xs
xsm
sm
md
lg

ยิ่งกว่าซีรีส์แนวตั้ง! แม่ร่ำไห้แฉ “ลูกชาย-สะใภ้หมอฟัน” อุ้มขังกว่า 2 ปี ฮุบโรงงาน-ตู้เซฟ 9 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุดสะเทือนใจ แม่วัย 63 แฉลูกชายแท้ๆ จับมือสะใภ้หมอฟัน วางแผนอุ้มไปขังทรมานนานกว่า 2 ปีค  ฮุบโรงงานเครื่องสำอาง ตู้เซฟที่มีทอง 9 ล้าน ลูกสาวยันไม่ได้สมรู้ร่วมคิด หาทางช่วยแม่ตลอด แต่ถูกพี่หลอก โต้แชตพี่ชายแฉรู้เห็นให้พาแม่ไปขังเป็นแชตปลอม 

กลายเป็นประเด็นร้อนสะเทือนสังคมที่ทำเอาชาวเน็ตอึ้งไปตามๆ กัน ยิ่งกว่าพล็อตซีรีส์แนวตั้ง หลัง “แม่ภัทร” วัย 63 ปี ที่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม กรณีถูกลูกชายแท้ๆ ร่วมมือกับภรรยาซึ่งมีดีกรีเป็นหมอฟัน วางแผนส่งคนมาล็อกตัวอุ้มขึ้นรถตู้ฉุกเฉิน ไปกักขังทรมาน ณ สถานบำบัดแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี นานถึง 2 ปีครึ่ง ก่อนจะกวาดทรัพย์สินและยึดโรงงานเครื่องสำอางไปเป็นของตัวเอง

รายการ โหนกระแส วันที่ 5 ต.ค. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ สัมภาษณ์ แม่ภัทร แม่ซึ่งถูกนำตัวไปกักขังทรมาน, น้องบีมลูกสาว, นุช น้องสาวแม่ , เอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด, ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล

แม่อายุเท่าไหร่?
แม่ภัทร : 63 ค่ะ

มีประวัติการป่วยมั้ย?
แม่ภัทร : ไม่มีค่ะ

มีใบยืนยันการดูแลสุขภาพมั้ย?
แม่ภัทร : มีประวัติการตรวจสุขภาพที่เวชธานี และมีประกันชีวิตที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ครั้งละ 1 ล้าน เงินชดเชยรายวัน วันละ 7 พัน

ประกันถ้ามีอาการแบบนี้เขาไม่รับอยู่แล้ว ทุกวันนี้ยังคุ้มครอง?
แม่ภัทร : ตั้งแต่โดนจับไปประกันขาด แต่ตัวแทนประกันกำลังหาทางทำเรื่องให้เราได้ต่อ

เรื่องราวคุณแม่เป็นยังไง?
แม่ภัทร : แต่งงานอยู่กินกับสามี มีลูกสองคน เป็นลูกชายคนโต และลูกสาวคนเล็ก ลูกห่างกัน 7 ปี จนปี 46 ได้หย่ากับพ่อของลูก เราก็เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมาโดยตลอด ทำธุรกิจตั้งแต่ขายโทรศัพท์มือถือ ปิด และมาเป็นกิจการขายรถนำเข้าและรถมือสอง จนช่วงน้ำท่วมก็เลยเลิกกิจการขายรถ มาเริ่มธุรกิจทำแบรนด์เครื่องสำอางก่อน ทำสองปี ก็เช่าโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางตั้งแต่ปี 57 จนปี 60 เราเก็บเงินมาสร้างโรงงานด้วยเงินสดเลย

สร้างแถวไหน?
แม่ภัทร : ลาดพร้าว 62 ค่ะ จากนั้นลูกชายแต่งงาน น่าจะปี 60 จำไม่ได้

ตอนนั้นลูกชายไม่ได้ทำงานทำการอะไร?
แม่ภัทร : ไม่ทำงานค่ะ

แม่หาคู่ให้เขาเองเลยเหรอ?
แม่ภัทร : ใช่ค่ะ เราเป็นคริสเตียน เราเข้าโบสถ์ แล้วไปเจอกันในโบสถ์ เห็นลูกสะใภ้มาโบสถ์ เป็นลูกพระเจ้า ก็คิดว่าเป็นคนดี เราก็แนะนำให้จีบคนนี้ ลูกก็ไปจีบ และรักกัน และแต่งงานกัน น่าจะปี 60 แต่ก่อนหน้านั้นเขาจีบกันมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ลูกสะใภ้ยังเรียนปีสุดท้ายของทัณฑแพทย์

จากนั้นเป็นยังไง?
แม่ภัทร : เขามีลูก คลอดลูกคนแรกมา จะให้แม่เบาๆ เรื่องงานที่โรงงาน มาช่วยเลี้ยงลูก ตอนนั้นเขายังไม่ได้มาทำอะไร แม่ทำกับลูกสาว

แม่ให้เงินลูกชายมั้ย?
แม่ภัทร : ไม่ค่ะ เขาอยู่กับแฟน แม่แอบให้เงินเขา

ลูกสะใภ้ทำงานเป็นหมอฟัน?
แม่ภัทร : ใช่ค่ะ จนปี 64 65 เขาก็ทะเลาะกัน หลายครั้งตลอดมาตั้งแต่มีลูก ทางแม่ยายเขาบ้าง ลูกสะใภ้บ้าง ก็มาบอกว่าเบนซ์ไม่ได้ทำงานเลยนะ เขาทำงานคนเดียว ทำไมแม่ไม่ให้ลูกแม่ทำงานบ้าง พูดมาหลายๆ ครั้งเรื่อยๆ เราเป็นแม่ก็เจ็บเขามาว่าลูกเรา จนปี 65 ชวนลูกชายมาทำงาน โรงงานเราเปิดบริษัทมาเป็นชื่อย่อของแม่ ลูกชาย และลูกสาว ชื่อ PBB คอสเมติกส์ เราก็เลยชวนลูกชายมาช่วยแม่ทำงานที่โรงงานดีกว่า เขาจะได้ว่าเราไม่ได้ว่าเราไม่ได้ทำงาน ลูกสะใภ้ก็ตามมาด้วย ตามมาคุย เราพาเขาไปดูโรงงาน พอเขาเห็นกระบวนการผลิต เครื่องจักรข้างใน ลูกสะใภ้บอกว่าเขาจะมาช่วยทำ ทั้งที่เขามีคลินิกทำฟันเขาอยู่แล้ว

ทนายแก้ว : ตอนนั้นแม่ตกลงค่าตอบแทนเป็นแบบไหน

แม่ภัทร : เข้ามาทำก็แบ่งเปอร์เซ็นต์กัน กำไรก็แบ่งกันคนละครึ่ง ไม่มีเงินเดือน เพราะแม่มีฐานลูกค้าที่ผลิตครีมอยู่แล้ว

ทนายแก้ว : ตอนนั้นลูกชายกับลูกสะใภ้มีตำแหน่งอะไรในบริษัท

แม่ภัทร : ตอนนั้นที่เราจด PBB คอสเมติกส์ ลูกสาวเป็นกรรมการผู้จัดการ สามารถลงนามได้ ลูกชายกับลูกสะใภ้ให้เป็นแค่กรรมการ แต่ถือหุ้นนิดเดียว เพราะเขาไม่ได้เข้ามาทำ ณ ตอนนั้นเขามีชื่อถือหุ้นอยู่ ไม่มีอำนาจลงนาม

แม่ล่ะ?
แม่ภัทร : แม่เป็นประธานบริษัท

จากนั้นยังไงต่อ?
แม่ภัทร : พอเขาเข้ามาทำงาน ก็ไม่ได้แบ่งหุ้น เขามาบอกเงื่อนไขใหม่ว่าขอจ่ายเป็นค่าเช่าแล้วกัน ให้แม่กับน้องให้โอกาสเขาทำงาน เขาขอทำเองโดยจ่ายค่าเช่าเครื่องจักร

แม่กับน้องไม่ต้องทำ?
แม่ภัทร : ใช่

แม่ยอมมั้ย?
แม่ภัทร : ยอม เพราะเขาเป็นลูกชายเรา

ลูกชายบอกเดี๋ยวทำให้เอง ผมเช่า แม่เหนื่อยมามากแล้ว แม่เอาค่าเช่าเก็บไว้กินดีกว่า น้องสาวอยู่สถานภาพอะไร?
บีม : ก็ยอมค่ะ

แม่ภัทร : ตอนแรกบีมไม่ได้ยอม

บีม : ตอนแรกไม่ยอม แต่แม่บอกให้ยอม ปล่อยให้พี่ชายเขาทำไป เพราะยังไงก็เป็นครอบครัวเรา

แม่ภัทร : อีกเหตุผลคือลูกชายจะได้ไม่โดนฝั่งภรรยาว่า

แม่ไม่อยากให้ลูกสะใภ้ว่าลูกชายว่าไม่ทำมาหากิน เอาแต่เกาะภรรยา ก็ให้เข้ามาบริหาร แม่กับน้องถอยให้ น้องถอนตัวออกมามั้ย?
บีม : ไม่ได้ถอนค่ะ

แม่ถอยจากประธานมั้ย?
แม่ภัทร : ถอยค่ะ ให้ลูกชายเข้ามาดูแลกิจการ

เรื่องไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด คิดว่าลูกชายจะเลี้ยงดู บริหารโรงงานให้ หลังปล่อยมือให้แล้ว ลูกชายกลับเอาบุคคลนึงมาล็อกตัวแล้วส่งไปสถานบำบัด บอกแม่เป็นจิตเวช ตอนพักเบรก ฟังแม่คุยกับเอก สายไหม ตกใจมาก สะเทือนใจมาก พอหลังจากแม่ให้ลูกชายกับลูกสะใภ้มาดูแลในส่วนกิจการ ในการเช่าโรงงานผลิตเครื่องสำอางเขาให้เงินแม่ยังไง?
แม่ภัทร : ให้เงินแม่เดือนละแสน แบ่งกับลูกสาวคนละ 5 หมื่น จากนั้นเดือนต.ค.ปี 65 เขาทะเลาะกันอย่างหนักเลย ลูกชายกับลูกสะใภ้ ลูกสะใภ้บอกว่าลูกชายแอบมีความสัมพันธ์กับพี่เลี้ยงลูก คือแม่บ้าน เขาว่าอย่างนั้น มีอะไรกับคนใช้ แม่เลยบอกว่าไม่จริงหรอก ลองมาคุยกัน เขามาหาแม่ที่บ้านแล้วทะเลาะกันอย่างหนักจะหย่ากัน เขาบอกตั้งแต่มาทำที่โรงงาน ไม่ได้มีเวลาอะไร จนเกิดช่องว่างตรงนั้น แม่ก็รับรองว่าลูกชายไม่ได้ทำอย่างนั้นแน่ๆ ลูกชายบอกเขาเข้าใจผิด เขาก็กลับไป โดยแม่บอกว่าเห็นแก่ลูกสองคนนะ ถ้าหย่ากันเดี๋ยวลูกมีปัญหา เคลียร์กันจนเขายอมกลับไป บอกว่าให้อยู่ที่บ้านเป็นพ่อเป็นแม่ของลูก อย่าทะเลาะกันต่อหน้าลูก พอปลายปี 66 เขาเลยเริ่มมาบอกว่าไม่ไหวแล้ว ทำไม่ไหว จะขอคืนโรงงาน

