“นุช” จนมุม! โฟนอินโหนกระแสเคลียร์ปมแอบอ้างคนดัง แต่เจอทีมทนายรุมซักจนจำนนต่อหลักฐาน อ้างแค่รู้เท่าไม่ถึงการณ์แต่ยืนยันไม่ได้แอบอ้าง “หนุ่ม กรรชัย” ด้านผู้เสียหายเผยสุดหวาดกลัว ขณะที่ทนายดังเตรียมสอนกฎหมายบทโหดให้ชุดใหญ่
หลังจากที่ถูกผู้เสียหายดาหน้าแฉพฤติกรรมอย่างหนักในรายการโหนกระแส เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล ล่าสุด “นุช”บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมแอบอ้างคนดังและกระทำผิดกฎหมายในหลายคดี ต่อสายเข้ามาชี้แจงทีละประเด็นกลางรายการ โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย”ทำหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการ พร้อมด้วยผู้เสียหาย อุ, เอ, บี และทีมทนาย ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์, ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล, ทนายเอ๋ ไพศาล เรืองฤทธิ์, ทนายกุ้ง อำนวยพร มณีวรรณ์
“นุช” คุณชี้แจงเป็นเรื่องๆ เลย?
นุช : ก่อนอื่นนุชต้องขอโทษพี่หนุ่ม พี่ทนายแก้ว พี่ตุ๋ย แล้วก็พี่ไพศาล พี่กุ้งด้วยนะคะ ที่ทำให้เกิดเรื่อง ที่วันนั้นนุชไปยืนโดยไม่ได้รับเชิญ เป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นุชขอโทษจริงๆ แล้วจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วค่ะ
ผมไม่ติดใจ เพียงแต่เรียนตามตรงนะ ตอนแรกตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ยังไม่ได้คุยกันเลย ผมอธิบายอย่างนี้ก่อน ผมเข้าใจว่าคุณเป็นทีมทนายไพศาล เข้ามามาโดยตลอด ไม่ได้ติดใจ จนสุดท้ายผมเริ่มสับสน ผมถามหลายๆ ท่านว่ารู้จักคุณมั้ย ทุกคนบอกว่าไม่รู้จักคุณนุช คุณพูดกับคุณอี้ ว่ารู้จักทนายทั้งสี่คนนี้หมดเลย รู้จักได้ไง?
นุช : กับพี่กุ้งเคยเจอหลายครั้ง ไปเจอที่วัดแถวปทุมฯ เจอกับลูกหมี กับทนายเดชา แล้วถ่ายรูปกัน
รู้จักเป็นการส่วนตัวมั้ย?
นุช : ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวค่ะ เจอกับพี่กุ้งที่ศาล เจอพร้อมลูกหมี เข้าไปสวัสดีตามปกติ แล้วถ่ายรูปค่ะ พี่แก้วเจอในงานวันเกิดพี่จิ๊บ ถ่ายรูปแล้วก็เข้าไปสวัสดี เคยโทรปรึกษาคดีกับพี่แก้ว เรื่องคดีพรากผู้เยาว์ค่ะ ซึ่งคดีนี้เป็นลูกของเมย์ นุชมาช่วยเมย์ มีเหตุการณ์ไม่ดี แต่ขอไม่ลงรายละเอียดแล้วกัน
คือคุณบี?
นุช : ค่ะ ที่อยู่องค์กรทำดี ลูกเขาทำไม่ดีในที่สาธารณะ แต่ขอไม่ลงรายละเอียด ก็ไปขอคำปรึกษาพี่แก้ว พี่แก้วให้คำปรึกษามา นุชเลยเดินบอกบีว่าไม่ควร แยกย้าย แล้วมาเจอกันที่ศาลนี่แหละค่ะ
ทนายแก้ว : แต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว ถูกมั้ยครับ
นุช : ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวค่ะ แต่เจอกันในงาน เคยโทรปรึกษาคดีพรากผู้เยาว์ครั้งนึงค่ะ
ทนายแก้ว : ผมจำไม่ได้จริงๆ ครับ
นุช : พี่แก้วให้คำปรึกษาค่ะ นุชยังบอกเมย์ว่าพี่แก้วแนะนำอย่างนี้นะ อย่าไปยุ่งเลย
แต่วันนั้นคุณดูสนิทสนมกับแก้วมากเลยนะ?
นุช : กินลูกอมเฉยๆ ค่ะ ไม่ได้กินช็อกโกแลต ถัดมาคือพี่ตุ๋ย เคยเจอที่ศาลครั้งนึง ตอนนั้นนุชไปเรื่องคดี นุชเป็นโจทก์ค่ะ ไม่ได้เป็นจำเลยนะคะ นุชยื่นฟ้องค่ะ แล้วก็เจอพี่ตุ๋ย ขอถ่ายรูปด้วย มาเจออีกทีคือวันที่ 17 ค่ะ
ทนายตุ๋ย : วันนั้นคุณวิ่งมาหาผม มาขอถ่ายรูปโดยไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แล้วคุณอ้างว่าคุณรู้จักลูกหมี
นุช : ใช่ค่ะ
ทนายตุ๋ย : ทำไมคุณพูดแบบนั้น เพราะคุณเห็นผมทำคดีกับคุณลูกหมีใช่มั้ย คุณถึงพูดแบบนั้น เพื่อให้ผมเชื่อว่าคุณรู้จักกับลูกหมีจริง
นุช : ไม่ได้คิดลึกซึ้งขนาดนั้นค่ะ คิดแค่ว่าเข้าไปสวัสดีพี่ตุ๋ย แล้วขอถ่ายรูปค่ะ
ทนายตุ๋ย : นุชไม่จำเป็นต้องพูดคำนั้นก็ได้ เพราะปกติคนมาขอถ่ายรูปอยู่แล้ว พอพูดว่าสนิทกับลูกหมี ผมก็ถามว่าสนิทเหรอ คุณก็เลยขอเบอร์ผม ถูกมั้ย แล้วเราก็ไม่เคยคุยกันอีกเลย
นุช : ค่ะ ไม่เคยเลยจนกระทั่งไปเจอวันนั้น
ทนายตุ๋ย : คุณไม่ได้เป็นทนายความด้วยซ้ำ
นุช : ไม่เคยค่ะ แต่มีการสอบค่ะ
ทนายตุ๋ย : แต่เอ๋ ไพศาลบอกว่าคุณบอกเป็นทนายนะ
นุช : นุชไม่ได้บอก เดี๋ยวลำดับเหตุการณ์ก่อน พี่เอ๋มาแซวนุชว่าทนายนุชนะ นุชก็ยิ้มแล้วหัวเราะ แต่นุชผิดตรงที่นุชไม่ได้ปฏิเสธค่ะ ตรงนี้ต้องขอโทษด้วย พี่เอ๋แซวนุชว่านี่ทนายนุช นุชเลยบอกว่าขออนุญาตพี่ตุ๋ยนะคะ นุชขอมาเรียนหน่อย มาเรียนเอาความรู้ นุชบอกพี่ตุ๋ยค่ะ
ทนายตุ๋ย : ไม่ได้พูดครับ คุณพูดกับผมท่อนไหน ผมเตรียมเอกสารอยู่ในห้องพิจารณาคดี แทบไม่ได้คุยกับคุณเลยด้วยซ้ำ
นุช : อยู่หน้าห้องค่ะ
ทนายตุ๋ย : เรื่องคุณไม่ได้เป็นทนาย คุณก็ควรปฏิเสธตั้งแต่ตอนนั้น จะมาปฏิเสธอะไรตอนนี้ ถ้าคุณไม่ใช่ ผมจำได้ผมยังถามเลยว่าคุณเป็นทนายด้วยเหรอ คุณยังเออออเลยว่าใช่ แต่หนูไม่ได้บอกพี่ แล้วคุณบอกไม่ได้ตั้งใจ มาขอโทษ คุณต้องการอะไรก็ไม่รู้
ทนายเอ๋ : จะพูดกับทนายก็ต้องพูดให้ตรงนะ วันนั้นมีพยานอยู่หลายคน ตัวผมเองไม่รู้ว่านุชเป็นใคร แต่นุชบอกว่าชื่อนุชค่ะ มีลูกน้องทนายตุ๋ยยืนอยู่ข้างๆ พี่ตุ๋ยมาถามอะไรสักอย่าง แล้วคุณบอกว่าหนูไม่ได้บอกค่ะว่าเป็นทนายนุช พี่ตุ๋ยได้ยิน ผมได้ยิน ลูกน้องพี่ตุ๋ยก็ได้ยินอีกสองคน พูดอะไรต้องอิงหลักฐานนะ เห็นว่าสอบตั๋วทนายด้วย จะจนต่อหลักฐานถ้าโดนจู่โจมพยานแบบนี้ สองคุณคุยกับภรรยาผม ภรรยาผมโทรไปถามคุณตั้งแต่วันเสาร์ ว่าคุณไปนั่งอยู่ตรงนั้น คุณทำอาชีพอะไร ภรรยาเปิดคลิปเสียงให้ผมฟัง คุณบอกไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ภาพข่าวหราเลย คุณบอกดรีมทีม คุณเบียดพี่แก้วตกเฟรมไปเลยนะ คุณทำกับคนที่ปรึกษาคุณได้ยังไง แล้วที่คุณพูดว่าคุณอยากจะเรียนโหดๆ เดี๋ยวผมจะสอนความโหดให้คุณ คุณรอนับจากนี้นะ ผมเล่นได้แต่ไม่ตลกด้วย ผมเอาแน่นอน คุณถ่ายรูปกับคนดัง ใช้ภาพถ่ายไปโพสต์ไปแอบอ้าง ทำให้บุคคลคนนึงเป็นแพนิก ทำให้อีกคนออกจากบ้านทำให้อีกคนเสีย 5 ล้านเกือบฆ่าตัวตาย คุณดูไว้นะว่าผมจะทำอะไรคุณบ้าง คุณอยากได้การเรียนรู้วิชาทนายแบบโหด เดี๋ยวผมจะสอนคุณเอง
นุช : ประเด็นที่นุชไปยืนหลังเฟรม นุชขอโทษทุกคน จากใจจริงเลยค่ะ อีกประเด็นที่นุชลงรูปในสื่อโซเชียล เอารูปคนดังมาลง นุชมีเจตนาแค่ชื่นชอบ ชื่นชม คนดัง ศิลปิน นุชแค่ชื่นชอบในผลงานเขา ไม่ได้มีเจตนาอะไรเลยค่ะ
แต่คุณอนุทิน คุณเอาไปขู่คุณบีนะ?
นุช : ไม่ได้ขู่ค่ะ ปกติถ่ายรูปแล้วส่งไปให้เมย์ดู
ทนายตุ๋ย : พี่หนุ่มเขาอ่านจากข้อความนะ คุณจะปฏิเสธหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์เหรอ
นุช : อันนี้นุชไม่มีเจตนา ต้องขอโทษด้วยค่ะ
บี : สืบเนื่องจากเรื่องลูกสาวค่ะ ลูกสาวอยู่ในช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ เขามีความดื้อ เขามีแฟนเป็นเรื่องปกติค่ะ แต่ก็มีความอยากรู้อยากลอง เราขอเจรจากับทางครอบครัวผู้ชายไปค่ะ แต่ทีนี้ผู้ชายเขาไม่ได้ยินยอมจะรับผิดชอบเท่าไหร่ ก็มีการเรียกร้องกันไปค่ะ สุดท้ายแล้วก็จบลง แต่ครอบครัวผู้ชายเขาไม่ยอมมาเจอเรา ก็เลยต้องบีบให้ครอบครัวผู้ชายมาเจอเราให้ได้ เพื่อให้เป็นการพูดคุยกัน และอยากรู้ว่าเด็กสองคนโกหกกันมั้ย แต่พอได้พูดคุยกัน เราก็ตกลงกันว่าให้แยกย้ายกันไปเรียน ทางคุณนุชเขาก็ประมาณว่าให้เอาข้อความนี้ส่งให้ลูกสาวดู ว่าป๋าไม่ธรรมดา ให้ครอบครัวฝั่งโน้นเขาดูค่ะ แต่เราไม่ได้มีการส่งต่อ
ทนายตุ๋ย : จริงมั้ยครับ
นุช : อันนี้จำไม่ได้ค่ะ
ทนายตุ๋ย : จำเยอะจนจำไม่ได้
นุช : เจตนานุชถ่ายรูปแล้วจะส่งให้เมย์ดูว่าวันนี้ไปเจอใครบ้าง แต่ไม่มีเจตนาไปข่มขู่ใครเลยค่ะ
ทนายเอ๋ : คุณสอบตั๋วทนาย ทฤษฎีผ่านแล้วใช่มั้ย
ทนายตุ๋ย : ผ่านแล้วค่ะ
ทนายเอ๋ : คุณต้องสอบปฏิบัติอีกเยอะนะ
ทนายตุ๋ย : ขอโทษ ทนายความเขาเรียกมรรยาท ไม่ใช่ตั๋ว ไม่ใช่วัว ไม่ใช่ควาย
ทนายเอ๋ : ผมเรียกตั๋วถูกแล้ว เพราะมันเหมาะกับเขาแล้ว คนแบบนี้สอบใบอนุญาตไม่ได้ ต้องสอบตั๋วทนาย ผมอยากบอกคุณนะ ถ้าเป็นคดีความไม่ว่าจะแพ่งหรืออาญา คุณโดนจู่โจมพยานแน่ หลักฐานที่คุณส่งไลน์ให้เขามีเยอะมากนะ รวมทั้งบุคคลอื่น รูปถ่ายในโซเชียลที่คุณเปิดสาธารณะ คุณจนต่อหลักฐานนะ
คุณบีแพนิกขึ้นแล้ว มือสั่นหมดแล้ว เป็นอะไร?
พี่สาวบี : ได้ยินเสียงเขาแล้วหลอน กลัว
คุณทำให้บี คุณเมย์กลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?
นุช : ไม่เคยทำให้กลัวเลยค่ะ ไม่มีเจตนาทำให้กลัวเลยค่ะ แล้วกับบีเราคบกันจริงค่ะ เริ่มต้นเลยเขาอยู่องค์กรทำดี มาวันนึงเขาบอกว่าพี่นุช ออกเงินให้หนูหน่อย หนูไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ขอยืมเงินออกไปเช่าคอนโดอยู่ข้างนอก เพื่อหนูจะได้ออกไปทำงานขายประกัน นุชเลยบอกว่าเอาสิ ไปดูมาว่าที่ไหน นุชก็ไม่ได้ไปสนใจ พอเขาดูจนพอใจ นุชก็ไปจ่ายเงินไปโอนให้เจ้าของห้อง ค่ามัดจำค่าล่วงหน้าอะไร นุชโอนให้หมดเลยค่ะ จากนั้นนุชก็จ่ายค่าเช่าคอนโด ค่าเช่าห้อง เดือนละ 7,500 ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต นุชก็จ่ายให้เขาตลอด จนผ่านไป 3 เดือน เขาขายประกันไม่ได้ เขาเลยมาขายส้มตำไก่ทอด เดินส่งในคอนโด นุชเลยบอกว่าเดี๋ยวจะไม่จ่ายค่าห้องแล้วนะ หนูเก็บเงินจ่ายเองนะ ก่อนหน้ามาเช่าห้อง เขาก็ส่งเงิน ส่งดอกเบี้ย เงินกู้นอกระบบค่ะ เขากู้นอกระบบมาจากคนนึงที่มีชื่อเสียง พอไปกู้เขาก็ส่งดอกรายวัน แล้วขอเงินนุชวันละ 250 บาททุกวันค่ะ ตั้งแต่พ.ย.-ธ.ค. ท้ายที่สุดนุชเลยถามว่าสรุปเป็นหนี้เท่าไหร่ ทำไมจ่ายไม่จบไม่สิ้นสักที เขาบอกว่าจ่ายเป็นดอกเบี้ย เพราะเป็นเงินกู้นอกระบบ นุชถามว่ามันเท่าไหร่กันแน่ เขาบอก 5,000 นุชก็โอนเงิน 5,000 ให้เขาไปล้างหนี้ทั้งหมด นี่เป็นอีกก้อนนึง แล้วลูกสาวเขาขอออกไปอยู่หอ เขาก็ขอเงินนุช ป๋าช่วยออกให้หน่อย นุชบอกโอเค ไหวนะ เรียนไปทำงานไปไหวนะ เขาบอกวาไหว นุชก็ออกค่าเช่าค่ามัดจำล่วงหน้า นุชเซ็นสัญญาให้ลูกเอง
คุณต้องการชี้แจงว่าไง คุณทวงเขาแสนกว่าบาทใช่มั้ย?
นุช : ใช่ค่ะ แล้วนุชก็จำไม่ได้ว่าเป็นค่าอะไร สบู่ ยาสีฟันใดๆ นุชจำไม่ได้
ทนายแก้ว : นุชสมัครใจให้โดยเสน่หา แต่นุชหัวหมอนิดๆ ในการส่งข้อความทางแชตเพื่อให้เป็นหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ไปฟ้องเขา คุณเขียนว่าเจ้าหนี้นุชในแชตไลน์ บางอย่างคุณให้เขาโดยเสน่หา คุณจะเอาตรงนั้นมาเป็นเงินยืม มันไม่ถูกครับ นี่คือเทคนิคทำหลักฐานเพื่อฟ้องตามพรบ.อิเล็กทรอนิกส์ครับ
นุช : วันนั้นนุชไปคอนโด ก็คุยกันว่าตกลงเป็นหนี้เท่าไหร่ นุชเอาเครื่องคิดเลขมากดค่ะ ถ่ายรูปในเครื่องคิดเลข แสนนิดๆ นี่แหละค่ะ จำไม่ได้ นุชก็ส่งให้เขา เขาบอกว่าขอบคุณค่ะ
ทนายตุ๋ย : คุณคบเขาเหมือนคนรักกัน ใช้ชีวิตด้วยกัน แล้วคุณจะมาเอาอะไรจากเขาอีก เป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน แล้วคุณจะเอาอะไรมาทวงเขา
นุช : เราพูดกันตลอดว่าเงินยืมคือเงินยืมนะ
ทนายเอ๋ : ผมสงสัยเรื่องนี้ ที่เขาเตือนคุณไม่ให้ไปยุ่งวุ่นวายกับคุณบุ๋ม ปนัดดา คุณโกรธเขาใช่มั้ย
นุช : ไม่ได้โกรธค่ะ
ทนายเอ๋ : คุณเข้าไปหาคุณบุ๋ม ปนัดดาทำไม เข้าไปเพื่ออะไร
นุช : เข้าไปคุยปกติเลยค่ะ
ทนายเอ๋ : พอแฟนคุณห้ามคุณ คุณเลยโกรธเขา ใช่มั้ย
นุช : ไม่ได้โกรธประเด็นนี้เลยค่ะ
ทนายตุ๋ย : คุณใช้ความรู้ที่เรียนมาไปเอารัดเอาเปรียบคนอื่น แทนที่จะเอาความรู้ไปช่วยเหลือลูกความหรือผดุงความยุติธรรม มันสูญเสียองค์กร ผมว่าคุณไม่น่าเหมาะที่จะเป็น ผมไม่ได้กล่าวหานะ แต่ถ้านุชมีพฤติกรรมแบบนี้จริงๆ คุณต้องพิจารณาตัวเอง
ทนายแก้ว : คุณยั่วยุพ่อเขาให้ทำร้ายร่างกาย เกินวิสัยไปจริงๆ นะนุช
ทนายเอ๋ : อีกอย่างคุณเอารูปถ่ายนายกสภาทนายความไปนะ ผมเชื่อว่าเรื่องนี้ถึงสภาทนายความแล้ว ถ้าคุณนุชจะสอบภาคปฏิบัติอีก ผมคิดว่าคุณคงคิดได้นะว่าคุณจะถูกคัดค้านหรือไม่จากผู้เสียหายเหล่านี้ ผมคิดว่าคุณไม่น่าได้เติบโตในอาชีพทนายความ ผมดูแล้วนะ
ที่คุณลงไปลงรูปคู่เจ้าสัวธนินท์ ตกลงว่ายังไง คุณเองได้นามบัตรมาจริงใช่มั้ย?
นุช : วันนั้นนุชไปที่สมาคมแต้จิ๋ว นุชเจออากง นุชก็แนะนำตัวเองว่านุชเป็นหลานอาม่าจิ้งเฮียง แซ่ปึง นุชก็เล่าตามข้อเท็จจริง บ้านอยู่ซอยเย็นจิตร อากงก็เลยถามว่าอาม่าสบายดีมั้ย นุชก็บอกว่าอาม่าเสียแล้วค่ะ แต่ว่าอันนี้ไม่ได้นามบัตรมาค่ะ แต่ว่าพูดคุยกันจริงๆ ค่ะ
เจ้าสัวธนินท์เรียกตัวเองว่าอากงเหรอ?
นุช : อาม่าสอนให้นุชเรียกว่าอากงค่ะ
คุณเขียนบรรยายว่าท่านเรียกตัวเองว่าอากงนะ?
นุช : อาม่าสอนให้นุชเรียกว่าอากง
เอาอันสุดท้ายเลย มีอะไรโทรหาอากงนะ คุณกำลังจะบอกว่าเจ้าสัวแทนตัวเองว่าอากงใช่มั้ย?
นุช : ไม่ใช่ค่ะ อันนี้นุชเขียนเองค่ะ นุชต้องขอโทษด้วยค่ะ
ตกลงไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะ?
นุช : ค่ะ
คุณสนิทกับเป็ก สัณณ์ชัยจริงมั้ย?
นุช : คุยกันค่ะ คุยไลน์กันค่ะ เจอกันก็ทักทายกัน สวัสดีค่ะ เจอทีไรพี่เป็กก็เข้ามากอดว่าไงไอ้น้อง ทุกครั้งค่ะ
เขารู้มั้ยคุณเป็นใคร รู้จักกันได้ยังไง?
นุช : อันนี้นุชไม่ทราบค่ะ เวลาเจอกันเขาก็เรียกว่าไอ้น้อง
ทนายตุ๋ย : ทำไมเขาไม่เรียกชื่อคุณ ถ้ารู้จักกัน คุยกัน
นุช : เขาก็เรียกน้องตลอดเลยค่ะ
ทนายตุ๋ย : คุณเที่ยวบอกคนอื่น บอกผม บอกเอ๋ บอกทนายแก้ว บอกพี่กุ้งว่าชื่อนุช ทำไมกับคุณเป็กไม่บอกว่าชื่ออะไร
นุช : ไม่ได้บอกว่าชื่ออะไรค่ะ
ทนายเอ๋ : ดีแล้วล่ะที่คุณอ้างว่ารู้จักคุณเป็ก เห็นเขาบอกว่าเขาอยากกอดคุณ เชื่อว่าเขาดูรายการวันนี้ เขาอยากทำมากกว่านี้แน่นอน มากกว่ากอดแน่นอน
ฝั่งคุณเอ คุณจะชี้แจงว่าไง คุณเอาเงินเขา 5 ล้านจริงมั้ย ศาลให้คุณจ่าย แต่คุณไม่จ่าย ยังไงเนี่ย?
นุช : คดีนั้นคดีแพ่ง ให้นุชจ่าย 2 ล้าน ถ้าจำไม่ผิดนะคะ แต่ยังไม่จ่ายค่ะ
เขายืนยันว่า 5 ล้านนะ วันที่คุณเข้ามากลางวง มันทำให้เป็นแบบนี้แหละ?
นุช : ค่ะ นุชผิดพลาดจริงๆ ค่ะ
ไม่ได้ผิดพลาดหรอก ผมว่าดีแล้วแหละ คุณจ่ายเขาหรือยัง?
นุช : ยังค่ะ หลังเป็นคดีเขาโพสต์หมิ่นประมาท ดิสเครดิตนุชหมดเลย ปรากฏว่าลูกค้ายกเลิกงานนุชหมดเลยค่ะ เขาดิสเครดิสเยอะค่ะ เขาเอ่ยชื่อด้วยค่ะ บริษัทนี้โกง ไม่จ่าย แล้วพูดให้คนอื่นๆ ฟังค่ะ
บริษัทคุณเองเปล่า?
นุช : ใช่ค่ะ มาย มีเดียฯ ค่ะ เขาเอ่ยชื่อบริษัท
คุณเลยฟ้องเขา 30 ล้าน?
นุช : ใช่ค่ะ
แล้วศาลพิพากษาว่าไง?
นุช : ศาลพิพากษาว่าเขาผิด แต่ให้จ่ายไม่ถึงค่ะ คดีอาญาศาชชั้นต้น ศาลสั่ง 1 แสนค่ะ
เขาจ่ายให้คุณ 1 แสน คุณจ่ายให้เขา 5 ล้านเลยได้มั้ยล่ะ ผมเคลียร์บนโต๊ะนี้เลย?
นุช : มันไปไกลกว่านั้นแล้วค่ะ เพราะชื่อเสียงนุชป่นปี้หมดเลย ตอนนั้นนุชไม่มีงานเลยนะคะ
ทนายกุ้ง : จำได้มั้ยที่เจอที่วัด คุณบอกว่ารู้จักพี่เฮง โคตรอินดี้ที่ทำคอนเสิร์ต ปรากฏว่าพี่เฮงเป็นเพื่อนทนายกุ้ง เลยไม่ได้สงสัยอะไร ปรากฏว่าไปเช็กกับพี่เฮงมา เขาบอกว่าคุณไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย
นุช : นุชช่วยพี่เฮงขายสปอนเซอร์ค่ะ วิ่งขายงานกับพี่เฮงค่ะ
ทนายกุ้ง : พี่เฮงบอกไม่เคยร่วมงานกันเลย
นุช : นุชช่วยขายงานขายสปอนเซอร์กับพี่เฮงค่ะ
ทนายกุ้ง : ทำไมถึงอ้างชื่อพี่เฮง เพราะถ่ายรูปเฉยๆ ก็ได้ไง ก็เชื่อสิว่าทำงานกับพี่เฮง
ทนายตุ๋ย : นุชก็ทำเหมือนที่พูดกับผมว่าเป็นเพื่อนลูกหมี นุชทำกับทนายกุ้งแบบนี้
ทนายเอ๋ : คนที่เส้นเลือดสมองแตกตายที่วัด ที่คุณไม่ได้ไปงานศพ แล้วเขาเรียกคุณว่าลูก เขาจ่าย 5 ล้านทุกเดือน คุณเอาเงินไปไหนหมด
นุช : อันนี้นุชขอไม่ตอบได้มั้ยคะ เรื่องนี้ขอไม่ตอบแล้วกัน แต่งานศพเขา นุชได้ไปค่ะ
ทนายเอ๋ : บริษัทคุณ คุณเป็นกรรมการคนเดียวใช่มั้ย
นุช : ใช่ค่ะ
ทนายเอ๋ : แล้วเงิน 5 ล้านไปไหน คุณไม่จ่ายคู่ค้า เอาไปใช้กิจการอะไร เกี่ยวกับบริษัทมั้ย
นุช : มันนานมาแล้ว จำไม่ได้ค่ะ
ทนายเอ๋ : ถ้าคุณไม่ได้จ่ายเขากี่สิบปีก็รื้อได้ แล้วจะโดนหลายอย่าง ดีไม่ดีถ้าคุณบริสุทธิ์จริงคุณไม่ติดคุก แต่เดี๋ยวผมจะสอนกฎหมายโหดๆ ให้คุณดู
ทนายแก้ว : พฤติกรรมเอาภาพไปข่มขู่ให้ใครตกใจกลัว หรือหวาดกลัว มันเข้าข่ายความผิด 309 มีโทษจำคุก 3 ปี
ทนายตุ๋ย : ข่มขู่ คุกคาม ทำให้เดือดร้อนรำคาญ เป็นลหุโทษ ส่วนศาลท่านดูว่าผิดครั้งเดียว หลายครั้ง ลงบทหนักเป็นเรื่องข้อกฎหมาย คุณเรียนกฎหมายมา ไม่รู้ว่าเข้าสมองบ้างมั้ย ไปลองดูนะ
ทนายเอ๋ : ของผมเอาหนักหน่อย ปรับไม่เอา คุณเข้าข่าย 341 ฉ้อโกง แล้วคุณโพสต์เฟซบุ๊กอีก เข้าข่าย 343 ฉ้อโกงประชาชนอีก เข้าข่ายพรบ.คอมพ์ฯ วงเล็บ 1 อีก คุณทำให้พวกผม พี่หนุ่มเสื่อมเสีย คุณโดนละเมิดอีก ทางแพ่ง คุณโดนชุดใหญ่นะ แล้วเงินบริษัทที่เขาจ่ายคุณมาแล้วคุณไม่จ่ายเขา เดี๋ยวไปรื้อเลย เดี๋ยวโดนอีก
คุณบุ๋มส่งข้อความมาถามคุณว่า สรุปคุณบีเป็นหนี้คุณเท่าไหร่กันแน่ เอาตัวเลขชัดๆ ไม่ต้องบวกอะไร ชัดๆ กลมๆ?
นุช : วันนั้นคุยกันว่า 1 แสนกับอีกเศษๆ
ตกลงคุณเป็นหนี้เขาเท่าไหร่?
บี : ถ้าเป็นหนี้ที่ยืนยันเส้นทางการโอน รวมทั้งหมดอยู่ที่ 54,000 รวมกับที่เขาปิดหนี้ให้ และค่ามัดจำคอนโดอีก 22,500 ค่ะ
ที่เหลือเขาให้โดยเสน่หา มีค่าอะไร?
บี : มีกินข้าว พาไปเที่ยว พาไปร้านอาหารต่างๆ การซื้อของสด ทำอาหาร
อันดับแรก เงินที่ยืมไปรวมๆ 5.4 หมื่น คุณจะเอาค่าที่พาเขาไปกินด้วยเหรอ?
นุช : ไปกินปกตินุชเป็นคนจ่าย และไม่เคยไปเก็บนะคะ
บี : ตามรายการเลยค่ะ มีครีมทาผิว ค่าคอนโด ค่าน้ำ ค่าไฟ มีค่าลงทุนขายของค่ะ 3,500 ยืมพี่สาวแล้วเอาไปคืน โดยขอเงินเขา ในส่วนตรงนี้ถ้ารวมกินใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน รวมอยู่ที่ 5.4 หมื่น แต่เงินที่ขอติดตัวเลยตลอดที่คบกัน คือ 6,162 บาท
5.4 หมื่น คุณจบมั้ย?
นุช : จ่ายทั้งหมดเลยใช่มั้ยคะ
บุ๋ม ปนัดดาจะจ่ายให้ เขาบอกจัดการเอง?
นุช : ขอไปดูก่อนได้มั้ยคะ นุชจำไม่ได้ค่ะ
ตอนนี้อยู่หน้าจอเลย?
นุช : เขาคิดมา 5.4 หมื่นใช่มั้ย จ่ายแล้วจบ
เขาจบเลย แล้วคุณอย่าไปยุ่งกับเขาอีก แล้วให้มาขนของออกไปด้วย?
นุช : โอเคค่ะ
ทนายตุ๋ย : คุณได้รับชำระหนี้จากบี แล้วคุณจะยอมโอนหนี้จากคุณบีให้คุณเอมั้ย เป็นการชำระหนี้บางส่วนตามกฎหมาย เรียนกฎหมายมา มันทำได้ โอเคมั้ย
นุช : ขอตัดสินใจอีกทีค่ะ
ทนายตุ๋ย : ไม่ต้องตัดสินใจ มันอยู่ในหัวแล้ว ถ้าติดใจก็มาทำบันทึกข้อตกลงกัน
นุช : นุชยังไม่ขอตอบตอนนี้นะคะ ขออนุญาตค่ะ ส่วนคดีแอน นุชขอชี้แจงว่าคบกันจริง อยู่บ้านเขาจริง แต่รายละเอียดนุชขอไม่ลง เพราะอยู่ในกระบวนการศาลฎีกาอยู่ค่ะ
ทนายตุ๋ย : เปิดไปเล้ย จะไปกลัวอะไรความจริง
ทนายเอ๋ : คุณรักคุณแอนแบบแฟนใช่มั้ย คุณด่าพ่อแฟนกูมึงได้เหรอ คุณทำถูกเหรอ
นุช : ไม่ถูกค่ะ
ทนายเอ๋ : คุณไปถ่ายยั่วเขา แล้วฟ้องเขาเรียก 6 ล้าน คุณไม่สงสารแอนเหรอ เขาเป็นมะเร็งด้วย นี่เป็นคนรักแบบไหน คุณโจทย์เยอะมาก รวมทั้งตัวผมด้วย
คุณมีผู้เสียหายค้างคาอยู่หลายคนนะ ที่ติดต่อทางผมมา มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ สิ่งที่ทุกคนกังวลใจคือคุณมักเอาภาพที่คุณถ่ายกับทุกคนไปเปิดเผย แล้วอย่างที่คุณบอกว่าคุณทำงานกับผม คุณไปพูดได้ไง ถามจริง?
นุช : ไม่เคยพูดเลยค่ะ
คุณจะบอกว่าคุณบุ๋ม ปนัดดา โกหกเหรอ?
นุช : นุชไม่เคยพูดเลยค่ะ
วันนั้นคุณไปงานล่าสุด วันเสาร์ที่คุณไป?
นุช : นุชไม่เคยพูดว่านุชทำงานกับพี่หนุ่มเลยค่ะ
บี : เขาอ้างว่าเขาเคยทำงานร่วมกับพี่หนุ่มค่ะ กับทนายท่านอื่น และคนดังอีกหลายท่าน รวมทั้งแม่บุ๋มด้วยค่ะ พอทีมงานทุกท่านรู้ว่าเขาเข้าถึงตัวแม่ ก็มีการพูดให้แม่ระมัดระวังตัว ให้หนูมาเตือนคุณนุชเขาค่ะ แต่เป็นการเตือนที่ไม่ประสบความสำเร็จ เป็นการทะเลาะกัน โดยให้เราออกจากมูลนิธิองค์กรทำดี ไม่งั้นเขาจะเลิกรา และไม่รับผิดชอบช่วยเหลือเราอีก เราก็ไม่อยากทำความเดือดร้อนให้แม่ เลยถอยออกมาใช้ชีวิต บอกแม่ว่าวันนี้ไปสอบบัตรตวแทนประกันได้แล้วนะคะ หนูจะขอออกไปทำอาชีพเดิม แม่ก็อวยพรให้ ก็เลยถอยออกมาเพื่อไม่ให้เขาเข้าไปวุ่นวายกับแม่อีก
เขาเอ่ยชื่อพี่ยังไง?
บี : เขาอ้างว่าทำงานร่วมกับพี่หนุ่ม กรรชัย ทำงานร่วมกับทีมทนาย โดยอ้างกับผอ.ท่านนึงที่โรงเรียน
นุช : ตรงนี้ขอปฏิเสธ ไม่เคยพูดเลยค่ะ
บี : อ้างกับผอ. ต่อหน้าแม่บุ๋มค่ะ
เปิดคลิปพี่บุ๋ม บอกว่าคุณคุยกับผอ. ว่าคุณทำงานกับผม ผอ.เป็นพยานได้ คุณพูดมั้ย?
นุช : ไม่เคยพูดเลยค่ะว่าทำงานกับพี่หนุ่ม
คุณเคยทำงานที่สนุกมั้ย?
นุช : เคยทำงานที่สนุกดอทคอมค่ะ เป็นเซลล์ค่ะ
ล่าสุดสนุกออกแถลงการณ์แล้วนะ ว่าข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เคยทำงานในตำแหน่งพนักงานขาย เมื่อ 15 ปีก่อน?
เอ : เมื่อก่อน เขาบอกเป็นผู้บริหารสนุกดอทคอม
นุช : ทุกเรื่องที่ผ่านมา นุชขอโทษทุกคนด้วยความจริงใจค่ะ
ทนายตุ๋ย : มันทันหรอ
เอ : พี่ขอโทษผม พี่ยืนต่อหน้าแล้วท้าให้ผมไปฟ้อง ต่อหน้าคนมีชื่อเสียงหลายคน อยากได้แล้วให้ไปฟ้องเอา พี่บอกผมทำพี่เสียหาย สิ่งที่พี่ทำ ไม่คิดว่ามันเป็นสิ่งที่พี่ทำตัวเองเหรอครับ
นุช : ขออนุญาตขอโทษทุกคนที่อยู่ในนี้ ขอโทษด้วยความจริงใจนะคะ
ล่าสุดคุณยุ้ย ผจก. ปีเตอร์ คอร์ป บอกว่าขอให้ทางคุณลบรูปปีเตอร์ ออกจากทุกสารบบด้วย?
นุช : ค่ะ
ทนายตุ๋ย : ค่ะ นี่ทำมั้ย ถ้าไม่ทำโดนดำเนินคดีนะ ไม่ต้องปีเตอร์ คอร์ป ทุกคนแหละที่ไม่ได้สนิทกับเขา ลบออกให้หมด
อย่าเอารูปคนอื่นไปกล่าวอ้างว่าสนิท เพราะบางทีคนเขาไม่รู้ เขาหลงเชื่อ คุณไปทำอะไรไม่ถูกไม่ควร มันไปกระทบกับบุคคลอื่นที่คุณเอาไปอ้าง อย่างตัวพี่เอง พี่เข้าใจว่านุชไม่ได้มีเจตนาร้ายกับพี่หรอก แต่พี่ไม่สบายใจ เราไม่รู้ว่าคุณอาจเอาไปแอบอ้างกับบุคคลอื่นหรือเปล่า เข้าใจมุมนี้นะ?
