“หนุ่ม กรรชัย” ประกาศปิดประตูเจรจา เดินหน้าสู้คดีต่อ หลังไกล่เกลี่ยไม่ลงตัว เผยข้อเสนอเดียวคือให้ “ปู มัณฑนา” รับสารภาพ แล้วจะถอนฟ้องให้หมดทั้ง 6 คดี เชื่อเป็นทางออกที่ดีที่สุด ไม่รู้อีกฝ่ายกลัวอะไร ยันไม่มีการถอด “ทนายตุ๋ย” จากการเป็นทนายในคดีนี้
นานจนสถิติต้องจารึก สำหรับคดีที่พิธีกรชื่อดัง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ฟ้องนักแสดงรุ่นใหญ่ “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ”ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา 17 กรรม หลังเวลา 09.00 น. วันนี้(17 กันยายน 2569) ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดสืบพยานโจทก์ แต่เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน แต่ปรากฏว่าครึ่งเช้ายังไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ทำให้กระบวนการทางคดีไปต่อในช่วงบ่าย
หลังผ่านไปกว่า 10 ชั่วโมง ผลปรากฏว่าไกล่เกลี่ยกันไม่ลงตัว และต้องเข้าสู่ขั้นตอนการสืบพยานโจทก์ โดยใช้เวลายาวนานจนฟ้ามืด ก่อนที่ทางด้านของ “หนุ่ม กรรชัย” และ “ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์”ทนายความส่วนตัวที่ดูแลคดีนี้ รวมถึง “ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล” ที่เดินทางมาให้กำลังใจตั้งแต่ช่วงเช้า ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เวลาประมาณ 19.00 น. เผยถึงเหตุผลที่การไกล่เกลี่ยล่ม พร้อมประกาศปิดประตูตายไม่ไกล่เกลี่ยแล้ว
หนุ่ม : “ช่วงเช้าพอมาถึงเสร็จปุ๊บเนี่ย ก็ได้ยินว่าทางศาล แจ้งมาว่าทางคุณปูอยากจะไกล่เกลี่ย เป็นคนเสนอการไกล่เกลี่ยมา ซึ่งตัวเราเองก็ไม่ได้ติดปัญหา ก็เลยยินดีที่จะไปไกล่เกลี่ยด้วย แต่ทีนี้เราก็มีข้อเสนอยื่นไป ปรากฏว่าทางฝั่งโน้นเขาไม่รับข้อเสนอ สุดท้ายก็เลยต้องสืบกันในช่วงบ่ายโมง ก็เลยยาว”
เผยถ้ายอมรับสารภาพว่าโพสต์ด่าจริง ตั้งใจจะถอนฟ้องให้หมดทุกคดี
หนุ่ม : “ก็เปิดเผยได้นะครับ จริงๆ สิ่งที่เสนอไป คือว่าเขาต้องยอมรับสารภาพ ว่าเขาได้มีการพูดด่าเราจริง อย่างที่สื่อมวลชน หรือว่าทางวิญญูชนทั้งหลายได้เห็นนะครับว่า ต่อให้เขาจะบอกว่าไม่ได้มีการเอ่ยชื่อก็ตามแต่ แต่สุดท้ายแล้วโดยวิญญูชน สื่อทุกคนก็ไม่เห็นไปถามพี่ยุทธ (สรยุทธ สุทัศนะจินดา) ไม่เห็นไปถามคุณพุทธ (พุทธ อภิวรรณ) เลย ว่าคุณปูเขาไปว่าพี่ทำไม ก็เห็นมาถามเราทุกคน เพราะฉะนั้นมันก็เป็นการบ่งชี้อยู่แล้ว ว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นหมายถึงตัวเรา หรือคนที่มาอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครไม่ทราบว่าเขาโพสต์หมายถึงใคร มันค่อนข้างจะชัดเจน เราก็เลยบอกว่า คุณก็รับสารภาพ จริงๆ เราฟ้อง 5 คดี นะครับ แล้วก็แจ้งความไว้อีก 1 คือรวมแล้ว 78 กรรม วันนี้ถ้าเขารับสารภาพใน 17 กรรม เราจะถอนให้หมดเลย ถ้าเขารับสารภาพ เมื่อเช้าเราบอกถ้าเกิดว่าเขารับเนี่ย เราถอนให้หมด”
ส่วนตัวก็งง ไม่รู้ทำไมถึงไม่ยอมรับสารภาพ
หนุ่ม : “ไม่รู้เหมือนกันนะ ผมก็งงเหมือนกัน คือผมก็พูดต่อหน้าศาลนะว่า สิ่งที่ผมถอนให้เนี่ย 17 กรรม แล้วแลกกับอีกตั้ง 7 ประมาณ 60 กรรมเนี่ย มันไม่ดีเหรอ แต่สุดท้ายก็ไม่รู้เขาคุยยังไง ศาลก็เลยสืบ”
อีกฝ่ายไม่ได้พยายามจะเข้ามาหาหรือพูดคุย ย้ำแค่อยากให้รับสารภาพในคดีนี้ ไม่ได้ต้องการให้ขอโทษออกสื่อ
หนุ่ม : “คือเขาไม่ได้จะเดินเข้ามาหาผมนะ คือผมว่า สุดท้ายนะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันผ่านกระบวนการของศาล คือตัวเขาเองก็ไปยื่นเจตจำนงกับทางศาล ทางศาลก็เรียกผมไป ผมก็ยินดีนะ เพียงแต่ว่าอย่างที่บอกครับ ผมไม่ต้องการอะไรเลย แล้วที่สำคัญผมด้วยว่าไม่ต้องขอโทษผมออกสื่อด้วย ผมบอกเลยนะ ถามทุกคนได้ ถามศาลก็ได้ ผมบอกเลยว่า 1 เนี่ย ผมถอนให้ได้นะ ทั้งหมดเลย แต่ขอให้รับสารภาพในคดีนี้(เขาแถลงเหตุผลที่ไม่รับสารภาพว่าอะไร?) เขาก็คงรู้สึกว่าเขาไม่ผิดมั้งครับ หรืออาจจะเป็นด้วยเรื่องของคดีความเก่าที่เขายังค้างอยู่หรือเปล่า เพราะว่าเขาก็อาจจะกลัวการโดนนับโทษต่อหรืออะไรหรือเปล่า เพราะเขามีประเด็นกับทนายกุ้ง (อำนวยพร มณีวรรณ์)”
ชี้ “ปู มัณฑนา” รู้อยู่แก่ใจ ว่าสิ่งที่โพสต์กำลังพูดถึงใครอยู่ เลยอยากฟ้องให้เป็นบรรทัดฐาน
หนุ่ม : “การที่คนคนหนึ่งจะออกมาโพสต์ด่าใครลอยๆ แล้วบอกไม่ได้เอ่ยชื่อใคร แล้วบอกว่าไม่ผิดกฎหมายเนี่ย สำหรับผม ผมมองว่า มันไม่มีอยู่จริง คือตัวคุณปูเองก็รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วนะครับ ว่าสิ่งที่คุณปูโพสต์ กำลังพูดถึงใครอยู่ เพราะฉะนั้นผมบอกเลยว่า ถ้าเขาไม่ได้พูดถึงผม วันนี้เขาจะมาขอไกล่เกลี่ยเพื่ออะไร แต่ผมก็ไม่ได้ไปปรักปรำเขา สุดท้ายศาลจะเป็นคนพิพากษาเอง เป็นคนตัดสินเองว่า ตกลงแล้วข้อเท็จจริงมันอยู่ตรงไหน แต่อย่างที่บอก ผมอยากให้มีบรรทัดฐานเกิดขึ้นในสังคม ว่าการที่คุณจะมาโพสต์ด่าใคร ไอ้ลูกเมียน้อย ไอ้หน้าตัวเมีย ไอ้ศาลเตี้ย ต่างๆ นานาเนี่ย สำหรับผม ผมว่ามันเกินไป”
