“กวาง กมลชนก” ควงสามี “น็อต นุติ” เปิดใจนาทีระทึกน้ำท่วมบ้าน 3 วัน ไม่ทันตั้งตัว ต้องกินมาม่าประทัง เครียดถึงขั้นไลฟ์สดร้องเพลงไม่ออก รอดมาได้เพราะไอเดียลูกสาว ก่อนประกาศข่าวดีลูกทั้งสองพร้อมลุยงานในวงการเต็มตัว
กลายเป็นผู้ประสบภัยแบบไม่ทันตั้งตัว สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่ “กวาง กมลชนก - น็อต นุติ เขมะโยธิน” พร้อมด้วย “น้องเนย” ลูกสาวที่ล่าสุดได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์น้ำท่วมกะทันหันกลางดึก ออกไปไหนไม่ได้ ติดอยู่ในบ้านนานถึง 3 วันเต็ม ในงานรอบกาล่าพรีเมียร์ภาพยนตร์เรื่อง “เดอะโค้ช รถขนฝัน” ณ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สุขุมวิท แต่บอกว่าโชคดีได้ไอเดียของ “น้องเนย” ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากั้นน้ำเข้าบ้านได้สำเร็จ
น็อต : “ก็ติดอยู่ในบ้าน 3 วัน น้ำท่วมถึงปริ่มๆ เกือบเข้าบ้านประตูรั้วบ้านนิดเดียว”
กวาง : “คือเราเตรียมตัวไม่ทันเนอะ เราไม่ได้เตรียมตัวเลย”
น็อต : “ไม่ได้เตรียมตัวเลย เพราะมันมากลางคืน เรากำลังหลับอยู่”
กวาง : “คุณแม่โทร.มาตอน 05.30 น. บอกว่ากวาง มันมาถึงเตียงแม่แล้ว (หัวเราะ) คือคุณแม่อยู่นนท์นะคะ บ้านคุณแม่หนักกว่าเพราะอยู่นนท์ บ้านกวางอยู่สุขาภิบาล 1 แต่มันมาถึงเตียงแม่แล้ว เราก็ตกใจมาก05.30 น. แล้วแม่เดินไม่ได้ด้วย แม่เป็นอัมพฤกษ์นะคะ ก็ตกใจ ก็โอเค พอคุยเสร็จ ก็นึกถึงบ้านตัวเอง ก็วิ่งไปดูหน้าบ้าน ปรากฏว่าน้ำล้อมไว้หมดแล้ว กลายเป็นเกาะ
ก็ท่วมเยอะอยู่ หลังจากนั้นเราก็รีบ เราได้นักวิศวะคนนี้ เขาคิดว่าจะทำยังไงที่จะกั้นไม่ให้น้ำจากที่ถนนเข้ามาในบ้าน โดยที่เราไม่มีกระสอบทราย หรือไม่มีอุปกรณ์ที่จะเตรียมอะไรไว้เลย ก็ไปหาอะไรต่างๆ นานาในบ้าน น้องเนยเขาก็คิดว่าทำยังไง”
น้องเนย : “คือเมื่อตอนน้ำท่วมที่หาดใหญ่ เนยเคยเห็นคนเอาเหมือนผ้าใบมาปิดกั้นไว้ที่รั้ว แล้วเนยก็นึกขึ้นได้ว่าที่บ้านน่าจะมีผ้าใบ ก็เลยบอกแม่ เอาให้แม่ดู”
กวาง : “มีผ้าใบอยู่ 1 ผืน แล้วผ้าใบเฉยๆ แล้วมันจะอยู่ได้เหรอ เนยบอกว่าแม่ต้องเอาอะไรหนักๆ มาทับ แต่เราไม่มีกระสอบทราย ก็บอกว่าก็เลยไปหาของหนักๆ ในบ้าน นั่นก็คืออิฐ”
น็อต : “แล้วก็มีอิฐตามสวน ตามต้นไม้ที่สนามหญ้า”
กวาง : “ก็ไม่พออีก มันยังมีรูระหว่างกำแพงอีก”
น้องเนย : “ก็หาผ้าใบเพิ่ม แล้วก็พยายามหาอุปกรณ์มาทับ”
กวาง : “ก็หาพวกข้าวสารที่มันเหนียวๆ หนาๆ เอาเท่าที่มี ก็เอาอยู่อยู่นะคะ รอด น้ำไม่เข้าบ้าน”