ลูกชายกับลูกสะใภ้ คบกันปกติมั้ย?
แม่ภัทร : ก็ทะเลาะกันมาเรื่อยๆ จนปี 66 บอกให้เอาโรงงานคืน เขาบอกเดือนเม.ย.จะคืน ม.ค.-มี.ค. เขาขอขนย้าย บอกเลิกจ้างคน ขนของที่เขาซื้อมา พวกโต๊ะเก้าอี้ แล้วบอกเลิกคน

เหมือนซีรีส์แนวตั้ง แต่นี่คือเรื่องจริงนะ จากนั้นยังไงต่อ?
แม่ภัทร : พอแม่รู้เรื่องอย่างนั้น แม่ก็เริ่มทำการตลาด ประสานคนมาทำการตลาด เพราะแม่จะเริ่มกลับมาทำโรงงานเดือนเม.ย. แม่มีคอนแทคอยู่ประเทศลาว ก็ติดต่อ อยากให้คนลาวเข้ามาผลิตกับเรา ติดต่อพระเอกลาว ติดต่อผู้จัดการเขา ก็ได้คุยไลน์กันเรียบร้อย นัดทำสัญญากันเดือนเม.ย. ที่เขาจะมารีวิวโรงงาน

จากนั้นเกิดอะไรขึ้น?
แม่ภัทร : ก.พ. ปี 2567 ลูกชายบอกว่าแม่อยู่บ้านมั้ย จะเข้ามาคุยเรื่องโรงงาน เราก็บอกว่าอยู่ พอเขาเข้ามาที่บ้าน เขาเข้ามากับผู้ชายสองคน เราไม่เคยเห็น ตอนนั้นคิดทำไมแต่งตัวเหมือนพวกขี้ยา เขามีรอยสัก ผอมๆ ดำๆ ใส่แมสก์เข้ามา พอมาถึงปุ๊บ ลูกชายชี้มาที่แม่บอกว่าคนนี้ สองคนนั้นคนนึงมาข้างหลังช้อนตัว เอามือปิดปากอีกคนยกขาแม่ขึ้น จับไปที่รถตู้ที่เขาแอบจอดที่ข้างบ้านแม่ อุ้มไปเลย

ลูกสาวอยู่ไหน?
แม่ภัทร : อยู่ในบ้านค่ะ

คุณเห็นมั้ย?
บีม : เห็นค่ะ

คุณทำยังไง?
บีม : ก็..มอง

ไม่ช่วยเหรอ?
บีม : ตอนนั้นพี่ชายบอกว่าจะพาคุณแม่ไปรพ. ไปหาหมอ ซึ่งหนูก็คิดว่าถ้าหากคุณแม่เป็นซึมเศร้า แม่ก็ควรได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

แล้วตอนนั้นแม่คุณเป็นอะไร?
บีม : แม่ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ

แม่ปกติดี คนมาอุ้มไป พี่บอกว่าเป็นจิตเวช เป็นซึมเศร้า ทำไมคุณถึงไม่ห้าม?
บีม : ตอนนั้นหนูก็รักพี่ และเคารพในสิ่งที่พี่บอก

เชื่อในสิ่งที่พี่บอก เขาบอกอะไรเชื่อหมด แม่เป็นซึมเศร้าต้องเอาไปรักษาก็ยอม?
บีม : ใช่ค่ะ

รถตู้เป็นรถอะไร?
แม่ภัทร : เป็นแอมบูแลนซ์ เหมือนรถกู้ภัย มีไซเรนข้างบน เขาติดสติ๊กเกอร์

เขียนได้ขนาดนี้ ไม่เชื่อหรอกว่าเป็นจิตเวช?
ทนายแก้ว : เป็นรถฉุกเฉินของศูนย์นี้ เขาเข้ามากี่โมง

แม่ภัทร : บ่ายโมงครึ่งค่ะ ประมาณนี้ ตอนเขาอุ้มออกไป อีกคนเปิดท้ายรถ วางตัวแม่ลงเอาเข้าท้ายรถ แม่ตะโกนร้องช่วยด้วย เขาเลยผลักแม่เข้าไปในรถ แล้วต่อยท้องค่ะ คนที่จับผลักแม่เข้าไปแล้วต่อยท้อง

ลูกชายอยู่มั้ย?
แม่ภัทร : เขาน่าจะอยู่ในบ้านมั้ง ตอนนั้นแม่ไม่เห็นใคร แม่ร้องช่วยด้วย เขาเอาขึ้นรถแล้วต่อยท้อง บอกเงียบ อย่าร้อง เขาล็อกกุญแจมือไว้กับเปลเล็กๆ ในรถ แม่เห็นเขาโทรศัพท์ไปอีกที่นึง บอกว่าเอารถมาเปลี่ยนหน่อย เพราะมันร้องให้ช่วย แล้วเขาก็ขับออกไป เขานัดหมายว่ามาที่ปั๊มปตท.นะ ที่เดิม เขาขับรถไปเรื่อยๆ แม่บอกว่าคุณจับเรามาเรื่องอะไร มีหมายจับ มีหมายค้นมั้ย เขาบอกถ้าพูดมากมึงโดนอีก แม่เลยเงียบ พอมาสักระยะนึง แม่เห็นเขาจะให้รถอีกคันนึงมาเปลี่ยน ตอนนั้นแม่คิดว่าลูกชายแม่น่าจะจ้างให้เขาเอาแม่ไปฆ่า ความรู้สึกตอนนั้น (ร้องไห้) แม่เลยบอกเขาว่าถามจริงๆ ลูกพี่ให้เธอพาพี่ไปฆ่าเหรอ เขาบอกว่ามันไม่ถึงตายหรอก เขาพูดแบบนั้น แม่บอกว่าทำแบบนี้ไม่ถูกนะ เขาบอกมึงเงียบ แม่ก็กลัวโดนทำร้ายก็เงียบ จนเขามาเปลี่ยนรถที่ปั๊ม รถมาจอดรออยู่แล้ว เขาเอารถที่จับแม่จอดคู่ข้างๆ เปิดประตูข้างๆ ผลักแม่ลงมาที่รถคันนี้ แล้วถอยรถออกมา แม่เลยมองเห็นทะเบียนรถที่ไปจับตัวแม่ แม่ก็จำทะเบียนรถได้

เขาพาแม่ไปที่ไหน?
แม่ภัทร : เขาพาแม่ไปสถานที่แห่งนึง แล้วจับแม่ลงไป มีพนักงานเขาสามคนพาแม่เข้าไปในห้อง แล้วก็มีเจ้าของมาบอกว่าเขาเป็นเจ้าของ แม่เลยบอกว่าจับมาทำไม

สถานที่เป็นยังไง?
แม่ภัทร : ข้างหน้าเขียนว่าเนิร์สซิ่งโฮม ประมาณนี้ ที่กาญจนบุรี เจ้าของสั่งให้สามคนนั้นขังแม่ไว้ในห้อง แม่บอกว่าทำแบบนี้ไม่ได้ แม่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร จะจับแม่มาขังไว้ไม่ได้นะ เขาบอกว่าเป็นบ้า เราก็บอกว่าไม่ได้เป็นบ้า ไม่มีประวัติจิตเวช ไม่มีประวัติเสพยา ไม่มีประวัติอะไรเลย ทำแบบนี้ผิดกฎหมาย เขาบอกว่ากูคือกฎหมาย เจ้าของเขาบอกแบบนี้ มึงมาอยู่บ้านกู มึงปากดีแล้ว จับมันแก้ผ้า เป็นผู้หญิงค่ะ แต่พนักงานสามคนนั้นก็มีผู้ชาย 2 คน ผู้หญิงคนนึง จับเราแก้ผ้า แล้วใส่แพมเพิสให้ ใส่เสื้อเรากลับมาตัวนึง บังคับให้เรากินยานอนหลับ โดยเอามายัดใส่ปากเรา ล็อกตัว ล็อกกุญแจมือไว้กับเตียง เอากุญแจมือล็อกขาไว้กับเตียง เราโดนจังในห้องนั้นเดือนนึง เขาส่งข้าวมาทางเหล็กดัดตรงหน้าต่าง ส่งข้าวส่งน้ำให้เราวันละสองมื้อ

แม่เข้าไปอยู่ในฐานะอะไร?
แม่ภัทร : เราไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย เราไม่มีประวัติเป็นผู้ป่วย พยายามบอกเจ้าของเขาว่าเราไม่ได้เป็นอะไร เราปกติ เขาไม่เชื่อ เราบอกว่าผิดกฎหมายนะ เขาบอกกูคือกฎหมาย ที่นี่บ้านกู เขาขังเราไว้ จากนั้นพยายามให้คนมาบังคับให้เราไม่พูดอะไร สถานที่ตอนแรกเขาขังห้องทึบ มีกรงเหล็กดัดที่หน้าต่าง ให้เราอึฉี่ในถังบรีส มีฝาปิดค่ะ ไม่มีห้องน้ำค่ะ ห้องน่าจะ 3x3 จนผ่านมาเดือนนึงเขาย้ายเราไปอยู่กรงใหญ่ ขังคนไว้ 12 คน

เอกภพ : ทำไมเรียกว่ากรง

แม่ภัทร : มันมีกรงเหมือนกรงขังนักโทษในคุกค่ะ โดนขังกรงใหญ่ กรงใหญ่มี 12 คน

ทนายแก้ว : เขาให้เราทำอะไร

แม่ภัทร : 7 โมงเช้าเขาให้เรานั่งที่เก้าอี้แล้วมัดเรากับเก้าอี้ มัดเชือก

จริงเหรอแม่?
แม่ภัทร : จริงค่ะ มีคนหนีออกมาเยอะแยะมาก แม่ออกมาแล้วติดต่อได้

มีคนยืนยันเรื่องนี้หลายคน เขาบอกว่าจริง?
แม่ภัทร : มัดเราตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น ถ้าเราจะขี้จะเยี่ยว เขามีถังบรีสอยู่ข้างๆ ตอนเย็นเขาก็มาเก็บไป ตอนเช้าก็มาตั้งไว้ ตอนกลางคืนก็ให้ขี้เยี่ยวในถัง อยู่ในกรงใหญ่อีก 11 เดือนค่ะ หนึ่งปีที่โดนขังอยู่ในกรงใหญ่

มีกรงอื่นอีกเหรอ?
แม่ภัทร : มีอีกค่ะ พอปีนึง มีคนนึงเขาจะได้ออกมาจากศูนย์นั้น เพราะลูกเขารู้ว่าไม่มีหมอ ไม่มีพยาบาล เขามารับตัว พอเรารู้ว่าคนนี้จะได้ออก แม่ก็แอบเขียนเบอร์โทรศัพท์ของน้องสาว ฝากคนนั้นมา

นี่คือสาเหตุที่น้องสาวช่วยแม่ออกมาได้ แม่แอบเขียนเบอร์โทรน้องสาว คือคุณนุช ให้กับคนที่ออกไปก่อน เขาออกไปได้ยังไง?
แม่ภัทร : เขาโดนขังเดือนนึง ญาติเขาโทรมา เขาอนุญาตให้คุยกับญาติ แล้วเขาบอกว่าในนี้ไม่มีหมอ ไม่มีพยาบาล โดนทรมาน ญาติเขารู้ก็เลยมารับกลับ เรารู้ว่าคนนี้ญาติจะมารับกลับ ก็แอบส่งเบอร์น้องสาวให้เขา แต่น้องยังไม่ได้มาช่วยได้นะ

