โหนกระแสเดือด! สองกูรูน้ำท่วม “ศศิน” ปะทะ “เสรี” เปิดศึกความคิดปมภาษาเตือนภัย ชี้รัฐสื่อสารล้มเหลว ประชาชนต้องการภาษาคนที่ชัดเจนให้เตรียมตัวได้จริง ไม่ใช่แค่คำว่า “เฝ้าระวัง-เอาอยู่” ที่ทำอะไรไม่ถูก
เดือดกลางรายการโหนกระแสเลยทีเดียว เมื่อ 2 กูรูด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมอย่าง “อ.ศศิน เฉลิมลาภ” นักเคลื่อนไหวทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ “อ.เสรี ศุภราทิตย์” รองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ร่วมฉายภาพวิกฤตน้ำท่วมขังในพื้นที่กทม.และปริมณฑล พร้อมเปิดศึกทางความคิดอย่างเดือดถึง “ภาษาการเตือนภัย” ของภาครัฐ และช่องว่างการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยมี หนุ่ม กรรชัย รับหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการ
อ.ศศิน ไม่เจออาจารย์มาหลายปีแล้ว?
อ.ศศิน : ปี 55 ตอนนั้นมีพายุเข้ามา เจอกันตอนปากโป้ง
มองยังไงเรื่องนี้ อาจารย์บอกว่าตั้งแต่เกิดจากท้องพ่อท้องแม่มาไม่เคยเจอ ฝนที่ตกแบบนี้เลย?
อ.ศศิน : ปีนี้ 58 เนอะ หนักๆ อย่างนี้ไม่เคย ที่ผมอยู่กรุงเทพฯ กับอยุธยา ไม่เคย แต่ผมทำงานในป่า เข้าทุ่งใหญ่ติดสังขละบุรี ก็เคยเจอ แต่ตกหนักๆ 7 ชม.ไม่เจอ แต่คำว่าไม่เจอของผม คือหลังปี 54 มา ผมก็ไม่ได้ทำงานแบบอ.เสรีหรอก ผมเป็นมือสมัครเล่น ผมดูวินดี้ไง พอมีวินดี้ขึ้นมาผมก็ดู เตือนค่อกๆ แค่กๆ อยู่ในเพจ ไม่ได้มีโมเดลอะไร น้ำท่วมทุกปีผมดูบ้านผม เพราะผมย้ายไปอยู่อยุธยา ดังนั้นฟ้าฝน ผมเป็นนักดูวินดี้ ผมมีความรู้อยู่แค่นั้นเอง ไม่ได้เป็นนักเชี่ยวชาญอะไร เป็นนักธรณีวิทยา ไม่รู้เรื่องฟ้าเรื่องฝน ตอนวงใหญ่ขนาดนี้แล้วแช่อยู่ 4 วัน มันไม่มี ตั้งแต่ประสบการณ์ดูวินดี้ผมมาเนี่ย ประเภทเกิดพายุแล้วหมุนๆ ผ่าน ผ่านน่านผ่านอะไร มันไปได้ แต่ปีที่แล้วที่ผมเคยพูดว่าไม่มี แช่อยู่ภาคใต้ 2 อาทิตย์ อันนั้นผมก็เห็นตอนที่หาดใหญ่ ผมก็โพสต์ไปด้วยความไม่ใช่นักวิชาการ ว่าระวังนะ แช่อยู่ 2 อาทิตย์ ไม่เคยเจอ ภาคใต้เกิดฝนบ่อย แต่แช่อยู่มันไม่มี คราวนี้พวกน้องๆ ที่ภาคใต้บอกว่าภาคใต้ฝนตกเยอะอยู่แล้ว มาทุกวัน ผมก็ไม่เกี่ยว เพราะไม่ใช่บ้านผม ผมตามน้ำท่วมอยุธยาอยู่ ก็กลัวน้ำขึ้น พอเจอเพจนี้เขาเตือนและมีข่าวเรื่องเพจปลิว
วันนี้ทีมงานครึ่งนึงติดน้ำท่วมออกมาไม่ได้?
