xs
xsm
sm
md
lg

“หนุ่ม กรรชัย” เผชิญหน้า “ปู มัณฑนา” ครั้งแรก! “ทนายตุ๋ย” ลั่นปูสู้ๆ เอาตัวเองออกจากคุกให้ได้! (คลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ทนายตุ๋ย” เผย “หนุ่ม กรรชัย” เดินหน้าสู้เต็มที่ ฟ้อง “ปู มัณฑนา” รวม 6 คดี คดีนี้ 17 กรรม ยันไม่ได้เป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอไกล่เกลี่ย ลั่นไม่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย แต่เอาอิสรภาพ ซัดอีกฝ่ายปากแจ๋ว ทำอะไรไว้ก็รับผลเอง ท้าให้รับสารภาพ กล้าๆ หน่อย ฝากเป็นกำลังใจ สู้ให้สุด เอาตัวเองออกจากคุกให้ได้ ย้ำบนศาลไม่ใช่สตูดิโอถ่ายละคร

เวลา 09.00 น. วันนี้ (17 กันยายน 2569) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิธีกรชื่อดัง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” มาตามนัด! เผชิญหน้า “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ”ครั้งแรก หลังยื่นฟ้องอีกฝ่ายในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา 17 กรรม ซึ่งเป็นคดีที่ 4 ในทั้งหมด 6 คดีที่หนุ่มฟ้องปู โดยวันนี้ศาลนัดสืบพยานโจทก์ งานนี้เลยถูกจับตามองอย่างหนักว่าบรรยากาศการเจอกันครั้งแรกจะเป็นอย่างไร

ในส่วนของการสู้คดีนั้น นอกจาก “ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์”ที่เป็นทนายความส่วนตัวที่ทำหน้าที่ว่าความคดีนี้ให้กับ หนุ่ม กรรชัย แล้ว “ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล”ยังเดินทางมาให้กำลังใจพิธีกรคนดังด้วย ในขณะที่ “ลูกหมี รัศมี ทองสิริไพรศรี” และ “ทนายกุ้ง อำนวยพร มณีวรรณ์” ก็ได้มาร่วมสังเกตการณ์คดีนี้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ทนายตุ๋ย ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนเข้าห้องพิจารณาคดี ถึงแนวทางวันนี้ว่าพร้อมเต็มที่ พร้อมเผยประโยคจุกถึง ปู มัณฑนา ชนิดฟังแล้วสะเทือนถึงตับไต

“วันนี้เป็นการนัดสืบพยานโจทก์ ซึ่งฝั่งโจทก์ก็คือฝั่งพี่หนุ่มนะครับ วันนี้จะขึ้นศาลเบิกความ คดีวันนี้ 17 กรรม ผมแถลงศาลไว้รวม 4 ปาก ก็คือมีตัวผม มีพี่หนุ่ม มีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นนักนิติศาสตรศาสตร์ แล้วก็มีวิญญูชนทั่วไป ก็คือบุคคลภายนอกที่อ่านข้อความ จากพยานหลักฐานที่ผมรวบรวม ผมเชื่อว่าพยานผมเชื่อมโยงได้ถึงข้อความ คนอ่านฟังน่าจะรู้ครับ แล้วนักนิติศาสตรศาสตร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษา วิเคราะห์เรื่องภาษาและข้อความ ว่าข้อความนั้นออกไปในแนวทางของหมิ่นประมาทยังไง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญสำนักงานศาลยุติธรรมนะครับ เป็นคนกลาง”

ทำเต็มที่เพื่อพิสูจน์ว่าโพสต์ของ “ปู มัณฑนา” เป็นข้อความหมิ่นประมาท “หนุ่ม กรรชัย”
คือจากข้อความ มันเป็นข้อความดูหมิ่นและหมิ่นประมาทอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้เอ่ยชื่อ เมื่อไม่ได้เอ่ยชื่อเนี่ย หน้าที่ของเราคือต้องทำให้ศาลท่านเห็นจากพยานหลักฐาน ว่าวิญญูชนทั่วไป หรือว่าแม้กระทั่งพี่ๆ สื่อมวลชน อ่านแล้วรู้ไหมว่าหมายถึงใครครับ นัดสืบพยานเป็นหน้าที่ของโจทก์กับจำเลย ที่นำพยานหลักฐานให้ศาลท่านวินิจฉัย ส่วนศาลท่านรับฟังพยานหลักฐานแล้ว ท่านก็จะใช้ดุลยพินิจท่านในการพิจารณารับฟัง ว่าจะชั่งน้ำหนักแล้วเชื่อน้ำหนักฝั่งไหน