หลักฐานที่เชื่อมโยงว่าหมายถึงตัวเอง ได้ยื่นให้ศาลไปหมดแล้ว
หนุ่ม : “ก็มีครับ แต่ว่าอันนี้เป็นในกระบวนการของหลักฐานที่ยื่นให้ทางศาลไป”
ไม่ได้มีเงื่อนไขอื่น นอกจากให้ยอมรับสารภาพผิด
หนุ่ม : “ไม่มีเลยครับ ข้อเดียวเลย ง่ายๆ เลย รับสารภาพในคดีนี้กับศาล แล้วก็ให้ศาลท่านพิพากษาไปตามข้อเท็จจริง ผมก็จะแถลงให้ด้วยว่าไม่ติดใจ เพื่อให้ศาลท่านได้บรรเทา ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่เลือก ก็แล้วแต่เขาครับ”
ไม่รู้อีกฝ่ายกลัวอะไร แต่ทางออกที่ให้มันดีที่สุดแล้ว
หนุ่ม : “ไม่รู้ เราตอบไม่ได้เลยว่าเขาคิดยังไง แต่สำหรับเรา เรารู้สึกว่าทางออกของเรามันดีที่สุดแล้ว ก็คือแค่รับสารภาพกับศาล ว่าทั้งหมดที่โพสต์ด่าคือเรา แล้วก็ให้ศาลพิพากษาไปตามจริง พอศาลพิพากษาตอนนั้น แล้วจำเลยยอมรับ ศาลก็ต้องลดโทษให้อยู่แล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขากลัวอะไร”
ไม่ได้สบตากับอีกฝ่าย ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้มอง
หนุ่ม : “ผมว่าผมไม่ได้สบตาเขานะ (แต่เขาบอกว่าได้สบตากับเราปิ๊งๆ?) ผมไม่เห็นนะครับ ขอโทษด้วย ผมอาจจะไม่ได้มองหา”
ช็อกอีกฝ่ายสร้างหลักฐานปลอมเข้าสู่ศาล
หนุ่ม : “ผมก็งงนะครับ ว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้มีการสร้างหลักฐานปลอม แล้วนำเข้าสู่ศาล มันมีหลักฐานบางอัน ซึ่งมีการเอาขึ้นมาเสนอต่อศาล แล้วมันไม่ใช่ข้อเท็จจริงแค่นั้น (ช็อกเหรอ?) ก็ช็อกนะ ก็งงนะ”
ยันหลักฐานทางฝั่งตนที่ส่งให้ศาล ไม่มีการตัดต่อ
ทนายตุ๋ย : “อันนี้ผมตอบแทนเลย ไม่ได้ตัดต่อหรอกครับ เพราะว่าผมถ่ายคลิปเฟซบุ๊กเขาเมื่อปีที่แล้ว แล้วผมก็สไลด์ให้ดู ตั้งแต่เริ่มต้น แล้วจนถึงข้อความ ไอ้ที่ตัดต่อ มันคือเอกสารที่ผมปริ้นต์มา ผมปริ้นต์มาไม่ครบ แต่วันนี้ส่งคลิปให้เห็นเลยครับว่าครบ ครบว่าอะไร บนหน้าเฟซบุ๊กนั้นเนี่ย มีการกดไลก์ 211 ครั้ง มีการแสดงความคิดเห็น 60 ครั้ง แล้วก็แชร์ออกไปอีกกี่ครั้ง ซึ่งเขาจะต้องเห็นในการแชร์ วันนี้มันการพิสูจน์ยืนยันแล้วว่าไม่ใช่การตัดต่อ (เขายืนยันว่าบางส่วนไม่ใช่ของเขา?) เขาก็พูดไปครับ”
