xs
xsm
sm
md
lg

“แอน ทองฯ” เขินเวอร์ชั่นอันคัต นั่งแท่นผู้จัดซีรีส์วายครั้งแรก! ไม่ติดเล่น GL คู่ “อั้ม” ลั่น “พบรัก” ทรงมหานิยม ไม่ต้องลดน้ำหนัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“แอน ทองประสม” ตื่นเต้นนั่งแท่นผู้จัดซีรีส์วายเรื่องแรก! เปิดใจได้เรียนรู้พลังเจนใหม่ ชม “ทาฆิ-เฟรนด์” เคมีลงตัว เปรยเวอร์ชั่นอันคัตมีเพียบ แต่รอช่องไฟเขียว ไม่ติดเล่นเกิร์ลเลิฟคู่ “อั้ม พัชราภา” แต่ใครจะเป็นเคะ เป็นเมะ เผยที่บ้านน้ำยังไม่ท่วม แต่ต้องปรับตัวพร้อมรับมือ ย้ำไม่อยากให้ “พบรัก” ลดน้ำหนัก มองหุ่นแบบนี้โหงวเฮ้งดี สมส่วนแล้ว ชื่นชม “โฟม” เป็นหญิงเหล็ก ลั่น “เจมส์ จิรายุ” โชคดีที่มีภรรยาคนนี้

ทำเอาตื่นเต้นสุดๆ สำหรับ “แอน ทองประสม” ที่มาลงสนามซีรีส์วายครั้งแรกในชีวิต กับการนั่งแท่นผู้จัดซีรีส์ “Decoding You โคตรรัก” โดยวันนี้ (2 ต.ค. 69) เจ้าตัวได้เปิดใจกับสื่อหลังมาร่วมพิธีบวงสรวงว่า รู้สึกตื่นเต้นและถือเป็นโอกาสสำคัญ ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับตัวเองและบริษัท รวมถึงได้เรียนรู้วิธีการแสดงของนักแสดงเจเนอเรชันใหม่ๆ ที่แตกต่างจากยุคของตัวเอง พร้อมเผยถึงมุมมองการทำซีรีส์วายว่า ความรู้สึกและความรักเป็นเรื่องสากล ไม่ว่าจะเพศไหน หากทำให้คนดูรู้สึกได้ก็ถือว่าสำเร็จ

“ตื่นเต้นนะคะ แล้วก็ขอบคุณช่อง 3 ที่ให้โอกาสแอนได้ลองกล้ามเนื้อใหม่ๆ มันเป็นการเปิดประสบการณ์ให้กับบริษัทแอนด้วย แล้วแอนก็ได้เห็นพลังงาน วิธีการเล่นของเด็กเจนใหม่ๆ ก็ถือว่าแอนได้ความรู้เยอะมากค่ะ มันเป็นรายละเอียดของการแสดงที่อธิบายยาก คือบางครั้งมันทำให้เรารู้เลยว่า ความรู้สึกมันมันไม่มีอะไรตายตัว หมายความว่าถ้าคนนึงรู้สึกแบบนี้ อาจจะไม่แสดงออกแบบนี้ก็ได้ มันอาจจะเลือกไถไปอีกอย่างนึง เพราะฉะนั้นเราต้องยอมรับในมิติใหม่ๆ หรือการดีไซน์ใหม่ๆ ของน้องๆ เขา

อย่างการเล่นละครในยุคแอน มันจะมีคัมภีร์ของมัน โกรธหรืออะไรมันจะต้องมีจังหวะที่ควรจะรู้ ว่าถ้าคุณเล่นแบบนี้ถือว่าสุด แต่สำหรับละครทางนี้มันจะเป็นอะไรที่มันมีมวลที่นัวๆ แบบมินิมอล กลางๆ แล้วก็ไปจัดการความรู้สึกคนดูกันเอง ตัวละครมันแค่นำความรู้สึก แต่มันไม่ได้มีแอ็กชันอะไรจัดจ้าน ซึ่งก็ใหม่ดีค่ะ”

