xs
xsm
sm
md
lg

“เวสป้า” ชนะคดีลิขสิทธิ์ “RS” ลุ้นต่อศาลฎีกา ลั่นไม่หวงเพลง เอาไปร้องทำมาหากินได้เลย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เวสป้า อิทธิพล” อัปเดตคดีลิขสิทธิ์เพลงกับ “RS” เผยชนะทั้ง 2 คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ รอลุ้นต่อในชั้นศาลฎีกา เดินหน้าผลักดันระบบแบ่งรายได้ลิขสิทธิ์เพลง ให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยินดีให้นำเพลงตัวเองไปร้องได้ เพื่อทำมาหากิน

แม้จะชนะคดีในชั้นศาลอุทธรณ์ แต่ก็ยังต้องลุ้นกันต่อไป สำหรับคดีของ “เวสป้า อิทธิพล เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา” นักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดัง กับคูกรณีอดีตต้นสังกัดอย่าง “RS” ในประเด็นสิทธิและลิขสิทธิ์เพลง หลังทั้งสองฝ่ายมีคดีความต่อกันถึง 2 คดี โดยคดีหนึ่งเป็นกรณีที่ “เวสป้า” ฟ้องเรียกร้องสิทธิและส่วนแบ่งจากการนำผลงานเพลงไปใช้งาน ขณะที่อีกคดีเป็นฝั่ง RS ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 12 ล้านบาท จากกรณีนำเพลงไปร้องบนเวที โดยล่าสุดวันนี้ (20 ก.ย. 69) “เวสป้า” ได้ออกมาอัปเดตความคืบหน้าของคดีให้ฟังว่า ขณะนี้อีกฝ่ายได้ยื่นขอฎีกาเข้ามาแล้ว และอยู่ระหว่างรอว่าศาลจะอนุญาตให้ฎีกาหรือไม่

”เรื่องคดีลิขสิทธิ์ ตอนนี้ผมชนะทั้งสองคดี คือคดีที่ผมยื่นให้แก่ศาล ฟ้องว่าทางบริษัทได้นำลิขสิทธิ์ไปใช้งาน โดยที่ไม่ได้รับส่วนแบ่ง คือจริงๆ เราตกลงกันตั้งแต่ที่ทำงาน ว่าต้องมีส่วนแบ่งให้กัน ซึ่งคดีแรก ผมก็ชนะทุกเพลงร้อยเปอร์เซ็นต์ในศาลอุทธรณ์ เพราะศาลตัดสินว่าในสัญญาจะเป็นยังไงก็แล้วแต่ แต่ว่าวิธีการที่ปฏิบัติต่อกัน ผมจะต้องได้เปอร์เซ็นต์เทป เปอร์เซ็นต์ซีดี ได้ค่าลิขสิทธิ์ตลอด แต่วันหนึ่งเมื่อมันเป็นโลกโซเชียลแล้ว ทางบริษัทไม่ได้ให้ ก็กลายเป็นว่าพอตัดสินแล้ว ศาลให้ผมชนะ เป็นเจ้าของคำร้องทำนอง บริษัทเป็นเจ้าของมาสเตอร์ ฉะนั้นลิขสิทธิ์มันจะได้ร่วมกันครับ”

รอแบ่งสัดส่วนกันในศาลฎีกา
“ต้องรอเหลือศาลสุดท้ายอีกศาลนึง ส่วนอีกคดีนึงที่บริษัทฟ้องผมมา 12 ล้านบาท ที่ว่าผมนำเพลงหลายๆ คน รวมทั้งเพลงตัวเองไปร้องบนเวที อันนี้ศาลก็ตัดสินยกฟ้อง ก็คือให้ผมชนะ ว่าเพลงไม่ใช่ลิขสิทธิ์ของทางบริษัท เป็นลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง ตอนนี้อุทธรณ์ทั้งสองคดี เหลือที่ศาลชั้นฎีกา ศาลสุดท้ายครับ”

มั่นใจชั้นฎีกา คำพิพากษาจะไม่เปลี่ยน
“ผมค่อนข้างมั่นใจ เพราะว่ามันเป็นคดีที่ทั่วโลกตัดสินมาหมดแล้ว ทุกประเทศเลย ไม่ว่าจะเป็นแถบยุโรป เอเชีย อเมริกา นักแต่งเพลงยังไงก็ต้องมีสิทธิ์ครับ ครับ (ศาลนัดต่อไปคือช่วงไหน?) ยังไม่ได้นัดวัน แค่ทางเขาเขียนขอฎีกามา ก็รอคำฎีกาครับว่า ศาลจะให้ฎีกาหรือไม่”