อ.ศศิน : ไม่เป็นไรหรอก ก็ไม่น่าเชื่อ ผมอยู่อยุธยา ไม่ได้เตือนภัยอะไรบ่อย พอผมกังวลว่าน้ำจะท่วมบ้านผมอยุธยา ฝนจะลงมา แล้วเพจทีเขาเตือน ผมดูว่าใครก็ด่าเพจที ก็เช็กหน่อย พบว่าศูนย์กลางของมันหมุน ผมเรียกว่าดีเพลสชั่น อากาศมันหย่อมลงมา หย่อมความกดอากาศต่ำ ก็อยู่บนทะเลสาบเขมร วันที่ผมดูคือวันอังคาร พอดูวินดี้ วงนี้ใหญ่ขึ้นๆ ขยายมาตะวันออก มาบ้านผมอยุธยา ขยายไปอีสาน ขยายมาครึ่งประเทศ แล้วมันไปไหน ถ้าเป็นพายุมันจะหมุนผ่าน แต่พอไม่ใช่พายุ มันก็จะอยู่อย่างนั้น เราก็นึกสงสัย พี่ฮุนเซนผมจะแย่แล้ว ปรากฏว่าวันเดียว มันมานี่เลย ผมก็โพสต์เตือนเบาๆ ตอนแรกไม่เท่าไหร่ แต่เห็นแผนที่กรมอุตุฯ มีร่องความกดอากาศต่ำมันพาดผ่าน ฝั่งอินเดียมันดันมีหย่อมความกดอากาศต่ำ เหมือนพายุไซโคลนกำลังหมุน แต่ความเร็วมันไม่ถึง แล้วมันมาเชื่อมกับร่องนี้ แล้วมาเชื่อมกับหย่อมนี้ ระหว่างร่องมันต่อกัน ผมนั่งดูสนามพลังจะเกิดอะไรขึ้น ด้วยความเป็นนักวิทยาศาสตร์ ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมก็บอกว่าในอีก 4 วันข้างหน้าจะเกิดปรากฎการณ์ซึ่งผมไม่เคยเห็น และอะไรก็ไม่รู้ อาจมีแค่ฝนหนักธรรมดา หรืออาจมีอะไรรุนแรงไม่รู้ เพราะเพจทีเขาเตือน เขามีความรู้มากกว่าผม ก็คิดว่าถ้าอยู่นานๆ อย่างนี้ เอาน้ำที่ความชื้นสูงจากทะเลขึ้นไปเรื่อยๆ มันเหมือนโปรยทานงานศพ เราโยนเหรียญไป จะตกตรงไหนจะลงหัวใครก็ไม่รู้แล้วใน 4 วัน ตรงพื้นที่สีแดงสีส้มจะเกิดอะไรขึ้นมาไม่รู้ ผมเตือนวันอังคาร วันพุธ ผมมีความรู้แค่นี้เอง แต่ที่ใหญ่ๆ ขนาดนี้ไม่เคยเจอ มันไม่ได้น่ากลัวเหมือนพายุ ตรงมันเร็ว แต่มันช้า มันไม่ไปไหน ถ้าตกแบบนี้อันตรายนะ กรุงเทพฯ ไม่ได้เกี่ยวกับน้ำเหนือ เป็นเมืองที่ระบายน้ำไม่ได้ เพราะปูนซีเมนต์ ฝนตกอยู่ 4 วัน อะไรก็เกิดขึ้นได้
ความกดอากาศแบบนี้คล้ายปัวมั้ย?
อ.ศศิน : คล้ายกัน มันแช่
อ.เสรี : ที่ปัวตก 12 ชม. 280 มิลลิเมตร อันนี้แช่นาน เหมือนเอาน้ำมากะละมังนึง ที่ปัวเทปุ๊บเลย แต่ปัจจุบันค่อยๆ เท รินไปเรื่อยๆ แต่รินทุกวัน กรุงเทพฯ ฝน 3 วัน ก็ 320 แต่ว่าค่อยๆ เท แต่ประเด็นที่น้ำยังค้างอยู่เพราะส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มต่ำ เพราะทุกคนเอาน้ำลงคลอง ที่ต่ำมันจะเหนื่อยหนักอยู่แล้ว ทำไมถึงพูดว่าน้ำไม่ลด เพราะมันไปหาคลองจั่น ร่มเกล้า เพราะมันต่ำไงครับ มีภาพให้เห็นชัดเลยว่าลาดกระบังโดนหนักมาก ลาดกระบัง มีนบุรี คลองสามวา บางเขน แถวนี้จะหนัก เพราะเป็นที่ต่ำ เวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้ว่าฯ สามารถเรียกระดมเครื่องสูบน้ำจากบริษัทเอกชนได้ ช.การช่าง ชิโนทัย เอามาเลย เอามาลงที่คลองจั่น ร่มเกล้า ปิดจบเลย ง่ายเร็วกว่าเยอะ ถ้าอาศัยพลังภาคเอกชน ยอมรับเขามีพลังมากกว่าเรา พลังเขาเหลือเฟือ แต่ท่านใช้หรือเปล่า ต้องรีบเอามา กรณีคนอดทนอยู่ได้คืนสองคืนก็จบแล้ว
ภาครัฐไม่มีเหรอ?
