถ้าคุณได้ติดตามงานของบุ๋ม คุณจะเห็นว่าบุ๋มเองก็ใช้เงินตัวเองไปตั้งเท่าไหร่ ที่เซ็นบริจาคเมื่อต้นปีที่ผ่านไป กี่ 10 ล้านแล้ว แม่ให้ทุกอย่างแล้ว โอนให้เป็นชื่อมูลนิธิหมดแล้ว ที่แม่ตั้งต้นมาให้ ที่ดินที่ซื้อมา แม่ให้หมดแล้ว แล้วคุณจะเอาอะไรจากบุ๋มอีก แล้วการทำงานสเกลที่ใหญ่ขนาดนี้ คุณเห็นใช่ไหมคะว่าบุ๋มดูแลกี่สิบจังหวัด ที่น้ำท่วมไล่มา อาหารกล่องกี่หมื่น จนจะถึงแสนกล่องอยู่แล้ว เงินจะเอาส่วนตัวจริงๆ เหรอ
แล้วทุกคนก็อยากมาร่วมกับบุ๋ม แล้วทำไมจะไม่ร่วมด้วยกัน บุ๋มชอบทำบุญ เราลงก่อน แล้วใครจะตามมาต่อยอดกับบุ๋ม มันเป็นอารมณ์เหมือนทอดกฐิน ผ้าป่า บุ๋มชอบแนวนี้ ซึ่งบุ๋มก็ทำของบุ๋มตลอดอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าส่วนตัวไม่ลง เพราะต้องเข้าใจว่าการจะมีรถ จะมีเรือวิ่งไป เงินส่วนตัวมันออกก่อนอยู่แล้ว เพราะว่ามันรับบริจาคไม่ทัน แต่ในเมื่อเราเริ่ม สเกลมันเริ่มใหญ่ขึ้น หลายจังหวัดมากขึ้น มันก็ต้องขยายพื้นที่ แล้วก็มีหลายทีมที่เราต้องดูแล ก็ต้องขยายกันไป ใครจะร่วมก็มา ก็แค่นั้นเอง แต่ทุกรวมมูลนิธิ บุ๋มถามหน่อยอันไหนไม่รับบริจาค ไอ้ที่เขาโพสต์ด่าดิฉัน ก็รับ คนเขาก็ขุดกันมาเอง โดยที่บุ๋มไม่ได้ต้องทำอะไร”
เผยล่าสุดคนโพสต์โทร.มาเคลียร์แล้ว ส่วนอีกคนก็โพสต์ขอโทษ
“เมื่อก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที คุณปัญญาโทร.มาแล้วค่ะ โทร.มาเคลียร์ คุณปัญญาคือคนที่โพสต์นั่นแหละค่ะ แล้วก็คนที่เฟียสๆ ที่บอกห้ามเข้าพื้นที่ ล่าสุดส่งข้อความขอโทษมาแล้วนะคะ เพราะคนนี้เฟียสสุด ข้าพเจ้า น.ส.พิญญาภรณ์ รุ่งแสงทอง ขอใช้พื้นที่นี้ในการขออภัย คุณบุ๋ม ปนัดดา วงษ์ผู้ดี เขียนนามสกุลกูก็ผิด เรื่องที่โพสต์พาดพิง ทำให้คุณบุ๋มได้รับความเสียหาย และทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิด ต้องขออภัยอย่างสูง มา ณ โอกาสนี้ ที่เหลือคุณไปอ่านกันเอาเอง
ส่วนของคุณปัญญา ก็ขออนุญาตคุณปัญญานะคะ ทุกคนจะได้ทราบ ว่าคุณตั้งใจโทร.มาเคลียร์กับบุ๋มจริงๆ (เปิดคลิปเสียงสนทนา)