คุณทราบตอนไหนว่าเขาขอความช่วยเหลือ?
นุช : ปี 68 เขาโทรไปหา บอกว่าพี่โดนจับที่นี่ๆ แล้วโดนทรมาน เขาโดนให้อาหารเหมือนให้หมากินค่ะ

พี่ทำยังไงบ?
นุช : ตอนแรกไม่เชื่อ คิดว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์หรือเปล่า ก็ไปเสิร์จตามที่เขาบอก ก็เจอเบอร์ศูนย์ ก็โทรไปบอกเขาว่าขอคุยกับพี่สาว เขาบอกไม่มี เขาปฏิเสธ แล้ววางสายไปเลย พี่ก็โทรกลับไปหาคนที่เขาติดต่อมา ว่าเขาโกหกหรือเปล่า พอโทรหาเขา เขาบอกว่าอยู่จริงนะ ก็ถามว่ารู้ได้ยังไง ทำไมเขาถึงติดต่อออกมา เขาบอกว่าขอบอกความจริงว่าเขาเคยอยู่ตรงนั้น แล้วโดนเขาโดนแบบนี้ แล้วลูกไปรับเขาออกมา ให้ไปช่วยพี่เขาหน่อย พี่เขาลำบากมาก

คุณทำยังไง?
นุช : ไม่ได้ไปถึงที่ ตอนแรกโทรหา เขาบอกว่าลูกชายเป็นคนเอาพี่ไปไว้ ก็ไม่กล้าคุยกับลูกชายเขา ก็โทรหาน้องบีม ว่าแม่ได้อยู่มั้ย น้องบอกว่าไม่อยู่ รู้มั้ยแม่อยู่ไหน น้องบอกไม่รู้ ก็เลยบอกเขาว่าแม่โดนไปที่นี่ๆ นะ เขาถึงรู้ว่าแม่โดนไปที่นี่เหรอ

นานแค่ไหนคุณไปอยู่ในนั้น?
แม่ภัทร : สองปีครึ่งค่ะ

คุณคิดว่าแม่คุณอยู่ที่ไหน?
บีม : หนูไม่ทราบว่าแม่อยู่ที่ไหน แต่หนูพยายามโทรหาทุกรพ.แล้ว แต่ไม่มี

ถามพี่ชายคุณมั้ย ว่าแม่ไปไหน?
บีม : ถามทุกครั้ง พี่ชายก็จะด่ากลับมา แล้วไม่บอก

ตั้งแต่แรกเขาบอกมั้ยพาแม่ไปไหน?
บีม : ไม่เคยบอกเลยค่ะ

สุดท้ายออกมาได้ยังไง?
นุช : ประสานกับหลานค่ะ แล้วบีบเขาด้วย พี่ได้คุยกับลูกชายเขาว่าได้ไปหาแม่บ้างมั้ย เขาบอกเขาขับรถไม่ได้ ไม่ได้ไปดู แต่โทรหาแม่ แม่อยู่สุขสบาย ก็บอกว่าไม่จริง ตรงนั้นถามคนที่ออกมาแล้ว มันไม่ได้อยู่สุขสบาย เขากินเหมือนหมานะ เขาโดนตีนะ ให้ไปเอาแม่ออกมา เขาก็ไม่ยอม พี่ก็ประสานหาคนไปช่วย

พี่ทำยังไง พี่สาวถึงได้ออกมาได้?
นุช : ติดต่อสามีพี่เขา เขาเลยไปคุยกับลูกเขา แล้วบอกว่าเอาเขาไปแบบนี้ มันผิดกฎหมายนะ ให้ไปเอาแม่ออก ตอนแรกเขาไม่ยอม พ่อเขาก็ขู่ๆ จนเขายอมเอาออก

พูดง่ายๆ อดีตสามีไปช่วยออกมา?
นุช : ค่ะ

ไปรับถึงที่มั้ย?
นุช : ไปรับถึงที่ค่ะ

มีจริงใช่มั้ย?
นุช : มีจริงค่ะ

ได้ไปบอกสถานที่นั้นมั้ย ทำแบบนี้ได้ยังไง?
นุช : ไม่ได้บอกค่ะ

เอกภพ : ระหว่างสองปีที่เข้าไป ลูกชายเคยไปเยี่ยมบ้างมั้ย

แม่ภัทร : ไม่เคยค่ะ ไม่ให้ติดต่อโลกภายนอก

ลูกชายคุณเขาจะโฟนอิน แต่ตอนนี้ไม่โฟนอินแล้ว เขาบอกจริงๆ แล้วลูกสาวเป็นคนให้พาแม่ไปตั้งแต่แรก เขาส่งหลักฐานมาด้วย คุณต้องพูดให้เคลียร์นะ เขาบอกว่าคุณรู้ตั้งแต่แรกว่าแม่ต้องถูกส่งไปรักษา ไปหาหมอ แต่ขณะเดียวกัน แม่ออกไปแจ้งความที่กองปราบ ลูกชายเอาตู้เซฟเขาไป แล้วเอามาคืนไม่ใช่ใบเดิม ตอนแรกผมฟังเรื่องก็เฮ้ย ใช่เหรอ ผมให้คนไปเช็กว่ามีข้อเท็จจริงเรื่องสถานที่จริงหรือเปล่า ซึ่งมีจริง ให้ไปตามหาบุคคลที่เคยอยู่ที่แห่งนี้ เขาก็หาเจอนะ ไปตามมาสองคน แล้วสองคนบอกว่ามีเหตุการณ์แบบนี้จริง พอลูกชายรู้ว่าแม่กำลังถูกตามหาตัว เขาทำยังไงกับแม่?
แม่ภัทร : เขาจับแม่ไปขังไว้กรงหมา ขังเดี่ยวเลยในกรงหมา 24 ชม. มีเตียงเหล็กเก่าๆ อยู่ในนั้น มีถังให้อึฉี่อยู่ในนั้น ถูกขังในกรงหมาปีครึ่ง เป็นกำแพง ไม่มีมุ้งลวด ไม่มีอะไรทั้งนั้น ไฟก็ไฟทางเดินของเขา พัดลมติดอยู่ผนังด้านนึงส่ายเฉยๆ เราอยู่ในนั้นก็ทรมานมาก เขาให้กินข้าวสองมื้อ ตอน 11 โมงครึ่ง กับบ่าย 3 โมงครึ่ง มีน้ำให้เราหนึ่งกระป๋องพลาสติกค่ะ ส่งผ่านกรง เวลาเอาข้าวก็สอดผ่านกรงเข้ามา

ให้ทีมงานประสานไปสถานที่แห่งนี้เขาเขียนว่าเนิร์สซิ่งโฮม คุณมีการเซ็นใบนี้แล้ว เจ้าของศูนย์เขาจะคุยนะ แม่ยืนยันว่าเป็นอย่างที่แม่พูดจริงๆ?
แม่ภัทร : ยืนยันค่ะ

ทนายแก้ว : ผ่านมา 2 ปี แล้วช่วยยังไงต่อ

แม่ภัทร : ได้รับข่าวจากศูนย์ว่าลูกชายเจ้าของศูนย์เขากลับมาจากต่างประเทศ เขาเห็นเรา ก็บอกว่าคนนั้นเหมือนไม่ผิดปกติ ทำไมนั่งอ่านหนังสือ นั่งเขียนหนังสือ เขาเลยเรียกเรามาคุย เราบอกว่าเราไม่มีประวัติจิตเวช ไม่มีประวัติเสพยา ไม่มีประวัติการพนัน แล้วเราโดนจับมาขังสองปีกว่าแล้ว ในขณะเดียวกันก็ได้ทราบข่าวว่าญาติโทรมา ทางพ่อของลูกโทรมาบอกเขาว่าถ้ายังไม่ยอมปล่อยตัวออกมา เขาจะเอาตร.ไปบุก ไปแจ้งความ ลูกชายเจ้าของศูนย์เลยยอมปล่อยตัวเราออกมา โดยมีเงื่อนไขว่าเราต้องเซ็นบันทึกฉบับนี้ก่อน

จากนั้นยังไงต่อ?
แม่ภัทร : เราก็ต้องยอมเซ็นค่ะ

ทนายแก้ว : มีใครไปช่วยเราบ้าง นอกจากอดีตสามี

แม่ภัทร : มีลูกชาย และน้องสาวค่ะ

นุช : จริงๆ เขาต้องให้ลูกชายไปเอาออก เพราะลูกชายเป็นคนเอาเข้า

ลูกชายยอมทำตามคำสั่งพ่อ?
นุช : ใช่ค่ะ แต่ต้องให้พี่ไปด้วย พี่ก็ไปค่ะ ก็ไปกับลูกชายเขา

ไปถึงแล้วเป็นยังไง?
นุช : จะเข้าไปรับพี่เขาข้างใน เขาไม่ให้เข้า เขาให้นั่งรอข้างนอก จนพี่เขาออกมา สภาพคือผมขาว แล้วผอมมากๆ เลย

แม่ภัทร : น้ำหนักลด 14 กิโลค่ะ

เอกภพ : ใครเป็นคนจ่ายค่าใช้จ่ายให้ที่แห่งนี้ครับ

แม่ภัทร : ลูกชายค่ะ จ่ายเดือน 3 หมื่น แต่ไม่เคยมาเยี่ยม ไม่เคยโทรมา ตอนได้รับการช่วยเหลือออกมาแล้ว ลูกชายบอกจ่ายเดือน 3 หมื่นเลยนะ อยู่ในนั้นเจ้าของก็พูดตลอดว่าเอาอีนี่ไปขังดีๆ นะ อย่าให้พูดกับใคร ถ้ามันออกไปเงินหายเลยนะ เจ้าหน้าที่หลายคนให้เราดูแลตัวเองดีๆ เพราะเขาจะขังเราไว้ตลอดชีวิตเลยนะ พี่เจ้าของศูนย์ไม่ยอมปล่อยออกมาหรอก เพราะคุณเป็นคนไข้ที่ญาติจ่ายแพงที่สุดในนี้แล้ว พอวันน้องไปช่วยออกมา น้องก็พาไปพักที่จังหวัดพิจิตร เพราะกลัวว่าถ้าอยู่กรุงเทพฯ ลูกชายจะมาจับไปอีก เพราะตอนแรกลูกชายบอกว่าจะเอาไปขังที่ใต้อีก

เขาพูดว่าไง?
นุช : เขาบอกว่าจะเอาแม่ไปไว้ใต้ เราก็บอกว่าไม่ยอม ตอนไปรับเขาเป็นคนขับรถไป พอขากลับ เราก็ขับเอง กลัวเขาพาไปลงใต้

น้องสาว ทั้งหมดทั้งมวล บีมรู้เรื่องมั้ย?
บีม : บีมโดนพี่ชายหลอกค่ะ ตั้งแต่แรกเขาหลอกว่าจะพาแม่ไปรักษาที่รพ.วนารมย์ค่ะ แต่ไม่ได้ไปที่นั่น

ทำไมคิดว่าเขาจะพาไปวนารมย์ ทำไมอนุญาต บีมอยู่กับแม่มากกว่าพี่ชายอีก ไม่รู้เหรอว่าแม่ไม่ได้เป็นอะไรเลย เขาปกติดี หรือแม่มีอาการอะไรมั้ย?
บีม : แม่ปกติดีค่ะ

