“ณวัฒน์” เปิดใจเคลียร์ดรามาร้อน #อิงล็อต สั่นสะเทือน หลัง “อิงฟ้า” มีข่าวกับ “ปอป้อ” ลั่นถึงแฟนคลับถ้าใจเย็นไม่ได้ก็ระเบิดไปเลย ยันเคารพการตัดสินใจเพราะทุกคนบรรลุนิติภาวะแล้ว บอกแก่แล้ว รั้งใครไว้ไม่ได้สักคน
กลายเป็นประเด็นเลยทีเดียว สำหรับกรณีความสัมพันธ์ระหว่างนางงามและศิลปินสาวชื่อดัง “อิงฟ้า วราหะ” กับนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย “ปอป้อ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย” จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในหมู่แฟนคลับ โดยเฉพาะแฟนคลับ #อิงล็อต ที่หวั่นว่าจะต้องปิดตำนาน
ล่าสุด “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” บอสใหญ่แห่ง MGI ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนสองคนที่บรรลุนิติภาวะกันแล้ว ทั้งอิงฟ้าและปอป้อต่างเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะและวินัยสูง ตนเคารพการตัดสินใจของทุกคน แต่ขณะเดียวกันก็เข้าใจความรู้สึกของแฟนคลับทุกฝ่าย
“โอ๊ย อิงฟ้าไม่มีความคิดเห็นเลย (หัวเราะ) เอาจริงๆ แล้วผมไม่อยากออกความคิดเห็นเลย เพราะว่าไม่ว่าจะออกความคิดไปทางไหนก็แล้วแต่ มันก็ถูกผลกระทบ เอาเป็นว่าเรื่องระหว่างอิงฟ้ากับปอป้อ ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ทุกคนบรรลุนิติภาวะกันแล้ว ไม่มีใครอายุน้อย 30 กว่าด้วยกันแล้วคนหนึ่งก็เป็น Professional Artist ศิลปินที่มีชื่อเสียง มีวุฒิภาวะสูงมาก ส่วนปอป้อก็เป็นนักกีฬาโอลิมปิกทีมชาติไทย ที่มีวินัยและมีความรับผิดชอบ มีวุฒิภาวะสูง
ผมเคารพในความคิดของทุกๆ คน รวมถึงผมก็เข้าใจแฟนคลับชาล็อต (ชาล็อต ออสติน) ด้วย เพราะว่าผมเองผมก็รักชาล็อตเหมือนลูกเหมือนหลาน แต่ผมก็บอกตรงๆ ว่าเราก็ดูแลได้เรื่องงาน และให้คำแนะนำทุกเรื่อง
แต่ถ้าเรื่องนี้ ชาล็อตหรือใครจะมาปรึกษาผม ผมก็ยินดีนะ ทุกคนผมยินดีหมด ไม่ว่าจะเป็นอิงฟ้าหรือชาล็อต แต่ว่า ณ ตอนนี้ชาล็อตไม่ได้มีส่งแมสเสจอะไรมาแล้วก็ไม่ได้รีเควสอะไรมาทางผมโดยตรงมันก็ไม่มี แต่ทั้งหมดทั้งมวลตอนนี้ ศิลปินขึ้นอยู่กับ MGI Beyond ซึ่งผมยกหน้าที่นี้ให้กับกลุ่มใหม่ที่เขาดูแล ทำซีรีส์ แล้วก็สร้างศิลปิน ซึ่งผมดูโครงสร้างข้างบนคร่าวๆ
แต่อยากจะร้องขอว่า ผมเข้าใจแฟนคลับนะครับ ว่าบางทีอาจจะรุนแรงนิดหนึ่ง ซึ่งผมก็ผ่านมรสุมรุนแรงมานับครั้งไม่ถ้วน ถ้าเป็นไปได้ก็ใจเย็นๆ ลงนิดหนึ่ง แต่ถ้าเย็นไม่ได้ ก็เอาให้ระเบิดไปเลยก็ได้ครับ มันจะได้สบายอกสบายใจกัน เพราะไม่รู้จะห้ามยังไง
แล้วก็ถ้าคุณรักใครจริงๆ สักคนหนึ่ง คุณควรจะทำความเข้าใจกับคนๆ นั้นอย่างถ่องแท้ บางทีความรักไม่ได้หมายความว่าเราต้องเป็นเจ้าของ บางทีความรักไม่ได้หมายความว่า อยากให้เขาเป็นในสิ่งที่เราอยากจะเป็น ความรักต้องเข้าใจ และความรักต้องถูกการดูแลในทุกรูปแบบ ก็ให้กำลังใจทั้งอิงฟ้า ทั้งชาล็อต อย่างนี้ดีกว่า”
ยันไม่ได้สนใจว่าต้องเป็นปอป้อ เพราะเปิดโล่งให้ทุกคน
