“ลูกเกด เมทินี” ฟาดเดือดรายการไม่ให้เกียรติ หลังดึง “เต้ ปิยะรัฐ” มาเซอร์ไพรส์ ลั่นถ้าไม่ติดสัญญาคงไม่ทน ก่อนเปลี่ยนโหมดคุณแม่สุดภูมิใจ พร้อมดัน “น้องสกาย” ลูกชายสู่โอลิมปิก
แค่เห็นทีเซอร์รายการ The Social Warrior สมรภูมิโซเชียล ซีซัน 3 ที่มี “ดีเจมะตูม เตชินท์ พลอยเพชร” และ “พิม ซอนย่า คูลลิ่ง” นั่งแท่นผู้จัดและโปรดิวเซอร์รายการ ที่ปล่อยออกมา ก็ทำเอาหลายๆ คนเซอร์ไพรส์ เพราะมีแขกรับเชิญพิเศษที่เป็นคู่กรณีกับนางแบบตัวแม่ “ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม”ในฐานะ Master อย่าง “เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก” มาโผล่กลางรายการ ซึ่งสาวลูกเกดยอมรับเลยว่า รายการไม่ให้เกียรติกัน และตนรู้สึกอึดอัดมาก
“ก็อย่างที่เห็นนะคะ ในวันนั้นไม่พอใจแล้ววันนี้ก็ยังไม่พอใจอยู่ ก็พูดตรงๆ เลย เพราะเกดรู้สึกว่ารายการไม่ให้เกียรติเกด การที่เชิญเขามาแล้วไม่ได้บอกเกด แล้วก็เซอร์ไพรส์ สิ่งที่ทุกคนเห็นนั่นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ เราไม่รู้แล้วพอออกมา เราก็ค่อนข้างไม่แฮปปี้มากๆ นะคะ ก็นั่นแหละ ตามที่ทุกคนเห็น
คือรู้ว่ารายการคงไม่อยากจะให้สปอย แต่ก็รู้สึกว่าเขาเข้ามาในพื้นที่ของเกด ไม่รู้เหมือนกันว่ามาทำไม แต่เกดรู้สึกว่าที่มาเพราะว่ามะตูมเห็นว่ารายการอื่นที่เกดกับมะเดี่ยว (อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ) ทำ หรือกระแสดีมาก คงกลัวมั้งว่ารายการนี้จะไม่มีกระแส ก็เลยต้องชวนเขามา แล้วเกดก็ไม่พอใจ เกดก็ด่ามะตูม ด่าซอนย่า ด่ารายการ เพราะว่าทำแบบนี้ได้ไง หลังจากนั้นก็ต้องมีการมาขอโทษ แต่ก็ต้องรอดูว่าจบท้ายเป็นยังไง”
ไม่ออกจากรายการเพราะยังมีสัญญาและเป็นมืออาชีพ
“กับมะตูมกับซอนย่าก็ต้องเคลียร์อยู่แล้ว เพราะเราต้องมาทำงานต่อ การที่เขามาไม่ให้เกียรติเกดแบบนี้ เขาก็ต้องมาขอโทษ รายการเราก็ยังต้องทำงานกันต่อ เพราะนั่นมันแค่ EP. 2 เอง ยังเหลืออีกหลาย EP. มันก็ต้องมาปรับความเข้าใจกันเยอะอยู่ และที่ไม่เดินออกจากรายการ เพราะเราก็เป็นมืออาชีพ แล้วก็มีสัญญาอยู่ และมันไม่เคยเป็นเรื่องของคอนเทนต์เลย คุณไปถามเขาสิ สิ่งที่ทุกคนเห็นมันก็ตามนั้นแหละ
ที่เกดโมโห ไม่ได้โมโหเขาหรอก แต่โมโหรายการ เพราะรายการไม่ให้เกียรติเกด ให้เกดมา แล้วเหมือนกับว่าเอาคนที่เป็นประเด็นอยู่ เอามาเล่นในรายการ มันไม่ได้เป็นการให้เกียรติเลย เพราะฉะนั้นก็ไม่พอใจนั่นแหละ หลังจากจบรายการก็ไม่ได้คุยกัน ไม่เคลียร์ เคลียร์อะไรล่ะ ถ้าเลือกไม่เจอได้ ก็จะเลือกไม่เจอแค่นั้นเอง ถามว่าเขาเคยมาขอโทษไหม อันนั้นก็ไม่รู้ แต่ว่า วันนี้เรามาพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือว่ารายการไม่ให้เกียรติเกด แล้วที่เกดทำต่อก็เพราะมันมีสัญญาอยู่ เราก็ต้องทำ มะตูมขอโทษไหม ขอโทษ พิมขอโทษไหม ขอโทษ ก็แค่นั้นแหละ ก็ต้องรอดูว่าอะไรเกิดขึ้น”
