xs
xsm
sm
md
lg

ยังตกลงกันไม่ได้! “ปู มัณฑนา” โต้สารภาพ ซัดข่าวบิดเบือน รับมีช็อตสบตา “กรรชัย” จะยอมไกล่เกลี่ยต่อเมื่อถอด “ทนายตุ๋ย”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ปู มัณฑนา” ยันไม่ได้รับสารภาพหรือยอมรับผิด แจงข่าวก่อนหน้าบิดเบือนข้อเท็จจริง เผยศาลเปิดทางไกล่เกลี่ย แต่ครึ่งเช้ายังตกลงกันไม่ได้ หากไม่สำเร็จพร้อมสืบพยานต่อ ย้ำเงื่อนไขเดิม ต้องการให้ถอด “ทนายตุ๋ย” ออกจากคดีนี้ ด้านทนายยันไม่กังวล พร้อมสู้ด้วยข้อกฎหมาย เผยมีธงในใจ แต่ข้อเสนอยังไม่ตรงกัน แจงไม่อยากให้ปูพูดเยอะ ต้องการเดินหน้าคลี่คลายคดีแบบสร้างสรรค์ ไม่อยากให้มีคดีใหม่เพิ่ม

ยังต้องลุ้นกันอีกยาวๆ สำหรับคดีที่พิธีกรชื่อดัง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ฟ้องนักแสดงรุ่นใหญ่ “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ” ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา 17 กรรม โดยเวลา 09.00 น. วันนี้ (17 กันยายน 2569) ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดสืบพยานโจทก์ อีกทั้งเป็นการเจอกันครั้งแรกของทั้งสองฝ่าย เป็นเหตุให้บรรยากาศในวันนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษว่าจะมีช็อตเด็ดอะไรเกิดขึ้นบ้าง

อย่างไรก็ตาม ศาลได้เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อหาข้อยุติระหว่างกัน แต่ปรากฏว่าครึ่งเช้ายังไกล่เกลี่ยกันไม่ได้ ต้องลุ้นต่อในช่วงบ่าย โดยในช่วงพักเบรกตอนเที่ยง ทางด้านของ ปู มัณฑนา และทนายความส่วนตัว “นายศิวรักษ์ เลิศบารมีไพศาล” ซึ่งเป็นทีมเดียวกันกับ “ทนายมานะ วรรณดี” ที่ดูแลคดีอื่นๆ ให้กับปู พร้อมด้วย “มาดามสามพี” ผู้จัดการส่วนตัวของปู ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เงื่อนไขที่ทางฝ่าย หนุ่ม กรรชัย ยื่นมานั้นยังตกลงกันไม่ได้ รู้สึกดีที่ได้เจอหน้าอีกฝ่ายวันนี้ ได้สบตากันแต่ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน พร้อมลั่นถ้าไกล่เกลี่ยกันไม่สำเร็จก็เข้าสู่ขั้นตอนสืบพยานต่อไป

ปู : “ขออนุญาตให้ทนายทั้งสองท่านอัปเดตนะคะ เพราะว่าเมื่อกี้ศาลท่านบอกว่า ให้ปูอย่าเพิ่งพูดอะไร เพราะว่ายังไม่เสร็จ”

ทนายศิวรักษ์ : “เป็นนโยบายของศาลนะครับ ก็คือว่าเมื่อมีคู่ความโจทก์และจำเลยเข้าพร้อมกัน ศาลจะไกล่เกลี่ย คราวนี้ศาลไกล่เกลี่ยก็ไกล่เกลี่ยทีละฝ่าย โดยการที่ให้โจทก์ยื่นข้อเสนอของฝ่ายโจทก์ ไกล่เกลี่ยฝ่ายจำเลย ก็ให้รับฟังข้อเสนอของฝ่ายจำเลย แล้วก็เอามาดูกันว่ายอมรับกันได้ไหม เมื่อยอมรับกันไม่ได้ก็ต้องสืบพยาน แต่เนื่องจากติดเที่ยง ศาลก็บอกว่าในช่วงบ่ายเดี๋ยวศาลจะสอบถามอีกทีหนึ่ง ให้ต่างฝ่ายโจทก์และจำเลยไปหาคำตอบของตัวเองมา ถ้าสอบถามแล้วปรากฏว่าตกลงกันไม่ได้ ก็จะสืบพยานครับ”