น็อต : “กั้นได้ค่อนข้างดีทีเดียวเลย”
กวาง : “แล้วก็ไม่ได้เตรียมอาหารเลยค่ะ ก็กินมาม่ากันไป 3 วัน ก๋วยเตี๋ยวสำเร็จรูป ไข่ก็ไม่มี นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคิดจะทำอะไรแล้วทำเลยนะคะ อย่าประมาท แต่เชื่อไหมว่ากวางไม่มีกะจิตกะใจจะไลฟ์สดร้องเพลงอะไรเลยปกติจะเป็นคนสนุกสนาน”
น็อต : “ก็หาข้อมูลว่ามันจะวิธีป้องกันอะไรได้บ้าง”
กวาง : “ตอนนั้นก็ซีเรียสกันทั้งบ้าน แล้วน้องเนยต้องเลื่อนสอบด้วย ไปเรียนไม่ได้”
น็อต : “ซึ่งมันมาคืนวันศุกร์ แล้ววันเสาร์ก็โดน ก็วุ่นกันอยู่ตลอด”
กวาง : “แต่กวางคิดว่ามันเป็นบทเรียนมากเลย นี่โชคดีเพราะว่ามันไม่ได้เข้าบ้าน แต่มันน่าจะราคาแพงสำหรับใครหลายคนที่ประมาท แล้วเราไม่ควรจะเชื่อสื่อใดๆ แค่สื่อเดียวเราควรจะเสพหลายๆ สื่อ แล้วใช้วิจารณญาณ แล้วก็ต้องดูด้วยว่าบ้านเราอยู่ในถิ่นไหน อะไรยังไง แล้วเราควรจะมีอะไรที่ป้องกันเอาไว้เผื่อถึงวันนั้น มันจำเป็น ที่จะบอกว่ากรมอุตุฯ หรืออะไรก็ตามที่เขาทำนาย”
น็อต : “เราก็ไม่รู้ว่าจะมามากน้อยขนาดไหน”
เผยตอนนี้พร้อมมาก เตรียมกระสอบทรายไว้ 100 กระสอบ!
กวาง : “ก็เตรียมไว้แล้วกัน คือเราต้องประมวลเองด้วย แล้วก็หูตากว้างไกลหน่อย หลังจากนั้นก็เลยไปซื้อกระสอบทรายมา 100 กว่ากระสอบ (หัวเราะ) ซื้อมาเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วตอนนี้ ถามว่าความช่วยเหลือไปถึงไหม คือเขาคงไปช่วยคนอื่นก่อน แล้วซอยบ้านเรามันก็แห้งไปเองถ้าจะมีอีกก็ไม่กลัวแล้วค่ะ มาเลยค่ะ พร้อมแล้ว (หัวเราะ) พอดีบ้านเป็นบ้านเก่า พื้นต่ำ แล้วถนนอื่นๆ ที่สร้างทีหลัง เขาถมสูงหมด เราอยู่นวมินทร์ อีกด้านก็เป็นรามอินทรา ลาดพร้าว บ้านเราก็เลยกลายเป็นเหมือนแอ่งกระทะ อยู่ตรงกลาง น้ำก็ล้อมอยู่ 3 วันค่ะ หลังจากนั้นก็เริ่มลด
นอกจากกระสอบทราย ก็มีเตรียมเรื่องอาหารค่ะ ทุกอย่างที่คิดว่าเป็นของแห้ง หมูฝอย (หัวเราะ) ไข่นี่ต้องมี แล้วต้มไว้เลยหลายๆ ฟอง ถ้าไม่มีอะไรเราก็กินไข่ต้ม ปลากระป๋อง เราก็ต้องอยู่ได้ แล้วเราก็ยังซื้อพวกเทปกาวด้วย แต่เรามีเรืออยู่นานแล้วค่ะ ตั้งแต่ปี 54 แต่เรือมันไม่เวิร์ก ถ้ามันเป็นเรือยาง เพราะว่ารถวิ่งมาเราก็กระเด็นแล้ว ก็ให้อะไรเราเยอะนะคะน้ำท่วมครั้งนี้ แต่ว่าเราไม่ชะล่าใจนะคะ มันอาจจะเกิดได้อีก
ส่วนที่บ้านคุณแม่ ก็โชคดีที่น้องชายไม่ได้ไปบิน คือน้องชายเป็นกัปตันการบินไทย น้องชายไม่ได้ไปบินพอดีวันนั้น เขาก็ช่วยกันเคลื่อนย้ายคุณแม่ไปบ้านที่อยู่ติดกัน ซึ่งบ้านน้องชายอยู่ติดกับบ้านคุณแม่ค่ะ ก็ลุยน้ำไป แล้วก็ย้ายเตียงผู้ป่วยไปด้วยค่ะ ตอนนี้คุณแม่ก็ยังไม่ได้ย้ายกลับ เพราะว่าบ้านคุณแม่ก็เสียหายค่ะ เป็นบ้านที่คุณแม่รักมาก แล้วก็อยู่มาตั้งแต่กวางเด็กๆ อันนี้น่าเห็นใจคนที่ประสบเหตุแบบนี้ เพราะว่าบางคนน่าจะหมดเนื้อหมดตัวกันเลย แต่ยังไม่ได้ประเมินความเสียหายบ้านคุณแม่เลยค่ะ ยังไม่ได้ไปเลยค่ะ ติดงานด้วย แต่ก็โชคดีที่คุณแม่เดินไปไหนมาไหนไม่ได้ ทำให้แม่ไม่รู้ว่ามันเป็นแค่ไหน (หัวเราะ)”
ปลื้มใจ “น้องเน็ต” เปลี่ยนแปลงตัวเองไปมาก
น็อต : “เขาก็มีความสุขอยู่ซิดนีย์นะครับ อากาศก็ดี อะไรๆ มันก็สะดวกสบายหลายๆ อย่างนะครับ”
กวาง : “เสียอย่างเดียว แพง (หัวเราะ)”
น็อต : “แต่เขาก็ได้ร้องเพลงอย่างที่เขาชอบ ก็ทำงานพิเศษโดยการร้องเพลงด้วยครับ”
กวาง : “น้องเน็ตอยู่ที่โน่นก็ช่วยคุณพ่อคุณแม่ คุณพ่อคุณแม่ต้องเหนื่อย เพราะว่าค่าใช้จ่ายสูงนะคะ น้องเน็ตก็เรียนหนังสือ แล้ววันที่ไม่เรียนก็ไปเสิร์ฟอาหาร กลางคืนไปร้องเพลง รับจ๊อบ ทำพาร์ตไทม์ จนกระทั่งตอนนี้ได้ข่าวมีคนเขียนมาบอกว่าเขากลายเป็นขวัญใจแม่ยกที่ซิดนีย์แล้ว เพราะว่าเขาไปช่วยงานของสถานทูตของสถานกงสุล
เป็นงานใหญ่ที่ซิดนีย์ ก็มีดาราไปออกร้าน ปรากฏว่าน้องเน็ตได้ถูกเชิญให้ไปขึ้นเวที แล้วน้องเน็ตก็เปลี่ยนไปมากเลย จากเด็กที่ขี้อายมากๆ ตอนนี้เขาขี้อายน้อยลงแล้ว กล้าพูด กล้าแสดงออกมากขึ้นแล้วเขาก็พยายามพัฒนาการร้องเพลงของเขา คุณพ่อคุณแม่ก็คิดว่าน้องเน็ตร้องเพลงได้ดีขึ้นเยอะมาก จนมีความรู้สึกว่าลูกคงจะชอบร้องเพลงจริงๆ
เราก็ชมเขา บอกว่าถ้าลูกจบมาแล้วยังอยากจะเป็นนักร้อง ลูกทำอย่างนี้ถูกต้องแล้ว แล้วเราจะไปอยู่ค่ายไหน จะอะไรกับใคร เดี๋ยวว่ากันอีกทีนึง หรือถ้าจะอยากสนใจละคร เมื่อก่อนมีคนชวน แต่เขาขี้อายไงคะ แต่ตอนนี้เขาบอกว่าลองดูก็ได้ แต่เน็ตชอบร้องเพลงมากกว่านะตอนนี้ แต่พอเขาบอกว่าลองดูก็ได้ เราก็รู้สึกว่าลูกเปลี่ยนแปลงไป ก็ดีใจค่ะ”
น็อต : “อีก 2 เดือนก็กลับแล้ว”
กวาง : “ก็ถือโอกาสตรงนี้เลยแล้วกันนะคะ ตอนนี้ลูกชายกวางเป็นอิสระ ไม่ได้สังกัดค่ายแล้วนะคะ ก็ติดต่อได้ ตอนนี้อยู่สังกัดแม่ (หัวเราะ)ส่วนลูกสาวอันนี้ให้เขาตอบเอง”
น้องเนย : “ตอนนี้เนยอยู่ปี 4 แล้วค่ะ คณะวิศวะฯ ก็ไม่ค่อยมีเรียนแล้ว เรียนน้อยแล้ว ค่อนข้างที่จะมีเวลาให้งานในวงการบันเทิงแล้วค่ะ ก็ถ้ามีใครสนใจ ติดต่อมาได้ค่ะ เนยพร้อมเล่นแล้ว ถามว่าสนใจบทแบบไหน ที่คิดไว้คือสนใจเล่นละครแบบแม่ (หัวเราะ) หรือแนวยูริได้ค่ะ”
