xs
xsm
sm
md
lg

ถอดบทเรียน “นัส จุฑารัตน์” ขนรถหนีน้ำท่วม กทม. ชี้คนตื่นตระหนกคือผู้รอด รัฐบาลบอกเอาอยู่=ตัวใครตัวมัน เตรียมรับมือขโมยหลังน้ำลด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แทบจะเป็นคนดังแรกๆ บนโลกโซเชียลที่ออกมาโพสต์ภาพขนรถหนีน้ำท่วมก่อนไม่รอแล้วนะ หลังจากเสพข่าวจากจากเพจ ที ลมฟ้าอากาศ จะมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวันให้ประชาชนเตรียมรับมือและกักตุนอาหาร สวนทางกับรัฐบาลและกรมอุตุฯ ไม่ออกมาประกาศเตือนใดๆ กับประชาชนให้เตรียมรับมือทั้งสิ้น สำหรับ “นัส จุฑารัตน์” ภรรยา “โชคมงคล สินชื่น” หรือที่รู้จักในชื่อ โชค รถแห่ จนสุดท้ายแล้วก็ฝนตก น้ำท่วมขังหลายพื้นที่ กทม. จริงตามเพจดังประกาศ

ซึ่ง นัส จุฑารัตน์ ได้ออกมาถอดบทเรียนน้ำท่วมครั้งนี้หลังจากศึกษาข้อมูลและเฝ้าสังเกตการณ์การทำงานของรัฐบาลในการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมมาตั้งแต่น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งก่อน ตามประสาคนบ้านๆ ได้ดังนี้….

“ย้อนกลับไปวันแรกที่นัสย้ายรถมีแต่คนขำ นัสเองก็ขำตัวเองเหมือนกัน ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนขี้กลัวเลยรีบจัดการอะไรให้มันไวที่สุด ตอนน้ำท่วมหาดใหญ่ปีที่แล้วก็ได้ไปซื้อที่ดินที่เขาใหญ่ แต่ปรากฎยังไม่มีเงินสร้าง มันเป็นที่เปล่าก็เลยไม่สามารถเอารถไปจอดไว้ได้ นึกได้ว่าบ้านผัวก็อยู่โคราชเหมือนกัน แล้วบ้านผัว อ.โนนไทย ไม่เคยมีประวัติน้ำท่วม

จะว่าบ้าก็บ้านะ แต่เราเป็นคนที่อินกับสิ่งที่มีเหตุมีผล ไม่ได้สนในคำทำนายหรือหมอดูอะไรเลย แต่เราเป็นคนที่ชอบฟังเกี่ยวกับกรมอุตุฯ พวกนักวิทยาศาสตร์ต่างๆ ออกมาพูด เขาบอกว่าน้ำแข็งขั้วโลกละลายทุกวันและละลายเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ น้ำทะเลชายฝั่งจะสูงขึ้นเดือนละกี่เซนฯ อะไรประมาณนั้น เราก็แค่คิดว่าถ้าสมมติมันเกิดขึ้นจริงเราจะทำยังไง เพราะบ้านอยู่ที่นี่หมดเลย แม่กู ลูกกูผัวกูและตัวกูด้วย ถ้ามันเป็นชายทะเลจริงๆ  กูจะไปอยู่ที่ไหนก่อน เลยตัดสินใจวิ่งไปหาดูที่ที่เขาใหญ่ ปรากฎได้ที่แถวคลองม่วงมา 1 แปลง แต่ที่บอกยังไม่มีเงินไปทำก็เลยปล่อยมันไว้แบบนั้นก่อน

เกี่ยวกับน้ำท่วมรอบนี้ ด้วยความที่นัสตามเพจข่าวสารเรื่องพวกนี้อย่างใกล้ชิดอยู่แล้วในเพจ ทีลมฟ้าอากาศตั้งแต่น้ำท่วม หาดใหญ่ รู้สึกว่าเขาแม่น ถ้ามันไม่เกิดขึ้นจริงก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยเราก็ได้เตรียมพร้อม ถ้ามันเกิดกูก็รับมือทัน คนอาจจะมองว่าก็มึงรวยนิถึงทำได้ จะบอกว่าคนรวยก็ปล่อยรถแพงๆ น้ำท่วมเยอะนะคะ เห็นเพจข่าวเอามาลงปอร์เช่จมน้ำไปแล้วครึ่งคัน บางทีมันไม่เกี่ยวว่าจนหรือรวย มันอยู่ที่วิธีการเอาตัวรอดของแต่ละครอบครัวของแต่ละคน อะไรทำได้เราก็รีบทำ เราไม่อยากรอ เพราะเรารู้ว่ารัฐบาลไม่สามารถช่วยอะไรเราได้จริงๆ