บุ๋ม : มีอะไรที่ติดในใจกับบุ๋มหรือเปล่าคะ ทำไมถึงโพสต์แบบนั้นคะ
คุณปัญญา : เดี๋ยวๆ บุ๋มฟังก่อน คือวันนั้นน่ะ ผมไม่ได้หมายถึงบุ๋ม เพียงแต่ว่าพื้นที่รอบข้าง จังหวัดข้างๆ มันมีเข้ามา พอดีผมอยู่บางคล้าด้วย เช็กอินที่บางคล้าคงเข้าใจความหมายว่าผมว่าบุ๋ม ผมรู้จักบุ๋มไม่ใช่ดารา ผมรู้จักบุ๋มในฐานะนางงาม
บุ๋ม : แล้วพี่หมายถึงใครคะ พี่ปัญญา
คุณปัญญา : จะให้ผมบอก มันก็ไม่ได้หรอก
บุ๋ม : ต้องบอกสิพี่ เพราะไม่งั้นคนก็คิดว่าเป็นหนูหมด เพราะพี่เอาไปโพสต์ในกลุ่มกัน ว่าหนูขอรับบริจาค
คุณปัญญา : วันนั้นน่ะ มันผ่านไปแล้ว มันก็จะไปโพสต์ ไปต่อ ไปแปะ ไปอะไรกันหมด มันก็เลยกลายเป็นประเด็นขึ้นมา ผมก็เลยตั้งตัวไม่ถูก เมื่อวานก็งงอยู่ทั้งวัน
บุ๋ม : ค่ะ แล้วสรุปพี่หมายถึงใครคะ
คุณปัญญา : จะให้ผมพูด ผมพูดเดี๋ยวมันก็ไม่จบไง
บุ๋ม : ก็ต้องพูดพี่ เพราะไม่งั้นมันก็เป็นหนูอยู่ดี
คุณปัญญา : ผมพูดไม่ได้หรอก ถ้าพูดไป เดี๋ยวมันก็…ใช่ไหม
บุ๋ม : ไม่ได้สิพี่ เราผู้ใหญ่กันแล้ว เราคุยกันมันก็ต้องเคลียร์กันให้ชัดเลยพี่ว่าใคร อะไรยังไง เพราะว่าถ้าพี่ขัดใจกับดาราคนไหน หนูจะได้มาเคลียร์ให้ เหมือนที่พี่โทร.มาเคลียร์กับหนูอย่างงี้ไง หนูก็แมนๆ พี่ เอาพูดกันตรงๆ หนูก็ถึงจุดนี้แล้ว หนูจะได้เคลียร์ให้พี่ไง ว่าพี่ปัญญาไม่ได้หมายถึงบุ๋มนะ แต่หมายถึงคนนี้
คุณปัญญา : อย่าเลย ผมรับไม่ไหวจริงๆ ผมแค่โทร.มาเคลียร์ว่าไม่ใช่แค่นั้น เวลาที่เขียนมาผมรับไม่ไหว แล้วประเด็นมันเลยไปกันต่อเยอะแยะ ว่าผมไม่ให้เข้าพื้นที่ ต้องขออนุญาต”
บุ๋ม : ไม่ แล้วอีกคนนึง คือลูกน้องพี่ใช่ไหม คนที่เขียนว่าต้องไปขออนุญาตก่อนเนี่ย ลูกน้องพี่ใช่เปล่า
คุณปัญญา : คือสารตั้งต้นเลย ที่ผมโพสต์เอาไว้เนี่ย คือคนที่จะเข้าพื้นที่ ถ้าจะติดต่อ เราให้เบอร์ติดต่อไว้ เพื่อที่จะรู้ว่าทรัพยากรน่ะมีอะไรบ้าง เรือแบบไหน รถแบบไหน เราจะได้จัดสรรที่ให้ลงได้ พอไปโพสต์ต่อปุ๊บ มันก็เลยกลายเป็น...
