xs
xsm
sm
md
lg

น้ำตาและคำอาลัย จากหัวใจลูกๆ ถึง “ต๋อง วงทู” ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เป็นอีกโมเมนต์สำคัญที่ทำคนมาร่วมพิธีฌาปนกิจ “ต๋อง วงทู” หรือ สุรพันธ์ จำลองกุล เป็นครั้งสุดท้ายต่างน้ำตาซึมไปตามๆ กัน คือการกล่าวคำอาลัยทั้งน้ำตา หลังจากเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนาทั้งการแสดงธรรมเทศนา สวดพระพุทธมนต์ สวดมาติกา-บังสุกุล และถวายภัตตาหารเพล ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถเชิญหีบศพเวียนรอบเมรุตามขั้นตอนปกติได้ ทำได้เพียงเชิญหีบศพขึ้นสู่เมรุโดยตรง

ภายในพิธี “เต๋า ณัฐชานันท์ อังศุเศรณี” ภรรยาคนปัจจุบัน เป็นผู้ถือกระถางธูป และ “เพบเบิ้ล” ลูกสาวคนโต เป็นผู้ถือรูปถ่ายของคุณพ่อ ท่ามกลางเพื่อนพ้องศิลปินในวงการบันเทิงที่เดินทางมาร่วมส่งดวงวิญญาณเป็นครั้งสุดท้าย อาทิ เป้ ไฮร็อก, เจี๊ยบ พิสุทธิ์, เป๊ก เปรมณัช, ต่อ วงทู, เปาวลี พรพิมล, เอิร์ธ-กานต์ กิจเจริญ, ปิง ฟรุตตี้, ต้อม เรนโบว์ และ เต๋า สมชาย

ช่วงเวลาสำคัญ เพบเบิ้ล ได้ขึ้นกล่าวคำอาลัยถึงคุณพ่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและโศกเศร้า โดยมี น้องแบมแบม ยืนเคียงข้างและร้องไห้ด้วยความเสียใจตลอดเวลา

"กราบเรียนท่านประธานในพิธี แขกผู้ใหญ่ ญาติพี่น้อง แขกผู้มีเกียรติ ตลอดจนกัลยาณมิตร และผู้ที่เคารพรักคุณพ่อทุกท่าน วันนี้ในนามของลูกทั้ง 3 คนและครอบครัว ขอน้อมรำลึกถึงประวัติชีวิตและคุณงามความดีของคุณพ่อ สุรพันธ์ จำลองกุล หรือ พ่อต๋อง ผู้เป็นที่รัก และเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของพวกเรา

คุณพ่อเกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พุทธศักราช 2511 เป็นบุตรลำดับที่ 2 ของคุณปู่ประสงค์ และคุณย่าไพเราะ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 1 ท่าน นั่นคือ นายสุรพงษ์ จำลองกุล หรือที่พวกเราเรียกด้วยความรักว่า ลุงใหญ่ หรือลุงตุ๋ง

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา คุณพ่อเป็นผู้ที่มีความผูกพันกับเสียงดนตรี และงานสร้างสรรค์มาโดยตลอด เป็นทั้งนักดนตรี ศิลปิน และผู้ทำงานเบื้องหลังในวงการเพลง คุณพ่อได้สร้างสรรค์และผลิตผลงานทางด้านดนตรีให้แก่ศิลปินหลายท่าน ซึ่งมิอาจกล่าวถึงได้ทั้งหมด

พวกเราจึงเติบโตมากับเสียงดนตรี เติบโตมากับห้องอัดเสียง และมีเสียงเพลงเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำในวัยเด็กของพวกเรา

แต่ในฐานะลูก ภาพที่พวกเราจดจำเกี่ยวกับคุณพ่อ ไม่ได้มีเพียงความสามารถและอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีเท่านั้น หากแต่เป็นภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นพ่ออย่างเต็มกำลัง ตลอดชีวิต

ตั้งแต่วันที่คุณแม่ ปุ๊กกี้ พริสซิลลา ปริศนา จิวเมลลี ได้แยกทางกับคุณพ่อ คุณพ่อต้องดำเนินชีวิตต่อไปในฐานะคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ในวัยเด็ก พวกเราอาจยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวนั้นมีความหมายและมีภาระหนักหนาเพียงใด แต่เมื่อเวลาผ่านไปและพวกเราเติบโตขึ้น เราจึงได้มองย้อนกลับไปและเข้าใจว่า เส้นทางตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายสำหรับผู้ชายคนหนึ่งเลย

คุณพ่อทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจ ในการเลี้ยงดูพวกเรา ทำงานอย่างหนัก ข้ามวันข้ามคืน และแทบไม่เคยมีวันหยุด งานดนตรีที่คุณพ่อรัก จึงไม่ได้เป็นเพียงงานที่ใช้สร้างสรรค์ผลงาน แต่ยังเป็นสิ่งที่คุณพ่อใช้เป็นหนทางในการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว เพื่อให้ลูกทั้งสามได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีที่สุด เท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะสามารถมอบให้ได้