การขึ้นศาลที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องยาก แค่พูดความจริง และเตรียมเอกสารให้พร้อม
“ผมว่าไม่ยากเลย เพียงแค่เราพูดความจริงทุกอย่างออกไปแค่นั้นเอง แนะนำทุกคนว่าถ้าจะขึ้นศาล ให้พูดสิ่งที่มันเป็นจริงที่สุด แล้วก็เอาหลักฐานมาให้มากที่สุด ให้ศาลได้เห็นหลักฐานให้มากที่สุด เพราะผมเพิ่งรู้เหมือนกัน ว่าพอศาลอุทธรณ์หรือฎีกา เราไม่สามารถเอาอะไรเข้าได้อีกแล้ว เราจะต้องเอาเข้าที่ศาลชั้นต้นเท่านั้น พออุทธรณ์และฎีกา เขาจะดูแค่ว่าหลักฐานเราแย้งกันยังไงในหลักฐานเดิม”

ยินดีให้นำเพลงของตัวเอง ไปร้องเพื่อทำมาหากินได้เลย
“มีคนถามว่าเพลงของพี่เวสป้า เอาไปร้องได้ไหมน้องๆ เอาไปร้องเลยครับ อยากให้ไปคัฟเวอร์ เอาไปร้อง ทำมาหากินกันได้หมดเลย แต่เวลาน้องเอาไปร้องกันลงโซเชียล แม้กระทั่งเพลงพี่เสก โลโซ พี่เสกบอกเอาไปร้องเลย แต่เมื่อมันขึ้นโลกโซเชียล สมมติยูทิวบ์ เขาจะกั๊กค่าลิขสิทธิ์เอาไว้ให้เจ้าของลิขสิทธิ์อยู่แล้ว เพียงแต่มันจะมีอีกส่วนหนึ่งที่เป็นของน้อง ที่บางค่ายเขาสามารถไปดูดเอา สมมุติ 100 เปอร์เซ็นต์ 20 เปอร์เซ็นต์เขาให้เจ้าของลิขสิทธิ์อยู่แล้ว ซึ่งได้ออโต้ หมายถึงว่าเขาเป็นผู้เผยแพร่แพลตฟอร์มต่างๆ เขาก็ต้องกันไว้ให้โดยเฉพาะ”

“แต่ไอ้ส่วน สมมติอีก 80 เปอร์เซ็นต์ที่น้องๆ ควรจะได้ น้องๆ ไม่ได้ เพราะบางค่ายเขาสามารถไปเคลมลิขสิทธิ์ตรงนั้นได้ แต่ของผมไม่เลยนะครับ น้องๆ เปิดเลย ทุกคนเอาไปทำมาหากิน ทุกที่ ทุกโซเชียลเอาไปร้องเลย แต่ถ้าใครทำเพื่อธุรกิจ มันก็จะเป็นไปตามกฎของ CISAC ก็คือตอนนี้ผมเป็นสมาชิกของ MCT บริษัทลิขสิทธิ์ดนตรีแห่งประเทศไทย เขาก็จะดูแลในเรื่องลิขสิทธิ์ เราไม่ไปเก็บกับนักดนตรี นักร้องอยู่แล้ว เขาจะเก็บผู้จัดอีเวนต์ หรือเจ้าของคนที่จัดงานคอนเสิร์ต ผู้ขายบัตร คือถ้าใช้เพื่อธุรกิจ ก็จะมีการเก็บลิขสิทธิ์ แต่ว่าราคาก็จะเป็นธรรมมากครับ”

“ผมว่าเดี๋ยวพอลิขสิทธิ์เป็นของนักแต่งเพลงเนี่ย ทุกคนจะร้องเพลงในคาราโอเกะได้ทุกเพลง หมายความว่าร้องไปเลย แล้วทุกคนควรจะรวมเป็นองค์กรเดียว แล้วราคามันก็ต้องถูก แล้วร้านไหนจะไม่เก็บ ก็ต้องกำหนดเลย ตอนนี้กำลังเข้าสู่กรรมาธิการ ท่าน สว. เขาก็กำลังจะเอาเข้าสู่คณะกรรมาธิการ เพื่อกำหนดกฎหมายที่จะให้ลิขสิทธิ์ของประเทศไทย เป็นธรรมต่อผู้ใช้งาน ต่อศิลปิน แล้วก็ต่อค่ายเพลงด้วยครับ”