ถามว่ามั่นใจไหม ว่าหลักฐานเรามีน้ำหนักพอ คือส่วนตัวผม ผมทำเต็มที่ให้เห็นไปในทางข้อกฎหมายที่กฎหมายบอกเอาไว้ ส่วนศาลท่านรับฟังจากพยานหลักฐานเราแล้วท่านจะวินิจฉัย คงเป็นดุลยพินิจท่าน แต่ทนายทำหน้าที่เต็มที่อยู่แล้วครับจากพยานหลักฐาน เพราะเราต้องทำให้ศาลท่านเห็นให้ได้ ตามองค์ประกอบของกฎหมายครับ”

วันนี้ “หนุ่ม กรรชัย” และ “ปู มัณฑนา” จะได้เจอหน้ากันครั้งแรก ตั้งแต่ฟ้องร้องกันมา
“ใช่ครับ น่าจะเป็นครั้งแรก (คิดว่าบรรยากาศในห้องพิจารณาคดีวันนี้จะประมาณไหน?) ผมว่าปกติครับ เพราะว่าพยานมาทำหน้าที่เบิกความ ก็ต้องเจอคู่ความ เพราะหลักกฎหมาย จำเลยมีหน้าที่ต้องมาศาลทุกนัดอยู่แล้ว เขาก็ต้องมา ยังไงก็ต้องเจอครับวันนี้ก็มีพูดคุยกับพี่หนุ่มเรื่องแนวทางคดี การจะเบิกความต่อศาล แล้วก็แนวทางที่เขาน่าจะซักค้านเราประมาณไหน เป็นการเตรียมเฉยๆ ครับ”

“หนุ่ม กรรชัย” ไม่ได้บรีฟอะไรมาเป็นพิเศษ
“ไม่มีเลยครับ เราแค่ประเมินว่าคำถามค้านจะเป็นในแนวไหน แต่ส่วนเรื่องคดีนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลยครับ เนื่องจากคดีเดินมาถึงวันนี้แล้ว ก็ดำเนินการตามขั้นตอน ตามกระบวนพิจารณาของศาลครับ (ไม่ว่าจะซักค้านยังไง ก็สามารถรับมือได้ใช่ไหม?) เรื่องนี้เป็นเรื่องของคำถามที่เขาถาม ส่วนคำตอบเรา มันเป็นคำตอบที่เป็นคำตอบจริงๆ ที่มันเกิดขึ้นจริง เรามีอยู่แล้ว ฉะนั้นเรื่องความมั่นใจ ไม่ว่าพยานหรือตัวผมเอง เมื่อเราทำหน้าที่ เรามั่นใจในส่วนที่เราทำหน้าที่อยู่แล้ว ต่างฝ่ายต่างมั่นใจ ไม่งั้นเราคงไม่มีศาลท่านเป็นคนกลางที่จะฟังน้ำหนักพยานหลักฐานที่เราจะนำเข้าสู่สำนวน ก็ต้องคงให้ศาลท่านวินิจฉัย”

เผยฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทไปทั้งหมด 6 คดี คดีนี้เป็นคดีที่ 4 มี 17 กรรม
“6 คดีครับ ถ้าเรียงลำดับการยื่นฟ้อง คดีนี้เป็นคดีที่ 4 เพียงแต่ว่าศาลท่านนัดคดีในการพิจารณาเร็วขึ้น ครับ คดีนี้ 17 กรรมครับ”

ไม่มีอะไรหนักใจ เพราะคนที่หนักใจน่าจะเป็นอีกฝ่าย
“ส่วนตัวผมไม่มีอะไรหนักใจ ผมว่าคนที่หนักใจน่าจะเป็นเขา ไม่ใช่ทางฝั่งผม ถามว่าทำไมเขาต้องหนักใจ เขามีคดีจำคุกไม่รอลงอาญาตั้งหลายคดี แล้วไอ้ที่จำคุกรอลงอาญาอีก รวมแล้ว 5 คดี ผมว่าความหนักใจนั้น น่าจะตกอยู่ที่เขา ไม่ได้ตกอยู่ที่ฝั่งโจทก์นะครับ ถ้าเกิดศาลท่านมองว่า คดีนี้ฟังไม่ได้ว่าเอ่ยถึงใคร ท่านก็ยกฟ้อง แต่ถ้าฟังได้ เขาติดคุกครับ”

