xs
xsm
sm
md
lg

คิดผิดแล้ว! “แหม่ม วิชุดา” สู้ยิบตา ฟ้องกลับคู่กรณี 3 ข้อหา คดีฉ้อโกง 40 ล้าน ยันถูกกลั่นแกล้ง แจ้งความเท็จ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“แหม่ม วิชุดา” ฟ้องกลับ คู่กรณี 3 ข้อหา หลังถูกแจ้งความเท็จฉ้อโกง 40 ล้านบาท ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและในชีวิตนี้ไม่เคยคดโกงใคร 100% เป็นการดิสเครดิตกลั่นแกล้งให้รับโทษ - ยอมจ่ายเงิน กระทบงานในทุกวงการที่ตนทำอยู่ ลั่นไม่มีใครอยากจ้างงานกับคนขี้โกง

ช่วงเช้าวันนี้ (21 กันยายน 2569) “แหม่ม วิชุดา พินดั้ม” นักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วย “ทนายกุ้ง อำนวยพร มณีวรรณ์” เดินทางไปยังศาลอาญากรุงเทพใต้ ในนัดไต่สวนมูลฟ้องนัดแรก หลังเป็นโจทก์ยื่นฟ้องกลับกลุ่มคู่กรณี 3 ราย ใน 3 ข้อหาหนัก ได้แก่ แจ้งความเท็จ, แจ้งให้พนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ และกรรโชกทรัพย์ เพื่อปกป้องสิทธิ์และเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตนเอง

โดยก่อนหน้านี้ แหม่ม วิชุดา ถูกกลุ่มนักธุรกิจไปแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงเงินจำนวน 40 ล้านบาท ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานพบว่า แหม่มไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น โดยช่วงที่มีการโอนเงินกันนั้น เจ้าตัวยังไม่รู้จักกับกลุ่มคู่กรณีด้วยซ้ำ

ยิ่งไปกว่านั้น คดีเงินก้อนเดียวกันนี้เคยมีการฟ้องร้องกันกับบุคคลอื่น และศาลได้มีคำสั่ง “ยกฟ้อง” ไปแล้ว โดยไม่มีชื่อของแหม่มอยู่ในสำนวนเลย แต่นักธุรกิจกลุ่มนี้กลับนำเรื่องมาแจ้งความดำเนินคดีกับแหม่ม เพื่อหวังกลั่นแกล้งให้ต้องรับโทษ และมีการกรรโชกทรัพย์ เช่น การเรียกเงิน 2-3 ล้านบาท แลกกับการถอนชื่อออกจากคดี

ทนายกุ้ง : “วันนี้มาไต่สวนมูลฟ้องนัดแรกใน 3 ข้อหา แจ้งความเท็จ แจ้งให้พนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ กรรโชกทรัพย์ เท้าความคือก่อนหน้านี้คุณแหม่มเคยมีกลุ่มนักธุรกิจกลุ่มนึงไปแจ้งความดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง 40 ล้านบาทซึ่งดูจากเอกสารแล้วคุณแหม่มไม่ได้เกี่ยวข้อง ตอนนั้นมีการโอนเงินไปคุณแหม่มยังไม่รู้จักกับคู่กรณีเลย ก็เลยใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อฟ้องกลับ

จำเลยคดีวันนี้มี 3 คน คนแรก 2 ข้อหาคือแจ้งเท็จกับแจ้งให้พนักงานจดความอันเป็นเท็จ จำเลยที่ 2 โดน 2 ข้อหา คือ แจ้งเท็จ , แจ้งให้พนักงานจดความอันเป็นเท็จ และกรรโชกทรัพย์ จำเลยที่ 3 คือกรรโชกทรัพย์ ก็ต้องดูว่าเขาจะขอเลื่อนคดีหรือซักค้านเลย ซึ่งเรายังไม่จบเท่านี้เรายังมีพยานปากอื่นมาช่วยซัปพอร์ตด้วยว่าเรื่องราวที่เรามาฟ้องมันเกี่ยวกับการกรรโชกทรัพย์ยังไง จะมีบุคคลที่ 3 เข้ามาเบิกความยืนยัน วันนี้มี 2 ปาก คนแรกคือคุณแหม่มที่เป็นโจทก์ อีกคนคือ อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ เป็นคนที่คุณแหม่มเคยขอความช่วยเหลือให้ไปสอบถามกับคู่กรณีว่ามาแจ้งความทำไม ถ้าแนวโน้มมันไม่พอก็อาจจะเพิ่มอีก 2 ปาก ก็จะมี นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา อีกคนจะเป็นบุคคลนอก เป็น 4 ปาก จริงๆ แค่ปากคุณแหม่มคนเดียวก็พอแล้ว แต่เราก็อยากให้มันหนักแน่นมากขึ้น”