ข้อเสนอที่ยื่นกันในศาล ไม่สามารถเปิดเผยได้
ทนายศิวรักษ์ : “อันนี้เป็นข้อเสนอที่ยื่นกันในศาล ผมไม่สามารถที่จะมาเปิดเผยตรงนี้ได้นะครับ อันนั้นเป็นเขาเรียกว่าข้อเท็จจริงในศาล ผมไม่ก้าวล่วงดีกว่า เบื้องต้นยังตกลงกันไม่ได้ครับ ซึ่งต่างฝ่ายต่างต้องไปพักเที่ยง แล้วก็ไปคิดมา แล้วค่อยมาให้คำตอบศาลในช่วงบ่าย”

มาดามสามพี : “ต้องไปปรึกษากันอีกทีหนึ่งนะคะ ทีมทนาย”

ตอนนี้ยังตกลงกันไม่ได้ ถ้าชัดเจนแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ทนายศิวรักษ์ : “เป็นข้อจริงในศาลครับ เดี๋ยวขอเว้นไว้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวพอมีอะไรที่ชัดเจน เดี๋ยวค่อยว่าตรงนั้นดีกว่าครับ ใช้คำว่ายังตกลงกันไม่ได้ครับ ส่วนช่วงบ่ายจะตัดสินใจยังไง ก็ยังไม่ได้คุยกันครับ เพิ่งลงมาจากศาลก็เดี๋ยวไปทานข้าว เลยยังไม่ได้คุยกันครับ

รู้สึกดีที่ได้เจอหน้า ”หนุ่ม กรรชัย“ ครั้งแรก
ปู : “ก็ดีค่ะ (ดีใจที่ได้เจอหรือว่าดีใจที่ได้คุยกันตรงๆ แล้ว?) ก็ดีค่ะ ที่ได้เจอกันค่ะ

แจงให้สัมภาษณ์เมื่อเช้า ไม่ใช่การรับสารภาพ ยอมรับผิด
ทนายศิวรักษ์ : “คือที่ผมชี้แจงไปเมื่อเช้า ข่าวก็ไปลงว่าผมไปรับสารภาพแทนพี่ปู ซึ่งไม่ใช่นะครับ ผมเข้ามารับคดีของพี่ปู ผมพิจารณาแล้วว่าพี่ปูเนี่ย มีคดี ก่อนที่ผมจะเข้ามารับอยู่หลายคดี ผมจึงไม่อยากให้พี่ปูไปสัมภาษณ์อะไร แล้วมีการเอาไปลง หรือไปเพิ่มจำนวนคดี ให้มันขัดแย้งกับคนอื่นเข้ามาเพราะว่าแกจะได้ใช้ชีวิต คือตอนนี้พี่ปูก็มีความลำบากอยู่ เพราะชีวิตในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีแต่คดี สำนักงานของเรามีนโยบายคือลดคดี ที่จะเข้ามาสู่ลูกความ เพื่อให้เขาได้ใช้ชีวิตตามปกติที่สุด ก็ขอพี่ๆ นักข่าวว่าเห็นใจพี่ปูหน่อย เราทำงานในเชิงสร้างสรรค์แล้ว ไม่มีคดีใหม่ให้มันเข้ามาวุ่นวายใจอีก คดีเก่าก็พยายามขึ้นศาล ไม่ว่าจะจบด้วยวิธีไหน ก็เคลียร์ออกไปให้หมด”

ยันไม่ได้พูดอะไรเลย หลังเมื่อเช้ามีข่าวที่ออกมาว่ายอมรับผิด และอยากไกล่เกลี่ยในวันนี้
ปู : “ปูไม่ได้พูดอะไรเลยค่ะเมื่อเช้า

ทนายศิวรักษ์ : “พี่ปูไม่ได้พูดอะไรเลยครับ”

ปู : “รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ของช่อง 3 โกหกบิดเบือนข้อเท็จจริงนะคะ ปูยังไม่ได้พูดอะไรเลยค่ะ

มาดามสามพี : “เฮ้ย อย่าไปพูด”