อ.เสรี : ลงไปหมดแล้ว แต่ยังไงก็ไม่พอ เราคาดการณ์ไว้แล้วว่าฝนจะเกิดขึ้น เราประเมินความเสี่ยงไว้แล้วนะกทม.จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ใครอยู่พื้นที่สีฟ้า เขาต้องรับรู้ข้อมูลจากท้องถิ่น ว่าคุณอยู่พื้นที่เสี่ยง เหตุการณ์ครั้งนี้ ผมคิดว่าเป็นแค่บทเรียนที่เบาๆ
ห๊ะ?
อ.เสรี : อย่าเพิ่งตกใจ เพราะครั้งนี้เราโดนเฉพาะฝนนะ แต่เรายังไม่โดนน้ำเหนือหลากเลย ยังไม่โดนน้ำหนุนเลยนะ
แล้วจะมามั้ย?
อ.เสรี : ไม่มาครับ ที่เรียนว่าปล่อย 1.9 พัน ยังควบคุมได้ อนาคตข้างหน้าแนวขึ้นแบบนี้หมดเลย น้ำท่วมในอดีต ปี 54 คือน้ำท่วมในรอบ 70 ปี อนาคตข้างหน้าฝนจะหนักมาก จากอดีตเขามา 70 ปีครั้ง อนาคตก็จะเป็น 10 ปี ตรงนี้ต้องตระหนักว่าการสร้างผังเมือง การสร้างอาคาร การป้องกัน โครงสร้าง ต้องตะหนักว่าอนาคตข้างหน้ามันไม่ใช่แบบนี้ มันหนักกว่านี้ จะทำอย่างไร
อ.ศศินล่ะ เอายังไง?
อ.ศศิน : ที่อ.เสรีพูดผมไม่รู้ รู้แค่ว่าเราต้องฟัง มันแยกกรมไง ประชาชนเขาอยู่กรมเดียว ว่าฉันจะเอารถขึ้นจากชั้น 1 เมื่อไหร่ จะต้องเอาผู้ป่วย คนเจ็บไปเตรียมตัวเมื่อไหร่ ประชาชนอยากรู้แค่นั้น ไม่อยากรู้ด้วยว่ากี่มิลลิเมตร จะตกกี่วัน ต้องซื้อไข่ มาม่าหรือเปล่า ดังนั้นเขาอยากรู้ตรงนี้ ที่สำคัญคือรถกับคนป่วยที่บ้าน ที่สำคัญที่สุดของชีวิตคือแค่นี้ เวลาฝนตก กรมอุตุฯ เขามองฝน เขาอธิบายเรื่องฝน ทีนี้คนที่จะมาสื่อระหว่างฝนกับผู้คนวันนี้มันไม่มี ทุกคนปล่อยหมด ถามจริงๆ เหอะ มีใครห่วงภัยพิบัติจริงๆ หรือเปล่า มีมั้ย เพราะกรมอุตุฯ บอกว่าฝนตกหนัก คุณป้องกันตัวเองไง เดี๋ยวผิดเดี๋ยวโดนฟ้อง เจ้านายด่า เศรษฐกิจจะเสีย
พูดไปไม่เกิดขึ้นมาทำยังไง เป็นแค่การพยากรณ์?