ยันไม่ได้ยื่นข้อเสนอตามที่ “ปู มัณฑนา” ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ว่าถ้าจะไกล่เกลี่ย ต้องยอมรับสารภาพ ยอมจำคุก และรอลงอาญา ลั่นบนศาลไม่ใช่สตูดิโอถ่ายละคร
“จริงๆ กรณีนี้ยื่นข้อเสนอ ผมไม่ได้ยื่น ยังยืนยันว่าไม่ได้ยื่น ผมเรียนอย่างนี้ครับ เป็นขั้นตอนของศาล ที่ศาลท่านใช้ดุลยพินิจในการเรียกคู่ความมาเจรจา ฉะนั้นที่เขาพูดซ้ำๆ ว่าผมไปยื่น พี่หนุ่มยื่น มันไม่ใช่ครับ ศาลท่านใช้ดุลยพินิจในการเรียกมาคุย ส่วนที่เขาบอกว่า เขาต้องรับสารภาพ ศาลท่านก็เห็นด้วย ผมพูดข้อกฎหมายแล้วกัน มาตรา 56 ประมวลกฎหมายอาญา คุณมีโทษจำคุกไม่รอ คุณรับสารภาพ คุณก็ไม่รอ คือยังไงคุณก็ติดคุก วันนี้สืบพยาน ศาลลงโทษ เชื่อว่าเขาหมิ่นประมาท เขาก็ติดคุก ผมพูดแบบนี้แล้วกันครับ มันเป็นเรื่องข้อกฎหมาย ผมไม่อยากพูดเลยจริงๆ เรื่องนี้ แต่เขาพูดซ้ำพูดซาก เรียกร้องอยู่เรื่อยๆ คืออย่าเข้าข้างตัวเองมาก บนศาลไม่ใช่ในสตูดิโอที่มาถ่ายละครครับ

กรณี “ปู มัณฑนา” ยืนยันว่าทางตนยื่นข้อเสนอ ว่าให้ไกล่เกลี่ย และให้ยอมรับสารภาพ แล้วโทษจำคุกคือให้รอลงอาญา เลยไม่โอเค และศาลท่านก็เห็นด้วยในประเด็นนี้
ยังยืนยันว่าไม่ได้ยื่นไกล่เกลี่ยครับ แต่เป็นศาลท่านพยายามพูดคุย ว่าในทางคดีเราจะไปแนวทางไหนฉะนั้นเนี่ยเขาจะให้ถอนฟ้อง พี่หนุ่มจะถอนเหรอครับ เขาพูดมาเยอะแยะมากมาย ดูถูกเหยียดหยาม ท้าทาย อวดดี อวดเก่ง ทำไปเถอะครับคุณอวดเก่งได้แค่วันนี้นะ เมื่อไหร่คุณเข้าไปอยู่ข้างในเนี่ย มันหมดหน้าที่อวดเก่งของคุณแล้ว”
ถ้า “ปู มัณฑนา” อยากจะไกล่เกลี่ย ก็ต้องให้ ”หนุ่ม กรรชัย” เป็นคนตัดสินใจ
“ต้องให้พี่หนุ่มเป็นคนตัดสินใจนะ ถ้าเขาไกล่เกลี่ย วันนี้ถามเขานะครับ เขากล้ายื่นข้อเสนอก่อนไหมล่ะ ที่ผ่านมาเขาพูดว่าพี่หนุ่มกับผมเป็นคนยื่นข้อเสนอ เขากล้ายื่นก่อนไหม ว่าเขาต้องการอะไร (เขาบอกว่าไม่อยากให้มันมีคดีความเยอะแยะ ที่ผ่านมาก็เยอะแล้ว เขาต้องการที่จะให้ไกล่เกลี่ยในวันนี้?) ไม่อยากให้มีคดีความ หรือไม่อยากติดคุก มันต่างกันนะครับ ก่อนหน้านี้ทำไมปากดีจัง แต่มาวันนี้ไม่อยากให้มีคดีความ คุณยังปากแจ๋ว ปากแซบ ยังด่าผม ด่าเมียผมอยู่เลย ด่าแล้วลบๆ มันเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ อย่าทำเลย

(เงื่อนไขที่ตั้งเพดานไว้คืออะไร จะต้องให้ได้รับโทษก่อนไหม?) จริงๆ มันเป็นเรื่องข้อกฎหมาย แล้วมันเป็นขั้นตอนที่ผมจะแถลงศาล ว่าเราจะออกไปในรูปแบบไหน ในการบริหารคดี ถ้าวันนี้จะไกล่เกลี่ย มันเป็นวิธีการบริหารคดี ทางออกของเขา เขาไม่อยากติดคุก ผมกับพี่หนุ่มมีหน้าที่ต้องพิจารณาดู หรือว่าเรียนให้ศาลท่านพิจารณา ว่าเราจะทำยังไงที่จะไม่มีการถอนฟ้อง (สรุปแล้ววันนี้จะคุยกันได้ไหม?) ถ้าโดยข้อกฎหมาย สู้กันครับ ถามว่ายังไงก็ไม่ยอมใช่ไหม เขารับสารภาพไหมล่ะ รับสารภาพสิครับ กล้าๆ หน่อย”