ความมั่นใจในเอกสารหลักฐานที่เตรียมมา ลั่นคู่กรณีต้องการแจ้งความเพื่อกลั่นแกล้งให้รับโทษ ยอมจ่ายเงิน
ทนายกุ้ง : “เรามั่นใจในเอกสารของเรา สิ่งที่เขาทำกับคุณแหม่มคือการไปแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องจริง มีเอกสารซัปพอร์ตยืนยันว่าคุณแหม่มไม่ได้เกี่ยวข้องเลย แล้วมันมีการไปฟ้องเกี่ยวกับเงินตัวเดียวกันที่ไปฟ้องกับบุคคลอื่น แล้วศาลก็ยกฟ้องไปแล้วด้วย ซึ่งไม่มีชื่อคุณแหม่มอยู่ในสำนวนนั้นเลย ทั้งๆ ที่เป็นคดีเดียวกัน ก็เลยเชื่อว่ามันเป็นการแจ้งความเพื่อต้องการกลั่นแกล้งให้คุณแหม่มต้องรับโทษ ต้องการให้คุณแหม่มจ่ายเงินเคลียร์เรื่องเงินเพราะมันมีการกรรโชกทรัพย์เข้ามา เช่น อยากจะเอาชื่ออกจากคดีก็จ่ายมา 2-3 ล้าน แบบนี้เจตนาคือเขาต้องการเรียกเงินจากคุณแหม่ม”

“แหม่ม” พร้อมสู้มากๆ รอวันนี้มานานแล้ว
แหม่ม : “แหม่มพร้อมมานานแล้ว มี 100 ให้ 1,000 เลย พร้อมมาก ไม่มีอะไรให้กังวลเลย ความรู้สึกคือมันก็ถึงวันนี้เสียที ก่อนหน้านี้เราก็ไม่รู้ว่ามันจะยังไงต่อ โชคดีมากที่มาคุยกับทนายกุ้งแล้วได้คำตอบหลายๆ อย่าง พอดูข้อมูลย้อนไปทำให้รู้ว่าจำเลยเตรียมการมาอย่างดี เขาทำงานกันเป็นทีม เดี๋ยวก็คงได้รู้กันว่าเขาทำไปทำไม แหม่มไม่หวั่นกลัวอะไร แหม่มอยากขึ้นศาล”

ทนายกุ้ง : “เพราะมันเป็นเรื่องจริง คุณแหม่มลำดับเหตุการณ์ ไทม์ไลน์กับเอกสารเขาจำได้หมด เรื่องจริงมันพูดกี่ร้อยครั้งมันก็เหมือนเดิม ซึ่งจำเลยบางคนคุณแหม่มไม่รู้จัก ไม่เคยเจอกันเลย ในจำเลย 3 คนเคยเจอแค่คนเดียวซึ่งนานมากๆ แล้ว ก่อนโควิดอีก เรื่องมันเกิดในช่วงโควิด

คดีนี้คนละคดีกับกรณีมีคนไปยืนด่าอีขี้โกงที่สนามบิน
แหม่ม : “เป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวกัน แต่คนละคดี ไม่ใช่คดีนี้ ที่สนามบินรอก่อน

ทนายกุ้ง : “มีการนำเอาเอกสารไปส่งให้คนอื่นดู ซึ่งคดีสนามบินคุณแหม่มแจ้งความไว้เรียบร้อยแล้ว ดำเนินคดีแล้ว ฟ้องตรงไม่นานนี่แหละ จะฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งไม่เกี่ยวกับ 3 คนนี้”