ทนายศิวรักษ์ : “เนี่ย ก็คือว่าผมไม่อยากให้พี่ปูพูด ด้วยความที่ว่าพี่ปูเป็นคนตรงๆ คิดอะไรก็พูดออกมาเลย โดยที่ไม่ค่อยได้กลั่นกรองผมก็เลยว่าพี่ปูอย่า อย่าเพิ่งพูดเลยนะครับ ให้กระบวนการทั้งหมดค่อยๆ ละลายออกไป แล้วจะจบด้วยวิธีไหน หรือว่าผลเป็นประการใด เดี๋ยวค่อยว่ากัน แต่ว่าคดีใหม่ ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้นมา”

ปู : “ปูเสียหายค่ะ ปูไม่ได้พูดอะไรค่ะ

ทนายศิวรักษ์ : “พี่ปูยังไม่ได้พูดอะไรเลย”

มาดามสามพี : “คุณปูยังไม่ได้พูดลักษณะอย่างนั้นเลย นักข่าวเอาไปบิด น่าจะนอกประเด็น

ปู : “ไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ”

ทนายศิวรักษ์ : “คือนักข่าวพยายามจะถามพี่ปู แต่ว่าผมก็พิจารณาแล้วไง ว่าไม่อยากให้พี่ปูพูด คือมันมีข้อเท็จจริงที่ทุกคนรู้ กับข้อเท็จจริงที่ออกสื่อ บางทีมันไม่ตรงกัน”

มาดามสามพี : “มันคลาดเคลื่อนค่ะ มันไม่ตรงกับข้อเท็จจริง”

ทนายศิวรักษ์ : “ในส่วนของคดีของพี่ปู ที่มีการฟ้องร้องคนอื่น มันมีอยู่ แล้วพี่ปูเป็นผู้เสียหายก็มีอยู่ แต่ว่าไม่ได้ถูกนำเสนอ มันมีต้นเหตุมาจากอะไร เราเข้าไปดูคดี แล้วเราทราบแล้วถึงปัญหาตรงนั้น ก็เดี๋ยวพยายามแก้ปัญหากันไป โดยแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ ไม่ไปรบกวนใคร ไม่ไปรบกวนสิทธิ์ของใคร ให้ค่อยๆ มันคลี่คลายดีกว่าครับ

ยังไม่ได้คุยอะไรกับ “หนุ่ม กรรชัย” ในห้องพิจารณาคดี
ปู : “ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลยค่ะ ก็คุยผ่านทนาย กับที่ปรึกษาค่ะ (มีมองหน้าสบตากันบ้างไหม?) ก็มีอาจารย์มานะ กับทนายค่ะ”

ทนายศิวรักษ์ : “แล้วก็ผู้พิพากษาครับ”

มีช็อตปิ๊งๆ สบตากันนิดหนึ่ง
ปู : “ก็สบตาเขาไปนิดหนึ่ง

มาดามสามพี : “มีช็อตปิ๊งๆ ตานิดหนึ่งค่ะ ปิ๊งกันนิดหนึ่ง ปิ๊งๆๆ”

เผยศาลอยากให้ไกล่เกลี่ย
ปู : “ศาลท่านก็พยายามอยากให้ไกล่เกลี่ย ให้จบได้ ได้ดีทั้งสองฝ่ายค่ะ

ไม่กังวล สู้กันด้วยข้อกฎหมาย
ปู : “ขอให้อาจารย์พูดบ้าง”

ทนายมานะ : “ไม่กังวลหรอกครับ คดีนี้ไม่กังวล เพราะผมพูดมาตั้งแต่ต้นแล้ว คดีของคุณกรรชัย สู้ข้อกฎหมาย”

มาดามสามพี : “เพราะว่าเราเตรียมตัว ก่อนที่จะมาวันนี้ พวกเราก็ประชุมคดีกัน แล้วก็เตรียมตัวกันเต็มที่อยู่แล้ว แล้วเรามั่นใจว่าเราสามารถหักล้างข้อกล่าวหาของโจทย์ได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นถามว่ากังวลไหม ก็ไม่ได้กังวล ถ้าจบลงได้ดี ก็จบลงได้ดี แต่ถ้าไม่สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ เราก็เดินหน้ากันต่อไปตามกระบวนการยุติธรรม”

ถ้าไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ ก็ให้เข้าสู่กระบวนการสืบพยานต่อไป
ปู : “ใช่ค่ะ ก็คือมีทนายบางคนที่เขาลงค่ะ ว่าถ้าหนุ่ม กรรชัย ถอนฟ้องจะเป็นหมา พวกเราไม่อยากเป็นหมา

