xs
xsm
sm
md
lg

“นก รัชนก” หวนคืนจอ เปิดใจสู้โรคเวรโรคกรรม SLE - รูมาตอยด์ ไม่ได้กินยาจะนอนเป็นผัก!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“นก รัชนก” หวนคืนจอ หลังรู้ซึ้งงานเบื้องหลังสุดเหนื่อย ขอกลับมาทำสิ่งที่รัก แม้ต้องต่อสู้กับโรคเวรโรคกรรม ทั้ง SLE และรูมาตอยด์ที่รักษาไม่หายแต่ใจยังสู้ไหว รับไม่ได้กินยาจะนอนเป็นผัก

ไม่ได้เห็นนักแสดงรุ่นใหญ่ “นก รัชนก แสงชูโต” กลับมารับงานแสดงพักใหญ่แล้ว แต่ล่าสุดเจ้าตัวตัดสินใจหวนคืนจออีกครั้งในละครเรื่อง ตะวันลวง โดยเผยว่าหายไปทำธุรกิจและงานเบื้องหลัง แต่กลับทำให้รู้ว่ารักในการเป็นนักแสดงมากกว่า

“เอาจริงๆ หายไปนานมาก ก็ไปทำอะไรอย่างอื่น ไปทำธุรกิจทำอะไรมาหลายๆ อย่างนะคะ ก็ค้นพบว่าตัวเองจริงๆ แล้วชอบเล่นละคร อยากเป็นนักแสดง แล้วก็รับผิดชอบแต่ตัวเอง ไปทำอะไรอย่างอื่นมาคือมันต้องรับผิดชอบอะไรหลายๆ อย่างมากเลย พอเรื่องนี้พี่หนุ่ม (กฤษณ์ ศุกระมงคล) โทร.มาอย่างแรกที่ถามไปคือบทเยอะไหมคะ (หัวเราะ) คือความจำเราก็แย่ลงเนอะกลัวคนอื่นเขาทำงานลำบาก เพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นนักแสดง แต่ว่าแอบไปเป็นผู้จัดอยู่แป๊บนึง ก็รู้การทำงานของคนเบื้องหลังจริงๆ ก็เลยรู้สึกว่ามันเหนื่อยมากเลย แล้วถ้าเป็นนักแสดง รับผิดชอบตัวเราให้ดีที่สุดอย่างเดียวเลย แล้วทุกอย่างมันก็จะราบรื่น ก็เลยลองดูสิถ้าเกิดว่ามีผู้จัดคนไหนที่สนใจ เดี๋ยวๆ เขาเห็นเขาก็คงเรียกกลับมา มีพี่หนุ่ม แล้วก่อนพี่หนุ่มก็จะมีช่องวัน น้องแหม่มนึกถึงนก ก็ลองไป ก็ทำให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ที่เคยทำงานค่ะ

ถามว่าตัดสินใจยากไหม ไม่ยากเลยค่ะ เพราะมานั่งนึกดูแล้วหลังจากได้ไปชิมลางมา 1 ตอน ตอนแรกบอกตรงๆ ว่าไม่มั่นใจ แต่พอได้ชิมลางแล้วบรรยากาศคือเหมือนเดิม แล้วก็มานั่งคิดดู เราก็ยังทำได้อยู่ ไม่ใช่ทำไม่ได้ คือถ้าได้เล่นกับคนที่รู้จักเรา คุ้นเคย มันก็จะง่ายขึ้น สัก 10%แต่ก่อนพี่หนุ่มจะมีน้องอาร์ต พลังธรรม ที่ก็สนิทกันมาก เราถึงกับเอ่ยปากว่าอาร์ต แกทำละคร ถ้าแกไม่เรียกฉันเล่นนะ ถ้าฉันตายไปนะ ฉันจะมาหลอกแกคนแรก (หัวเราะ) นับตั้งแต่นั้นมามันเรียกนกเล่น 2 เรื่องเลย (หัวเราะ)

แต่ก่อนมาเล่นเรื่องนี้ก็มีโทร.ไปคุยซ้อมบทกับพี่หน่อย (บุษกร วงศ์พัวพันธ์) คือกลัวมองหน้ากันแล้วขำ (หัวเราะ) เพราะมันสนิทกันมาก แล้วบทคือนกร้ายกับเขามาก ที่สำคัญกลัวเรื่องบท เพราะบทยาวก็คือจะต้องเป๊ะมาก ต้องแม่นมาก ต้องใช้พลังเยอะมาก”

