xs
xsm
sm
md
lg

“ทนายกุ้ง” เล่าเป็นคนเอ๊ะ “นุช ทอมมั่วบ้านงาน” คนแรก แถมยังไปอ้างเคยเป็นแฟนกับ “ลูกหมี รัศมี” (คลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ทนายกุ้ง” เล่าเป็นคนเอ๊ะ “นุช ทอมมั่วบ้านงาน” คนแรก จากเหตุการณ์มาร่วมเฟรมถ่ายรูป ก่อนหน้านี้มาทำตีเนียนร่วมทีม แต่ก็ไม่มีใครเอะใจเพราะคิดว่าเป็นคนรู้จักของทนาย แถมอีกฝ่ายไปอ้างเคยเป็นแฟนกับ “ลูกหมี รัศมี” ลั่นหากทำให้เสียหายสามารถแจ้งความเอาผิดได้ เป็นอุทาหรณ์เตือนภัยสังคม



กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ตามตัวกันวุ่นทั้งประเทศสำหรับภาพเหตุการณ์ภายหลังจากที่ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ได้เดินทางไปศาลเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยคดีกับ “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ”แต่กลับมีหญิงปริศนารายหนึ่งเดินเข้าไปยืนเนียนร่วมเฟรมขณะกำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

งานนี้ “ทนายกุ้ง อำนวยพร มณีวรรณ์”หนึ่งในผู้อยู่ในเฟรม ได้เผยว่าสรุปแล้วไม่มีใครรู้จักสาวมั่วบ้านงานคนนี้ มาเอ๊ะใจกันตอนถ่ายภาพรวมจึงได้เกิดการซักถาม

“เขาชื่อนุช เราเคยเจอเขาที่วัดแห่งนึงเมื่อปีที่แล้ว เขาเข้ามาขอถ่ายรูปกับเรา เขาบอกว่าเขาทำงานเกี่ยวกับคอนเสิร์ตกับพี่เฮง ซึ่งเอ่ยชื่อมาเรารู้จัก เป็นเพื่อนเรา แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันต่อ แล้ววันดีคืนดีก็มาเจอกันอีกครั้งที่ศาล เขาก็ตะโกนทัก ก็คุยกันว่ามีเรื่องอะไร เขาก็บอกว่าเขามาคดีเพื่อนเขา แล้วก็ผ่านกันไป เพิ่งมาเจออีกเป็นครั้งที่ 3 คือที่ผ่านมา ตอนแรกเขาก็ไม่ได้มาคุยอะไรกับเรา เขาเห็นเขาคุยกับทนายทุกคนดูสนิทสนมมาก คุยกับภรรยาของทนายด้วย ความรู้สึกที่เราเห็นคือมันดูสนิทสนม มันเนียน

เราก็คิดในใจคนนี้วงการบันเทิงจริงๆ เนอะ รู้จักคนเยอะมาก ตัวจี๊ดเลย ก็ไม่ได้คิดอะไร พอดีเราถือของหอบเอกสารมาเยอะมาก เขาก็เข้ามาช่วยเราเห็นเขามีน้ำใจ ก็ให้เขาไปโดยไม่ได้คิดอะไรเลย เราก็เห็นว่ารู้จักกันหมด เราก็ปล่อยไปสุดท้ายก็พาไปกินข้าวร้านข้าวมันไก่ ก็ไม่แน่ใจว่าพี่หนุ่มสั่งหรือเปล่า ด้วยความที่คนมันเยอะ เราไม่ได้เข้าไปนั่งโดยทันที ต้องเคลียร์ก่อน ก็มีพี่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเข้ามาบอกว่าเขาจะกันคนให้ เคลียร์ให้นะ ก็ได้เข้าไปนั่งกัน 2 โต๊ะ เรานั่งโต๊ะเดียวกับพี่หนุ่ม แต่ตัวเขานั่งอีกโต๊ะ

ตอนกินเราก็ไม่ได้สนใจว่าใครสั่งอะไร พอกินเสร็จเขาก็พูดว่าเขารู้จักกับเจ้าของร้าน ตอนนั้นเขาบอกรีบเก็บเงินเลย แต่พอดีว่าพี่หนุ่มจ่ายไปแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าเขามีพาวเวอร์นะ เราก็เชื่อไปว่าคนนี้รู้จักกับคนเยอะจริงๆ ตอนพิจารณาคดีเขาก็เข้าไปด้วย นั่งอยู่แถวหลัง เราคุยกับทนายแก้ว (ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล) ทนายแก้ว เขาก็เข้ามาแจม พี่หนุ่มถามว่าผมเป็นยังไงบ้างหลังจากขึ้นบังลังก์ เขาก็พูดขึ้นมาว่าพี่หนุ่มเป็นคนดีมาก”