มาดามสามพี : “ไม่ ไม่ต้องไปพูดถึงประเด็นนั้น มันคนละคดีกัน อันนั้นเป็นเรื่องของเขา เราพูดถึงคดีเราดีกว่า ก็คืออย่างที่บอกค่ะ ว่าถ้าไกล่เกลี่ยกันได้ก็จบลงได้ด้วยดีการไกล่เกลี่ยเนี่ย ก็คือสองฝ่ายก็ต้องมีคนยินยอมทั้งสองฝ่าย แล้วต้องมาอยู่ตรงกลาง แต่ถ้าตรงกลางมันจบกันไม่ได้ เราก็สืบพยานกันต่อไป ซึ่งทางเราก็ไม่ได้กังวลอะไรเลย”

มีธงในใจ ซึ่งยังไม่สอดคล้องกับที่เจรจากัน
มาดามสามพี : “เราก็มีธงในใจ ซึ่งยังไม่ค่อยสอดคล้องกันเท่าไหร่ ยังตกลงเจรจากันไม่ได้เดี๋ยวรอทางช่วงบ่ายนิดหนึ่ง ซึ่งทางทีมทนาย แล้วก็ทีมกฎหมาย ก็จะไปปรึกษากันอีกทีหนึ่ง แล้วก็ถามคุณปู ว่าคุณปูจะใช้ดุลยพินิจยังไง แล้วเราก็จะได้ไปแจ้งศาล ว่าสรุปข้อตกลงของเราเป็นยังไง แล้วทางนั้นรับได้ไหม หรือข้อตกลงทางนั้นยังไง เรารับได้ไหม ถ้ามันตรงกลางกันไม่ได้ ก็ต้องสืบพยานกันต่อค่ะ ซึ่งเราก็เตรียมตัวมาอยู่แล้ว(คาดว่าจะสืบพยานกันนานไหม?) ก็ 2 วันเต็มๆ ค่ะ 2 นัดค่ะ”

ทนายศิวรักษ์ : “วันนี้สืบโจทก์ครับ สืบโจทก์ก็น่าจะทั้งวัน น่าจะถึงเย็นเลยครับ (แล้วก็จำเลยก็จะอีกวันหนึ่ง?) ใช่ครับ”

ทาง “หนุ่ม กรรชัย” เบิกพยาน 4 ปาก ส่วน “ปู มัณฑนา” เบิก 3 ปาก
ทนายศิวรักษ์ : “ทางนั้นแจ้งว่าเบิก 4 ปาก ซึ่งผมไม่รู้ว่าจะเบิกใครก่อนหลัง (ของเรามีกี่ปาก?) ก็ประมาณ 2 ถึง 3 ปาก”

ยืนยันคำเดิม จะยอมไกล่เกลี่ย ก็ต่อเมื่อถอด “ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์” ออกจากการเป็นทนายความของคดีนี้
ปู : “ใช่ค่ะ

มาดามสามพี : “ก็ตอนที่ศาลนัดไปไกล่เกลี่ย ก็คุณตุ๋ยก็ไม่ได้เข้าไปด้วยนะคะ จะเป็นท่านอื่นไป ในห้องไกล่เกลี่ยค่ะ(แค่ไม่ได้เข้าห้องด้วย ไม่ใช่การถอดออกจากตำแหน่ง?) ไม่ใช่ค่ะ”

ทนายศิวรักษ์ : “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ก็คือว่าเป็นไกล่เกลี่ยทีละฝั่ง เราให้ข้อมูลประมาณนี้ดีกว่า”

มาดามสามพี : “เออ ประมาณนี้ดีกว่า แล้วเดี๋ยวยังไง เดี๋ยวอัปเดตกันอีกทีหนึ่ง เพราะว่าเดี๋ยวเราต้องไปปรึกษาแล้วก็คุยกันก่อน ว่าจะอะไรยังไง”

ทนายศิวรักษ์ : “ในเรื่องของการให้ข้อเท็จจริงนอกศาล เดี๋ยวมันจะบิดเบือนไป แล้วเดี๋ยวพี่ๆ สื่อไปเขียนเป็นอย่างอื่น เดี๋ยวผมก็รับไม่ไหวเหมือนกันนะครับ