ภูมิใจ “น้องสกาย” ลูกชายทำลายสถิติตัวเองได้แข่งเอเชียนเกมส์ จะไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้าย หวังสักวันจะยืนบนโพเดียมในนามไทยแลนด์
“ก็ไปเชียร์นะคะ เกดกับแข (รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น) ก็ไปเชียร์ เฮเลน ปทุมรัตน์ ก็ไปเชียร์ด้วย ก็ดีใจ เพราะว่าน้องก็ทำได้เท่าที่เขาตั้งไว้ ก็ทำได้ เขาบอกว่าอยากจะเข้าชิงรอบชนะเลิศนะคะ ก็เข้าได้ ทำลายสถิติของตัวเอง ก็ทำได้ ทำลายสถิติของเมืองไทยก็ได้ด้วย อย่างที่เขาบอกว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย
ถามว่าเขาผิดหวังไหม ก็ไม่นะคะ ดูแล้วก็ไม่ได้ผิดหวัง แต่เขารู้สึกว่าเขาทำได้ดีกว่านั้นไหม เขาก็รู้แล้วแหละว่าเขาจะต้องซ้อมให้หนักกว่าเดิม เป้าหมายต้องทำอะไรบ้าง เขาเซ็ตไว้แล้ว ถามว่าเขาอยากได้เหรียญกลับมาไหม ก็อยากได้ เหมือนนักกีฬาทุกคนนะ แต่เกดมองว่าเขาอายุแค่ 17 เองนะคะศักยภาพของเขามันจะเติบโตได้มากกว่านี้อยู่แล้วแหละ เขาไม่ได้มองเอเชียนเกมส์ครั้งนี้เป็นอันเดียวนะคะ เขามองไปถึงโอลิมปิกเลย วันนึงเกดเชื่อว่าเขาไปได้ ในตัวแทนของไทยแลนด์นะคะ แต่เขาจะได้เหรียญไหม เราก็ได้แต่หวัง แต่เกดเชื่อว่าวันนึงเขาก็ต้องเข้าได้”
พร้อมซัปพอร์ตให้ไปถึงโอลิมปิกให้ได้
“ก็ต้องซัปพอร์ตเขาอยู่แล้วแหละ ลูกเราเนอะ เราก็พยายามที่จะช่วยส่งให้เขาถึงฝั่งให้ได้อยู่แล้วแหละ คือสิ่งที่เราผลักดันตั้งแต่ภูเก็ตยันกรุงเทพฯ ยันต่างประเทศ เราเห็นว่าการฝึก วินัยที่เขามี การที่เขาจะต้องตื่นเช้าตอนตี 4 เพื่อจะลงสระตี 5 ซ้อมสัปดาห์ละ 16-18 ชั่วโมง มันเหมือนว่าเป็นรางวัลให้เขาแล้วแหละ แล้วก็การที่เราเห็นเขาได้เดินออกมา ได้ชูมือ แล้วก็มีทีมไทยแลนด์อยู่ตรงหมวกเขา เราก็ภูมิใจ น้ำตาคลอ วันนึงเราอยากจะเห็นเขายืนขึ้นบนโพเดียม แล้วก็รับเหรียญ เราก็อยากเห็น ความสำเร็จของการได้เหรียญในเอเชียนเกมส์ หรือโอลิมปิก มันไม่ใช่ครั้งแรกแล้วคุณจะได้เลย บางทีมันก็ต้องสู้หลายๆ ครั้งค่ะ
ชีวิตวัยรุ่นของเขาเกดเชื่อว่าเขาก็อยากจะมีชีวิตวัยรุ่นแหละ แต่เขาก็เห็นเป้าหมาย เขาวางเป้าหมายเขา แล้วก็รู้ว่าเขาอยากได้อะไร ชีวิตวัยรุ่น is not everything นะเกดว่า เขาก็ไม่ได้โหยหาว่าอยากจะต้องออกไปเล่นกับเพื่อน เพราะวันนึงถ้าเขาทำถึงเป้าหมายได้ เกดเชื่อว่าในอนาคตเขาก็จะสบายแล้วแหละ ถามว่าถ้าทำเป้าหมายเสร็จ แม่จะให้เข้าวงการไหม อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเขาแล้วค่ะ ว่าเขาอยากเข้าหรือเปล่า แต่เขามุ่งมั่นไปทางนักกีฬาอยู่แล้วค่ะ แต่ก็มีเริ่มเดินแบบ มีงานบ้าง ส่วนการแสดงละครก็ขึ้นอยู่กับเขา แต่น่าจะเรียน แล้วก็กีฬาเป็นหลักค่ะ”