เผยสุขภาพดีขึ้น
“ดีขึ้นกว่าเดิมนะคะ ดีขึ้นกว่าช่วงแรกๆ แต่ว่าก็ยังเป็นอยู่ มันเป็นโรคที่รักษาไม่หาย เป็น SLE กับรูมาตอยด์ค่ะ เป็นครึ่งๆ มันก็จะมีอาการปวดบ้างบางวัน แต่ก็คือเหมือนเป็นคนติดยา ถ้าไม่กินยาก็น่าจะนอนเป็นผัก (หัวเราะ) มันจะไม่มีแรงค่ะ จะเพลียๆ จริงๆ เป็นตั้งแต่อายุ 25 ตั้งแต่เล่นละครอยู่เลย มีลูกก็เป็นแล้วค่ะ ส่วนที่ผอมลงนี่คือที่ผ่านมาอ้วนมาตลอดเลยตั้งแต่มีลูก จนเพิ่งผอมเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว จะบอกว่ามันมีแรงบันดาลใจ ตอนแรกปล่อยตัว เพราะคิดว่าไม่ได้ทำอะไรแล้ว เพราะอยู่เบื้องหลัง แล้วพอมาช่วงนี้ เดอะมิส เขาดูแลหน้าให้นก เขาทำให้เราทุกอย่างเลย แล้วเราจะให้อ้วนอยู่ได้ไง (หัวเราะ) ก็เลยตั้งใจลด กินมื้อเดียวอยู่ 4 เดือน

แต่ไม่ได้สตริกอะไรขนาดนั้นนะคะ ทำในแบบฉบับของเรา เลือกรอบเวลาที่เหมาะสม มันก็จะมียากินเรื่องรูมาตอยด์ระหว่างช่วงเช้ากับช่วงเย็น ส่วนการควบคุมอาหารก็ตามที่เราสะดวก แล้วก็ระยะเวลาในการกินยา ถามว่าพอกินยาลด มันมีผลต่อการแสดงไหม คือนกผ่าเข่าไปแล้ว นกเดินขึ้นลงบันไดไม่ได้ มันเดินได้แหละแต่ช้าหน่อย อีกอย่างนึงที่ไม่อยากกลับมาเล่นตอนแรก เพราะว่าเรามีข้อแม้หลายอย่าง เพราะเราไม่สบาย เดี๋ยวมันจะไปเดือดร้อนทีมงานคือเดินขึ้นลงบันไดไม่ได้ นั่งคุกเข่าไม่ได้ เพราะถึงผ่าแล้วมันก็ไม่ 100% มันก็จะขัดขวางการงานมาก แต่ก็เป็นเรื่องที่คิดไปเอง จริงๆ แล้วผู้กำกับหลายคนก็บอกว่ามันปรับได้ ไม่เป็นไร”

เชื่อเป็นโรคเวรโรคกรรม ขออโหสิกรรม หวังใช้กรรมให้หมดภายในชาตินี้
“แต่ถามว่ากังวลไหม ไม่ได้กังวลแล้ว เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นโรคที่มันรักษาไม่หาย ก็ต้องอยู่กับมันให้ได้ ต้องกินยาสเตียรอยด์ทุกวัน ถ้าไม่กินนี่คือนอนเฉยๆ ไม่มีแรง ก็ต้องไปเช็กร่างกายทุก 3 เดือน ทุก 6 เดือน หมอก็ตรวจเลือดปกติค่ะชินแล้วค่ะ (หัวเราะ) เคยท้อเหมือนกันแหละ แต่ว่าน้อยครั้งมาก เข้าวัดด้วยมั้ง มันก็มีอยู่ช่วงนึงที่เข้าวัด ให้พระสอน ปล่อยวาง มันเป็นโรคเวร โรคกรรม

นกก็อธิษฐานทุกวันเลยว่าถ้ามันเป็นโรคเวรโรคกรรมของนก นกไม่รู้ว่าไปทำอะไรใครตั้งแต่ชาติต่างๆ หรือปัจจุบันชาติ นกก็ขออโหสิกรรม แล้วนกก็จะใช้กรรมให้หมดภายในชาตินี้ถ้ามันจะต้องเป็นขนาดนี้แต่ไม่เคยไปเช็กดวงนะ เราก็ปล่อยวาง ไม่เคยไปดูหมอ มีแต่รับรู้จากสื่อว่าเรื่องเวร เรื่องกรรม แต่ว่าไม่เคยไปดู ตอนนี้สุขภาพมันก็ลุ่มๆ ดอนๆ ก็ถือว่าดีขึ้น ใช้ชีวิตไปไหนมาไหนปกติ ใจสู้ (หัวเราะ)”