ถ้าดูแล้วรู้สึกคือจบ ไม่ได้มีเทคนิคอะไรมากมาย
“จริงๆ แอนไม่ได้มีเทคนิคอะไรเยอะแยะนะคะ เราแค่ดูแล้วรู้สึกไหม ถ้าดูแล้วเรารู้สึกคือจบ ไม่ว่าจะออกมาเป็นแบบไหน มันจะฮ๊อบ มันจะเป็นโมเมนต์หรืออะไรก็แล้วแต่ ขอแค่ว่าคุณเล่นออกมาแล้วคนดูรู้สึก ไม่ต้องมีเทคนิค ไม่ต้องมีว่าอันนี้เป็นสไตล์ของละครวายต้องเล่นแบบนี้ เราไม่ได้คิดแบบนั้น เราคิดแค่ว่าอย่างที่บอก ความรู้สึกมันสากล ความรักมันสากล ทุกเพศทุกวัยรักคือรัก ออกมาแล้วคนดูรู้สึกได้“

ส่วนตัวดูแล้วเขิน ค่อยๆ ปร้บจูนกันไป
“แอนดูแล้วแอนเขิน แอนอาจจะรู้สึกแบบหู้ย หู้ว คือความวายเขาก็จะมีรสชาติของเขา ที่เราอาจจะตกใจนิดนึง แต่ของเขามองคือชิลมาก ก็ค่อยๆ ปรับจูนกันค่ะ”

ในเรื่องของความเป็นซีรีส์วาย ทางช่องและผู้กำกับ มีการวางโครงสร้างมาให้แล้ว
“ในทางของผู้กำกับ กับคนเขียนบท แล้วก็ทางช่อง เขาวางโครงสร้างมาแล้ว แต่แอนจะเป็นฟีลของคนที่ใช้ความเป็นนักแสดงนำ ใช้เซ้นส์ของตัวเองในการจัดการในการดูมากกว่า เพราะฉะนั้นโครงเหล่านั้น มันถูกครอบมาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้นน้ำ พอมาถึงตรงทางของแอนที่จะต้องดูให้รู้สึกเนี่ย แอนจะเป็นคนปรับตรงนั้นมากกว่า ว่าดูแล้วรู้สึกหรือเปล่า แอนรู้สึกว่าเราใช้ความรู้สึกจริงๆ แค่นั้นเลย ไม่ต้องพยายามไปโหนหรือทำอะไรที่มันดีไซน์ตีลังกาอะไรเยอะแยะ สำหรับแอนนะ”

ตั้งใจปั้นทุกฉาก เพราะมองเป็นความรักที่งดงาม
“มันจริง มันสวย เราตั้งใจปั้นกันมาก เรามองเป็นความรักที่งดงามนะคะ คือต้องไปดูบริบทของฉาก ของเรื่อง แล้วคุณจะเข้าใจว่ามีก้อนนี้ขึ้นมาทำไม แล้วระหว่างทางที่คนดูได้ดู จะได้เห็นอะไรแบบนี้ตลอด เป็นการเปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนอะไรไปเรื่อยๆ”

ไม่กดดันลงสนามซีรีส์วายครั้งแรก
“ไม่นะ แต่ถ้าตอนแอนสาวๆ ตอนเป็นวัยรุ่น แอนกดดันมากกว่านี้ แต่ตอนนี้แอนรู้สึกว่าชิลขึ้นเยอะ ถ้าคนดูรับ แอนแฮปปี้อยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดคนดูไม่รับ แอนก็แค่เรียนรู้ แล้วก็ปรับใหม่ เพราะว่าทำงานด้วยความกดดันไม่ได้ช่วยอะไรเลย คือตอนนี้เราปล่อยเกียร์ว่าง ให้คนมาดูว่าคนรู้สึกยังไงกับรสชาติที่เรานำเสนอมากกว่า”