บุ๋ม : แต่คนนั้นเขาไม่ได้เขียนอย่างนี้นะพี่ แล้วก็ไม่มีเบอร์ติดต่ออะไรเลยนะ แล้วอีกอย่างหนึ่งอันนี้ไม่ใช่หนูเป็นคนว่าเอง ประชาชนเป็นคนตัดสินใจเอง ว่าสิ่งที่พวกพี่โพสต์น่ะ ถูกหรือผิด ถูกไหมพี่
คุณปัญญา : ครับ ใช่ครับ
บุ๋ม : เออ แค่นั้นเลย มันไม่ใช่หนูแล้ว มันเลยจุดของหนูไปแล้วพี่ แล้วหนูก็เสียใจมาก เพราะว่าหนูเป็นคนฉะเชิงเทราเอง
คุณปัญญา : ครับ ผมก็รู้จัก เราร่วมงานกันมาตั้งนานแล้ว เราก็เห็นกันมาบ่อย สตง. เราอยู่กันตั้งเป็นเดือน ใช่ไหม เราก็รู้ว่าเป็นยังไง
ก็ประมาณนี้ คือเขาก็ตั้งใจมาขอโทษนะ บุ๋มก็รู้สึกได้ แล้วก็ไม่อยากให้มีปัญหาต่อ ดังนั้นขอเคลียร์อย่างนี้เลยนะคะ คือวันนี้ ตอนนี้ ทีมงานยังแจกของอยู่ บุ๋มเพิ่งสั่งไปเพิ่มอีก 500 ชุด เมื่อคืนนี้ที่มูลนิธิ ก็มีการแพ็กของกันตลอด 24 ชั่วโมง เพราะว่าหลายพื้นที่น้ำท่วม เราก็กระจายลงไป วันนี้ก็ยังแจกต่อ เราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด คือเราเอาความเดือดร้อนของประชาชนหน้างานเป็นหลัก เรื่องนี้บุ๋มว่าเดี๋ยวมันก็จบ แล้วบุ๋มก็ยังทำงานของบุ๋มเหมือนเดิมค่ะ”
เจอหลายเรื่องแต่ไม่ทิ้งการช่วยเหลือ เพราะเอาผู้ประสบภัยเป็นหลัก
“บุ๋มต้องเอาผู้ประสบภัยเป็นหลัก เพราะเขาคือคนที่เดือดร้อน บุ๋มเจ็บ บุ๋มจะรู้สึกแย่ หรือจะยังไงก็ตาม บุ๋มว่าเดี๋ยววันเวลาก็จะช่วยบุ๋มเอง แล้วก็บุ๋มได้รับกำลังใจ ทุกคนส่งกำลังใจให้บุ๋ม บุ๋มว่าบุ๋มได้รับสิ่งนั้นเยอะมาก มันเยียวยาบุ๋มได้ มันทำให้บุ๋มรู้สึกว่าเออ ยังมีคนเห็นในสิ่งที่เราทำ ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้ เราทำอะไรก็อยากให้คนได้เห็นสิ่งที่เราทำ อย่างน้อยเขาได้ส่งกำลังใจกันมา อย่างน้อยประชาชนในพื้นที่ได้รับของ แล้วเขาส่งข้อความกันมา เราได้เห็นน้ำตาของเขา ว่ามีคนเห็นเขาแล้ว บุ๋มว่าอันนั้นสำคัญกว่า”
12 ปีกับการทำมูลนิธิ คงไม่ต้องพิสูจน์แล้ว ว่าทำดีสร้างภาพหรือเปล่า
“12 ปีเนาะ กับการทำมูลนิธิ ทำดีสร้างภาพ บุ๋มว่า ภาพดีๆ ทำเถอะ ทำดีเอาแสง ถ้ามันช่วยคนที่เขาอยู่ในมุมมืด แสงนั้นมันช่วยเขาได้ ก็ทำเถอะ ถ้าแสงนั้น มันช่วยน้องๆ กู้ภัย ได้รับบริจาค แล้วก็ได้ซ่อมของ ได้ซ่อมอะไรกัน ก็ทำเถอะ บุ๋มว่าที่ผ่านมาทุกคนจะเห็นแล้วล่ะ ตั้งแต่โคลนถล่มแม่สาย หรืออะไรก็ตาม บุ๋มกางปีกปกป้องคนอื่นเสมอ แล้วบุ๋มก็จะเจ็บหนักมาก แม้กระทั่งมีมีดแทงก็ตาม จะมีดรามาคนอื่นแล้วมาชิ่งกับบุ๋มด้วยก็ตาม บุ๋มก็พยายามที่จะเดินหน้าต่อ เพราะบุ๋มว่าเวลามันจะพิสูจน์เอง”
ยืนยันคำเดิมไม่ยุ่งการเมือง หลังคนพูดเยอะให้ไปเป็นรัฐบาล เพราะจะสามารถช่วยคนได้มากกว่านี้