เป็นการดิสเครดิตกระทบงานในทุกวงการที่ตนทำอยู่ ลั่นไม่มีใครอยากจ้างงานกับคนขี้โกง ซึ่งตนยืนยัน 100% ทั้งชีวิตไม่เคยคดโกงใคร
แหม่ม : “จริงๆ มันกระทบก่อนจะเป็นข่าวแล้ว เขาไปส่งข่าวให้คนนั้นคนนี้รู้ตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว คนในวงการก็มี มีหลายวงการที่เขาไปดิสเครดิตเรา ทำลายชื่อเสียงเราอย่างรุนแรงมากๆ วันนี้แหม่มไม่ได้มาด้วยความโกรธหรือโมโหอะไรเลย แต่แหม่มมาปกป้องสิทธิ์ตัวเอง เรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเอง

ผลกระทบที่ผ่านมาคือมีคนเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริงเพราะว่ามันเป็นเอกสารสำคัญทางราชการที่เขาเอามาใช้ในการดิสเครดิตเรา คนก็เชื่อไปเยอะด้วย แต่เขาไม่ได้มาบอกให้เรารู้ ตำรวจออกหมายเรียกผู้ต้องหาออกมา คนที่เขาเห็นก็ต้องเชื่อ มันเป็นการทำกันที่รุนแรงมาก คนก็มองเราไม่ดีหาว่าเราขี้โกง มันก็อาจจะมีนะคนที่เขาไม่จ้างงานเราเพราะเรื่องนี้ แต่เขาไม่ได้มาบอกเราหรอกว่าเพราะอะไร ไม่มีใครอยากจ้างคนขี้โกงหรอก

แหม่มยืนยันมาตลอดว่าแหม่มไม่เคยคดโกงใครในชีวิตของแหม่มตั้งแต่เกิดมา ยืนยัน 100% เลย ครั้งนี้แหม่มก็ยังจะยืนยันอีกเหมือนเดิมว่าแหม่มไม่เคยคดโกงใคร ไม่เคยเอาเงินเขามาและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขามาดำเนินคดีกับเรา คุณคิดผิดมากที่มีเรื่องกับแหม่ม ไม่ใช่แค่แหม่มนะคุณคิดผิดมากกับสิ่งที่คุณทำกับมนุษย์คนนึงแบบนี้ คุณคิดผิด”

ทนายกุ้ง : “มันผ่านมา 2 เดือนแล้วตั้งแต่รับหมายศาลเขาก็ไม่ได้ติดต่อกลับมา ถ้ามันไม่ใช่ความจริง เราไม่ได้ผิดก็อยากจะพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นรับรู้ว่าถ้ามันไม่ใช่คุณก็อย่ามาเล่นกับกฎหมายนะ กฎหมายมันมีผลกระทบนะ คุณก็ต้องได้รับผลกระทบเหมือนกัน ที่ผ่านมามันก็มีผลเยอะ หมายเรียกครั้งแรกคุณแหม่มไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้น คุณแหม่มก็ไม่ทราบ ครั้งที่ 2 หมายเรียกมาไม่ทราบอีก แม่ไม่ได้รับจดหมายเพราะไม่อยู่บ้าน แล้วไปออกหมายจับเขา บุกไปสนามบิน แล้วมากองถ่ายมีตำรวจมาบุกจับ เป็นการทำลายอิสรภาพ ชื่อเสียงมันไม่เหลือแล้วตอนนั้น คุณแหม่มก็ยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำ และเขาก็ไม่ผิด แต่เขาไม่เคยออกมาเคลียร์เลย ก็ยืนกรานว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”

แหม่ม : “เขาคิดว่าเรากลัวโดนรวบ คงจะต้องจ่ายเงินเขา แต่เราไม่ยอมจ่ายเพราะเราไม่ได้ทำผิด

ทนายกุ้ง : “เขาไม่เคยติดต่อมา เรายังไม่เคยได้เจอกัน ก็ยังเงียบอยู่ ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ก็ต้องดูเหตุการณ์ก่อน”