เวอร์ชั่นอันคัตมีถ่ายไว้หมด แต่จะได้ดูไหมต้องรอช่องอนุญาต
“พูดไม่ได้ ไม่กล้าพูด (หัวเราะ) รอคุณดิว (ปิ่นกมล มาลีนนท์) เป็นคนตัดสินใจดีกว่าค่ะ จริงๆ เรามีไว้เต็มไปหมด แต่อยู่ที่ว่าช่องจะอนุญาตให้คลอดออกมาแบบไหน มันมีอะไรที่มัน อื้ม (ทีวีไม่สามารถออนได้?) อื้ม (หัวเราะ) ไปถามคุณดิวเลย คุณดิวเห็นหมดแล้วค่ะ”

ชื่นชมฝีมือของสองหนุ่มนักแสดงนำ “ทาฆิ กวิน - เฟรนด์ พีระกฤตย์”
“แอนชอบ เขาเปิดๆ ดี แล้วไม่มีแพตเทิร์น อย่างที่บอกว่าทาฆิมาแบบเบบี๋ การแสดงไม่ได้มีสูตร มีอะไรมาเลย เขามาด้วยใจล้วนๆ คนนี้ส่งอะไรมายังไง เขาก็ตอบกลับไปแบบนั้น เพราะฉะนั้นเขาจะบริสุทธิ์มากๆ เวลาเราดูเราจะคาดเดาไม่ได้ จับทางไม่ได้ว่าเขาจะมีรีแอ็กยังไง แต่กับเฟรนด์ เขาเป็นตัวดัน แล้วเป็นตัวลีด ที่ทำให้ทาฆิรู้สึกสบายใจ แล้วก็ลื่นไหลไปกับเขา นักแสดงมันจะต้องมีคนนึงตีคนนึงรับ มันถึงจะเรียกว่าพาร์ตเนอร์ที่ดีต่อกัน ถือว่าโชคดีมากที่เขาเจอกัน”

เผยไม่ติดเล่นเกิร์ลเลิฟ ถ้าตัวละครมีที่มาที่ไป พร้อมใส่สุดถ้าคู่ “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ”
“เล่นเองเลยเหรอ เกิร์ลเลิฟเหรอ (หัวเราะ) ให้เล่นแบบไหน (เล่นกับอั้มไหม?) โห แล้วใครเป็นเคะ เป็นเมะ อะไรยังไงกันเนี่ย (หัวเราะ) แอนต้องเป็นพระเอกเหรอ ทรงสตรองงี้ แต่อยากเปลี่ยนลุค อยากสวย อยากหวาน อย่าเลย จะไหวเหรอ (หัวเราะ) จริงๆ ถ้ามันมีเรื่องของมัน มีต้นเรื่องว่าตัวละครตัวนี้มันเกิดขึ้นมายังไง เราไม่ติดนะ จะเป็นหญิงๆ ชายๆ ชายหญิง มันไปได้หมด แต่แอนแค่ไม่แน่ใจว่าคนจะอยากดูใช่ไหม พี่ว่าพี่ต้องเปิดตลาดแล้วล่ะ ก็น่าลองนะคะ ถ้ามีก็สนใจค่ะ เดี๋ยวจะใส่ให้ยับเลยค่ะ ถ้าเป็นอั้มเนี่ย (หัวเราะ) ได้สิ เชื่อมือพี่เหอะ นี่ ขี้โม้ (หัวเราะ) ตอนนี้ให้อั้มวิดน้ำที่บ้านก่อน”