ไม่มีใครถามว่าเขาเป็นใครเพราะอีกฝ่ายตีเนียนสนิทสนมกับทุกคน
“ไม่มีใครถามหรอก เพราะเขาเจอแต่ละคนตรงนั้นก็คุยกันสนิทสนมมาก เขาคุยกับภรรยาของทนายทุกคนเลย เราก็เลยคิดว่าเขาคือวงการบันเทิงตัวจริง รู้จักคนเยอะจริงๆ ก็เข้าใจว่าเขามาทำงานกับทนายใครสักคนแน่ๆ ทุกคนก็เลยไม่ถามกัน

หลังจากนั้น พอมีภาพเขาเข้าอยู่ในเฟรมสัมภาษณ์ เราก็คิดนะว่าเขามาอยู่ในเฟรมได้ไง เราก็เอ๊ะนะแต่มันทำอะไรไม่ได้ กลับบ้านได้เราก็โทร.หาลูกหมี รัศมี ถามลูกหมีจำคนนั้นได้ไหมที่เจอที่วัด วันนี้เขามายืนในเฟรมสัมภาษณ์ข้างพี่หนุ่มเลย ลูกหมีก็ตกใจ เขาก็บอกไม่ได้นะ ต้องระวังนะ มันเข้าไปได้ยังไง มันไม่ใช่หน้าที่เขาพอคุยกับลูกหมีเสร็จเราก็ส่งเรื่องเข้าไปในกลุ่มว่าคนนี้เป็นอย่างนี้นะ ให้ระวังดีกว่า เราก็พูดกับทนายตุ๋ย (พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์) ว่ารู้จักคนนี้ไหม เขาพูดว่าวันพรุ่งนี้เขาจะมาอีกนะ

รอบดึกพี่หนุ่มโทร.มาคุย สักพักแกก็ถามว่าคนที่ยืนข้างผมเป็นใคร เราก็หัวเราะแล้วตอบไปว่าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว พี่หนุ่มก็หัวเราะ ห๊ะ! จริงเหรอ เราก็บอกว่าเข้าใจว่ามากับทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ เพราะเขาคุยสนิทสนมกันมาก เพราะทนายไพศาลทักเขาว่าทนาย LGBTQ เราก็เลยสนิทใจว่ามากับทนายไพศาลแน่นอน”

โทร.ไปเช็กกับ “เฮง โคตรอินดี้” สรุปโดนหลอกเหมือนกัน
“หลังจากนั้นก็ส่งภาพไปให้เฮง ถามหน่อยสิรู้จักคนชื่อนุชไหม เขาก็บอกรู้จัก เขาเคยเป็นรุ่นน้องที่เทคนิค เขาเคยบอกกับผมว่าเขาจบจากเมืองนอก เขามาขึ้นคอนเสิร์ตกับผม ผมก็เข้าใจว่าเขารู้จักกับผู้บริหาร เห็นเขามาตามศิลปิน มากับผู้บริหาร ก็เข้าใจว่าเขารู้จักกับคนนั้นคนนี้ เราก็เลยถามว่าเขาทำงานกับเฮงเหรอ เฮงบอกไม่มีเลย สรุปเฮงก็บอกว่าผมก็ถูกหลอกเหมือนกันครับพี่เขาเหมือนจะพาไปรับงานแต่ไม่เคยได้งาน เขาก็เพิ่งรู้จากเราว่าคนนี้ไม่รู้เป็นใครเหมือนกัน เพราะเฮงไปสืบมาแล้วว่าเขาไม่ได้จบเทคนิค ประวัติเขาก็ไม่ชัดเจน เขาทำตัวเหมือนคนมีพาวเวอร์พาไปตรงนั้นตรงนี้ ซึ่งเขาก็ใช้วิธีเนียนๆขึ้นไปถ่ายรูปบนเวทีแบบนี้แหละ แต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับงานเลยจริงๆ”