แม้จะโพสต์ไม่ระบุตัวตน แต่มีข้อเท็จจริงที่เชื่อมโยงไปได้ ว่าหมายถึงใคร
ทนายตุ๋ย : “คือเขาไม่ระบุตัวตน แต่มันมีข้อเท็จจริงเชื่อมโยงไปได้ จากกรณีที่มีคนแสดงความคิดเห็น ในนั้นยืนยันว่าเป็นพี่หนุ่ม อันนี้คือเรื่องหนึ่ง แล้วสื่อมวลชนทุกท่านที่นำเสนอข่าวที่ผ่านมาครับ ทำไมถึงเป็นพี่หนุ่มล่ะครับ ทำไมไม่เป็นคนอื่น แล้วทุกท่านเป็นวิญญูชนไหมครับ เท่านี้เลยครับ ที่ผมนำเสนอศาล”
เลยจุดใจอ่อน ยื่นโอกาสให้แล้ว แต่ไม่หยิบมาใช้
หนุ่ม : “ผมว่ามันผ่านตรงนั้นไปหมดแล้วครับ มันผ่านสิ่งที่ผมยื่นไปหมดแล้ว ว่าผมเสนออย่างนี้นะ เขาขอมา ผมก็โอเค ผมเอาตามนี้ งั้นใกล้ง่ายๆ เลย แต่ว่า มันผ่านไปแล้ว ผมว่าโอกาสมันมีไม่มากสำหรับบางคน เพราะฉะนั้นในการหยิบโอกาสมาใช้ มันเป็นเรื่องสำคัญ ในเมื่อเขาไม่หยิบฉวยมาใช้ มันก็ต้องเข้าสู่กระบวนการในการสืบไปแล้ว ก็ต้องว่าไปตามนั้นแล้ว จะกลับมานั่งคุยอีก มันก็กลับไปย้อนคุยเรื่องเดิมๆ ให้ไปข้างหน้ากับทางศาลดีกว่า”
ทนายตุ๋ย : “(ศาลยังไม่มีคำพิพากษา ก็สามารถจะเจรจากันได้ ไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ?) เจรจาฝ่ายเดียวไม่ได้นะครับ”
หนุ่ม : “(หัวเราะ) ผมเองคงยังไม่ ตอนนี้ไม่เจรจาอะไรแล้ว เพราะว่าผมยื่นไปแล้ว แล้วไม่ใช่แค่ตอนเช้าอย่างเดียว ตอนกลางวันเนี่ย มีคนทางฝั่งเขามาคุยกับผมอีก ผมก็บอกว่าเออ ก็ไปบอกศาลท่านดิ ช่วงบ่ายเข้าไปแถลงให้ก็ได้ (ไม่มีโอกาสที่จะจูบปากหรือคืนดี?) ไม่เอา เดี๋ยวผัวเขาด่า (หัวเราะ)”
ทนายแก้ว : “มันเลยจังหวะมาแล้วครับพี่”
ปิดประตูเจรจา เพราะเลยจุดนั้นมาแล้ว
หนุ่ม : “มันเลยไปแล้ว มันเลยจุดนั้นไปแล้ว ตอนนี้ก็เป็นกระบวนการของศาลดีกว่า”
เตรียมพยานไว้ 4 ปาก
ทนายตุ๋ย : “วันนี้เราเตรียมไว้ 4 ปาก มีผู้เชี่ยวชาญ ด้านนิติศาสตรศาสตร์ ซึ่งยืนยันเรื่องข้อความ ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้เป็นคนกลางที่ขึ้นบัญชีอยู่ในสำนักงานศาลยุติธรรม ทำความเห็นเรื่องข้อความตามคำฟ้อง 17 กรรมนี้เข้ามา เป็นพยานหลักฐานในศาลส่วนหนึ่ง แล้วจะเบิกความยืนยันส่วนหนึ่ง และจะเบิกความในฐานะวิญญูชนส่วนหนึ่ง แล้วก็จะมีพยานอีกปากหนึ่ง ที่เป็นวิญญูชนทั่วไป เพราะผมคุยกับพี่หนุ่มแล้วว่า ไม่อยากรบกวนพี่ๆ น้องๆ นักข่าว ให้มาเป็นพยานศาล เราก็เลยใช้บุคคลภายนอก”