นี่กล้าพูดได้เลยนะว่า ปีๆ นึงเสียค่าภาษีเยอะมาก แต่พอเกิดเหตุขึ้นก็ อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ทั้งหมดไม่เห็นเหรอ ความเสียหายของทรัพย์สินมันไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ไม่ว่าจะเป็น บ้าน รถ เฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ถึงเวลารัฐบาลเยียวยา 3,000-9,000-20,000 คือเต็มที่เท่าที่เคยเห็นมา แล้วกว่าจะได้เอกสารเป็น 10-20 ฉบับ เราเตรียมตัวเองให้พร้อมไว้ก่อนไม่ดีกว่าหรือ

เห็นนัสแบบนี้ เตาแก๊สปิกนิก เตาไฟฟ้า พาวเวอร์แบงก์ต่างๆ ซื้อตุนไว้เต็มบ้านเลยนะ บางทีตามข่าวสารเพจที ก็คิดนะว่าน้ำมันจะมาจริงๆ เหรอ กรุงเทพฯ คือแหล่งเศรษฐกิจ หน่วยงานราชการต่างๆ ก็อยู่ในกรุงเทพฯ หมดเลยนะ เขากล้าจะปล่อยให้กรุงเทพฯ ท่วมจริงๆ เหรอวะ แต่พอมีหน่วยงานรัฐออกมาประกาศเท่านั้นแหละ กูขนรถเลยจ้า

ซ้ำกว่านั้นไม่พอ เขาประกาศเอาอยู่กูนี่รีบตุนของเลยจ้า เพราะกูรู้ว่ามันจะต้องตรงกันข้ามกับที่เขาพูดทั้งหมด เพราะตอนหาดใหญ่เต็มที่เขาออกมาแค่ขอโทษ มันจะมีประโยชน์อะไร ทรัพย์สินของเราถ้าเราไม่ดูแลแล้วใครจะมาดูแลรักษาให้ กว่าจะซื้อมาได้แต่ละอย่างเลือดตาแทบกระเด็น ทีนี้เห็นไหมคะว่าการบริหารมันล้มเหลวแค่ไหน

ทุกคนจงรู้ไว้เลยว่าถ้ารัฐบาลบอกว่าจงเฝ้าระวังนั้นหมายความว่าอาจจะไม่รอด ถ้าเขาบอกว่าจัดการได้= กูไม่ไหวแล้ว ถ้าบอกอย่าตื่นตระหนกนี่คือฉิxหายแน่นอน ถ้าบอกเอาอยู่=ตัวใครตัวมันพวกมึงช่วยเหลือกันเอง ถ้าบอกว่าเรียบร้อยดี=ไม่เหลือ ย่อยยับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนรับมือเรียบร้อยแล้ว หมายความว่าโยนไปก่อน กูไม่รู้แล้วแต่ชึวิตพวกมึง

ในเมื่อเราหนีไปประเทศอื่นไม่ได้ สิ่งที่ต้องทำคือปรับตัวไปกับมันค่ะ นัสไม่ได้เก่ง ไม่ได้รู้ดีไปกว่าใครเลย แต่แค่รู้สึกว่าเราไม่อยากสูญเสียทรัพย์สินที่เราหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง พูดจริงๆ ว่าไม่มีใครช่วยเราได้แน่นอนนอกจากตัวเราเอง เราจะถอดบนเรียนครั้งนี้ไว้อย่างดี เพื่อครั้งหน้าใครตื่นตระหนก ใครตื่นตูม= รอด เหมือนที่มีคนกดขำนัสนั่นแหละที่บอกไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง

และมันจะไม่ได้จบแค่นี้ หลังจากนี้จะมีขโมยเกิดขึ้นมากมาย เพราะน้ำท่วม 1 ครั้งบางคนสิ้นเนื้อประดาตัวได้เลย บางคนคือเงินทุนก้อนสุดท้าย บางคนคือเงินทั้งหมดในชีวิตที่มี นั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องรับมือกันต่อไป เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ”