เปิดโปง“นุช” สาวปริศนาเนียนเป็นทนายข้าง “หนุ่ม กรรชัย” ก่อนถูกขุดคุ้ยวีรกรรมสุดแสบ ผู้เสียหายแห่แฉยับใช้วิธีถ่ายรูปคู่คนดังข่มขู่เหยื่อจนแพนิก มือสั่นกลางรายการ โกงเงินผู้เสียหาย 5 ล้าน อ้างเป็นผู้บริหารสื่อดัง ยั่วยุพ่อแฟนเก่าก่อนฟ้อง 6 ล้าน จนแฟนเก่าที่ป่วยมะเร็งตรอมใจตาย
กลายเป็นประเด็นไวรัลและถูกขุดคุ้ยอย่างหนัก จากกรณีหญิงสาวนามว่า “นุช” แต่งกายคล้ายทนายความ แอบเนียนเข้าไปนั่งฟังการพิจารณาคดี นั่งกินข้าว และเบียดร่วมเฟรมให้สัมภาษณ์เคียงข้าง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ณ ศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา
ในตอนแรก ทุกฝ่ายในเหตุการณ์ต่างเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทีมงานของกันและกัน โดย ทนายแก้ว คิดว่าเป็นลูกน้องของ ทนายเอ๋ ไพศาล ส่วนทนายเอ๋ก็เข้าใจว่าเป็นลูกน้องของ ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ จนกระทั่งเพจ “ดาวแปดแฉก” และ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้ทักเตือน หนุ่ม กรรชัย ว่าบุคคลดังกล่าวชอบนำรูปถ่ายคู่คนดังไปแอบอ้างและสร้างความเสียหาย ส่งผลให้กลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากทยอยออกมาแฉพฤติกรรม
รายการ โหนกระแส วันที่ 21 ก.ย. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 สัมภาษณ์ อุ น้องชายแฟนเก่าคุณนุช , เอ ผู้เสียหายเงินเรื่องเงิน 5 ล้าน, บี แฟนเก่า ต่อจากคุณแอน โดนไป 1.3 แสน มาพร้อมพี่สาว, ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ , ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล, ทนายเอ๋ ไพศาล เรืองฤทธิ์ 3 ทนายที่อยู่ในเหตุการณ์
พอลงไปแล้ว มันหลั่งไหลมาเลย มีคนขุดเรื่องราวคุณนุชแล้วเอาไปลง ที่สำคัญเพจดาวแปดแฉกเขาตามขุดยันเงา ว่ามีผู้เสียหายเกิดขึ้น เขาส่งข้อความมาให้ผม และมีการประสานกันไป แฟนเก่าก่อนออกรายการแพนิก เขาทำร้ายเรามั้ย?
บี : ไม่ค่ะ
เขาข่มขู่?
บี : ค่ะ
เอารูปคนดังให้ดู แล้วบอกจะให้คนนี้เล่นงานมึง?
บี : ประมาณนั้นค่ะ
พี่สาวคุณอุ ก็โดนเหมือนกัน พี่สาวชื่อคุณแอน แฟนเก่าคุณนุช เพิ่งเสียไปเมื่อปลายปีที่แล้ว เป็นมะเร็ง แต่ก่อนเสียชิต แกหวาดกลัว เครียด กังวลใจ เพราะคุณนุชเอารูปนักการเมือง บุคคลสำคัญที่ถ่ายรูปด้วย เอาไปบอกเขาว่าระวังให้ดีนะ จะเอาคนเหล่านี้ไปเล่นงานน้องชายมึง?
อุ : ใช่ครับ
ไม่รู้เหมือนกันว่าฟ้าส่งมาให้ทำแบบนี้หรือเปล่า กำหนดให้ทำแบบนี้หรือเปล่า อยู่ดีๆ คุณโผล่กลางวง แล้วมีผู้เสียหายเกิดขึ้น ถามจริง ทนายทั้งสามคน รู้จักคุณนุชมั้ย?
ทนายตุ๋ย : ผมไปขึ้นศาล น่าจะ 3-4 เดือนที่แล้ว เขาวิ่งมาหาผม บอกว่าพี่ตุ๋ย สวัสดี ผมเป็นเพื่อนคุณลูกหมี มาเพราะถูกฟ้องเป็นจำเลย แล้วขอถ่ายรูป ขอเบอร์ไป แค่นั้นเลยครับ แล้วจบ ภาพตัดไปเลย ผมมาเห็นอีกทีวันที่ 17 วันนั้นผมเห็นเขาก็ไม่ได้โฟกัสอะไร เพราะต้องดูรายละเอียดคดี เราเตรียมเอกสาร จากนั้นเขาไปคุยกับทีมงานทนายผมในศาล ไปขอแลกเบอร์ทนายมิลค์ น้องโม แฟนทนายเอ็กซ์ แลกเบอร์แลกไลน์กัน เขาคุยจิปาถะ แต่บอกว่าจะมาขอผมฝึกงาน แต่เขาไม่เคยพูดกับผมครับ
เขาบอกเขาเองมีโอกาสคุยกับพี่ตุ๋ย มาเพื่อเรียนรู้นะ?
ทนายตุ๋ย : เขาก็เรียกผมอาจารย์เหมือนทีมงานผมครับ เขาก็เนียนๆ เขาคงเก่งมากในการจับว่าใครเรียกใครว่าอะไร วันนั้นผมจำได้ว่าผมเห็นเขานั่งข้างทนายแก้วนะพี่
ทนายแก้ว : เดี๋ยว (หัวเราะ) อย่าโยนหาผม
ทนายตุ๋ย : โยนอะไรล่ะ แก้วนั่งหลังพี่หนุ่ม เขานั่งถัดจากแก้ว ผมถามว่าลูกน้องแก้วเหรอ แก้วบอกลูกน้องผมอยู่ข้างหลังครับ
ทนายแก้ว : ผมไม่ได้รู้จักเขาครับ ผมปฏิเสธก่อนครับ ผมเคยเจอเขา ถ้าน้องเขาเคยทักว่าเจอในงานวันเกิดพี่จิ๊บ JIB เขามาขอถ่ายรูป ปรากฏว่าระหว่างที่นั่งอยู่ในห้องพิจารณา เขาก็มานั่งข้างๆ ผม ตอนนั้นรอไกล่เกลี่ย พี่หนุ่มก็นั่งข้างผม เขาพยายามเอี้ยวตัวคุยกับพี่หนุ่ม คุยกับผม เท่านั้นเองครับ ผมไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับเขา เข้าใจเลยตอนแรกว่าเป็นลูกน้องเอ๋ ไพศาล
ทนายตุ๋ย : ผมไปเตรียมคดี แทนที่แก้วจะถามเขาว่ามาออกความเห็นอะไรยังไง
ทนายแก้ว : ผมก็เข้าใจโดยสุจริตว่าเป็นน้องทนายสักทีมนึง เพราะใส่สูท ถือเอกสาร แล้วทำท่าจดๆ ผมเข้าใจว่าเป็นทนาย
ทนายตุ๋ย : เขามาบอกทีหลังว่าเป็นทนาย ไปคุยกับเอ๋มั้งครับว่าเป็นทนาย
แต่แก้วนั่งกินช็อกโกแลต M&M กับเขานะ?
ทนายแก้ว : ผมขอพี่กิน มันก็มาเอาจากผมไปกิน (หัวเราะ)
แก้วก็ให้เขากิน?
ทนายแก้ว : ครับ ผมเข้าใจว่ามากับเอ๋ ไพศาล
รู้จักมั้ยเอ๋?
ทนายเอ๋ : ผมจะเล่าตั้งแต่ต้น (หัวเราะ) ผมเข้าไปในห้องพิจารณา ผมเห็นเขานั่งข้างพี่แก้ว เขาถามผมว่าพี่ไพศาลหายป่วยแล้วเหรอครับ ผมก็เข้าใจโดยตัวเองว่าเขาเป็นลูกน้องพี่แก้ว เพราะนั่งติดกับพี่แก้วเหลือเกิน นั่งไซ้กันไปไซ้กันมา เขาถามผมว่าพี่ไพศาลหายแล้วเหรอครับ ผมก็คิดว่าเขาสนิท ไอ้น้องคนนี้เป็นทนาย ผมก็บอกว่าหายแล้ว ตีหม้อได้แล้ว ผมก็เดินออกมา นั่งอยู่หน้าห้องพิจารณา มีลูกน้องพี่ตุ๋ย นุชนั่งอยู่กับลูกน้องพี่ตุ๋ย มันทำให้ผมเชื่อได้เลย พี่ตุ๋ยถามว่าอ้าว เราเป็นทนายเหรอ มันก็บอกว่าพี่จำไม่ได้สองเดือนก่อน หนูชื่อทนายนุช
ทนายตุ๋ย : ผมได้ยินเขาพูดกับเอ๋ว่าเขาเป็นทนาย
ทนายเอ๋ : ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นลูกน้องพี่แก้ว ตอนนี้เข้าใจว่าเป็นลูกน้องพี่ตุ๋ย ก็คุยกันสัพเพเหระเรื่องคดี
คนแรกที่แนะนำให้รู้จักคือเอ๋ แต่ไม่เคยเห็นคนนี้ไง ธรรมดาเห็นแทบทุกคน แต่คนนี้ไม่เห็น คิดว่าเป็นเพื่อน ทนาย คนรู้จักที่มากับเอ๋ เมียเอ๋ก็เดินคุยกับเขาตลอด นั่งกินข้าวก็กินด้วยกัน?
ทนายเอ๋ : ก็เราเข้าใจว่าเป็นลูกน้องพี่ตุ๋ย (หัวเราะ)
ทนายตุ๋ย : คุณไม่เอะใจเหรอ ตอนเที่ยงที่ไปทานข้าว ไม่มีผมนะ ทีมงานผม รอผมอยู่
ทนายเอ๋ : แต่เขานั่งอยู่กับลูกน้องพี่แก้ว และเมียผม
ได้ยินดาวแปดแฉกบอกว่าวันนั้นคุณนุชไปพูดกับเอ๋ว่าพี่ตุ๋ยไปไหนล่ะ อุตส่าห์มาด้วยกัน?
ทนายเอ๋ : ผมจำได้ว่าเขาเดินมาถามผมว่าพี่ เอาต้มมะนาวดองมั้ย (หัวเราะ) ผมก็ถามพี่แก้ว พี่แก้วเอามั้ย
ทนายแก้ว : ผมบอกเอาก็เอาพี่ เขาก็เอาโถใหญ่มาเลย
ทนายตุ๋ย : ทีมงานผมพี่หนุ่มจำได้ ตั้งแต่สมัยคดีปี 67 ทีมงานผมไม่ได้ไปทานข้าวด้วย เขาฉีกตัวออกไปได้ไง ทีมงานผมรอผมหมด
ตอนสัมภาษณ์เอ๋กลับไปก่อน ทำไมแก้วให้เขาเดินเข้ามา?
ทนายแก้ว : ผมไม่ได้ให้เขาเดินเข้ามา เขาเดินตามผมเข้ามาพี่
พี่เรียกแก้ว?
ทนายแก้ว : เขาก็มาเบียดผม เอาไหล่มาชนผม ผมตามมารยาทก็ต้องขยับออกให้เขา
พี่สรยุทธบอกเขาดีดแก้วออกเลย?
ทนายแก้ว : ผมเข้าใจว่าเป็นทีมทนาย เลยไม่อยากไปขัดอะไร น้องเดินมาแทรกก็ไม่ได้ว่าอะไรกัน
ทนายตุ๋ย : พี่หนุ่มเรียกพี่แก้วกับทนายกุ้ง เขาไม่ได้ชื่อนี้ก็ไม่ควรเดินมาตั้งแต่ต้น เขาเดินมาเป็นคนสุดท้าย เขายืนอยู่ข้างหลังแล้วก็มาเบียดมาแทรก ผมมองว่าเขาตั้งใจ
เพื่อความเป็นธรรม เปิดไปทีนึงแล้วหลังข่าวเที่ยง คุณอี้ แทนคุณโทรไปถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเลยเล่าให้ฟัง เขาบอกรู้จักพวกคุณสามคนมาก่อนด้วย มีเบอร์ทุกคน ทำไมถึงอ้างว่าไม่รู้จักเขา เขางงไปหมด คลิปมันเป็นหลักฐาน ที่เขาบอกเรียกว่าน้องๆ มา ไหนอ่ะ ไม่มีนะ เจตนาเรียกแก้วเข้ามา เป็นไปได้เขาอาจเข้าใจผิดว่าเรียกเขา แต่พี่บอกว่าแก้วๆ มา พี่กุ้งมา แต่เขาไม่ได้เรียก แต่เขาอาจยืนติดกับแก้วตลอดไง?
ทนายแก้ว : แต่พี่ไม่เอ่ยชื่อ ไม่ได้เรียก ก็ไม่ควรเข้าไปมั้ยพี่ เพราะคุณไม่ได้มีส่วนในคดีเลย ไม่ควรไป แล้วอีกอย่างคุณไม่ได้เป็นคู่พิพาทอะไร
เขาบอกโทรปรึกษาแก้วนะ?
ทนายแก้ว : ผมจำไม่ได้จริงๆ แต่ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว ชื่ออะไรก็ไม่รู้เลย
ทนายตุ๋ย : กินขนมด้วยกัน ไม่รู้ล่ะ (หัวเราะ)
เอา M&M กูไปกินด้วย เรื่องของเรื่อง เอ๋โทรไปคุยมั้ย?
ทนายเอ๋ : ผมโทรไป วันที่พี่สืบเสร็จ ผมออกจากออฟฟิศที่ช่อง 3 ตอนแรกกะว่าสืบดึกแน่ 2-3 ทุ่ม ใกล้ๆ 6 โมง ผมออกจากออฟฟิศ ไม่รู้จะโทรหาใคร เชื่อว่าพี่แก้วกับพี่ตุ๋ยทำหน้าที่อยู่ ผมมีเบอร์นุชคนเดียว ก็โทรถามว่าเป็นไงบ้าง
เพิ่งรู้จัก คุณก็โทรไป?
ทนายเอ๋ : ผมสนิทคนง่าย (หัวเราะ) ผมถามว่านุชเป็นไงบ้าง เขาบอกดีเลยพี่ ผมถามว่าพี่หนุ่มเบิกความว่าไง เขาบอกดีเลยพี่ ดีหมดเลย แล้วทางจำเลยเป็นไง เขาบอกดีๆ ดีหมดเลย ผมก็ถามว่าเสร็จยัง เขาบอกว่าเพิ่งเสร็จเลย กำลังจะลงไปกับพี่หนุ่ม แค่นี้ก่อนนะพี่ ผมยุ่งมาก แล้วถามว่าผมมามั้ย ผมบอกว่าผมไม่ไปแล้วล่ะ ผมทิ้งพี่หนุ่ม ผมเห็นแก่เงิน ผมมารับเงินก่อน ผมพูดกับมันอย่างนี้จริงๆ (หัวเราะ) เขาบอกพี่น่าจะอยู่นะ ให้กำลังใจพี่หนุ่ม ผมบอกไม่เป็นไร พี่น้องกัน ผมทิ้งอยู่แล้ว ผมเห็นเงินสำคัญกว่า เงินมันคม ผมมีคลิปอยู่ด้วย ผมก็วางสาย
เขาแนะนำเอ๋ว่าเป็นทนาย?
ทนายเอ๋ : เขาบอกเป็นทนายชื่อนุช ลูกน้องพี่ตุ๋ยนั่งข้างๆ ก็ได้ยิน พี่ตุ๋ยก็ได้ยิน
ทนายตุ๋ย : ผมถามว่าคุณเป็นทนายเหรอ เขาบอกว่าหนูไม่ได้บอกพี่
ทนายเอ๋ : ผมเข้าใจว่าเขาฝึกงานกับพี่ตุ๋ยหลายเดือนแล้วออกไป ตอนนี้เขาเป็นทนายแล้ว ผมเข้าใจแบบนั้น แต่คนได้ยินมีพี่ตุ๋ย และพี่น้องพี่ตุ๋ยสองคน
ทนายตุ๋ย : ที่เขาคุยอย่างนั้นเพราะลูกน้องผมบอกว่าสนิทกับเอ๋มาก ไปทักทายเป็นเรื่องเป็นราว
ต้นเรื่องมาจากคุณบี รู้จัก บุ๋ม ปนัดดา ถึงเป็นที่มาว่าผมถึงได้มีการโพสต์ ผมเองเอาตรงๆ ก็เข้าใจผิดว่าเขาเป็นทนายด้วย ผมก็ลงจากบัลลังก์ ไปถามแกว่า พี่พูดโอเคมั้ย แกบอกว่าดี ดีมากพี่ หลักฐานแบบนี้เขาจะโดนมั้ย เขาบอกโดนแน่ ตอนนั้นแก้วนั่งอยู่ด้วย ไม่ห้ามเลย?
ทนายแก้ว : ผมก็เข้าใจว่าวิสัยที่เขามีความรู้ คงมองไปทิศทางเดียวกัน ไม่ได้สะกิดอะไร พี่ก็เชื่อมันมั้ยพี่ (หัวเราะ)
เชื่อ ถามคุณบี คุณบีเคยคบหากับเขา คบล่าสุดเมื่อไหร่?
บี : ปลายพ.ย. 68 จนถึงปลายเดือนมิ.ย. รอยต่อต้นเดือนก.ค. ที่มีเรื่องราวกัน
เพิ่งเลิกกันไปเองนะ แล้วเกิดอะไรขึ้น?
บี : ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกไม่ได้ค่ะ ออกไปทำงานไม่ได้ ถูกข่มขู่เรื่องเงินค่ะ ทวงเงิน
พอคุณเห็นเขายืนข้างพี่ คุณทำยังไง?
บี : ตอนนั้นทอดไก่อยู่ค่ะ มีพี่ส่งมาบอกว่าอ้าว เขามีส่วนเกี่ยวข้องคดีนี้ด้วยเหรอ ก็บอกว่ายังไมได้ดูข่าวนะ ขอทำออร์เดอร์ให้ลูกค้าก่อน พอมาดูข่าวก็เลยบอกว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องนะ แต่ดูจากสไตล์ที่เดินเข้าไปแล้ว เขาเดินตามหลังทนายแก้ว ก็เลยเป็นที่มา เพราะหนูเคยไปเจอเขาตอนที่ไปงานวันเกิดบริษัทพี่จิ๊บค่ะ
งานนี้ที่แก้วไปอาละวาด พาใครไปแล้วหงายหลังไปนอน?
ทนายแก้ว : จุ๊ๆ ครับ (หัวเราะ)
จุ๊ๆ อะไร แก้วเจอเขาใช่มั้ย?
ทนายแก้ว : คุ้นๆ แล้วครับ เขามาถ่ายรูปกับผมด้วยครับ
ตอนนั้นยังไงต่อ?
บี : เขาไปขอถ่ายรูปขอไลน์ขอเบอร์กับพี่แก้วค่ะ ก็เข้าใจว่าน่าจะติดต่อไปทางพี่แก้วค่ะ ไม่ได้มีการทราบมาก่อนว่าเขาจะไปงานนี้ ก็รู้พร้อมทุกคนค่ะ
พอเห็นเขาอยู่กับพี่ คุณทำยังไง?
บี : ก็บอกกับแม่บุ๋มค่ะ เราเป็นหนึ่งในทีมงานองค์กรมูลนิธิค่ะ ก็บอกแม่ว่าคนนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพี่หนุ่มนะคะ ไม่แน่ใจเขาไปกับพี่แก้วหรือเปล่า กับคนนี้เราเลิกรากันไปมีเรื่องมีราว เอาสำนวนแจ้งความให้แม่ดู
คุณบุ๋มถึงได้ส่งข้อความมาหาผม ว่าเขาเอาพี่ไปอ้าง เขาเอาไปอ้างยังไง?
บี : เขายังไม่มีรูปกับพี่หนุ่มค่ะ แต่เขาเอารูปบุคคลอื่นที่เขาเคยถ่ายเอามาอ้าง มาข่มขู่เราว่าถ้าเราไม่คืนเงินเขา เราก็จะ...
คุณติดเงินเขาเหรอ?
บี : เขาทวงเงินค่ากินอยู่กันนี่แหละค่ะ
คุณกับเขาคบหากัน อยู่ที่ไหน?
บี : คอนโด เป็นหนูเช่าค่ะ เช่าเดือนละ 7.5 พันค่ะ อยู่แบบสามีภรรยา หนูอยู่เป็นหลัก แต่เขาไปๆ มาๆ ประมาณ 10-15 วัน หรือ 7 วัน ทุกครั้งที่เขาออกไปข้างนอก เขาจะบอกว่าเขาออกไปทำงาน หรือกลับบ้านที่สาทรค่ะ
ระหว่างคบหากับคุณ เขาบอกรู้จักคนดังเยอะมาก?
บี : ทุกคนที่มีรูปค่ะ เขารู้จักหมดค่ะ สนิท ไปกินข้าว ไปกินไวน์ ไปเที่ยว ไปทำบุญ อย่างเช่นที่บ่อยที่สุดคือเลขาพี่เสก โลโซค่ะ ที่เขาไปงานวันเกิดจิ๊บได้ ก็ได้คอนแทคจากพี่กบค่ะ พี่กบอดีตผู้จัดการของพี่เสก โลโซค่ะ แล้วก็ได้ไปงานศพของแม่พี่หนุ่ม วัน อยู่บำรุงค่ะ แล้ว ทีนี้ที่นั่งข้างๆ คือคุณแม่อุไรค่ะ เขาจำหนูได้ เพราะหนูทำงานที่อาสาสมัครมูลนิธิองค์กร เลยได้มีการร่วมงานกันมาบ้างค่ะ
คุณแม่อุไรคือแม่คุณน็อต สามีคุณชมพู่?
บี : ค่ะ ประมาณนี้ ได้ไปสวัสดีแม่ แม่บอกว่ามากับคนขับรถ เธอมานั่งกับแม่นะ ก็ได้มีการพูดคุยกันตามรูปเลยค่ะ แค่นั้น ได้มีการนั่งสนทนากัน ส่วนตรงนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ หลังกลับออกจากงานมา มีทางภรรยาพี่หนุ่มโทรมาถามว่า พี่นุชได้มากับแม่อุไรมั้ย ก็เลยบอกว่าไม่ได้มา เขามากับคนขับรถ แล้วถามว่ารู้จักเป็นการส่วนตัวมั้ย เพราะพี่โต้งอยากได้คอนแทคแม่อุไรเพื่อไปทำบุญค่ะ นั่นล่ะค่ะที่ได้ไปร่วมงาน เขาก็เอาบุคคลเหล่านี้มาแอบอ้าง วันนั้นเจอทนายเจมส์ พี่เป็ก สัณณ์ชัย เจอดาราหลายท่านค่ะ เขาบอกว่าคนนี้พี่สนิทนะ ทนายเจมส์ก็สนิท เขาบอกเป็นน้องรักของพี่เป็ก สัณณ์ชัยค่ะ
เอาล่ะมึง บะหมี่มาเฟีย แล้วยังไงต่อ?
บี : ก็ตามรูปในโซเชียลค่ะ ทั้งหมดที่เขาพูดขึ้นมาค่ะ
คุณเป็กเอามือจับบ่า สงกรานต์ ลูกป๋าวงษ์นะ แล้วคุณเองเกิดความเสียหายยังไง?
บี : ทีมงานที่มีช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่ เป็นงานใหญ่มูลนิธิเลย มีคนเข้ามาช่วยแพ็กของ เราก็ชวนเขามาช่วยกัน ระดมกำลังค่ะ พอเสร็จจากงานตรงนี้ไป ทีมงานเริ่มสังเกตว่าเขาถึงตัวแม่บุ๋มมากเกินไป แล้วมีการพูดคุยกัน โดยให้เราเป็นคนมาพูดกับเขา ให้เกียรติกันว่าทำแบบนี้ไม่เหมาะสม แม่จะเสียหายค่ะ แต่การพูดคุยกันไม่เป็นผล จนเกิดการทะเลาะกันขึ้นมาค่ะ
เขาอยากประชิดตัวบุ๋ม คุณก็เตือนเขา?
บี : ใช่ค่ะ พูดคุยแล้วทะเลาะกัน มีปากเสียงกัน ก็เป็นที่มาเขาไม่ให้มายุ่งกับในองค์กรอีก ไม่ให้มาช่วยแม่บุ๋มทำงาน ถ้ามาช่วยต้องเลิกรากัน แล้วเอาเงินคืนเขาทั้งหมด ตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน
เงินค่าอะไร เขาจ่ายจริงมั้ย?
บี : จริงค่ะ ยอดจริงของเขาถ้าตามสลิปโอนก็ 5 หมื่นกว่าบาท ค่ากินอยู่ ค่าเช่าห้อง ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าสบู่ ยาสีฟัน
เขาคิดหมดเลย?
บี : ใช่ค่ะ เขาเอาเรื่องตรงนี้มาข่มขู่ แล้วเขาไปขู่ลูกสาวว่าให้เอาเงินค่าวางมัดจำห้องที่เขาวางให้ลูกสาวคืน แต่ลูกสาวบอกว่าจะจัดการให้กับแม่ คือตัวหนูค่ะ ลูกสาวอยากเปลี่ยนหอ เขาเช่าหออยู่ 3,800 เขาไปเจอหอที่ถูกกว่า 1 พันบาท ก็เลยจะขอเปลี่ยน มีส่วนต่างที่คืน เขาก็เลยจะทวงส่วนต่างที่ไม่ใช่ยอด 2,500 แต่จะทวงที่ 7,700 ค่ะ
จากนั้นคุณบอกพี่บุ๋มว่าคนนี้อันตราย บุ๋มเลยมาบอกผม ทุกวันนี้คุณยังกลัวเขาอยู่ เขาขู่อะไรคุณ?
บี : เขาบอกเขารู้จักคนดัง รู้จักทนายหลายคน ถ้าไม่เอาเงินมาคืนเขา เขาจะดำเนินการตามกฎหมาย
อาทิเช่นใคร?
บี : ทั้งหมดเลยค่ะ เอ่ยชื่อทุกคนเลยค่ะ
เขาบอกถ้าไม่จ่ายเท่าไหร่?
บี : 1 แสนกว่าค่ะ ถ้าไม่จ่ายจะเจอทนายทั้งหมด แล้วเอารูปไปขู่ลูกสาวหนู ไปบอกซะนะว่าตัวเขาไม่ธรรมดา อย่ามีเรื่องกับเขา เอารูปนายกฯ อนุทินค่ะ
ทนายแก้ว : ถึงนายกฯ เลยเหรอ
เขาบอกเซฟรูปพี่ไปให้ดู ว่าป๋าไม่ธรรมดา เขาบอกคุณอนุทินเป็นป๋าเขา ถัดไปอีกนิด มีรูปกับเอก สายไหม แล้วก็นายกสภาทนายความ ใหญ่สุดของทนายแล้ว เขาส่งให้ดูแบบนี้เลย มึงโดนแน่ ไปบอกเฟซฯ มันนะ ว่าอย่าทำให้ป๋าโมโห ถ่ายรูปกับแม่ทัพกุ้ง?
พี่สาวบี : เขารู้จักคนทั่วโลก
แก้วเจอเขาหลายงาน?
ทนายแก้ว : เจองานพี่จิ๊บและงานที่ศาลนี่แหละพี่
เขาบอกไม่ใช่จะมาพูดแย่ๆ กับป๋าแบบนี้ คุณเลยบอกว่าขอโทษแทนลูกด้วย เพราะคุณกลัว คุณไม่ต้องกลัว ไปถามคนอื่นก่อนว่ารู้จักเขาหรือเปล่า คุณกลัวจนแพนิกไปเลย แล้วเขายังมีสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ สุดยอด ล่าสุดไปสัมภาษณ์กับเหล่าทนายสามคนและกรรชัยด้วย ยิ่งกลัวไปใหญ่เลย ไอ้หนุ่มเรียกไปสัมภาษณ์กลางวงเลย ต่อไปนี้ลำบากแล้ว ไอ้หนุ่มต้องเข้าข้างแน่ ใช่มั้ย กลัว ไปบอกแม่บุ๋มเลย แม่บุ๋มก็แต่เช้าเลย พี่รู้จักคนนี้เหรอ นี่คือที่มาที่ไป เขากลัวเพราะเห็นอยู่กลางวงสัมภาษณ์ของเรา?
ทนายเอ๋ : ผมคิดเรื่องนี้แล้วขำ พี่ตุ๋ยบอกว่าพี่แก้วกินช็อกโกแลตกับเขาด้วย สนิทที่สุด
ทนายกุ้ง มาจากศาลเลยนะ พี่กุ้งรู้จักเขามั้ย?
ทนายกุ้ง : คืออย่างนี้ค่ะ ประมาณพ.ย. ปี 68 ลูกหมีชวนไปทอดกฐินที่วัดนึงที่ปทุมธานี ไปเจอเขาที่วัด อ.เดชาก็ไป เขาก็มาขอถ่ายรูปที่วัด มีทั้งเซลฟี่นี่แหละ แล้วเขาบอกเราว่าเขารู้จักคุณเฮง โคตรอินดี้ที่ทำคอนเสิร์ต เราก็เอ๊ะ พี่เฮงก็เป็นเพื่อนเรานี่ แต่ไม่ได้ถามอะไร ในวัดไม่ได้คุยอะไรกันเลย หลังจากนั้นผ่านมาไม่นาน เจอที่ศาลอีกรอบ เขาบอกว่ามาคดีเพื่อนเขา ก็แค่นั้น ไม่ได้คุยเป็นการส่วนตัวเลย
วันนั้นเขามากับพี่กุ้งหรือเปล่า?
ทนายกุ้ง : ไม่ได้มา บังเอิญไปกับลูกหมี เขาตะโกนเรียก เราแค่ทักทายแล้วก็ผ่านไป ตอนนั่งกับลูกหมี เขาไม่ได้คุยกับเราเลยนะ ไปคุยกับทนายไพศาลโน่น ทนายไพศาลพูดว่า ทนาย LBGEQ
แนะนำเหมือนกันเลย?
ทนายกุ้ง : เราคิดว่ามากับทนายไพศาล
ทนายเอ๋ : ผมก็คิดว่ารู้จักพี่ตุ๋ย
ทนายตุ๋ย : ทีมงานเรา เวลาเราทำงานให้คนดัง เราจะบอกว่านี่ทีมงาน แต่นี่ไม่ใช่ไง
เขาสนิทกับลูกหมีหรือเปล่า?
ทนายกุ้ง : ตอนแรกไม่เอ๊ะเท่าไหร่ มาเอ๊ะตอนอยู่ในเฟรม ตอนแรกไม่รู้ว่าเขายืนข้างพี่หนุ่ม แต่หันไปอีกที ตอนสัมภาษณ์ใกล้เสร็จแล้วก็รู้สึกว่ามายืนได้ไง พอกลับออกมาก็โทรศัพท์หาลูกหมีคนแรก ลูกหมีจำคนชื่อนุชได้มั้ย ที่ไปเจอที่วัด ลูกหมีบอกว่ารู้จัก เขาเคยไปวัดเดียวกัน แต่รู้จักเฉพาะในวัด ไม่ได้สนิทกัน แต่เคยถ่ายรูปด้วยกันหลายครั้ง ลูกหมีเตือนมาด้วยว่าคนนี้ระวังนะ ลูกหมีไม่พอใจ รู้สึกโกรธมากว่ามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง เราก็โทรหาเดือน ภรรยาพี่ตุ๋ยก่อน บอกว่าพรุ่งนี้เขาจะมาอีกนะ ให้ระวังนะ
อีกวันเขาไปมั้ย?
ทนายตุ๋ย : มา เจอกับเดือน เขามาสบตาผม เขายกมือไหว้เนื่องจากผมต้องเตรียมสืบพยาน เขายกมือไหว้เสร็จผมก็พยักหน้า เพราะผมเริ่มรู้แล้วจากพี่หนุ่มเริ่มสอบถาม ก็เริ่มแปลกใจเหมือนกัน ไม่คิดว่าเขาจะมา แต่เขาก็มา มาสักพักก็ออกไป
ทนายกุ้ง : ตอนนั้นทุกคนแค่เช็กให้ระวัง ตอนกลางคืนคุณหนุ่มโทรศัพท์มาถามว่าคนยืนข้างๆ ผมคือใคร เราก็เลยหัวเราะ เพราะเรารู้คำตอบตอนนั้นว่าไม่รู้จัก เข้าใจว่ามากับทนายไพศาล เพราะคุยกับทนายไพศาลและภรรยาทนายไพศาลอย่างสนิทสนมเลย
ทนายแก้ว : แต่พี่กุ้งให้เขาถือเอกสารนะ
ทนายกุ้ง : ใช่ (หัวเราะ)
เขาพูดกับจิ๊บว่าพี่ตุ๋ยไปไหน ทำไมไม่มากินด้วยกันล่ะ อุตส่าห์มาด้วยกัน?
ทนายเอ๋ : งั้นผมสรุปได้แล้วนะว่าเรื่องนี้สรุปสนิทกับใคร สนิทกับจิ๊บ เมียผม (หัวเราะ) จิ๊บเขาไม่รู้จัก เขานั่งคุยไปเรื่อยเปื่อย ผมเคยลงส.ส. ผมรู้จักคนไปทั่ว
ทนายกุ้ง : แลกไลน์จิ๊บไปด้วย
คุณเอ โดน 5 ล้าน รู้จักกันได้ยังไง?
เอ : จริงๆ ผมเหมือนตัวต้นเรื่องของทุกๆ คน เพราะแฟนคุณนุชคนแรกๆ เขาทำโฆษณา คุณนุชบอกตัวเองมาว่ามาจากผู้บริหารสนุก ดอทคอม แล้วโน่นนี่นั่นมา ปรากฏว่าวันนึงเขาหาลูกค้ามาลงเราทั้งปี เราเหมือนเป็นออแกไนซ์ให้เขา ครบ 1 ปีเขาขอแบ่งจ่าย 6 เดือนครั้ง ตอนนั้นอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านช่วงแรกๆ ปีแรกเขาจ่ายเป็นปกติ เริ่มมาปีที่สอง ผมปรึกษาแฟนเขาว่ามันนานไปนะ
เอาโฆษณาไปลงยังไง?
เอ : เหมือนเราเป็นออแกไนเซอร์ เขาไปหาลูกค้ามา บอกมีลูกค้าคนนี้นะ เป็นยี่ห้อนึง
คุณไปลงที่ไหน?
เอ : สื่อทั่วๆ ไปครับ ผมเป็นเอเจนซี่ นุชเป็นเอเจนซี่อีกทีนึงเหมือนกัน
เขาไปรับเงินจากลูกค้า มาสู่นุช นุชติดต่อคุณ คุณติดต่อโหนกระแส สมมตินะ แล้วคุณก็มาซื้อผม นุชรับเงินลูกค้ามาต้องจ่ายให้คุณสิ เท่าไหร่?
เอ : ปีแรก 3 ล้าน ซึ่งทุกเดือน สมมติเป็นพี่หนุ่ม ผมก็ต้องจ่ายพี่หนุ่มทุกเดือน แต่เขาขอผม 6 เดือนทีนึง เราทำธุรกิจก็ต้องสำรองจ่ายไปก่อน ผ่านมาปีแรก ยังไม่รวมวางบิล รับเช็ค พอปีที่สอง ผมคุยกับแฟนเขา ว่ามันนานไปนะพี่ ขอสัก 3 เดือนก็แล้วกัน รอบที่สองบอกว่าได้เงินลูกค้ามาเยอะมาก ก็มาลงเพิ่ม 4-5 ล้าน มาลงทั้งปี เราก็โอเค ผมขอสามเดือนนะ ตอนแรกเหมือนจะได้ เราวางบิลไป แต่ไม่ได้ ก็เลื่อนไปเป็นหกเดือน แต่ก็ไม่ได้ บอกเราทำผิดโน่นนี่นั่น แต่ผมเอาไปลงทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว ผมบอกว่ามันไม่ไหวแล้ว เรามีค่าใช้จ่ายทุกอย่าง เราสำรองจ่าย เขาบอกเราทำผิดสัญญา เขาอ้างลูกไม่พอใจตลอด จะไม่จ่ายเงิน ลูกค้าก็มีปัญหาตลอด จนเราตัดสินใจกันว่าเราติดต่อลูกค้าโดยตรงเลย
สุดท้ายติดต่อหาลูกค้าเองเลย?
เอ : ใช่ครับ แต่ก่อนเขาไม่มีรูปขนาดนี้ ไม่มีโซเชียล เขาบอกสนิทกับคนนี้ๆ นะ ผู้บริหารใหญ่แต่ละที่ เราก็จำชื่อไว้แล้วติดต่อไป ลูกค้าบอกว่าไม่จริงนะ บริษัทเขาจ่ายเงินให้นุชทุกเดือน สมมติวางบิล 25 เดือนถัดไป แป๊บนึงก็ได้เงินแล้ว ทุกเดือน สมมติเขาต้องมาจ่ายเงินผม 2 แสน เขาไปเก็บลูกค้าเกือบล้าน เราก็ให้เกียรติในการดีล แต่ส่วนต่างมันเยอะมาก แล้วเรื่องมันโป๊ะว่าไม่จ่ายเลย รับเงินไปหมดเลย ลูกค้าเองก็เฟลเช่นกัน เท่าที่รู้มา ลูกค้าเรียกคุณนุชว่าลูกเลย เขาไปสนิทกับทริปสักอย่าง แล้วพี่เขาอาจป่วย เขาพาไปรพ. สนิททุกอย่าง เข้าหาบ้านเขา เขาก็ไว้ใจ ก็เลยซื้อสื่อผ่านคนชื่อนุชไป
ลูกนุชของแม่ เอาเงินไปใช้ แล้วไม่เอามาให้ฝั่งคุณ คุณสำรองจ่าย เสียเงินฟรีกี่ล้าน?
เอ : 5 ล้านนี่แหละครับ ผมทั้งเจรจา ยกมือไหว้เขา ขึ้นศาล เขาบอกเขาไม่จ่าย เขาบอกคุณทำผิดโน่นนี่นั่น ลูกค้าไม่โอเค เราก็บอกว่าเราไม่ผิด วันนั้นเขายังไม่เรียนกฎหมาย เขามาเรียนกฎหมายวันที่เขาแพ้คดีผม วันขึ้นศาล เราขออนุญาตลูกค้ามาขึ้นศาลด้วย ลูกค้าเอาหลักฐานจ่ายเงินทุกอย่าง
ลูกนุชไม่งงเหรอ?
เอ : เขาไม่มาเผชิญหน้าวันนั้น ตอนนั้นทนายผมบอกว่าเอาคดีแพ่ง สิบปีเราไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้ เขาก็รันไปตามนั้น ผมถึงขั้นไปบอกแฟนเขาจ่ายเงินหน่อย ทำธุรกิจมันต้องใช้เงิน ผมไปกินข้าวเลียบด่วน ถึงขั้นจะวิ่งไปให้รถชนเลย ผมเครียดมาก ผมไม่ได้เสียแค่เงิน เพื่อนผมก็หายหมดทุกอย่าง คนก็ไม่อยากมีเรื่อง เหมือนเราก็ดิ่ง ผมหายไปจากโซเชียล 10 ปี เราชนะฎีกาเลยนะครับ จบที่ 5 ล้านกว่า ตอนนั้นบริษัทเขา มีกรรมการแค่คนเดียวคือตัวเขา แต่ศาลท่านพิพากษาให้บริษัทชดใช้ผมคนเดียว ผมฟ้องเขาด้วย ผมก็งง คดีถึงที่สุดแล้วครับ ความพีกอีก ผมสืบทรัพย์ไม่เหลืออะไรเลย เหลือเงิน 4 พันจากบากทุกบัญชี
ทนายเอ๋ : ส่วนตัวฟ้องด้วยใช่มั้ย
เอ : ฟ้องด้วยครับ แต่ศาลยก ตอนนั้นผมพลาดไปบ่นในเฟซบุ๊ก เพื่อนเขาไปแคปให้เขา ผมโพสต์แบบหยาบคาย ไม่ได้เอ่ยชื่อเขา เขาก็เอาเรื่องนี้มาฟ้องอาญาผม หมิ่นประมาท ทนายผมก็พยายามสู้แล้วนะครับ แต่สุดท้ายเขาฟ้องผมกลับ 30 ล้าน เขาบอกว่าทำให้ลูกค้าทุกคนไม่มาซื้อโฆษณาที่บริษัทเขา กี่บริษัทเขาก็เคลมไป แต่บริษัทเขาไม่ได้ส่งงบการเงิน ก็พิสูจน์ไม่ได้ วันศาลพิพากษาว่าผมผิด ศาลบอกไปอุทธรณ์เอา แต่การฟ้องศาลมันมีค่าใช้จ่ายที่เยอะ ผมก็ดิ่งมาก จนผมยอมไปอยู่ข้างล่างศาล ทนายกับเพื่อนคนนึงก็ช่วยทุกอย่าง บอกสู้เถอะ เราไม่ใช่ผิด เราต้องออกมาสู้ ผมพึ่งใครไม่ได้ ผมก็ไม่ได้อุทธรณ์ ศาลรอลงอาญา 30 ล้านไม่ได้เสีย จ่ายแค่ค่าปรับ ผมไม่ลงโซเชียลมา 10 ปี รอบแรกที่เขาแพ้ เขาโพสต์ ก็ทำให้เราไม่อยากทำอะไร วันที่ขึ้นศาล เขาจะมีบอดี้การ์ด ใครก็ไม่รู้ บางคนใส่เสื้อมีสัญลักษณ์โน่นนี่นั่น รวมถึงคุณพี่คนนี้ด้วย (อุ) เขาทำหน้าขึงขัง ตีเลยแน่นอน ผมเป็นใครวะ ตั้งแต่ขึ้นศาล มีคุณยายถ่ายรูปเก็บไว้หมดเลย แต่เผอิญวันนั้นผมชนะในคดีแพ่ง ผมไม่รู้เขาเป็นใคร เขามาเป็นทีม
ได้คุยอะไรกับเขาอีกมั้ย?
เอ : ไม่ได้คุยอีกเลย
คุณมารู้ได้ไง?
เอ : พอพี่หนุ่มโพสต์นี่แหละครับ ผมก็คิดว่า 10 ปีมันไม่สาย
เงิน 5 ล้านไม่ได้คืน?
เอ : สืบทรัพย์มันไม่มีครับ เขารับเงินมาแล้วถอนเป็นเงินสดไปหมดเลยครับ มันเลยสืบไม่ได้
คุณอุ มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคุณนุช?
อุ : ผมเป็นน้องชายของแอน ที่เป็นเพื่อนกับนุชตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม เขาคบหากันเป็นแฟน
คุณรู้จักเขาตั้งแต่เด็กเหรอ?
อุ : ใช่ครับ
จากนั้นยังไง?
อุ : ต่างคนต่างเติบโต มาเจออีกทีตอนช่วงแม่ผมป่วย ประมาณปี 63 แม่ผมเสียชีวิต ช่วงนี้แหละที่นุชเข้ามาดามใจ พี่สาวกำลังอ่อนแอ พอแม่เสียไปได้สักพักนึง พี่สาวผมป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ตอนนั้นยังไม่ได้คบหากัน แต่คาบเกี่ยวแล้วครับ ช่วงนั้นเขาดามใจ คอยดูแล พี่สาวผมปกติอยู่กับผม พ่อ อยู่กันที่บ้านของแอน ซึ่งเป็นชื่อแอน ผ่อนยังไม่หมดครับ แอนทำงานเป็นผู้จัดการธนาคารแห่งนึง
อยู่ดีๆ นุชเขายังไง?
อุ : ตอนแรกเขาไปๆ มาๆ แล้วสักพักนึงเขาเหมือนเปิดตัวว่าจะขอเป็นแฟนกัน ผมก็บอกว่าผมไม่ได้ว่าอะไร ก็แล้วแต่ เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก อยู่ด้วยกันก็ปกติ เขาเอาใจดูแล มาเกิดเรื่องประมาณว่า มีหลานที่แอนเลี้ยงตั้งแต่เด็ก เป็นหลานทางแม่ เขารักของเขามาก หลานคนนี้เหมือนโดนผลักใส ว่ามีแม่อยู่ จะมาเลี้ยงทำไม ให้ไปอยู่กับแม่มัน นุชก็เอาหลานเขามาเที่ยวที่บ้าน สรุปแอนให้หลานไปอยู่กับแม่เขา เป็นช่วงเขาอ่อนแอ นุชก็เอาหลานตัวเองมาเที่ยวเล่น มาสองคน
นุชอยู่บ้านแอนหรือยัง?
อุ : มาแล้วครับ พอหลานเขาเข้ามาอยู่ พ่อผมก็อายุมาก เด็กก็เล่นกันเสียงดัง แต่เราไม่ได้เกลียดเด็ก พ่อเขาเลยถามผมว่าเมื่อไหร่นุชจะเอาหลานกลับบ้าน เพราะมาเป็นเดือน เราแค่ถามเฉยๆ ผมก็เลยไปถามแอน แอนใจนึงทางนี้ก็พ่อ ทางนั้นก็แฟน แต่เขาไปคุยกันยังไงผมไม่ทราบ จนก็เริ่มตึงๆ กันกับผม อาจไม่ได้คุยกันเหมือนเดิม ผมก็ยังงงว่าตึงกันด้วยอะไร ผมก็ถามโดยมารยาท โดยปกติ
ตอนนุชอยู่บ้านแอน นุชช่วยใช้จ่ายเงินอะไรมั้ย?
อุ : ส่วนใหญ่แอนเป็นคนจ่าย ไปกินอะไรแอนก็เป็นคนซัปพอร์ต
เขามี 5 ล้านจากเอนะ?
อุ : ผมไม่เห็นครับ
ไทม์ไลน์เดียวกันเลยนะ คุณไปยืนเป็นบอดี้การ์ดหื้นุชด้วย?
อุ : ตอนแรกผมไม่รู้เรื่อง เขาชวนไปขึ้นศาล
นุชเอาหลานกลับบ้านมั้ย?
อุ : ตอนนั้นน่าจะยัง จนผมโมโหแล้ว คุยกับแอนไปว่าตกลงเมื่อไหร่จะเอาหลานกลับบ้านวะ แอนก็เหมือนเหนื่อยใจแล้ว โดนกดดัน ไปพูดกับทางนั้นก็คงโดนด่า ผมฟิวส์ขาด ก็เลยไล่ทั้งนุชทั้งหลาน ผมไล่กับแอน ผมโมโหกับแอน ด่ากับแอน ว่าเมื่อไหร่จะออกไปสักทีวะ เขาก็ออกไป ผมก็โทรหาพี่สาวอีกที แต่คิดว่าแอนน่าจะเปิดโฟน ผมก็ด่าไปว่ามึงไม่ต้องเอามันกลับนะ จนเกิดเป็นเรื่องเป็นราว ทีนี้มีปัญหากัน ไม่รู้เขาไปพูดอะไรกับพี่สาว จนผมมีปัญหากับพี่เรา ตอนแรกพี่เราจะออกไปเช่าห้องอยู่ด้วยกันกับเขา ผมบอกไม่ต้อง เดี๋ยวผมย้ายออกมาเอง เพราะบ้านนี้เป็นบ้านมึง ไม่ใช่บ้านกู เดี๋ยวกูไปอยู่บ้านพ่อ เพราะพ่อมีบ้านอีกหลังนึง
แต่พ่อยังอยู่กับแอน?
อุ : ใช่ จากนั้นพอผมออกไป เขาก็กีดกันพี่สาวไม่ให้ติดต่อผม ไม่ให้มาหาที่บ้าน ซึ่งอยู่ไม่ไกล แค่ 1 กิโล เขาห้ามพี่สาวไม่ให้มา สักพักนึงพ่อก็โดนแล้ว บ้านเดี๋ยวมีการต่อเติมให้แม่กับพ่ออยู่ จะได้ไม่ต้องขึ้นบันได มันมีรอยร้าว ก็บอกแอนว่าบ้านทรุดไม่ได้ตอกเข็ม เดี๋ยวถล่มลงมา เหมือนจะไล่พ่อออกมา พ่อผมนั่งกินข้าวอยู่ เขาดึงสายทีวีบอกว่ามึงดูไม่ได้นะ
นุชถ่ายคลิปเอาไว้เป็นหลักฐานว่าเขาถูกทำร้ายจากพ่อคุณ ทำไมเขาเรียกพ่อคุณมึงกู เหี้x สัxว์ พ่อแฟนคุณไม่ใช่เหรอ?
อุ : ใช่ครับ ผมเห็นก็ทนไม่ไหว
ทนายตุ๋ย : แล้วไปยั่วยุเขาซะขนาดนี้ เขาเป็นพ่อแอน มันไม่ควร
หลังจากนั้นเขาไปแจ้งความมั้ย?
อุ : แจ้งครับ ตร.สั่งฟ้องอัยการ ยังฎีกากันอยู่ครับ เขาฟ้องทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส พ่อสู้ว่าบันดาลโทสะครับ
ศาลท่านเห็นคลิปนี้มั้ย ศาลท่านทำยังไง?
อุ : ส่ายหัวครับ ศาลยกฟ้อง ให้จ่ายเงิน 1 พันที่ชกครับ ลดเหลือ 500 บาท
ทนายเอ๋ : ศาลท่านเมตตา เพราะไปยั่วยุ ทนไม่ไหว
เขาอุทธรณ์ต่อ?
อุ : ศาลพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
ล่าสุดฎีกา?
อุ : ครับ แต่ตอนจะอุทธรณ์ พี่สาวเสียแล้ว เสีย 10 พ.ย. แกคงตรอมใจด้วย เครียดด้วย เป็นมะเร็งกระดูกต่อ หลังเป็นมะเร็งเต้านม 2-3 ปี แอนเลิกตอนมีปัญหา ไล่นุชออกจากบ้านไป
พอเลิกก็ไปฟ้อง แจ้งความ แอนยิ่งเครียด เพราะพ่อโดนฟ้อง เสียชีวิต?
อุ : ผมจะจัดแล้วครับ แต่เมียห้ามไว้
ทีวีของเขาเหรอ?
อุ : ของแอน วันเกิดเหตุ แอนทำงานครับ เขาตั้งใจมาทำตรงนี้ เพราะมีแชตในไลน์จากแอน บอกแอนว่ากูจะมาเอาคืน ตอนเย็นก็มาเลย มายั่วยุเพื่อแจ้งความ ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 6 ล้าน
แต่ศาลให้จ่าย 500 ค่าปรับ แอนเครียดมากใช่มั้ย?
อุ : เครียดครับ เป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ตรอมใจ ทนายฝั่งผมบอกว่าขนาดแอนตายเขายังอุทธรณ์อีกเหรอ ตอนแรกเขาแพ้ศาลชั้นต้น พอพี่สาวผมเสียเขาก็ยื่นอุทธรณ์ ทนายฝั่งผมบอกว่าจะยื่นอุทธรณ์อีกเหรอ แอนเสียไปแล้ว ถ้าเป็นคนจิตสำนึกดี จบก็คือจบ
ทนายตุ๋ย : เจอเขาได้มั้ย
อุ : น่าจะไม่ได้ เพราะถ้าเจอโดนแน่
แอนเคยถูกทำร้ายจากนุช ทั้งที่เป็นมะเร็ง?
อุ : ใช่ครับ เขาน่าจะชกนะ ที่แอนบอกผม บอกตอนเลิกกันแล้ว ผมถามว่ามึงไปโดนอะไรมา มันก็ไม่กล้าบอกผม ถ้ามันบอกผมว่าอีนุชทำนะ ไม่เหลือแล้วพี่ ผมเอาตาย ไม่รู้จะพูดยังไง
เอ : จริงๆ เคสลูกค้าผมที่เขารักเอ็นดูคุณนุชเหมือนลูก พอรู้เรื่องนี้เขาก็ป่วย เขาเครียด อาจมีโรคบางอย่างอยู่แล้วด้วย จนเขาลาไปทำบุญที่วัดไตรมิตร ฯ เขาก็สโตรก ล้มไปเลย เขาเสียเลยที่วัดครับ นุชไม่เคยไปงานศพเลยครับ
แอนล่ะ เคยไปมั้ย?
อุ : เขามาไม่ได้ครับ
ทนายตุ๋ย : พอเจอแบบนี้ปุ๊บ รู้สึกตกใจว่ามันเกินกว่าที่เขาแอบอ้างนะ แล้วเอารูปแอบอ้างไปใช้ประโยชน์ ข่มขู่คนอื่น
เขาเคยเอารูปคนดังไปขู่แอนมั้ย?
อุ : เขาไปถ่ายกับน้าแอ๊ด บุ๊คโกะ รัศมีแข เขามีขู่พี่สาวผมว่ารู้จักคนดัง คนมีสี จะมาทำร้ายผม พี่สาวผมเขาก็กลัวผมเป็นอะไร