มันค้านกับสิ่งที่หนูพูดกับพี่นะ เพราะคุณบอกว่าเบื่อแม่ ควรพาแม่ไปหาหมอ ประสาทจะแดก เอากุญแจบ้านกับคีย์การ์ดไป พอหายมาโทษหนู นี่ใครคุยกับใคร บีมคุยกับเบนซ์?
บีม : แชตปลอมหรือเปล่าคะ เพราะพี่ชายก็ปลอมเอกสาร ปลอมอะไรเยอะ

เอกภพ : จะบอกว่าเราไม่ได้คุยกับเขาเหรอ

บีม : ใช่ค่ะ ไม่ใช่หนูพิมพ์ค่ะ

อันนี้เบนซ์ส่งมาให้นะ?
บีม : รูปไลน์เป็นรูปเก่าหลายสิบปีแล้วค่ะ

เปิดไลน์คุณตอนนี้ได้มั้ย?
บีม : มีค่ะ ตอนหนูอยู่ต่างประเทศ หนูเกิดอุบัติเหตุล้มตกหน้าผา โทรศัพท์มันพังหมดเลยค่ะ ก็เลยไม่มีไลน์ ไม่มีข้อมูลอะไร

ทนายแก้ว : ไปอยู่เมืองนอกปีไหน

บีม : หนึ่งปีครึ่งก่อนกลับมาเมื่อเดือนที่แล้วค่ะ

เอกภพ : 27 พ.ค. ปี 66 หนูอยู่ไหน

ทนายแก้ว : อยู่เมืองไทยสิ เพราะเขาเพิ่งไปเมืองนอกปีกว่า

เอกภพ : ในแชตบอกว่าเอากุญแจบ้านมัณฑนาไป แล้วลืมเอง หนูได้พิมพ์แชตนี้มั้ย

บีม : ไม่ได้พิมพ์ค่ะ

นี่เป็นไลน์ที่พี่ชายคุณส่งมาให้เพื่อบอกว่าคุณก็รู้ว่าแม่ป่วย?
บีม : เรื่องแชตใครจะปลอมก็ได้นะคะ เพราะว่ารูปหนูเองอยู่ในโซเชียลอยู่แล้ว แต่เรื่องที่บอกว่าหนูทราบว่าพี่จะพาไปรพ. พี่บอกแค่นั้น พี่หลอกหนูว่าจะพาคุณแม่ไปรพ.วรารมย์ เพราะพี่ชายเองก็เคยไป แฟนพี่ชายเองก็เคยไป ตอนที่เขาทะเลาะกับพี่สะใภ้ ก็จะไปหาหมอมั้ย ไปทานยามั้ย จะได้จิตใจสงบลงนะ เขาก็ไปรักษาที่นี่ค่ะ

เอกภพ : ตกลงใครป่วยกันแน่

บีม : เราคิดว่าการไปหาหมอคือการรักษาโรค เราไม่ได้คิดว่าการไปหาหมอคือคนบ้าค่ะ ให้หมอวินิจฉัยว่าป่วยมั้ย ต้องทานยามั้ย ไปปรึกษาหมอเพื่อคลายความกังวล

ตอนนี้ต้องแยกเป็นเรื่องๆ อันดับแรก แม่ถูกส่งไปสถานบำบัดจริงมั้ย อันนี้จริง มีหลักฐานเรียบร้อย พี่ชายเป็นคนส่งไปมั้ย ส่ง เพราะแม่ยืนยันว่าส่ง แต่พี่ชายบอกว่าไม่ใช่ผมคนเดียว น้องสาวก็รู้ น้องสาวบอกว่าไม่จริง พี่ชายน่าจะปลอมไลน์ พี่ชายบอกน้องสาวว่าจะส่งแม่ไปรักษาจริง แถวสุขุมวิท ขณะเดียวกัน พี่กลับส่งแม่ไปอยู่กาญจนบุรี คุณยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการส่งแม่ไป?
บีม : ยืนยันค่ะ

คุณตามหามั้ย?
บีม : ตามหาค่ะ

คนๆ หายไปสองปีครึ่ง มันแปลกมากถ้าคุณจะอยู่เฉยๆ คุณตามหายังไงบ้าง?
บีม : ติดต่อทุกรพ.เลย แต่ไม่มี

ทนายแก้ว : ได้ถามพี่ชายมั้ยว่าไปวนารมย์แล้วไม่เจอ

บีม : ถามค่ะ แต่เขาไม่บอก ทุกครั้งที่หนูถามเขาจะด่ากลับมา พี่เบนซ์เอาคุณแม่ไปไว้ไหน เขาก็ว่าหนูกลับมาตลอด ด่าหนูว่าเป็นบ้าหรือเปล่า เป็นซึมเศร้าหรือเปล่า ไปหาหมอนะ

คุณแจ้งตร.มั้ยว่าแม่หายไป?
บีม : พี่ชายสั่งว่าไม่ให้บอกใคร ไม่ให้บอกแม้กระทั่งพ่อ

คุณไม่สงสัยเลยเหรอ?
บีม : ตอนนั้นหนูก็โง่เองที่เชื่อพี่ชาย เชื่อเขาทุกอย่าง เพราะคิดว่าเขาเป็นพี่แท้ๆ เขาคงไม่ทำร้ายแม่ หนูไม่ได้สมรู้ร่วมคิด

เอกภพ : ระหว่างคุณแม่ไม่อยู่ ได้ผลประโยชน์อะไรจากกพี่ชายมั้ย

บีม : ไม่ให้ มีแต่บอกให้ขายรถขายบ้านทิ้ง เป็นชื่อหนูแต่คุณแม่ซื้อทั้งหมด หนูพยายามยื้อทุกอย่างแล้ว แต่พี่ให้ขายบ้านขายรถทิ้ง ตอนแรกขายรถไปแล้ว หนูจำไม่ได้ว่ากี่บาท ขายปุ๊บเขาบอกให้ขายบ้านต่อ

เอกภพ : เงินที่ขายอยู่ไหน

บีม : อยู่ที่หนู ไม่ได้แบ่งให้พี่ชาย

ต้องขอโทษคุณแม่ด้วยนะที่ถามแบบนี้ เพื่อความเป็นธรรมของหลายๆ ฝ่าย และเพื่อความเป็นธรรมของแม่เอง ไม่ได้ถามเพื่อให้แม่รู้สึกว่าเคลือบแคลงใจลูกสาวนะ?
แม่ภัทร : ไม่เคลือบแคลงใจ เพราะรู้โดยตลอด ตอนหลังพ่อของเด็กบอกว่าบีมพยายาม ขนาดเขาตกเขาฟันร่วงหมด บาดแผลเต็มหน้า เขาพยายามจ้างทนายคนนึงเป็นผู้หญิงเพื่อตามหาแม่ที่สถานที่นี้ (ร้องไห้) พอทนายไปสืบหาปุ๊บ นั่นแหละแม่ก็โดนทรมานมากขึ้นอยู่ตลอดเวลา แล้วลูกชายโทรไปขู่ทนาย โทรบอกญาติทุกคนว่าถ้าใครไปช่วยแม่ออกมา จะรับผิดชอบมั้ย ลูกชายจะเอาเรื่อง เขาห้ามน้องไม่ให้ช่วย

ทนายแก้ว : มูลเหตุจูงใจที่จับพาไปขังแบบนั้น มาจากสาเหตุอะไร

แม่ภัทร : เขาต้องการโรงงานให้ตัวภรรยาและน้องภรรยาเข้ามาบริหาร เขาต้องการตู้เซฟว่าแม่เก็บอะไรไว้ เขามีรหัสตู้เซฟ แม่มีทองคำแท่ง 100 บาทอยู่ในตู้เซฟ มีสร้อยคอทองคำ ข้อมือทองคำ ที่มีหลักฐานรวมมูลค่า 9 ล้านกว่าบาท แต่ที่เป็นกระเป๋าหลุยส์ นาฬิกาเพชร ซึ่งแม่ไม่ได้ถ่ายรูป หาใบซื้อขายไม่ได้จำนวนนึง บ้านที่แม่ยกเป็นชื่อลูกชายกับลูกสะใภ้ หลังเขาทะเลาะกันแล้วด่าว่าแม่เยอะๆ แม่เลยบอกว่าถ้าเบนซ์ด่าแม่ เดี๋ยวแม่จะเอาบ้านคืนนะ ให้ลูกชายกับลูกสาวโอนบ้านคืน

น้องหาอะไรอยู่?
บีม : กำลังหาแชตที่พี่เคยขู่ทนาย

ตอนนี้หนูเองตื่นเต้นเปล่า?
บีม : ตื่นเต้นค่ะ

หนูเป็นคนพูดไม่เก่งหรือเปล่า?
บีม : ใช่ค่ะ

ตอนนี้สังคมถามว่าลูกสาวสมรู้ร่วมคิดหรือเปล่า ทำไมตอบอะไรไม่ชัดเจน?
บีม : ตอนแรกเลยพี่ชายหลอกหนูว่าจะพาคุณแม่ไปรพ.วรารมย์ คุยกับหนูว่าถ้าเข้าไป คุณแม่ไม่เป็นอะไร ก็เอาคุณแม่กลับมาปกติ เอาคุณแม่ไปตรวจ หนูก็โอเค ถ้าคุณแม่ป่วยจริงก็ต้องได้รับการรักษา ตามระยะเวลาที่หมอวินิจฉัย

แม่มีอาการป่วยให้เราเห็นมั้ย?
บีม : ตอนนั้นที่บ้านหนูการเข้าหาจิตแพทย์เป็นเรื่องปกติค่ะ เครียดก็ไปหา

หนูอยู่กับแม่ตลอด ไม่รู้เลยเหรอว่าแม่ปกติดี เขาไม่ได้ป่วย หรือคิดว่าเขาป่วยจริงๆ เห็นเขาป่วยมั้ย?
บีม : คุณแม่ไม่ป่วยค่ะ