วันพรุ่งนี้จะสืบพยานโจทก์ช่วงเช้าอีก 2 ปาก และสืบพยานจำเลยช่วงบ่ายอีก 3 ปาก
ทนายตุ๋ย : “ยังเหลืออีก 2 ปากครับ สืบพรุ่งนี้เช้า แต่ในส่วนของจำเลย สืบพรุ่งนี้ต่อช่วงบ่าย ที่ผมคุยกับทนายเขาไว้ เหลืออีก 3 ปากครับ (ดูแล้วพยานเขามีน้ำหนักมากน้อยแค่ไหน?) ต้องเรียนอย่างนี้ครับ ทนายต่างคนต่างทำหน้าที่ มั่นใจในพยานหลักฐานตัวเองอยู่แล้ว ศาลท่านจะเป็นผู้พิจารณา ผมมั่นใจของผม เขามั่นใจของเขา แต่ความมั่นใจของเขา ต้องไม่มีการทำอะไรขึ้นมานอกเหนือจากที่มันมีอยู่”
ทนายแก้ว : “ส่วนที่เขาบอกว่าหลักฐานบางส่วนไม่ใช่ของเขา เขาไม่ได้โพสต์ทั้งหมด มองว่าเป็นการหงายการ์ดหรือไม่ ไม่ได้หงายการ์ดหรอกครับ แค่ปฏิเสธไม่รับว่าใช่ ง่ายๆ เลยครับ ตรงไปตรงมา ทุกคดีอะครับ จำเลยต้องปากแข็งก่อน มันก็เป็นสิทธิ์ของจำเลยที่จะต่อสู้ จะต่อสู้แนวทางอะไร มันก็เป็นสิทธิ์ของจำเลยอยู่แล้ว วันนี้จะปฏิเสธว่าไม่ใช่เฟซบุ๊กเขา เขาไม่ได้โพสต์ มันก็เป็นเรื่องของเขา แต่กระบวนการทั้งหมดเนี่ย มันต้องยอมรับว่าวิญญูชน ก็ตั้งแต่ชั้นไต่สวนฟ้อง คุณได้สู้ฐานไหน มันก็ต้องดูองค์ประกอบ”
ทนายตุ๋ย : “ถามพี่ทนายกุ้งได้ ผ่านมาหมดแล้วครับ ผ่านมาก่อนผมกับพี่หนุ่มอีก”
ซึ้งใจ ทนายมาให้กำลังแน่น
หนุ่ม : “อันนี้มาเองด้วย (หัวเราะ) ซึ้งใจมาก คือเขาก็มากันเอง มาให้กำลังใจ อย่าง ทนายกุ้ง ทนายแก้ว”
ทนายตุ๋ย : “เขากลัวว่าผมสู้ไม่ได้ แล้วอีกอย่างหนึ่ง มันมีเงื่อนไขหนึ่ง ที่บอกว่าต้องถอนผมก่อน ถึงจะเจรจา ปรากฏว่าวันนี้พี่หนุ่มได้ถอนผมไหมครับ”
หนุ่ม : “ไม่ได้ถอน (หัวเราะ)”
ทนายตุ๋ย : “ศาลท่านไม่ได้ให้เข้า ไม่ใช่ว่าผมเข้าไปคุยไม่ได้ ผมเข้าไปยืนคุยกับพี่หนุ่มสองคน ไม่ใช่ผมไม่ได้เข้า เขาคงเข้าใจอะไรผิดครับ เพราะศาลท่าน แยกคุยคนละฝั่ง”
ยันไม่ได้ถอด “ทนายตุ๋ย” ออกจากการเป็นทนายความในคดีนี้
หนุ่ม : “ผมไม่ได้ถอนนะครับ แต่แก้วก็บอกให้ไล่พี่ตุ๋ยออกไปก่อน”
ทนายตุ๋ย : “แก้วก็มาบอกผมว่าพี่ตุ๋ยไป เขี่ยผมอยู่เรื่อยๆ”
ทนายแก้ว : “ทำกันเป็นทีมอยู่แล้วครับ อะไรที่สามารถที่จะซัปพอร์ตได้ ก็คุยกันในฐานะวิชาชีพ”
ทนายตุ๋ย : “อย่างที่ผมบอก วันนี้แก้วเหนื่อยกว่าผมมาก เพราะแก้วจะเดินไป เดินมา แก้วจะเหนื่อยมาก”
หนุ่ม : “คอยจดเอกสาร ดูเอกสารให้”