นุช : เข้าใจค่ะ
ส่วนที่ไปฟ้องพ่อคุณแอน อย่างน้อยๆ ไปถึงฎีกาที่คุณพูดเอง เขาเป็นพ่อแฟนคุณ อย่างน้อยเขาเคยให้คุณซุกหัวนอนในบ้านของเขา คุณทำแบบนี้ นึกถึงคนตายด้วย ผมว่าเขานอนตายตาไม่หลับ ถอนได้ก็ไปถอนซะ สุดท้ายเชื่อว่าฎีกาก็ยืนตามชั้นต้นและอุทธรณ์ แล้ววันนั้นคุณจะยิ่งเดือดร้อน ?
ทนายตุ๋ย : คุณเป็นนักกฎหมายนะ กลั่นแกล้งให้เขาได้รับโทษหนักขึ้น คุณลองไปนึกดูนะ สิ่งที่คุณทำ หลักฐานมัดตัวคุณเอง คุณจะโดนอะไร
ทนายเอ๋ : เรื่องสุดท้ายถ้าอยากมีมิตรภาพกับใคร คุณต้องมีสตอรี่กับคนนั้น อย่าเป็นมิตรแบบนี้นะ มิตรแบบนี้ไม่ควรเป็นนะ
นุช : ค่ะ
ทนายแก้ว : การเป็นหนี้ระหว่างบริษัทกับบริษัท อย่าหัวหมอดีกว่า การยักย้ายถ่ายเทไม่ส่งงบการเงิน แน่นอนว่าโจทก์ไล่เบี้ยไม่ได้ แต่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม คุณเป็นหนี้เขา แล้วมาเล่นเทคนิคบางอย่าง มันใช้มุกแบบนี้ไม่ถูกครับ ลองไปคิดดูเองแล้วกัน
ทนายตุ๋ย : ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี นักกฎหมายเขารู้กันทั่วนะ น่าจะอยู่ในใจ ในหัวคุณบ้าง
ทนายเอ๋ : ผมจะทำหนังสือร้องขอไปสรรพากร ตรวจสอบเรื่องนี้
ล่าสุดศาลสั่งไม่รับฎีกาแล้วนะ ไม่ต้องไปถอนแล้ว?
ทนายกุ้ง : ได้ยินว่านุชไปพูดกับคนอื่นว่าเป็นคนหาทนายความให้ลูกหมี พาลูกหมีไปแจ้งความที่สน. มีคนแจ้งมาแบบนี้ คนแจ้งมาก็มีตัวตนนะ
นุช : นุชไม่เคยพูดค่ะ เพราะนุชรู้อยู่แล้วว่าทนายคือพี่กุ้ง
ทนายกุ้ง : พูดก่อนเจอที่วัดอีก พูดมาก่อนแล้วไง
คุณวัน อยู่บำรุง ฝากบอกว่าคุณสนิทกับที่บ้านเขาตอนไหน?
นุช : เคยเจอกันอยู่สองสามรอบค่ะ ไม่ได้สนิทค่ะ
ที่คุณไปงานศพแม่คุณวันคือ?
นุช : นุชเคยเจอพี่หนุ่มที่งานศพอีกงานนึง เป็นงานแม่พี่ชายนุช พอนุชเห็นข่าวแบบนี้ นุชเลยไปแสดงความเสียใจกับพี่หนุ่มค่ะ
คุณเอาบ้านเขาไปอ้างไม่ได้นะ หนุ่มนั้นไม่ได้ใจดีเหมือนหนุ่มนี้นะ หนุ่มนั้นเขาตบเลยนะ หนุ่ม กรรชัยยังใจดีนะ หนุ่มวันนี่ไม่เหมือนนะ อีกคนเป็ก สัณณ์ชัยก็ต้องระวังนะ เป็นห่วงจริงๆ?
นุช : โอเคค่ะ ขอโทษทุกคนด้วยนะคะ
ทนายตุ๋ย : เหมือนเราไปรุมเขา แต่ต้องบอกว่าเราเป็นผู้ประสบภัยนะ
ทนายกุ้ง : อ้างว่ารู้จักลูกหมี รูจักคุณเฮง เราก็ไม่ได้ตะขิดตะขวงใจที่จะเข้ามาหาเราแบบนี้
ทนายเอ๋ : เขาอยากเป็นมิตร มิตรอะไรไม่รู้ คิดเอา
5 ล้านยังตามได้อยู่?
ทนายตุ๋ย : มันสิ้นสุดโดยศาลอุทธรณ์
ทนายเอ๋ : ร้องสรรพากรให้ตรวจ เพราะเงิน 5 ล้านหายไป คุณเป็นผู้เสียหาย เอากลับมาได้ มีคนว่าพี่หนุ่มมา ป๋อง กพล เป็นเพื่อนพี่ เขาบอกพี่โคตรชั่วที่ด่าผมหาว
เขาด่าคุณ โคตรชั่ว นั่งฟังแล้วหาว?
ทนายเอ๋ : ด่ากูเหรอวะ (หัวเราะ)
ทนายตุ๋ย : ผมว่านุชน่าจะหลายข้อหา แต่คิดว่าทนายทั่วประเทศ น่าจะไม่มีใครทำอะไรให้แล้ว คุณว่าความให้ตัวเองแล้วกัน
อีกเรื่องที่ไม่ได้พูด เลวร้ายที่สุด การที่คุณนุชให้น้องชายคุณแอนออกจากบ้าน คุณรู้มั้ยเขาลำบากยังไง เขาฟอกไตเป็นสิบปี?
ทนายตุ๋ย : ใจร้ายมากนะ
คุณแอนป่วยเป็นมะเร็งก็ยังไม่ได้ถามเลย รีบชิงไปก่อน จะฟ้องกลับมั้ย?
อุ : ต้องปรึกษาพ่อก่อนครับ