เมื่อพวกเราเติบโตขึ้นและมองย้อนกลับไป พวกเราจึงได้เข้าใจว่าชีวิตของคุณพ่อส่วนใหญ่ ได้ถูกใช้ไปเพื่อดูแลชีวิตของพวกเรา และสิ่งที่ในวัยเด็กพวกเราเคยมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา วันนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่พวกเราเข้าใจแล้วว่า นั่นคือความรักและความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ อย่างที่ไม่สามารถหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบได้

ต่อมาเมื่อมีคุณแม่ "เต๋า ณัฐชานันท์ อังศุเศรณี" เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว คุณแม่ได้เข้ามาช่วยดูแลและร่วมสร้างความอบอุ่น ต่อมาจึงได้มี 'น้องบอส' ถือกำเนิด เข้ามาเป็นสมาชิกอีก 1 คน ซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจของคุณพ่อ และพวกเราเสมอมา

ครอบครัวของพวกเราอาจมีเวลาที่ต้องอยู่ห่างไกลกันด้วยภาระหน้าที่และการงาน แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด พวกเรายังคงห่วงใยและช่วยเหลือกันเสมอ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ครอบครัวต้องเผชิญกับความยากลำบากทางการเงิน ทุกคนต่างพยายามทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด เพื่อช่วยกันประคบประคองครอบครัวให้ผ่านช่วงเวลานั้นไป

และเมื่อถึงวันที่คุณพ่อเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะที่ 4 ในช่วงเวลานั้น พี่ชายที่แสนดีของคุณพ่อ หรือลุงตุ๋ง พร้อมด้วยหลานชาย พี่ตุ๋ย และครอบครัวจำลองกุล ได้เข้ามาช่วยเหลือและดูแลคุณพ่อเป็นอย่างดี เพื่อให้ลูกๆ สามารถทำหน้าที่ของตนเอง ทำงานหารายได้ สนับสนุนช่วยเหลือคุณพ่อได้อย่างเต็มที่

ทุกคนต่างพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้คุณพ่อได้พักผ่อนและรักษาตัวอย่างดีที่สุด และเพื่อให้คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงสิ่งใดอีก แต่โรคร้ายได้กัดกินสุขภาพของคุณพ่ออย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงวันที่คุณพ่อต้องใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาล ในช่วงเวลานั้น สิ่งที่พวกเราทำได้ ก็คือการอยู่เคียงข้างคุณพ่อ และทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อให้คุณพ่อรู้ว่า พ่อยังมีครอบครัวอยู่ตรงนี้ และพ่อไม่ได้ต้องต่อสู้เพียงลำพัง

ในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต เพบเบิ้ลได้รับโทรศัพท์จากคุณหมอ แจ้งว่าอาการของคุณพ่อทรุดลงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งวันที่ 28 กันยายน พุทธศักราช 2569 ในขณะที่ลูกอยู่เคียงข้างคุณพ่อ กอด จับมือ และบอกรักคุณพ่ออยู่ข้างๆ เมื่อเวลา 10.20 น. คุณพ่อได้จากไปอย่างสงบ ภายในอ้อมกอดของลูก

สำหรับพวกเรา นี่เป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต แต่ในความโศกเศร้านั้น พวกเราก็รู้สึกขอบคุณอย่างที่สุด ที่ในวาระสุดท้ายของชีวิต คุณพ่อไม่ได้จากไปอย่างเดียวดาย คุณพ่อมีลูกอยู่เคียงข้าง มีมือของลูกจับมืออยู่ มีอ้อมกอดของลูกโอบกอดอยู่ และมีคำบอกรักเป็นสิ่งสุดท้าย

จากวันที่พ่อเคยจับมือเราให้ก้าวเดิน มาถึงวันนี้ที่พวกเรามาส่งคุณพ่อ วันนี้พวกเราอยากให้คุณพ่อพักผ่อนอย่างสบายใจ ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราอีกแล้ว พวกเราจะไม่เป็นไร พวกเราจะเข้มแข็ง และพวกเราจะดูแลกันและกันอย่างดีที่สุด

ขอให้คุณพ่อเดินทางไปสู่สัมปรายภพด้วยความสงบ ปราศจากความเจ็บปวดและความทุกข์ทั้งปวง หากความรักของลูกสามารถเดินทางไปถึงพ่อได้ พวกเราอยากให้พ่อได้รับรู้ว่า สำหรับพวกเรา พ่อคือพ่อที่ดีที่สุดในโลก

และต่อจากวันนี้ แม้พวกเราจะไม่สามารถมองเห็นพ่อ ไม่สามารถกอดพ่อ หรือได้ยินเสียงพ่ออีกแล้ว แต่คุณพ่อจะยังอยู่ในความทรงจำของพวกเรา อยู่ในทุกเรื่องราวของครอบครัว อยู่ในเสียงเพลงที่พ่อรัก และที่สำคัญที่สุด จะอยู่ในหัวใจของลูกทั้ง 3 คนตลอดไป กราบลาคุณพ่อด้วยความรักและอาลัยอย่างสุดซึ้ง จากลูกทั้ง 3 คน และครอบครัวจำลองกุล ขอบคุณค่ะ"