อ.ศศิน : คนหายคือใครรู้มั้ย อธิบดีกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย หน้าที่จริงๆ จากกรมอุตุฯ คือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณชัย เขาบอกเขาส่ง sms ไปแล้วไง แต่ภาษาก็คล้ายๆ กรมอุตุฯ เราต้องการรู้ว่าฉันจะเก็บของแล้วต้องทำยังไง ต้องการการสื่อสารที่มันชัด คำว่าฝนหนักในพื้นที่ ผลกระทบไม่เหมือนกัน ดังนั้นต้องอธิบาย ใจต้องถึงกัน ว่าคนที่เขาอยู่ภาวะแบบนี้ คนภาคตะวันออก มีระยอง เมืองตราด เมืองจันฯ เมืองชลฯ พัทยา จะเป็นอารมณ์ไหน ถัดมาใกล้ภูเขาจะอารมณ์ไหน ถ้าวนตกอยู่ในลุ่มน้ำเขาใหญ่ มีรีสอร์ต มีหมู่บ้าน ต้องปฏิบัติตัวยังไง พวกในเมืองต้องขยับรถ แต่พวกที่อยู่ขอบต้องระวังดินถล่ม น้ำป่าใช่มั้ย มันต้องอธิบาย ไม่ใช่ให้เราเตรียมตัว เผื่อรับ
กับอีกอัน ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับอาจารย์นะ โทษที คือนิยามว่ามหาอุทกภัยเป็นยังไง เพราะผมไม่ได้มีความรู้ต่างประเทศเขาทำยังไง อารมณ์ชาวบ้านเขาไม่สนใจนิยามแล้ว พอเกิดขนาดนี้ มหาอุทกภัยของตะวันออกกับคนที่ไม่เคยท่วมปี 54 เขาก็มหาอุทกภัยแล้ว บ้านผมน้ำเอ่อขึ้นมาทั้งท่อ แล้วมันท่วมบ้านผม ผมก็เรียกว่ามหาอุทกภัย เพราะมันไม่เคยเกิด ต่างประเทศจะว่าไงก็เรื่องต่างประเทศใช่มั้ย แต่ในทางวิชาการพูดแบบนี้ก็ไม่ถูก แต่ต้องมีวิธีการเล่าให้ฟังว่าฝนจะตกหนักนะ เราต้องเผื่อไว้ด้วย เช่น รู้มั้ยตอนนี้เขาเรียกอะไรเป็นทางการ อย่างที่ญี่ปุ่นบอก เป็นพายุดีเปรสชั่น เขาบอกวงหมุนเกิน 43 ใกล้ 60 เขาเรียกว่าพายุดีเปรสชั่น นี่เป็นความรู้ใหม่ สมมติอุตุฯ มีความรู้มากกว่าผม บอกความหย่อนอากาศนี้พัฒานาเป็นพายุดีเปรสชั่น ผมฟังถ้าพัฒนาเป็นพายุดีเปรสชั่น ผมจะเตรียมนะ แต่ถ้าบอกฝนตกหนักที่ระยอง ชลบุรี ผมไม่เตรียมนะ ผมเตรียมร่มนะ มันต้องถามว่าผลสัมฤทธิ์คือคนตระหนักหรือเปล่า ถ้าคุณไม่มีประสิทธิภาพตรงนี้ มันใช้ไม่ได้ เท่ากับสิ่งที่คุณทำ เครื่องมือ ทฤษฎีคุณไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเขาผิดนะ แต่ต้องหาวิธีให้คนรู้ว่าต้องเตรียมยังไง เอารถขึ้น ตอนผมหนุ่มๆ ไม่มีอะไรแบบนี้ จส.100 เตือน ฝนตกหนัก ให้รีบกลับบ้าน ปรากฏว่ารถติดหนักถึงตี 2 ถ้าไม่มีประกาศไม่เป็นอะไร เป็นฝนตกหนักธรรมดา มันก็เกิดขึ้นได้ ต้องหาสื่อที่นึกออกมั้ย ถ้ามาถึงตะวันออกวันพฤหัสฯ พวกตะวันออกต้องเตรียมยังไง พอมะรืนจะเข้ากรุงเทพฯ ผมเห็นในวินดี้ ถ้าผมเห็น ทุกคนที่รับผิดชอบก็ต้องเห็น แต่ว่าทุกคนไม่ได้สนใจ
คนรับผิดชอบคือใคร?
อ.ศศิน : กรมอุตุฯ เขาตามกรอบนั้น ลงมาหน้าที่อันดับหนึ่งคือสองเจ้า อันดับแรก ปภ.หนีความรับผิดชอบไม่ได้ ต้องส่ง sms อะไรก็ว่าไป ต้องประเมินและกระจายข่าว ปภ. เขาอยู่กับมหาดไทย เจ้านายปภ.คือรัฐมนตรีมหาดไทย ควบกับนายกฯ อีก คือคุณอนุทิน ดันไปต่างประเทศอีก แต่ตอนนี้คุณอะไรเจเศรษฐ์ดู ลูกคุณชาดาใช่มั้ย อย่าโทษคุณเจเศรษฐ์นะ มันมาแบบนี้ พวกเป็นเทคนิคต้องรีบบอกออกมาสื่อสารหน่อย สื่อสารแบบที่พูดภาษาคน
อุ้ยตาย ที่ผ่านมาไม่พูดภาษาคนเหรอ?