ช่วงน้ำทวมไม่อยู่บ้าน แต่โชคดีน้ำมาแค่รอบนอก
“ในช่วงที่น้ำท่วมแอนอยู่เบอร์ลิน ไปวิ่งมาราธอนอยู่ ก็ดูแต่วงจรปิด แล้วก็ได้แต่ภาวนาว่า อย่าขึ้นมากกว่านี้นะ เพราะเป็นผู้เข้ารอบทุกครั้ง ย่านนั้นเลยค่ะ คือตัวบ้านไม่มีอะไรนะคะ แต่รอบนอกมากกว่าที่เขาโดนกัน ก็ใช้เรือบ้าง ใช้รถขนทรายอะไรบ้าง ก็ช่วยกันไป เพื่อนบ้านดี ก็เลยช่วยได้”

หลังไปเรียนเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนมา เชื่อว่าเดี๋ยวต้องท่วมอีกแน่
“จริงๆ ประสบการณ์ใหญ่ ตอนปี 54 บ้านแอนไม่ท่วมเลยนะ แห้งสนิท แอนไม่เคยมีประสบการณ์นะคะ นี่ยังเป็นครั้งแรกที่แถวนั้นท่วม ก็เป็นอะไรที่แอบตกใจ แล้วก็ไม่คาดคิด แอนก็ต้องมาปรับจูนชีวิตใหม่เหมือนกัน ว่าหลังจากนี้เราจะป้องกันยังไง แอนเชื่อว่า เดี๋ยวเราต้องโดนอีกแน่ๆ เลย แล้วยิ่งตอนนี้แอนไปเรียนเกี่ยวกับโลกร้อน แต่ก่อนไม่ได้อยู่ในโลก โลกตรงนี้ เลยไม่รู้ถึงภัยตัวนี้แบบเข้มข้นมาก แต่พอเข้าไปเรียนแล้ว รู้เลยว่ามันมาแน่“

ตกใจลูกเห็บตกกลางกรุงเทพฯ ตอนนี้ต้องปรับตัวรับมือให้ได้กับทุกสถานการณ์
“ก็มาลาดพร้าวเนอะ มันเป็นไปได้หมด เราต้องอยู่แบบปรับตัวแล้วค่ะ ต้องปรับตัวให้ได้ แล้วก็ ยืดหยุ่น ใจเย็น มันทำอะไรไม่ได้ มองไปบางคนคือรถที่ทำมาหากินอยู่จมทั้งคัน ชีวิตเขาหมดเลยนะ เราไม่รู้จะสงสารตัวเองได้ยังไงเลย มันมีคนที่น่าเห็นใจกว่า เพราะฉะนั้นแอนก็แค่รู้สึกว่าเราต้องปรับตัวให้เร็วเท่านั้นเองค่ะ เอาแบบง่ายๆ เราก็ต้องรู้วิธีการให้อยู่กับน้ำ ในปีนึงมันอาจจะต้องโดนสักตั้งนึง ก็ต้องวางแผน

มันเหมือนโควิดที่เราโดนล็อกอยู่กับบ้าน เราต้องจัดการหากินยังไง ต้องซ้อมรบแล้วค่ะ ก็ถ้าหนีไปอยู่ที่อื่นไม่ได้ มันก็ต้องเผชิญกันไป แล้วก็ช่วยเหลือกันไป ที่สำคัญมีเมตตาและใจดีกับเพื่อนข้างบ้านไว้ เราจะช่วยเหลือกันได้ อย่างทุกวันนี้ แอนก็ได้โต๊ะ เก้าอี้ จากเพื่อนข้างบ้าน มาช่วยเทินของบางอย่างขึ้นสแตนบายกลัวมันเข้ามา เขาก็ยินดียกของยกอะไรมาให้ ลุยน้ำมาหากัน ส่งข้าว ส่งน้ำ คือคนไทยไม่ทิ้งกัน เราช่วยกันได้”

ไม่มีแพลนหาซื้อที่ที่น้ำไม่ท่วม เพราะตรงบ้านไม่ได้หนักหน่วงขนาดนั้น
“ไม่ค่ะ แอนไม่ได้หนักหน่วงขนาดนั้น บังเอิญอย่างที่บอกว่ามันเป็นหน้าบ้าน มันเป็นล้อมๆ เรา เท่านี้เอง เราออกไม่ได้ คนอื่นก็ออกไม่ได้ แต่ตัวบ้านเราโอเค”