“ตอนนี้ผมไม่ได้สนใจว่าต้องปอป้อหรือต้องใคร ผมก็เปิดโล่งให้กับทุกคน หมายถึงว่า เปิดโล่งให้ทางอิงฟ้าและชาล็อต ชาล็อตผมก็เปิดครับ มากมายที่เขาจะมีข่าวผมไม่เคยห้ามเลย เพราะผมถือว่าโตกันแล้ว แล้วยิ่งน้องอยู่กับเรามาจะ 5 ปี ในอีกไม่กี่เดือน มันก็ถึงเวลาที่เขาโตได้แล้ว เพราะฉะนั้นทุกอย่าง การตัดสินใจขึ้นอยู่กับอิงฟ้าและชาล็อต ว่าเขาได้ตัดสินใจกันแบบไหน เป็นเรื่องส่วนตัวของเขาสองคนแต่เรื่องของการงาน เราดูภาพลักษณ์ให้ ซึ่งตอนนี้เราก็พูดกันตรงๆ ว่าเราก็พยายามประคบประหงมหน้างานให้ ตามความเหมาะสม
แล้วก็ช่วงนี้ก็พยายามหลีกเลี่ยงการสัมภาษณ์สื่อ ก็ได้บอกเจ้าของอีเวนต์ไปแล้วว่าขออนุญาตไม่อยากยืนสัมภาษณ์ เพราะว่ากลัวว่าพอเวลาสัมภาษณ์ปั๊บ ไม่ว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดพูดอะไร มันก็เจอกองทัพ AI บ้าง อะไรบ้าง ถล่มกันกลับเข้ามาอีกเพราะฉะนั้นปล่อยให้พายุมันโหมมาแล้วผ่านไปดีกว่าครับ”
ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ที่จะคุยกับอิงฟ้าถึงเรื่องนี้
“ณ ตอนนี้ผมคิดว่ายังไม่ค่อยเหมาะสม ปล่อยให้เวลาเป็นตัวทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันตกตะกอน และชินชา และคุ้นชิน แล้วค่อยเอาสิ่งที่คุ้นชินและตัดสินใจแน่ๆ มาคุยกัน ดีกว่าที่จะคุยกันแบบโยนกันไปโยนกันมาด้วยอารมณ์ แต่จริงๆ แล้ว ศิลปินทั้งคู่ก็ไม่ได้โยนใส่กันนะ ส่วนมากเป็นที่แฟนคลับ”
บอกเริ่มแก่แล้ว คงรั้งใครไม่อยู่สักคน
“จริงๆ แล้วถ้าอายุน้อยยังไม่เยอะมาก ผมก็แนะนำว่าอย่าเพิ่ง อันนี้เป็นเรื่องปกติ เพราะคุณกำลังเติบโต คุณกำลังเก็บดอกออกผล เพราะฉะนั้นก็อย่าเพิ่ง แต่ว่าถ้าสมมติว่าเป็นเรื่องที่เกินวุฒิภาวะตัวเองแล้ว เริ่มแก่แล้ว อย่าง ชาล็อตเขาก็บอกเขา 28 แล้วนะ อิงฟ้าก็ก้าวเข้าสู่จะ 31-32 แล้ว ผมว่ามันคงรั้งใครไม่อยู่สักคน ผมทำความเข้าใจได้ครับ แต่ว่า 20-23 ก็แนะนำว่าถ้าใครอยู่ในสังกัด ก็อย่าเพิ่งมีครับ”
น้อมรับปากปิดตำนาน #อิงล็อต แล้วแฟนคลับจะไม่สนับสนุนอีก
“(ถอนหายใจ) ผมให้กำลังใจคนที่เป็นอย่างนั้นดีกว่าครับ เพราะผมพูดอะไรไปยากมาก ผมจะบอกว่าต้องเข้าใจ ทุกคนก็ไม่ยอมเข้าใจ ผมอยากจะบอกว่า ชีวิตจริงกับการแสดง บางทีมันก็ไม่ได้เป็นคนๆ เดียวกัน ก็ไม่ได้อีกแล้วผมจะมีสิทธิ์พูดอะไร ผมก็ขอภาวนาให้แฟนคลับทุกๆ คน มีอะไรที่มองเห็น และเข้าใจมากขึ้น สิ่งไหนที่มีความสุข ก็อยู่กับมัน
สิ่งไหนที่มีความทุกข์ ก็ทิ้งมันไป ถ้าสมมติศิลปินผมทำให้คนหนึ่งคนใดต้องทุกข์ หรือแฟนคลับต้องทุกข์ ก็แค่เดินจากศิลปินผมไป บริษัทเราก็น้อมรับที่จะเสียหาย ดีกว่าที่จะต้องมาทนทุกข์ทรมานแล้วด่ากันไม่เว้นทุกชั่วโมง ผมว่าชีวิตใครก็ไม่มีความสุขสักคน ตัวคุณเองก็ทุกข์ ศิลปินก็ทุกข์ บริษัทก็มีผลกระทบ ซึ่งบริษัทยินดีน้อมรับในการไม่สนับสนุน ในการเดินจาก คนเราบางทีอยู่ด้วยกันแล้วมันหงุดหงิด จากกันก็ดีนะครับ ถือว่าเป็นสันติวิธีที่เราเลือกกันได้ครับ”