แต่การที่มีคนมาบอกว่าแม่ป่วยต้องไปส่งรพ. ไม่ค้านเหรอ?
บีม : ด้วยความที่พี่ชายเป็นพี่ชายแท้ๆ มันเหมือนเขาเป็นผู้ใหญ่ เขาพูดอะไรเราก็ต้องโอเค เขาห่างกับหนู 7-8 ปีค่ะ พอพี่ชายพูดว่าแม่ป่วยนะ เราก็เชื่อค่ะ หนูโดนหลอก พอพี่ชายพาคุณแม่ไปปุ๊บ เขาก็เอาไปขัง แล้วไม่บอกหนูเลยว่าแม่อยู่ที่ไหน ตอนแรกหนูถามว่าแม่อยู่ไหน รพ.ไหน ขอติดต่อแม่หน่อย หนูไม่รู้อะไรเลย ทุกครั้งที่ถามช่วงแรกๆ เขาบอกไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพี่ดูเอง พอผ่านไปเดือนนึงมันนานแล้วนะ ขอไปเยี่ยมคุณแม่หน่อยได้มั้ย คุณแม่อยู่ไหนทำไมไม่บอก เขาบอกอีกเดือนจะเอาออกมา เขาหลอกหนูไปเรื่อยๆ จนหนูไปจ้างทนายความ ผัดแบบนี้จนเข้าเดือนที่ 6 ทรัพย์สินคุณแม่ หนูก็มีผ่อนมีอะไร หนูเอาเงินเก็บทั้งหมดของหนูจ่ายเพื่อยื้อทรัพย์สินคุณแม่ไว้เป็นรถเป็นบ้าน พี่ชายเขาเห็นหนูไม่มีเงิน เขาก็บอกให้ขายรถขายบ้าน เขาวางแผนตั้งแต่แรกแล้วให้หนูหมดตัว ถ้าหนูไม่มีเงินหนูก็ช่วยคุณแม่ออกมาไม่ได้ พอถึงตอนนั้นประจวบกับคุณแม่ส่งคนออกมาบอกอี๊พอดี อี๊โทรหาหนู หนูก็บอกอี๊ว่าพี่เขาบอกให้หนูขายบ้านนะ อี๊บอกอย่าไปขายนะ ทำไมเชื่อเขา ให้ฟังอี๊ พอเริ่มประสานกับอี๊ พี่ชายรู้เขาก็โทรไปจิตวิทยากับทุกคนเลยที่พยายามโทรเข้าไปศูนย์นั้นเพื่อติดต่อกับคุณแม่ พี่เขาบอกว่าเดี๋ยวเขาจัดการเอง ไม่ต้องยุ่ง หนูก็ไม่รู้จะจัดการอะไร แต่หนูบอกพี่เสมอว่าพี่ทำแบบนี้ไม่ถูก ต้องเอาคุณแม่ออกมา แล้วคุณแม่อยู่ไหนก็ไม่รู้ ไปขังแม่ไว้ที่ไหน ทำไมทำกับแม่แบบนี้ มันบาปนะ

เอกภพ : พี่ชายมาเอาตู้เซฟไปตั้งแต่เมื่อไหร่

บีม : เอาไปตอนแม่เข้าไปได้ไม่กี่เดือนค่ะ ช่วงแรกๆ

เอกภพ : เราได้ถามมั้ยเอาตู้เซฟไปทำอะไร ในเมื่อเอาแม่ไปรักษาแล้วเกี่ยวอะไรกับตู้เซฟแม่

บีม : เนื่องด้วยตอนนั้นหนูมีแพลนจะไปทำงานต่างประเทศ ก็ปรึกษาพี่ชายว่าทำยังไงดี ตู้เซฟอยู่ในบ้าน พี่ชายก็บอกว่าให้หนูปล่อยบ้านให้เช่าสิ หนูจะได้มีเงินเพราะเขาเอาโรงงานไป เขาให้หนูปล่อยเช่าบ้าน หนูทำยังไงดี เดี๋ยวมีคนมาเช่าบ้านแล้วเห็นตู้เซฟ หนูแค่ถามแค่นั้นเลยนะคะ วันรุ่งขึ้นเขาเอาคนมายกตู้เซฟออกเลย หนูบอกว่าทำไมมัดมือชกหนูแบบนี้ หนูไม่ได้ตกลงจะเอาให้นะ ห้องที่เก็บตู้เซฟมีกุญแจล็อกไว้อยู่แล้ว ถ้าไม่เอาออกก็ไม่มีใครรู้ แค่บอกคนเช่าว่าห้องนี้ขอสงวนสิทธิ์ห้ามเปิด แต่ให้หนูเปิดประตูบ้านแล้วเข้ามาเอาตู้เซฟไปเลย บอกหนูให้เอากุญแจเซฟมา หนูบอกทำแบบนี้ไม่ถูกนะ เพราะแม่ให้พี่รู้รหัสเซฟ แต่ให้หนูเก็บกุญแจไว้ หนูเองไม่รู้รหัสเซฟ พี่เองไม่มีกุญแจเซฟ ต้องแบ่งกันเก็บ ทำไมทำแบบนี้ เขาบอกจะเอามามั้ย มาขู่หนู หนูก็ร้องไห้ บอกว่าทำไมมาเอาของแม่ไป เอาคนมา 4-7 คน เพราะตู้เซฟใหญ่มาก

แม่เชื่อใจลูกสาวแม่มั้ย?
แม่ภัทร : เชื่อค่ะ

จบ จะได้ไม่ต้องซักต่อ ทำไมถึงเชื่อ?
แม่ภัทร : ตลอดเวลา หลังออกมาแล้ว ทั้งอี๊เขา พี่สาวเรา พ่อของลูกก็บอกว่าบีมขนาดตกเขา เกิดอุบัติเหตุ เขาก็หาทางช่วยเหลือ ขนาดไม่มีเงินจ้างทนายเขาก็อ้อนวอนทนายว่าช่วยแม่ก่อนได้มั้ย แล้วเขาค่อยเอาเงินมาให้

เอกภพ : คุณแม่ไม่ถามเหรอว่าระหว่างเอาเงินไปจ้างทนายกับแจ้งตร. อันไหนจะได้ประโยชน์มากกว่ากัน

แม่ภัทร : เขาอยู่ต่างประเทศค่ะ เขาเลยมาแจ้งตร.ไม่ได้ ตอนที่เขาช่วยประสานเขาอยู่ต่างประเทศ

แม่เชื่อว่าลูกสาวไม่ได้มีส่วนพัวพันกับลูกชายสมรู้ร่วมคิดให้แม่ไปอยู่สถานที่แห่งนี้?
แม่ภัทร : ใช่ค่ะ แล้วญาติพี่น้องเรา พี่สาว น้องสาว อดีตสามีก็ยืนยันว่าลูกสาวพยายามจะช่วยค่ะ

บีม : หนูประสานกับคุณพ่อ และน้องคุณแม่ ประสานมาตลอดให้ตามหาคุณแม่ค่ะ

พูดง่ายๆ ถ้าประสานกับพี่ จะติดต่อทางนี้ทำไม ก็ปล่อยลอยแพแม่ไปเลย แต่หนูไปจ้างทนายเอง ตามน้องสาวแม่ ตามพ่อมาให้ประสานกับทางแม่?
บีม : ถูกต้องมั้ย

จริงมั้ย?
นุช : จริงค่ะ

บีม : ตอนพี่เอาเซฟไป พี่สะใภ้ก็รู้ด้วยเอาไปเก็บที่บ้านเขา อยู่สายไหมค่ะ ช่วงระยะเวลาที่หนูพยายามช่วยคุณแม่ออกมา ทุกครั้งที่พี่โทรมา เขาถามว่าอยากเอาแม่ออกมามั้ย อยากช่วยแม่มั้ย หนูพูดเสมอว่าพี่เบนซ์ทำแบบนี้ไม่ถูก พี่เบนซ์หลอกหนูมาตลอด อันนี้มันบาปกรรม ให้เอาแม่ออกมา สงสารคุณแม่ เขาบอกหนูว่าให้หนูไปตายก่อน ให้ไปฆ่าตัวตาย แล้วเขาถึงจะปล่อยคุณแม่ เขาพูดกับหนูแบบนี้

เอกภพ : จบรายการ พี่จะเอาหนูไปให้ปากปคำด้วยนะ

บีม : ได้ค่ะ

หลังแม่ออกมาแล้ว แม่ทำยังไงบ้าง?
แม่ภัทร : ไปรพ.จิตเวช ไปตรวจก่อนค่ะ ผลออกมาคือปกติค่ะ

แม่ไปตรวจวันที่ 13 ส.ค. 69 แล้วไปแจ้งความที่กองปราบ วันที่ 20 ส.ค. บอกว่า 21 ก.พ.67 โดนบุตรติดต่อคุณไปอยู่ที่ผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยมีชายไทยไม่ทราบชื่อพาตัวคุณไป ใช้คำว่าจับตัวไป เจ้าของศูนย์มีการกักขังหน่วงเหนี่ยวแม่เอาไว้ แม่เองแจ้งแล้วขอความประสงค์ออกจากตรงนั้น มีการถูกทำร้ายร่างกาย มีการใช้มือตีตามร่างกาย แม่เลยแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้?
เอกภพ : กองปราบเรียกสอบปากคำหรือยัง

แม่ภัทร : เรียกแล้วค่ะ พยานยังไม่ได้สอบค่ะ

ส่วนทองที่แม่บอกว่าซื้อไว้ ซื้อจากโต๊ะกัง 10 บาท อยู่ในเซฟ จากนั้นเขาเอาเซฟมาคืน ทำไมแม่มั่นใจว่าคนละใบกัน?
แม่ภัทร : เพราะว่าเซฟที่แม่ซื้อจากบริษัท แต่ใบที่เขาเอามาคืนมันคนละลูกเลย

ทนายแก้ว : ของข้างในทรัพย์สินเหมือนกันมั้ย

แม่ภัทร : ยังไม่ได้เปิดค่ะ แต่วันที่แม่ไปแจ้งความกองปราบ ลูกชายออกตัวเลยว่าเซฟที่ยกไปไม่ได้เปิดนะ ไม่ได้รู้ว่าข้างในมีอะไร ไม่มีทรัพย์สินอะไรเลยนะ แม่ขอกุญแจคืน เขาก็ถ่วงมาเรื่อย จนส่งตู้เซฟตู้ใหม่มาให้ค่ะ

เอกภพ : แม่เลยตัดสินใจไปแจ้งความที่สน.วังทองหลาง วันที่ 3 ต.ค. เรื่องเซฟ

แม่ภัทร : ใช่ค่ะ

มีใครเคยทักไปหาทนายไข่มุกมั้ย?
บีม : ทักไปค่ะ ขอความช่วยเหลือค่ะ แล้วก็สอบถามค่ะ

ทนายไข่มุกโพสต์ว่าคดีนี้มีการร้องไปที่เขา?
บีม : ร้องหมดค่ะ ทนายไพศาล ทนายไข่มุก

เอกภพ : ถ้าเป็นเรื่องจริง เรื่องใหญ่มากเลยนะ เอาตัวไปกักขังทำร้าย โอ้โห

ต่อสายหาเจ้าของเนิร์สเซอรี่ มันเป็นเรื่องใหญ่โตไปเลย?
เอกภพ : เรื่องใหญ่ เอาคนไปขังไปซ่อนนาน 2 ปีเลยนะ ไม่งั้นคนนึงก็ถูกอุ้มหายไปได้ แถมบ้านอยู่สายไหมอีก

น่าตกใจมาก ตอนแรกบอกจะโฟน ตอนนี้ไม่รับแล้ว เขาบอกถูกกฎหมาย?
เอกภพ : แต่ทำแบบนี้ไม่ได้ไง

โฟนอินเจ้าของศูนย์ “คุณแมว” รู้จักเขามั้ย?
แมว : รู้จักค่ะ เขาชื่อณภัทรค่ะ เคยมาอยู่ที่ศูนย์แล้วเพิ่งกลับไป ประมาณ 2 ปีครึ่งค่ะ

ใครพามาฝากไว้?
แมว : ลูกชายค่ะ

ลูกสาวเคยพามาฝากมั้ย?
แมว : ไม่เคยมาค่ะ

ตอนเอาไปฝาก ลูกสาวเกี่ยวข้องมั้ย?
แมว : เรามีสัญญาการจ้างเหมือนทั่วๆ ไปค่ะ ว่าใครเป็นเจ้าของไข้ ติดต่อเจ้าของไข้คนเดียวค่ะ ญาติคนอื่นบางทีไม่รู้จักค่ะ

สัญญาใครลงนาม?
แมว : ลูกชายค่ะ

การดูแล ดูแลเป็นยังไง?
แมว : เราเป็นสถานรับดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยพึ่งพิงค่ะ ตามใบอนุญาต สบส. 5

คุณมีตีผู้ป่วยมั้ย?
แมว : ไม่มีค่ะ

เอกภพ : ตอนเอาเข้าไป ลูกชายให้รายละเอียดกับศูนย์ยังไง

แมว : ทำร้ายข้าวของ คลุ้มคลั่ง มีถ่ายวิดีโอ มีคลิปวิดีโอให้เราดูค่ะว่าเขาดูแลกันไม่ได้ เขาบอกคลุ้มคลั่ง ทำร้ายร่างกาย ทำร้ายร่างกายลูกสาวและลูกชาย

แม่เคยทำร้ายร่างกายคุณมั้ย?
บีม : ไม่เคยค่ะ

เคยอาละวาดทำร้ายข้างของมั้ย?
บีม : ไม่เคยค่ะ

คุณเห็นภาพที่ไหน?
แมว : เป็นคลิปวิดีโอจากลูกชายค่ะ เคยส่งมาให้เราดูค่ะ

คุณเห็นกับตามั้ย?
แมว : ไม่เห็นค่ะ

ทนายแก้ว : แล้วเชื่อได้ไงว่าผู้ป่วยมีอาการแบบนั้น

แมว : ในศูนย์ที่รับดูแล จะมีผู้สูงอายุที่ญาติต้องการฝากดูแล บางคนเป็นผู้สูงอายุธรรมดา หรือมีปัญหาครอบครัวก็ตามแต่ แต่เราจะรับเฉพาะคนที่มีลูกหลามาฝากเราโดยตรง ไม่ใช่จะเอาใครเข้ามาโดยไม่ได้เป็นอะไรกัน ถ้าเป็นลูกเป็นหลาน หลายๆ คนที่อยู่ที่นี่ ลูกหลานเอามาส่ง เพราะเขาดูแลไม่ได้ เป็นเจ้าของไข้ที่ถูกต้อง

คุณไปรับเขามายังไง?
แมว : เราไม่ได้ไปรับค่ะ ลูกชายพามาค่ะ ลูกชายติดต่อรถแอมบูแลนซ์เอกชนมาค่ะ

ตอนเข้าไป จับแก้ผ้าเลยใช่มั้ย?
แมว : ไม่มีค่ะ (หัวเราะ)

เคยขังผู้ป่วยมั้ย?
แมว : คนไข้เราเป็นคนไข้จิตเวช ทะเลาะเบาะแว้ง เราก็ต้องแยกค่ะ จะปล่อยให้เขาตีกันไม่ได้

การแยกคือการขังไว้?
แมว : มีส่วนต้องแยกขัง เพราะเป็นคนไข้จิตเวช ห้องต่างๆ ที่เราทำ จะทำตามใบอนุญาตของสบส.

เอกภพ : ตอนรับคุณแม่เขาเข้าไปรับด้วยเงื่อนไขอะไร คนแก่ธรรมดาหรือผู้ป่วยจิตเวชถึงแยกขัง

แมว : คนไข้อยู่ห้องเดี่ยวนะคะ เราดูจากลูกต้องการมาฝากเราดูแล เพราะเขาดูแลไม่ได้ มีการทำร้ายกัน

เอกภพ : พี่รับคุณแม่ในเงื่อนไขอะไร

แมว : ญาติให้ข้อมูลว่าทำร้ายร่างกาย ตอนแรกเราไม่ทราบว่าจิตเวชค่ะ เราฟังจากญาติค่ะ

เอกภพ : คุณแม่เขาบอกมั้ยว่าไม่ประสงค์จะอยู่ที่นี่ เขาพูดตั้งแต่วันแรก ถูกต้องมั้ย ในเมื่อเขาไม่ใช่ผู้ป่วยจิตเวช เขาบอกว่าเขาไม่ประสงค์จะอยู่ที่นี่

แมว : คนไข้บอกไม่อยากอยู่ค่ะ เรารับฝากดูแลจากลูกค่ะ

หมายความว่าต่อไปนี้ ใครต้องการกำจัดใครก็สามารถบอกเขาป่วยจิตเวช แล้วไปฝากพี่แมวได้?
แมว : เรารับดูแลผู้สูงอายุค่ะ

ใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการตัดสินว่าเขาเป็นผู้ป่วย?
แมว : คล้ายๆ ถ้ามีลูกมาฝากดูแล เราก็คาดว่าเขาคิดว่าเราจะดูแลได้ดีกว่าเขาดูแลเองที่บ้าน คนไข้ต้องพลิกตัวโน่นนี่นั่นค่ะ

ผิดตรรกะมนุษย์แล้วนะ อยู่ดีๆ บอกพ่อป่วย แม่ป่วย ไม่มีการเรียกดูประวัติ แล้วรับไปเลย เสร็จแล้วแยกขัง เพราะคิดว่าเป็นผู้ป่วยตามที่บุคคลเหล่านั้นกล่าวอ้าง ไม่ถูกต้องนะ?
แมว : เขานอนห้องเดี่ยว เขาขอนอนห้องเดี่ยว กลางวันก็ดูแลทั่วไป เหมือนผู้สูงอายุทั่วไป

เวลาเขาคลุ้มคลั่งใช้ยาตัวไหน?
แมว : ไม่เคยใช้ยาเลยค่ะ

แต่ทางนี้บอกให้ยานอนหลับเขานะ?
แม่ภัทร : ใช่ค่ะ

แมว : ไม่ได้ให้ค่ะ

เขาตรวจเจอนะ?
แม่ว : ไม่เป็นไรค่ะ เราไม่ได้ให้ คนไข้ตอนมาอยู่กับเราแล้ว หลังจากดูแลไปสักพัก คนไข้บอกว่าเขาเคยทะเลาะกับลูก แต่เขาเหมือนได้มาคิดว่าเขาไม่ควรทำแบบนั้น เป็นคนพูดกับเรารู้เรื่องค่ะ

เมื่อกี้บอกจับเขาแยกขัง แสดงว่าต้องประเมินแล้วว่าเขามีปัญหาทางจิตเวช?
แมว : คนไข้นอนห้องเดี่ยวค่ะ

เมื่อกี้พี่บอกมีการแยกขัง?
แมว : เรามีห้องต่างๆ แยกคนไข้ เวลาคนไข้มีอาการ เป็นมาตรฐานสบส. ถ้าคนไข้อาละวาด ทุบตี เราต้องมีห้องแยก คนไข้มาตอนแรกๆ เขามีอาการพูดไม่รู้เรื่องค่ะ เราจำเป็นต้องแยกเขาเพื่อความปลอดภัย เพราะเราไม่รู้เขาเป็นยังไง เราต้องเรียนรู้คนไข้ก่อนว่าแรกรับมาเขาเป็นยังไง จากการฟังจากญาติ

ยานอนหลับ ถ้าเขาไปเช็กมาแล้วเจอ พี่แมวจะตอบยังไง?
แมว : ไม่ได้ให้ค่ะ

เอกภพ : ตลอด 2 ปี ได้ให้ยานอนหลับ หรือยาเกี่ยวกับจิตเวชให้เขาทานมั้ย

แมว : ไม่มีค่ะ

เอกภพ : ปกติที่ศูนย์ มีคุณหมออยู่มั้ยครับ

แมว : สถานรับดูแลพวกนี้เราจะไม่มีหมอนะคะ ตามกฎเกณฑ์ กฎหมายจะไม่มีหมอ แต่เราคอนเซ้าท์กับหมอได้ ถ้าคนไข้เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ส่วนใหญ่เราส่งรพ.ทั้งหมดค่ะ เราจ่ายยาจิตเวชไม่ได้ค่ะ

เอกภพ : รู้มั้ยว่าคุณแม่เขาเส้นผม 20-30 เซนฯ จะตรวจเส้นผมย้อนกลับไป ถึงช่วยที่อยู่กับพี่แมว ถ้าเจอยาหรือสิ่งผิดปกติในช่วงนั้นๆ พี่แมวต้องรับผิดชอบนะ

แมว : ได้ค่ะ

ทนายแก้ว : มีกฎหมายมาเกี่ยวข้องเรื่องหน่วงเหนี่ยงกักขัง อาจมีความผิดเรื่องสถานพยาบาลด้วย ตรงนี้มีโทษจำคุก 3- 6 ปี ต้องไปพิสูจน์กันว่าทำร้ายร่างกายหรือเจตนาสมรู้ร่วมคิดกับลูกเขาหรือเปล่า ก็ไปใคร่ครวญดีๆ

แมว : เราก็อยากเรียนเชิญให้โหนกระแสเข้ามาดูสถานที่เรา วิธีการรักษา ว่าทำไมเราถึงได้ใบอนุญาตสบส.ทุกปี เราต้องผ่านทุกอย่าง ต้องเหมาะที่จะรับ ไม่งั้นเราจะไม่ได้ใบอนุญาตต่อเนื่องค่ะ

เอกภพ : ลูกชายจ่ายเงินเดือนให้คุณแม่เขาเดือนเท่าไหร่

แมว : 2 หมื่นค่ะ ห้องเดี่ยว

ทนายแก้ว : ห้องเดี่ยวแถมถังขี้ด้วยไม่มีห้องน้ำ

แมว : สมัยก่อนเรามีห้องน้ำ แต่คนไข้ชอบเอาปลอกหมอน ผ้าห่มแช่น้ำหมด เราก็เลยต้องเอาห้องน้ำออก แล้วให้คนไข้เดินไปเข้าห้องน้ำด้านข้าง

เอกภพ : แต่ส่วนของคุณแม่ไม่ได้เป็นคนไข้ เป็นแค่ผู้สูงอายุธรรมดา

แมว : เราก็ถือว่าอยู่ในความดูแล ถ้าต้องการเข้าห้องน้ำก็เรียกได้ แต่บางรายเรามีถังให้สำหรับฉี่ถ่าย เนื่องจากบางครั้ง เรียกไม่ทัน ปวดมาก ไม่ทัน ก็ต้องมีสำรองไว้ให้ เป็นถังฉี่วางไว้ให้ด้วย

แม่ภัทร : มีห้องน้ำ แต่เป็นห้องน้ำอยู่ด้านนอก ซึ่งกรงที่ขังเราอยู่ไกลจากห้องน้ำ เขาล็อกกุญแจทุกกรงค่ะ

เป็นกรงเลยเหรอพี่?
แมว : ทางสบส. ต้องการให้เรามีกรง เพื่อไม่ให้ทำร้ายกันได้ค่ะ ตามมาตรฐานของเขา

พี่พูดตลอดเวลาว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวช แต่ขณะเดียวกัน การรับเข้ามาต้องตรวจสอบ ดูเวชระเบียบ ประวัติผู้ป่วยก่อนมั้ย?
แมว : จริงๆ เราเป็นสถานที่รับดูแล ใครก็ตามที่เอาผู้สูงอายุมาฝาก เราก็รับดูแลหมดค่ะ อาจเป็นลูกพาแม่มา ผู้สูงอายุที่ฝากเช้ากลับเย็น

โดยไม่จำเป็นต้องดูอะไรเลยเหรอ?
แมว : เราเชื่อความเป็นแม่ลูกค่ะ

ไม่เป็นช่องว่างไปหน่อยเหรอ ใครต้องการจำกัดใครบอกว่าเป็นลูกฉันฝากขังตายไปเลยปีสองปี?
แมว : เรามีใบเชื่อมโยงว่าเป็นลูกจริงค่ะ