ทุกอาชีพได้รับผลกระทบหมด ไม่มีแบ่งชนชั้น
“ใช่ มันไม่แบ่งชนชั้น มันไม่เลือกอาชีพหรอกค่ะ มันไปได้หมดเลย เพราะฉะนั้นเราเองก็ต้องสตรอง แล้วก็มีสติ”

น้องหมาสุดที่รักถึงกับหงุดหงิด เพราะติดอยู่บ้านเป็น 10 วัน
“ลูกแอนก็จับขึ้นชั้น 2 หมด เขาก็หงุดหงิดนะคะ พอแอนกลับจากเบอร์ลิน แอนสตาร์ตรถออกจากบ้าน เขากระโดดขึ้นรถโดยไม่รอแอนเรียกเลย ปกติแอนดี้จะเป็นเด็กที่ถ้าไม่อนุญาตจะไม่ขึ้น แต่นี่คือเปิดประตูรถพุ่งเหมือนกับ เอาฉันไปหน่อย ฉันไม่อยากอยู่ในบ้านแล้ว เพราะเขาติดอยู่หลายวัน คือเขาติดก่อนที่ฝนจะตก เพราะว่าพอแอนไม่อยู่ เขาก็จะไม่มีแอ็กทิวิตี มันก็เลยอัดอั้นมาเป็น 10 วัน หมามันเครียดนะคะ แล้วไม่อึด้วย เราก็ต้องหลอกล่อ อุ้มเขาไปอึในที่ที่น้ำมันไม่แฉะ แล้วก็พยายามโยนบอล เบี่ยงความสนใจ ทำให้เขายังรู้สึกออกกำลังกายอยู่กับที่ได้ ก็หาวิธีไป แต่อย่างที่บอกในบ้านแอนยังใช้ชีวิตได้ เพราะมันไม่ได้ท่วม แต่แค่ข้างนอกมันออกไปไม่ได้เท่านี้เอง แล้วยังโชคดีที่ว่า เป็นคนตุนอาหาร ก็เลยมีผัก มีอะไร ที่ตัวเองปลูกไว้ก็ยังได้อยู่ เก็บกินได้ เนื้อสัตว์ก็ยังแช่ไว้ มีไข่ แล้วเรากินง่ายอยู่แล้ว”

เผยหลานชาย “น้องพบรัก” ลูก “เจมส์ จิรายุ - โฟม เบ็ญจมาศ” ชอบขมวดคิ้ว เพราะเป็นคาแรกเตอร์ หุ่นแบบนี้โหงวเฮ้งดี อุดมสมบูรณ์
“แอนว่ามันเป็นคาแรกเตอร์เขานะ จริงๆ เขาไม่ได้ขมวดนะ มันมาอย่างนั้นเอง ทรงเขาแบบนี้มันมีเมตตามหานิยมมากเลยนะ มันเหมือนที่เด็กสมบูรณ์ที่นั่งอยู่บนขวดซอสซีอิ๊ว เรารู้สึกว่าเขาเป็นเด็กที่มีความอุดมสมบูรณ์ โหงวเฮ้งดี เพราะฉะนั้นอย่าผอมเลย อย่างนี้แหละ มันหมุบหมับดี พ่อเขาก็เอาอยู่นะ แบกถุงทราย ยกน้ำหนักไม่ยั้ง แล้วลูกเขา 20 กิโล เขาก็ยกได้ ส่วนเรายกได้แป๊บเดียว (หัวเราะ) ต้องยกเอานั่งตัก ยกเดินไม่ได้แล้ว ตอนนี้คือตัวใหญ่มากเลยค่ะ”

สอนวิธีเข้าหา ต้องค่อยๆ เล่น แล้วหลานจะสนใจเอง
“เขาน่าจะชอบผู้หญิงแบบไม่คุกคามเขาเยอะ เพราะทุกคนเห็นเขาก็หมุบหมับใส่เขาไง เราต้องค่อยๆ จิ้ม ค่อยๆ เล่น แล้วเขาจะสนใจเรา ปล่อยให้เขาสนใจเราเอง”

ไม่อยากให้ลดน้ำหนัก เพราะตัวจริงสมส่วน แค่เป็นเด็กตัวใหญ่
“ไม่อยากให้ลดเลย จะลดเหรอ แม่เขาเอาชนเพดานทุกเรื่องอยู่แล้ว ถ้าน้ำหนักหมอบอกชน เขาก็ชนเท่านี้เลย คือทรงเขามันกลมไปหมดเลยค่ะ (หัวเราะ) มันเป็นวงกลมไปหมดเลย มันก็เลยดูตัวใหญ่ แต่ถ้าเราดูจากตัวจริงเขา สัดส่วนมันก็ดูเหมาะสม สมส่วน ดูตัวใหญ่ๆ เป็นเด็กตัวใหญ่ หัวใหญ่ แก้มใหญ่ไปหมด แล้วพ่อเขาก็หน้าเล็ก หัวเล็กด้วย ลูกก็เลยดูใหญ่เกินไปหมด จริงๆ ผิดที่พ่อค่ะ สัดส่วนพ่อผิดค่ะ (หัวเราะ)”

ดีใจมีแต่คนเมตตาและเอ็นดูหลาน
“แอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดของความเป็นมนุษย์นะ เราต้องได้รับความรักจากทุกคน ไม่ว่าเราจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่นะ นี่เขาเกิดมาเขาได้รับความรักแล้ว มีแต่คนเมตตา แล้วก็ยิ้มแย้มใส่เขา เป็นอะไรที่ดี แอนก็ดีใจกับเจมส์-โฟม ที่เขาเลี้ยงลูกได้น่ารักมาก เขาเลี้ยงดีตรงที่ว่าเขาไม่หวงลูกค่ะ เวลาคนมาเขาก็ให้จับ ให้เล่น เพราะฉะนั้นเด็กก็เลยกลายเป็นว่าไม่กลัวใคร เจอสังคมได้ รับได้ แล้วก็จับตั้งตรงไหน ร้อนแค่ไหนเขาก็นั่งได้ เขาไม่บ่น”

ชม “โฟม” เป็นหญิงเหล็ก วีรสตรี เป็นแม่และภรรยาที่ดี “เจมส์” โชคดีที่มีเขา
“คนนี้เขาเก่ง เป็นวีรสตรี เป็นหญิงเหล็ก เขาเป็นวีรสตรีเลยค่ะ ตั้งแต่ก่อนมีลูกแล้ว แอนว่าเขาดีใจแหละ แล้วเขาก็สตรอง ยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองทำ อะไรก็โค่นเขาไม่ได้ คือเขาค่อนข้างแข็งแกร่งในวิธีการของเขา ก็ปล่อยให้เป็นชีวิตเขา ในแบบของเขา เราเป็นคนที่มองเข้าไป ก็ได้แต่แบบ…ถ้ามันมีเรื่องราวที่ดีหรืออะไรเราก็ซัปพอร์ต ถ้ามีเรื่องอะไรที่ทำให้เขารู้สึกโซเซ เราก็ซัปพอร์ต แค่นั้น ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ แอนว่าเขาเป็นแม่ที่ดี และเป็นภรรยาที่ดี คือเจมส์โชคดีที่มีเขานะ ไม่ใช่เขาโชคดีที่มีเจมส์ ยังยืนยันคำนี้อยู่ค่ะ ในฐานะที่เป็นนักวิ่งอยู่ข้างๆ เขามาตลอด เราได้เห็นว่าเจมส์โชคดีมากแล้ว”