อ.ศศิน : เขาพูดภาษาราชการ ให้พูดภาษาคน อย่างช่วงนี้กรุงเทพฯ อย่าจอดรถไว้ชั้นใต้ดินนะ อย่าเอารถลงอุโมงค์นะ ทั้งหมดอยู่ที่การสื่อสาร โดยไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดอะไรเลย
อ.เสรี : นิดเดียวคือ เราลองจินตนาการว่าถ้าเราบอกว่าให้ปภ.ศูนย์ใหญ่เตือนมา สมมติคลองแสนแสบ เซ็นเซอร์น้ำขึ้น เขาจะรู้มั้ยถ้าท้องถิ่น..เซ็นเซอร์ที่วัดน้ำเป็นของกทม. หลักการแล้ว ท้องถิ่นต้องเริ่มต้นก่อน จะบอกว่าทำไมปภ.ไม่เตือน ท้องถิ่นเขารู้ว่าน้ำจะล้น เขาต้องรีบแจ้งแล้ว พอมาตี 1 ผมก็เลยสงสัยว่าเขารู้ตอนตี 1 เหรอ ยังงงไง เวลาเราประเมิน ส่วนกลางประเมินภาพกว้าง เขาไม่สามารถบอกได้ อย่างสงขลา ส่งไปว่าจะฝนตกหนักมาก แต่เขาไม่บอกหรอก ม.1 ม.7 จะให้ย้ายรถไปไหน เพราะเขาไม่รู้
บอกว่าหนักมาก ประชาชนเตรียมขนของขึ้นที่สูง เอารถไปจอด บอกแบบนี้ได้มั้ย?
อ.เสรี : เขาบอกไม่ได้
เดี๋ยวโดนด่า?
อ.เสรี : เป็นหน้าที่ท้องถิ่น
แล้วท้องถิ่นเขาประเมินไม่ได้หรือเปล่า?
อ.เสรี : นี่แหละ เราถึงต้องทำให้เขาประเมินให้ได้
อ.ศศิน : เป็นหน้าที่ท้องถิ่น ใช่ แต่ความรู้ที่ผมพูดถึง ผมดูวินดี้ ผมไม่เคยเห็น คนเก่งกว่าผมต้องเห็น เห็นแล้วต้องเอ๊ะเปล่า แล้วประเทศนี้ใครต้องเอ๊ะเรื่องนี้ มีสองคนที่ผมบอกว่ามีหน้าที่โดยตรง คือปภ. ถ้าผมเป็นอธิบดีปภ.ผมต้องเอ๊ะเรื่องนี้ ต้องมีความรู้เรื่องนี้
อาจารย์พูดเหมือนเขาไม่มีความรู้นะ?
อ.ศศิน : มีหรือไม่มีไม่รู้ ไม่รู้จัก สองประเทศนี้ตั้งแต่ 54 เพิ่งรู้ว่าไม่มีใครรับผิดชอบเรื่องน้ำท่วม เมื่อก่อนกรมชลฯ เขาดูแลเรื่องพื้นที่ชลประทานแล้วมีเครื่องมือ แต่ตอนหลังมาตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เขาก็หวังว่าเรื่องน้ำ ทางสทนช จะเป็นคนแรกที่เอ๊ะ มีฝ่ายเอ๊ะ แล้วมีกฎหมายออกมานะ ตรงนี้บูรณาการทั้งหมด มีกรรมการน้ำชาติ ตัวเลขาธิการ สทนช คนนี้ต้องเอ๊ะด้วย ต้องเอ๊ะแล้วยิงไปที่ฝ่ายบริหารต้นสังกัดคือใคร วันนี้คือคุณภราดร ดู สทนช รองทรงศักดิ์ ดูกรรมการน้ำชาติ
ท่านบอกเอาอยู่ไง?
อ.ศศิน : ถ้าปภ.กับสทนช. เขาต้องมีนักวิชาการที่เอ๊ะใช่มั้ย แล้วต้องตีไปไหน มหาดไทย นายกฯ ก็ไม่มีปัญหา เพราะรมช.มหาดไทยเขาก็ต้องดู คุณภราดร คุมสทนช ต้องบอก ดังนั้นต้องมีใครสักคนที่อธิบายออกมาพูด ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ แต่ต้องมีวอรูม คอมพิวเตอร์ตั้ง แล้วคนเป็นเบอร์หนึ่งของการตัดสินใจบอกว่าต้องเฝ้าระวัง มีโฆษกมาบอกว่าคืนนี้อยุธยาจะหนักนะ ฝนตกหนัก อะไรเกิดขึ้น ไฟดับ รถชนกัน ไม้ล้ม ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ไฟฟ้า เตรียมสแตนบาย เกิดไม่เกิด ไม่เป็นไร แต่ถ้าตกที่จันทบุรี ระยอง จันฯ ตราด เขาใหญ่ ปราจีนฯ พวกนี้คือน้ำหลากจากภูเขา ใครต้องเตรียม ถ้ามากทม. ตกในกะละมัง น้ำระบายไม่ทัน ตกท่วมครึ่งรถ ใครต้องเตรียม อันนี้เตือนได้ว่าถ้ามันเกิด จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ขอให้พื้นที่และประชาชนต้องเตรียมตัว ผมคิดแทนประชาชน เพราะผมเป็นชาวบ้าน ผมต้องการคนที่บอกผมอย่างนี้ ไม่ใช่ผมคิดเอง ว่าฝนตกหนักบริเวณระยอง ให้เฝ้าระวัง คำที่แย่ที่สุดสองคำ คือคำว่าเฝ้าระวัง เอาอยู่ ห้ามพูดไปเลย ประกาศไปเลยอย่าพูด
เป็นคำกาลกิณี?
อ.ศศิน : มันทำไม่ได้ เฝ้าระวังหมากัด ดูว่าหมามาทางไหนก็เตะมัน เฝ้าระวังน้ำท่วม เฝ้ายังไง เฝ้าไม่ได้ แต่ว่าให้เตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วมได้มั้ย เตรียมได้ แต่เฝ้าระวังน้ำท่วม เฝ้าไม่ได้
เอาอยู่ล่ะ?
อ.ศศิน : เอาอยู่ก็ไม่ได้ เพราะมันไม่มีใครรู้ว่าคุณอยู่ตรงไหน กรุงเทพฯ มีกี่เขต มีพื้นที่ที่เอาไม่อยู่ เช่น ในอุโมงค์ หรือห้างสรรพสินค้าอันนึงที่น้ำไหลลงที่จอดรถ เอาอยู่มั้ย ใครไปสูบน้ำให้คุณ เอาไม่อยู่ จะเอาตรงไหนอยู่ หรือตกอยู่ที่เขาใหญ่ ไม่รู้จะเทไปทางไหน ใครจะไปเอาอยู่ ผู้ว่าฯ ปราจีนฯ หรือนครนายก หรือใคร มันต้องบอกว่าให้เตรียมรับสถานการณ์ หรืออย่างอยุธยาคนสับสนถามว่าน้ำจะท่วมมั้ย ให้ตกยังไงก็ไม่ท่วม มันท่วมเฉพาะน้ำเหนือมา แต่อยุธยาต้องระวังอย่างอื่นใช่มั้ย แต่กรุงเทพฯ ต้องอีกฟังชั่นนึงใช่มั้ย ผมต้องการคนที่ส่งสารให้ผม เพราะผมเป็นแค่ชาวบ้าน ไม่ใช่นักวิชาการ
อ.เสรี : ตามหลักสากล เฝ้าระวังต้องมี มันเป็นไปไม่ได้หรอก ถ้าไม่มีเฝ้าระวัง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์
อ.ศศิน : เตรียมรับสถานการณ์ ไม่ใช่เฝ้าระวัง
อ.เสรี : บอกว่าเตรียมรับไม่ได้
อ.ศศิน : ไปแก้วิชาการ
มีเหตุผลเหมือนกันนะ เตรียมรับสถานการณ์กับเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์?