“มีคนพูดเยอะค่ะ ว่าการที่บุ๋ม ปนัดดา ลงพื้นที่เนี่ย เห็นไหมเธอก็ช่วยได้แค่ 4-5 จังหวัด แต่ถ้าเกิดเธอไปอยู่ตรงจุดนั้น เธอจะได้ช่วยได้ทั้งประเทศไทย แต่บุ๋มมองภาพตัวเองในมุมนั้นไม่ออก ก็ยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ยุ่งการเมือง แม้ว่าจะรู้จักผู้ใหญ่ก็ตาม แม้ว่าจะมีผู้ใหญ่ชวนเข้าพรรคก็ตาม แต่ก็จะไม่ยุ่งการเมือง เพราะว่าเรารู้สึกว่าการทำงานตรงนี้ บุ๋มอยากช่วยทุกคนได้หมด ไม่ว่าคุณจะเลือกสีอะไรมา บุ๋มอยากช่วยทุกคนได้อย่างสบายใจว่า ไม่ว่าคุณจะเลือกใคร หรือไม่ชอบใคร คุณจะด่ารัฐบาล หรือไม่ได้ด่ารัฐบาล ไม่เกี่ยวเลย บุ๋มคือกู้ภัยคนหนึ่ง บุ๋มคือมูลนิธิคนหนึ่ง ที่สามารถไปช่วยคุณได้ คุณเดือดร้อนใช่ไหม คุณบาดเจ็บใช่ไหม ขอให้เราเป็นจุดตรงกลางที่ไม่เกี่ยวข้องกับใคร ขอเดินไปทุกพื้นที่ด้วยความสบายใจ บุ๋มอยากได้อย่างนั้น”
มีไลน์นายกฯ และรัฐมนตรีเกือบทุกคน เพื่อประสานการช่วยเหลือ ให้ทำงานง่ายขึ้น
“มีไลน์รัฐมนตรีเกือบทุกคนค่ะ เพื่อเวลาแบบสมมติมีประเด็น ก็จะส่งข้อความไป พี่คะ เคสนี้ไม่มีบัตรประชาชนค่ะ พอช่วยหนูได้ไหม เพราะบางทีเราลงพื้นที่ เราก็จะเจอปัญหาแบบนี้ เรามีไลน์ผู้ใหญ่เพื่อการนี้มากกว่าค่ะ เพื่อการทำงานที่ง่ายขึ้น เพื่อการส่งต่อเคสที่ง่ายขึ้น โดยที่ไม่ต้องไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการเมืองได้”
ยันลงพื้นที่เพราะอยากช่วยเหลือ ไม่ใช่การปูทางหรือทำเพื่อใคร
“อยากจะขอชี้แจงตรงนี้ค่ะ บุ๋มว่าทุกคนน่าจะรู้จักตัวตนบุ๋ม ว่าบุ๋มมาแล้วก็ลงพื้นที่แต่ละที่ บุ๋มไปเพื่อประชาชนจริงๆ แล้วบุ๋มมีงานในวงการของบุ๋มอยู่แล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องอะไรเพื่อใคร แล้วบุ๋มหาเงินได้เยอะมากกับงานที่บุ๋มได้ทำอยู่ บุ๋มได้สิ่งดีๆ กลับมาเยอะแล้วค่ะ คือการได้งานในวงการ ดังนั้นบุ๋มเองก็อยากจะลงพื้นที่ด้วยความสบายใจ โดยไม่อิงการเมือง หรือว่าอิงมุมไหน หรือว่าเป็นพื้นที่ของใคร เพราะว่าเราเป็นมูลนิธิ แล้วเราอยากจะทำงานตรงนี้ให้ดีที่สุด อยากจะทำงานร่วมกับทุกคนได้ด้วย กับกู้ภัยทุกกู้ภัย กู้ภัยนี้ด้วยนะ แม้จะมีปัญหาก็ตาม บุ๋มว่าบุ๋มสามารถกลืนความรู้สึกทุกอย่างได้ ถ้ามันทำให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือ บุ๋มสามารถทำงานร่วมกับทุกๆ คนได้ แม้กระทั่งกลุ่มนี้ที่มีปัญหาก็ตามค่ะ”
ไม่ติดใจอะไรแล้ว ขอบคุณที่ให้เกียรติโทร.มาเคลียร์
“ติดใจไหม…ไม่เลยค่ะ ก็ถือว่าเขาเป็นผู้ใหญ่มากๆ แล้วเขาอุตส่าห์โทร.มาหาเรา เขาให้เกียรติเรา บุ๋มก็ขอบคุณมากๆ ค่ะ เอาผู้ประสบภัยเป็นตั้งดีกว่า ตอนนี้เอาทิ้งปัญหาบาดหมางไว้ทีหลัง สักวันก็ลืมได้ค่ะ”