พฤติกรรมแบบนี้ในทางกฎหมายหากคู่กรณีได้รับความเสียหายก็มีสิทธิ์ฟ้องร้องได้
“เขาอาจจะชอบคนดัง ถ้าไม่ไปแอบอ้างทำให้บุคคลอื่นเสียหายก็ไม่เป็นไร แต่ก็ยังมีอีกนะเรายังได้ข่าวว่าเขาไปอ้างว่าเป็นทนายของไทยรัฐบ้าง มีเพื่อนเราที่เป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์ JiB เขาบอกว่านุชไปบอกทางเขาว่าเขาไปบอกว่าเขาเป็นทีมงานของ บุ๋ม ปนัดดา แต่ไปบอกทางบุ๋ม ปนัดดาว่าเป็นทีมของหนุ่ม กรรชัย แบบนี้ถ้าคนพวกนี้เขารู้สึกเสียหายเขาเอาเรื่องได้นะ ไปแอบอ้างเขาเพื่อผลประโยชน์ทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นทีมงาน เสื่อมเสียชื่อเสียงก็เอาเรื่องได้เหมือนกัน แต่ทุกคนก็ไม่อยากจะไปเอาเรื่องเขาไง แต่ถ้ามันมีอะไรที่มันไม่จบ ยังไม่เที่ยวอ้างอีกก็ไม่แน่ แต่ตอนนี้ทุกคนเพิ่งรู้ ”

“ลูกหมี รัศมี” โดนอ้างเป็นแฟน
ลูกหมีก็โดน เขาไปคุยกับช่างแต่งหน้าคนนึงชื่อเอ ไปอ้างว่าเป็นแฟนกับลูกหมี เคยคบกับลูกหมีแล้วไปกันไม่ได้เลยเลิกกันไป เป็นคนหาทนายความให้ลูกหมี พาไป สน. เอ๊ะ ฉันไม่เคยรู้จักเขา ทนายความลูกหมีมีคนเดียวคือทนายกุ้ง ไม่มีทนายความคนอื่น อันนี้ลูกหมีก็เสียหายเหมือนกัน

คือถ้าเขาไม่เข้ามาร่วมเฟรมวันนั้นเรื่องก็ไม่เกิด ทุกคนก็จะไม่รู้เรื่องนี้ว่าตัวเองถูกเอาไปพูดกล่าวอ้าง ลูกหมีชื่อเสียงเขาก็เสียหายนะ ดูไม่ดี มันเป็นการทำลายชื่อเสียง”

ที่ “หนุ่ม กรรชัย” หยิบเรื่องนี้มาพูดเพราะต้องการเตือนภัยสังคม
เราคิดว่าแกน่าจะอยากเตือนภัยสังคมให้ระมัดระวังตัวกันมากกว่า ไม่น่าจะมาประสงค์ร้ายกับพี่หนุ่มหรอก เจตนาที่ทุกคนถามคือเขาคือใคร ตอนนี้ก็ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นมันมีแบบนี้แทรกซึมอยู่ทุกวงการเพียงแต่เราไม่รู้ อันนี้ถ้าเขาไม่มาปรากฎในเฟรมเราก็ไม่รู้ว่าเขาคือใคร อยากเตือนภัยมากกว่า

อันนี้เป็นอุทาหรณ์ได้เลยนะ บางทีคนมาขอถ่ายรูปเราปฎิเสธไม่ได้ ใครก็ได้ที่เจอเราก็ได้ถ่ายรูปกันทุกคนแหละ ต่อไปถ้าใครจะมาเดิน มาติดตามเราแบบนี้เราต้องสังเกตแล้ว ต้องถามว่ามากับใคร มาทำอะไร ที่ผ่านมาทุกคนไม่ถามเพราะเข้าใจว่ามากับคนในทีม เพราะเขาทำตัวเนียนมาก แม้ทุกคนจะสงสัยแต่ด้วยความที่เขาตีเนียนมาก เพราะเขาคุยกับทุกคน เราก็เชื่อสนิทใจ ก็ไม่ได้เอ๊ะใจอะไร ครั้งนี้ก็เป็นบทเรียนกับคนทุกคนที่เป็นคนสาธารณะ เราต้องระมัดระวัง ต้องไม่ไว้ใจใครง่ายๆ ต้องเอ๊ะไว้ก่อนต้องถามต้องสแกนก่อน ทางที่ดีไม่รู้จักก็ห่างๆ ไว้ดีกว่า เจตนาคนนี้เขาคงไม่ได้จะประสงค์ร้ายกับใคร แต่เขาอยากมีตัวตน อยากถ่ายรูปกับคนดัง เขาพยายามจะเก็บข้อมูลไปโชว์มากกว่า”