อ.ศศิน : สมมติปภ.จะเตือนภัย ผมบอกเตรียมแผนเผชิญเหตุ
อ.เสรี : แผนเผชิญเหตุมันมีอยู่แล้ว เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ มันมีขั้นไง ขั้นน 1 2 3 เป็นขั้นๆ
อ.ศศิน : ไม่รู้ ผมเป็นชาวบ้าน ผมเจอเฝ้าระวังมา 10 ปี บ้านผมถ้าน้ำมาเกิน 2 พัน ตรงหมู่บ้านที่ผมอยู่น้ำท่วมหมด น้ำมา 2 พันคือมาจากเขื่อนเจ้าพระยา ยังไงบ้านผมก็ท่วม เพราะไม่มีอะไรมากั้น ดังนั้นผมต้องการให้ปภ.กับผู้ว่าฯ ประกาศภัยพิบัติบ้านผม เพื่อที่จะตั้งศูนย์ช่วยเหลือชาวบ้านแถวบ้านผม ถ้าคุณไม่ประกาศภัยพิบัติ เพราะคุณกลัวไม่เกิด มันเคยไม่เกิดไง แต่ถ้าน้ำท่วมบ้านผม ยังไงมันก็เกิด ดังนั้นนึกออกมั้ย ผมเฝ้าระวังไม่ได้ แม้วิชาการบอกเฝ้าระวัง แต่มาสั่งผมเฝ้าระวัง ผมอาจโง่ก็ได้ ผมเฝ้าไม่เป็น
อ.เสรี : ไม่ได้สั่งเฝ้าระวัง
อ.ศศิน : กรมอุตุฯ สั่งผมเฝ้าระวังทุกที สั่งผม มีใครไม่เคยโดนสั่งเฝ้าระวังบ้าง
เฝ้าระวังมั้ย?
อ.เบียร์ : ไม่รู้ อาจารย์เตรียมอพยพหนี (หัวเราะ)
อ.ศศิน : แล้วน้ำท่วม เฝ้ายังไง พอถึงหน้าบ้านแล้วทำไงต่อ ต้องใช้คำว่าเตรียมรับสถานการณ์
อ.เสรี : ต้องใช้คำว่าเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์
อ.ศศิน : ติดตามแล้วจะยกของตอนไหน
อ.เสรี : ก็มีระดับไง
อ.ศศิน : ผมยกแล้ว ถอดปลั๊กแล้ว
อ.เสรี : ถ้ายกแล้วไม่เกิด มันหลายคน
อ.ศศิน : ผมเป็นนักดูวินดี้ ถ้าวันไหนน้ำท่วมรถผมนะ ผมโคตรอายเลย เสียฟอร์ม เพราะผมเป็นนักดู ทำยังไงให้ชาวบ้านเขาเตรียมการโดยไม่ให้อะไรเสียหายได้บ้าง
อาจารย์อย่าโกรธผมนะ อาจารย์คงคิดในใจว่าชวนมาทำไม?
อ.ศศิน : ผมพูดหมดแล้ว ไม่ได้จะมาด่าอย่างเดียว เดี๋ยวจะขอชมกรมอุตุฯ เหมือนกันนะ
ระหว่างพักเบรกมีการคุยกันรอบนอกบ้างเล็กน้อย อาจารย์ยังมองว่าเป็นการเฝ้าระวัง?
อ.เสรี : มีระดับไง ระดับเริ่มต้นสุดคือให้ข้อมูลข่าวสาร ถ้าไม่มีหลักการเราอยู่ไม่ได้ในประเทศนี้
อ.ศศิน : ไม่เกี่ยวกับหลักการ มันเกี่ยวกับภาษา
อ.เสรี : อยู่ดีๆ บอกเขาเลย พรุ่งนี้ให้ย้ายรถ มันจะเป็นยังไง มันต้องมีระดับ
อ.ศศิน : เขาบอกว่าอย่าประมาท ถ้ารถเราสูงก็ไม่ต้องย้าย
อ.เสรี : ไม่เป็นไร ในสถานการณ์ที่จะเกิดให้มีสติ คอนเซนเทรดกัน แค่นั้นเองประเด็น อย่าไป ไม่รู้ ไม่ฟังข่าวสารเลย มันก็มีปัญหา เหมือนผมขับออกจากสุวรรณภูมิ ฟ้าสว่าง พอได้รับข้อมูลปั๊บ ติดตามหน่อยวะ พอถึงพัทยา น้ำท่วมถึงอุโมงค์ ก็ต้องเป็นระดับอย่างนี้