เวชระเบียนสำคัญ พี่ไม่ดูก่อนเลยเหรอ เชื่อเลยเหรอ?
แมว : จะใช้คำว่าเชื่อมั้ย เชื่อ แต่เราบอกให้ลูกพาคุณแม่ไปตรวจหาหมอนะ เราก็ให้คำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา

ถ้าคุยกับสบส.บอกว่านี่ไม่ใช่หลักการ ก็จบเลยนะ อยู่ในสายกับ “คุณบี” เคยอยู่ที่นี่มาก่อน?
บี : เคยไปอยู่ครับ เจอเยอะมาก ใครไปทะเลาะกับเขา เขาไม่ได้มีกฎระเบียบที่ตายตัว ใครทะเลาะกับเขา เขาก็จับขัง แล้วใส่กรงคอก ใส่กุญแจมือ ห้องก็ไม่มีมุ้งลวด ยุงกัดครับ

คุณอยู่นานแค่ไหน?
บี : นานครับ เป็นพระถูกจับไป แล้วถูกจับสึก ทั้งที่ตรวจแล้วพระไม่มีสารอะไร

ทนายแก้ว : แต่ละวันทำยังไงบ้าง ตื่นกี่โมง กินข้าวยังไง ถ่ายยังไง

บี : ที่ขับถ่ายคือห้อง บางที 8 คนนอนรวมกัน ถ่ายอุจาระถังเดียว ถังแป๊บ ก็ดมขี้เยี่ยวเพื่อน สกปรกมาก เขาล็อกประตูไม่ให้ออกครับ

เอกภพ : เขาเคยทำร้ายแบบไหนบ้าง

บี : เขาเอาไม้พายตีครับ ตีตามข้อ ตามกระดูก ตามมือ คนแก่บางทีหลงๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราว ญาติไม่ได้ไปเยี่ยม เขาจะทำอะไรกับคนไข้ก็ได้ครับ

ยืนยันว่าที่ที่เดียวกัน?
บี : ที่เดียวกันครับ บางมื้อกับข้าวแย่มาก แทบไม่มีเนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์ต่อคนได้กินไม่ถึงกิโล ส่วนใหญ่เป็นลูกชิ้น เป็นแป้ง ปูปลอม กุ้งปลอมที่ทำเป็นลูกชิ้น รสชาติก็แย่มาก แกงเขียวหวานน้ำใสแจ๋วกินแทบไม่ได้ บางทีให้กินไข่ดาวลูกเดียว กับข้าวจานใหญ่ๆ เขาตักแล้วให้กิน

ถามนิดนึง ที่ศูนย์เคยเอายาอะไรให้คุณกินหรือไม่?
บี : กินทุกวันครับ ยาจิตเวชครับ

คุณเตรียมไปหรือศูนย์จัดให้?
บี : ยาที่ศูนย์จัดให้ครับ

ญาติพี่น้องฝากให้ศูนย์ไปหรือเปล่า?
บี : บางทีป่วยขอยาก็ไม่ให้ เขาไม่ชอบขี้หน้าก็แกล้งครับ เขาทรมานคนไข้สุดๆ ใครไปติไปว่าเขาไม่ได้ เขาไม่ชอบขี้หน้าใครก็แกล้งคนนั้นครับ ไม่มีสิทธิ์เอ่ยปาก เหมือนสถานที่กักเชลยศึกเลยครับ

เคยได้รับยานอนหลับจากศูนย์นี้มั้ย?
บี : เคยครับ แต่ผมขอเขาครับ

พี่แมว เวลาคนไข้ขอยานอนหลับ พี่ก็เตรียมให้?
แมว : เราพิจารณาให้ตามแพทย์สั่งค่ะ

ยานอนหลับออกมาจากไหน?
แมว : คนไข้ต้องได้รับการตรวจมาก่อน มียามากับคนไข้ ในนั้นเขาอาจเขียนว่าให้ได้เวลาไม่หลับ ให้ตามหมอสั่ง ตามที่ยาคนไข้มากกับคนไข้ค่ะ

เอกภพ : คุณหมอที่ไหนสั่งครับ

แมว : แล้วแต่คุณหมอรับจากที่ไหนก็เป็นยาจากที่นั่น

เอกภพ : พี่แมวบอกถ้าคนไข้ร้องขอก็จัดให้ เอายามาจากไหน

แมว : มันมากับคนไข้อยู่แล้ว บางรายเขียนข้างซองว่าให้เมื่อไม่หลับ เราก็พิจารณาตามนั้น ไม่ได้ให้ทุกวัน

ทนายแก้ว : บีเข้าไปเอายาไปด้วยมั้ย

บี : ไม่ได้เอาเข้าไปครับ เป็นยาที่เขาจัดให้กินครับ

ทนายแก้ว : เขาบังคับให้กินเหรอ

บี : ใช่ครับ ใครไม่กินก็โดนตบครับ โดนทำร้าย เขาต้องให้กินให้ได้

แมว : โอ้โห เราอยากเชิญทีมงานให้มาที่เรา เราจะเชิญสบส.มาด้วย มาเพื่อให้ความเป็นธรรม เคสแต่ละเคสถ้ารู้คนไข้ เราจะได้เปิดชาร์ตคนไข้ว่าเขากินยาแบบไหน ตอนนี้เรานึกไม่ออกว่าเป็นใคร

บี : ญาติผมฝากค่าขนมไว้ บางทีเราไม่ได้อยากกิน เราไม่ได้อยากได้ เขาก็บังคับขาย ถ้าเราไม่กิน เอาไปคืน เขาก็คิดเงินเราด้วย บางทีเขาขี้โกงด้วย เราเอ่ยปากโต้แย้งไม่ได้เลย เขาหาเรื่องข่มขู่ทำโทษครับ

ศูนย์พี่แมวคือศูนย์อะไร?
แมว : อยากเชิญมาเลยดีกว่าค่ะ ชื่อศูนย์โสทรชัยเนิร์สซิ่งโฮมค่ะ อยู่ท่าม่วง กาญจนบุรีค่ะ

ทนายแก้ว : มีกรงขังหมาด้วยเหรอ

บี : ใช่ครับ มุ้งลวดก็ไม่มี พัดลมก็ไม่มีให้ ยุงกัดครับ บางคนก็ใส่กุญแจมือ พลิกตัวไม่ได้ นอนขี้เยี่ยวแตกกันเลยครับ

แมว : ไม่เป็นไรค่ะ เรียนเชิญมาดูสถานที่จริงได้เลยค่ะ เราพร้อมอธิบายค่ะ

เดี๋ยวไปแน่ๆ พี่แมวรู้ใช่มั้ย การตอบคำถามมาว่าเป็นศูนย์บำบัดผู้ป่วยจิตเวช แต่ไม่มีการขอตรวจสอบประวัติผู้ป่วยเลย สำหรับผมไม่ถูกต้องนะ?
ทนายแก้ว : มันผิดตามพรบ.สถานพยาบาลปี 41 ครับ

แมว : ตอนนี้เราปรับเปลี่ยนไปหมดแล้วค่ะ ทำถูกต้องแล้วค่ะ

เพิ่งปรับเปลี่ยนวันสองวันเหรอ?
แมว : นานแล้วค่ะ เราต้องทำตามใบขออนุญาตแล้วผ่านค่ะ

เอกภพ : พี่แมวเปิดมากี่ปีแล้ว

แมว : สมัยก่อนเป็นใบอนุญาตแบบเดิม เป็นประเภทหนึ่ง ปีนี้เข้าปีที่ 6 แล้ว ที่สบส.5 เขาตั้งขึ้นมา ดึงสถานพวกนี้ให้ทำให้ถูกต้อง ตามกฎหมาย มีมาตรฐาน 1 2 3 4 5 ก็ว่าไปค่ะ แล้วเขามาเช็กมาตรวจเรา เขาถึงให้ใบอนุญาต อันนี้ทำถูกต้อง

เอกภพ : พี่สามารถรับคนป่วยคนไข้ลักษณะแบบไหนบ้าง

แมว : ของพี่คือผู้ป่วยและผู้สูงอายุพึ่งพิง คุณหมอให้ทานยาแล้วคนไข้ไม่ทานเอง เราสามารถรับมาได้เพื่อให้กินยาตามคุณหมอสั่ง

เอกภพ : รับบำบัดผู้ป่วยติดยาด้วยมั้ย

แมว : เป็นผู้ป่วยทางจิตมากกว่า มีผู้ป่วยติดยามาบ้าง เขาคลุ้มคลั่ง เรารับมาเพื่อให้กินยา

แต่สถานที่ของพี่ไม่มีหมออยู่เลย?
แมว : สถานที่แบบนี้มีหมอไม่ได้ค่ะ

เชื่อว่าสถานบำบัดแบบนี้ ที่มีผู้ป่วยจิตเวชไปอยู่ต้องมีกล้องวงจรปิด ขอดูได้มั้ย?
แมว : ได้ค่ะ

เอกภพ : กล้องย้อนได้กี่วัน

แมว : ประมาณเดือนนึงค่ะ

มีจุดให้ดูหมดใช่มั้ย?
แมว : ค่ะ

แม่ภัทร : เขาเพิ่งติดกล้อง

แมว : ไม่ใช่ กล้องมีอยู่แล้ว เราโปร่งใสได้เรามีกล้อง แต่ที่ติดตั้งตลอดเวลา เนื่องจากเป็นคนไข้ชอบเอาไม้ไปตีกล้องเรา ก็ซ่อมแซมอยู่ตลอดเวลา แต่จริงๆ ต้องมี

เอกภพ : ปัจจุบัน มีคนอยู่ในความดูแลกี่คน

แมว : 94 คนค่ะ

เอกภพ : เป็นผู้สูงอายุกี่คน

แมว : โดยประมาณนะคะ 50 คนค่ะ

เอกภพ : อายุน้อยสุดเท่าไหร่

แมว : 15 ค่ะ คนไข้มีอาการทางจิต ญาติบอกว่าเคยตรวจที่รพ.รามาฯ ต้องการให้อยู่ที่นี่ เพื่อว่าจะได้ไม่ไปเสพยา ไม่ไปทำอะไรที่พ่อแม่เขามาฝากให้เราช่วยดูแลให้ ก็เสียเงินแล้วแต่ห้อง ประมาณ 1.8 หมื่น บางท่านก็ไม่ถึงค่ะ

อยู่ในสายกับ “ทัณฑแพทย์อาคม ประดิษฐ์สุวรรณ” รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ก.สาธารณสุข” สถานดูแลเขาอ้างว่าเขาเองสามารถดูแลผู้ป่วยจิตเวช และผู้ป่วยที่พ่อแม่ลูกมาฝากไว้ต่างๆ นานา เขาบอกไม่จำเป็นต้องดูเวชระเบียนได้ โดยสบส.อนุญาต จริงมั้ย?
อาคม : เนิร์สซิ่งโฮมเป็นสถานที่ดูแลแบบประคับประคอง ไม่ได้มีหน้าที่รักษาผู้ป่วย อันนั้นหน้าที่รพ.