เคารพคำตัดสินของศาล หากสุดแล้วพิพากษาให้แพ้คดี
“เราก็ต้องเคารพคำตัดสินนะครับ เพราะจริงๆ ทุกวันนี้พวกเราไม่ได้อะไรอยู่แล้ว เพราะว่าทางบริษัทเอาลิขสิทธิ์ของเราไปใช้งานโดยที่ไม่แบ่ง ซึ่งบางคนบอกว่า เฮ้ย เวสป้า คุณเนรคุณหรือเปล่า ไปฟ้องทางบริษัท ถามว่ามันก็มีส่วน เพียงแต่ว่ามันต้องให้ศาลเป็นผู้ตัดสินครับ ว่าความถูกต้องมันพอดีแค่ไหน เราควรได้ไหม ได้แค่อไหน แต่มาสเตอร์มันเป็นของบริษัทอยู่แล้ว ซึ่งเวลาขึ้นในโลกโซเชียล สมมติมาสเตอร์ได้ 80 เปอร์เซ็นต์ พวกเราได้ 20 เปอร์เซ็นต์ พวกเราก็ควรได้นะครับ”

แต่ละแพลตฟอร์ม ส่วนแบ่งไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการตกลงขององค์กร
“มันจะเป็นไปตามสัดส่วน ของแต่ละแพลตฟอร์มไม่เท่ากัน ในการเล่นคอนเสิร์ต ในการลงในแพลตฟอร์มต่างๆ มันจะมีสัดส่วน รายได้ของคำร้องทำนอง ของมาสเตอร์ ของศิลปิน เอาง่ายๆ เลย ติ๊กต็อกกับยูทิวบ์ก็ไม่เท่ากันแล้ว คลิปสั้น คลิปยาว การจัดเก็บ ทุกอย่างมันจะเป็นแล้วแต่ เขาจะกำหนดโดยองค์กรต่างประเทศที่เขาตกลงกับทางแพลตฟอร์ม ว่าแพลตฟอร์มแบบนี้ควรจะจ่ายกี่เปอร์เซ็นต์”

“เท่าที่ทราบคร่าวๆ ยูทิวบ์จะอยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ บวก-ลบ ของคนเบื้องหลัง ส่วนของมาสเตอร์ก็ประมาณ 70 - 80 เปอร์เซ็นต์ มันเป็นสากลครับ คือทางองค์กรระดับโลก เขาได้ตกลงกับทางแพลตฟอร์ม ว่าควรเหมาะสมที่เท่าไหร่ แต่ตอนนี้ของไทยเรายังไม่ได้กำหนดตรงนั้น เลยกลายเป็นว่าค่ายเพลงสามารถดูดเอา 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมว่ามันไม่ยุติธรรมต่อน้องๆ ที่เขาคัฟเวอร์เพลง เพราะเป็นช่องเขา หน้าตาเขา ไมค์เขา เขาควรได้ส่วนแบ่ง เราควรจะเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายครับ”

กำลังขับเคลื่อนเรื่องส่วนแบ่ง เพราะตอนนี้มีแพลตฟอร์มเกิดขึ้นมากมาย ไม่ใช่แค่เทป หรือ CD
“ตอนนี้ขับเคลื่อนอยู่นะครับ ทางผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน ทั้ง สว. ทั้ง สส. ก็ขับเคลื่อนกันอยู่ ว่าหนึ่งทุกคนจะต้องร้องเพลงในคาราโอเกะได้ทุกเพลง ใครอยากจัดคอนเสิร์ตก็จัดได้ อย่างต่างประเทศเขาบอกว่า โอเค ใครจะจัดคอนเสิร์ตก็จัดไปเลย เก็บเอา 7% ไว้ให้ค่าลิขสิทธิ์ ก็จบ ทีนี้ทุกคนจะจัดคอนเสิร์ตได้ ไม่มีการกีดกันกัน คาราโอเกะก็เก็บทีเดียวไปเลย ร้องได้ทุกเพลง โดยมีราคาที่เหมาะสมครับ”