กวาง : “คือก่อนหน้านั้น ต้องบอกว่ามีหลายคนติดต่อลูกๆ ทั้งสองคนนะคะ แต่ว่าบ้านกวางเน้นให้ลูกเรียนหนังสือก่อนเป็นหลัก แต่วันนี้ลูกชายก็จบแล้ว เดี๋ยวไปรอบนี้ก็จบโทแล้ว ส่วนลูกสาว เขาก็บอกว่าเรียนน้อยลงแล้ว”
น็อต : “เขาอัด ปี 1 ปี 2 ปี 3 อยู่วิศวะจุฬาฯ ภาควิชา AI ด้วย”
กวาง : “เขาลงหนักไปแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มเบาแล้ว เทอมหน้าหลังจากปีใหม่ น้องเนยบอกว่า น้องเนยรับงานในวงการได้แล้วนะ เขาพูดเอง คือเราสองคนไม่ได้พุชลูกนะคะ เคยให้สัมภาษณ์มาแล้วว่าไม่ได้ผลักดัน หรือว่าต้องชักจูงลูกเข้าวงการ แต่เมื่อไหร่ที่ลูกรู้สึกว่าเขาชอบ กวางคิดว่าใครชอบก็น่าจะทำมันได้ดี เมื่อวันที่เขาชอบ เราก็คิดว่าถ้ามันมีโอกาสที่ดีมา คุณพ่อคุณแม่ก็พร้อมสนับสนุนค่ะเพราะว่าสมัยนี้คนเราไม่จำเป็นต้องมีอาชีพเดียว วงการบันเทิงก็เปลี่ยนไปเยอะมาก ถ้าลูกมีความสามารถรอบด้าน ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี
ส่วนเกิร์ลเลิฟ ทำไมไม่รู้ว่าพอเป็นเกิร์ลเลิฟแล้วให้ แต่พอเป็นบอยเลิฟ ยังอึ้งๆ ไปนิดนึงอยู่ (หัวเราะ)แต่ก็ไม่ได้บังคับลูกนะคะ ถ้าลูกอยากทำ อันนี้ต้องไปถามน้องเน็ตเอง ตอนน้องเน็ตกลับมา แต่ว่าดูเหมือนพ่อจะไม่ค่อยอยากให้น้องเน็ตเล่น”
น็อต : “แต่น้องเน็ตเขาไม่อยากเล่น เขาเคยบอก เขาอยากร้องเพลง แต่ว่าเนยเล่นได้”
กวาง : “กวางบอกเขาตลอดค่ะ ว่าการที่จะเข้าวงการบันเทิงเราควรจะต้องรัก เราจะต้องกลายเป็นคนของประชาชน เราบอกลูกเสมอเลยว่าพร้อมแล้ว หรือถ้าเข้าวงการบันเทิงเมื่อไหร่ คุณเป็นคนของประชาชน ต้องเสียสละ ต้องทิ้งความเป็นส่วนตัว น้องเนยพร้อมไหม น้องเน็ตพร้อมไหม เขาก็บอกว่าพร้อม ลูกต้องทำให้ได้นะ อย่าให้เสียชื่อพ่อแม่นะ จะมาเอาแต่ใจตัวเองไม่ได้ ก็ต้องทุ่มเท ตั้งใจ เมื่อวันที่เราพร้อม
เมื่อก่อนนี้ลูกๆ จะถามว่าทำไมแม่รู้จักคนเยอะจัง แล้วทำไมแม่ต้องยิ้มกับทุกคนเลย แล้วทำไมเพื่อนแม่เยอะจัง แม่เดินยิ้มตลอด (หัวเราะ) บอกว่าแม่ก็เลยอยู่ในวงการมาได้ถึงวันนี้ไงลูก (หัวเราะ) ก็สอนลูกไปค่ะ จริงๆ แล้วกวางมีความสุข คือบอกลูกว่าต้องทำแล้วมีความสุข ถ้าเกิดว่าเรามีความสุขแล้วไม่ฝืน ไม่ว่าเราจะยิ้มหรือพูดคุยกับแฟนคลับ แล้วเรามีความสุข เล่นละครแล้วมีความสุข หรือร้องเพลง หรืออะไรก็ตามมีความสุข นั่นคือใช่ แต่ถ้าทำแล้วไม่มีความสุข มันต้องมาฝืนยิ้ม ฝืนหัวเราะ ก็อย่าทำ บอกลูกไว้อย่างนั้นค่ะ”