การที่จะเข้าไปอยู่เนิร์สเซอรี่เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องดูเวชระเบียน ใครก็ได้พาไป?
อาคม : หนึ่งต้องดีไฟล์ว่าคนนี้ไม่ใช่ผู้ป่วย สองเคสที่เขารักษาที่รพ.มาแล้ว เขาหายป่วยแล้ว แต่ดูแลแบบรักษาประคับประคองช่วยเหลือต่อเนื่อง ก็สามารถมาดูแลที่เนิร์สซิ่งโฮมได้ ตรงนี้ต้องมีรายละเอียด เช่น เขาต้องกินยาต่อเนื่อง ก็จะมีการกินยาตามออเดอร์ของแพทย์ แต่ไม่สามารถรับคนไข้ที่เป็นผู้ป่วยมารักษาโดยได้ตรงที่เนิร์สซิ่งโฮมครับ

ทนายแก้ว : หมายความว่าไม่สามารถรับผู้ป่วยจิตเวชมารักษาที่เนิร์สซิ่งโฮมได้

อาคม : ใช่ครับ เพราะเขาไม่ใช่สถานพยาบาลครับ

กรณีเนิร์สซิ่งโฮมบอกว่าลูกชายพาแม่แล้วไปแจ้งว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวช เอาไปฝากไว้ที่นั่นโดยไม่มีการตรวจสอบ มันได้หรือไม่ได้?
อาคม : ไม่สามารถทำได้ครับ ถ้าเนิร์นเซอรี่ทำแบบนั้นก็มีความผิดครับ เพราะเข้าข่ายสถานพยาบาลเถื่อน มันทำไม่ได้ตรงส่วนนี้ครับ

พี่แมวมีอะไรจะพูด?
แมว : ตรงนี้หนูขออนุญาตประสานกับสบส.5 หัวหน้าหน่วยที่มาตรวจความเรียบร้อยของเรา ชื่อคุณนัยนา ผอ.สบส.5 ก็อยากให้ท่านอธิบายว่าทำไมเราถึงทำแล้วมันถูกต้อง ทีมงานที่เข้ามาตรวจสอบแล้วว่าเราทำถูกต้อง

ถ้าเขาอนุญาตก็ผิดอีกนะ?
แมว : ก็ (หัวเราะ) ก็ต้องว่าไปตามนั้นค่ะ ถ้าผิดก็ตามนั้น

อาคม : เนิร์สซิ่งโฮมเป็นสถานดูแลผู้สูงอายุ มี 3 แบบ แบบแรกไปเช้าเย็นกลับ สองแบบที่มีที่พำนำ สามแบบมีไว้ค้างคืน ช่วยเหลือดูแลแบบประคับประคอง เช่นผู้สูงอายุครับ

เอกภพ : ศูนย์แห่งนี้สามารถมีลักษณะเหมือนกรงขังคนได้มั้ย ผู้ป่วยเสียงดังโวยวาย เขาสามารถแยกกรงขังได้ เพราะสบส.5 อนุญาต

อาคม : ยกเว้นกรณีที่คนไข้มีอาการบางอย่าง ต้องออนยาตามแพทย์ มีอาการคลุ้มคลั่ง ถ้าเกินศักยภาพเขาต้องรีเฟอร์ส่งไปรพ.ครับ แต่ไม่ใช่ว่ามาสร้างกรงขังไว้แบบนั้น มันจะไม่ถูกต้องตามมาตรฐานให้บริการ ถ้ามีเหตุการณ์ที่เราไม่ไหว ต้องมีคอนแท็กรพ. พาเขาไปทำการรักษาต่อไป เช่นผู้ป่วยเฉพาะทาง ต้องรีเฟอร์ไปตามระบบครับ

เอกภพ : การสร้างกรงแบบนี้ละเมิดสิทธิ์คนอื่นอย่างร้ายแรง

ทนายแก้ว : กรณีผู้ดูแลเอาไม้พายมาทุบทำร้ายได้มั้ย

อาคม : ทำไม่ได้ครับ ไม่ใช่มาตรฐานสถานดูแบบแบบประคับประคอง เป็นเรื่องการให้บริการที่อาจทำให้เกิดบาดเจ็บได้ ไม่สามารถทำได้ ถ้าเกินศักยภาพต้องส่งต่อไปสถานที่ที่มีความเหมาะสมครับ

เอกภพ : พี่แมวกับสบส.5 คุ้นเคยกันดีมั้ย

แมว : ปกติไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เขามาตรวจตามระยะเวลาค่

สบส.5 เขาอนุญาต?
แมว : เขาเข้ามาทั้งทีมค่ะ ทั้งฝ่ายกฎหมาย ประมาณ 5-6 คน เข้ามาตรวจปีละครั้ง ว่าเราได้ทำตามที่เขาขอหรือเปล่า โดยเราทำถูกต้อง ไม่ขัดกับผู้อนุญาตค่ะ เราทำตามที่สบส.ขอมา

เดี๋ยวจะส่งทีมข่าวไปหาพี่วันนี้ ไปกาญจน์ฯ เลย?
แมว : เดี๋ยวจะติดต่อสบส.5 มาด้วยนะคะ

เอกภพ : ขอดูกล้องย้อนหลังเลย 1 เดือนได้มั้ย

แมว : ได้ค่ะได้

เอกภพ : มีทุกมุมมั้ย เสียบางตัวไม่เอานะ

แมว : ตอนนี้ดีหมดค่ะ ลูกชายเป็นคนควบคุมการติดตั้ง

สุดท้ายถามว่าท่านยืนยันว่าเนิร์สเซอรี่ จำเป็นต้องขอดูประวัติ เวชระเบียนการป่วยด้วย?
อาคม : ต้องขอดูครับ ต้องมีการคัดกรองก่อน เนื่องจากผู้สูงอายุหรือคนที่เกี่ยวข้อง ต้องชัดเจนว่าเขาไม่ได้ป่วยแล้ว มีการประคับประคองไว้

พี่แมวบอกว่ารับคนป่วยเพราะเป็นจิตเวช อาละวาดที่บ้าน เขาไม่ดูเวชระเบียนด้วย?
อาคม : เขารับไม่ได้ คนป่วยต้องดูแลโดยแพทย์ โดยพยาบาล เรียนว่าไม่สามารถเข้าสู่เงื่อนไขให้การรักษาพยาบาลได้ ผู้บริบาลเป็นเพียงผู้ประกอบวิชาชีพ ทำเพียงประคับประคอง การดำรงชีวิตประจำวันแค่นั้นเอง

บี ถามนิดเดียว สุดท้ายบีออกจากศูนย์นี้ได้ยังไง?
บี : ญาติไปรับครับ ผมออกมาหลายปีแล้วครับ น่าจะสองปีหรือสามปี

มีคนอื่นที่ออกมาแบบนี้ หรือโดนแบบนี้อีกมั้ย?
บี : มีหลายคนครับ แล้วทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันหมดครับ อย่างที่รายงานไปทีแรก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเวลามา ยายแมวจะเดินคุมเชิง พาไปดูแต่จุดสวยงาม จุดบกพร่องไม่ได้พาไป อย่างกรงขัง ไม่พาไปครับ ตรงจุดแย่ๆ ไม่พาไป จะเดินคุมเชิงพาหัวหน้าไป เจ้าหน้าที่มาปุ๊บจะไม่ให้เข้า เขาจะสั่งลูกน้องเคลียร์พื้นที่เลย จัดฉากเลย ใครไปฟ้องสาธารณสุข เขาจะออกลูกเพิ่มยาจิตเวช จับไปขัง ไปคอก ไม่ให้กินข้าว ใครทะเลาะกับเขา มีปัญหากับเขา เขาจับทำโทษเลยครับ

เอกภพ : เวลาสาธารณสุขไป ไม่มีใครขอความช่วยเหลือเลยเหรอ

บี : ทุกคนกลัวยายแมวครับ

แมว : ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวลองเข้ามาเที่ยวชมดู

บี : ตอนผมอยู่ เขาก็บูรณะเยอะแล้วนะ เพื่อนอีกสายโทรเข้ามาเป็นพยานได้ครับ

เรื่องยาวมาก บ่ายสามแล้ว เรื่องใหญ่ ไม่อยากอัดเทป อยากฟังสดๆ เป็นครั้งแรกที่ทำต่อสองวัน ตอนแรกอาร์มมาคุยกับผม บอกว่าเรื่องนี้ 3-4 ชม.จะคุยจบหรือเปล่า ผมก็บอกว่าบ้าน่า แต่มันไม่จบจริงๆ?
เอกภพ : ฟังคุณแม่เล่าว่าตกใจแล้วนะ แต่ฟังพี่แมวพูดตกใจมากกว่า เพราะทำในสิ่งที่ทำไม่ได้เลย ท่านรองอธิบดีบอกว่าคุณไม่มีสิทธิ์เลย

พรุ่งนี้คุยกับน้องชายภรรยาคุณเบนซ์ ลองประสานดู เรื่องถูกแตกหลายขยักมาก อันดับแรก เรื่องลูกชายกับคุณแม่ก่อนมาเรื่องน้องสาวมาเรื่องเนิร์สเซอรี่ เนิร์สเซอรี่ก็คุยให้เห็นว่ายังไง แล้วมีจริง หลายคนบอกละครหรือเปล่า แต่พี่แมวยืนยันแล้วว่าจริง พี่แมวพยายามบอกว่าลูกชายพามาฝาก ไม่จำเป็นต้องดูอะไรเลย แม้กระทั่งคลิปวิดีโอก็ไม่เคยเห็น แม่บอกให้กินยานอนหลับ แต่พี่แมวปฏิเสธ พักนึงบอกว่ามีบ้าง ถามยามาจากไหน ตอบไม่ได้ ทางนี้ไปร้องกองปราบ แต่ยังไม่ได้ขยับ?
เอกภพ : เดี๋ยวเอาคนที่โฟนอิน ลูกสาว ไปสอบปากคำ ต้องไล่หมดเลย ตั้งแต่เอาตัวเขาไปได้ยังไง ในเมื่อเขาไม่ยอม ไปถึงทางพี่แมวก็รับเองว่าคุณแม่ปฏิเสธตั้งแต่วันแรกว่าเขาไม่ได้ป่วยไม่ได้อะไร แล้วรับเขาไปได้ยังไง มันน่ากลัวนะ วันดีคืนดี ใครอยากอุ้มใครไปสักคน เกิดคุณแม่เขาไม่ได้ขอความช่วยเหลือ ก็ยังขังอยู่เลยนะ

มันดีลีทไปเลย?
เอกภพ : เหมือนรอวันตายเลย

แม่ภัทร : มีโรงอาหารอีกจุดนึง เป็นกรงหมดเลยค่ะ มีแค่โรงอาหารที่ไม่ได้ล้อมกรงแค่นั้น กรงมันล็อกกุญแจหมดเลย ต.ค.ปี 68 มีคนรวมตัวกันหนีออกมา

ทนายแก้ว : มันป่าเถื่อนขนาดนี้เลยเหรอ

แม่ภัทร : ค่ะ

ความน่ากลัวคือกลับออกมา เป็นบ้าได้จริงๆ นะ กลายเป็นคนสติสัมปชัญญะไม่เหลือได้เลยนะ สองปีกว่า กลายเป็นจิตเวชจริงๆ มีผลไปถึงทรัพย์สิน?
แม่ภัทร : อาหารการกิน โดนตี ไม่มีห้องน้ำ คนแก่กินข้าวไม่กลืน ตบปั๊วะ

เอกภพ : น่ากลัวนะ ต้องกวาดล้าง บ้าแล้วคือเจ๊าเลย