ต่อให้รับสารภาพ ก็ไม่มีการถอนฟ้อง แต่ศาลจะใช้ดุลยพินิจในการรอระงับการลงโทษ
“ถ้าการรับสารภาพ ไม่มีการถอนฟ้องครับ แต่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณา ให้ศาลท่านใช้ดุลยพินิจในการรอระงับการลงโทษ หรือว่าจะยังไง อันนี้เป็นศาลท่านใช้ดุลยพินิจ (การรับสารภาพ เท่ากับทำผิด เขาจะรับเหรอ?) นั่นสิครับ ก็ปากเก่ง ปากแจ๋วมาตลอด กล้าๆ หน่อยครับ”

ก่อนหน้านี้ “หนุ่ม กรรชัย” ให้สัมภาษณ์ยืนยันจะไม่ถอนฟ้อง ด้าน “ปู มัณฑนา” ก็มีการโพสต์ในไอจี ว่าวันที่ 17 ให้ยึดคำนี้อย่าโลเล อย่ากลับคำพูด
“ปากแจ๋วไหมล่ะ ทำผิดแล้วยังกล้าท้าทายเขา 6 คดีที่คุณมีโทษจำคุกไม่รอยู่ คุณรอดเหรอ ถามนักกฎหมายดู“

(หนุ่มมีหลักฐานที่ชัดเจน แล้วปูเพลี่ยงพล้ำ ก็เลยพยายามมาต่อรอง ขอให้เลิกรากัน?) คือพี่หนุ่มมีหลักฐานชัดเจนไหม คดีหมิ่นประมาทเนี่ย องค์ประกอบความผิดนักกฎหมายจะทราบ ไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่สื่อมวลชนท่านยังสรุปข่าวกันเลย ท่านยังฟังแล้วรู้เลยว่าใคร คนอื่นฟังจะไม่รู้เหรอครับ อันนี้มันเข้าหลักหมดแล้ว ข้อความหมิ่นประมาท ดูหมิ่นไหม อ่านดูก็รู้ครับ ฉะนั้นอย่างที่พี่ถามนะ นั่นแหละ กลัวแล้วสิ แต่ทำไมก่อนหน้านี้ไม่กลัวล่ะคดีแรก วันแรก คุณเข้ามาคุยกับพี่หนุ่ม หรือครั้งสุดท้ายที่ผมสัมภาษณ์ไป เรื่องที่จะเจรจาไกล่เกลี่ย แล้วคุณเดินเข้าไปหาพี่หนุ่ม มันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้ พี่หนุ่มเคยสัมภาษณ์ ถ้าผมฟังพี่หนุ่ม พี่หนุ่มแกบอกว่า ณ วันนั้น พี่หนุ่มแกรอดูก่อนว่า หลังจากออกจากศาลแล้ว เขาจะประพฤติตัวยังไง ยังไม่พ้นข้ามคืนเลย ก็โพสต์แซะ โพสต์ว่าอีกแล้ว”

พฤติกรรมของอีกฝ่าย ยังไม่สามารถทำให้มั่นใจได้ ว่าจะยอมทำตามที่ตกลงกัน
“เขาทำไม่ได้เลยนะครับ จากวันนั้นถึงวันนี้ ยังทำอยู่เลย เมื่อวานยังโพสต์อยู่ ผมเก็บไว้หมดแหละ อย่าโพสต์แล้วลบ เพราะว่าถ้าคนเก่งเขาไม่ทำ แล้วไอ้ข้อความที่เขาหมิ่นประมาทพี่หนุ่ม ลบไปหมดแล้วครับ แต่เราเก็บไว้หมดแล้ว คือถ้าเก่ง ถ้าเจ๋ง ถ้าแจ๋วเนี่ย ไม่ต้องลบ สู้ให้สุดตัวเลยครับ แล้วเดี๋ยวคุณจะรู้ว่าผลของคดีเป็นยังไงพี่หนุ่มไม่พูด ไม่เอ่ยอะไรถึงเลย มีแต่เขาฝั่งเดียวที่มาพูด อย่าถอนนะ อย่าอะไรนะ เดี๋ยวจะเป็นหมานะ ทำตามที่ตัวเองพูด พี่หนุ่มไม่ได้พูดอะไรเลยนะครับ”

ยันฟ้องอาญาให้ติดคุกอย่างเดียว ไม่ฟ้องแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย
“เขามีเงินเหรอครับ ผมไม่ได้ดูแคลน ก็ผมเห็นเขาโดนฟ้องล้มละลาย ผมพูดตามข้อเท็จจริง พี่หนุ่มฟ้องไม่เอาเงิน เอาอิสรภาพ ไม่ได้ขู่ครับ เขาขู่พี่หนุ่ม เขาขู่ผม ขู่ เหยียดหยาม ท้าทาย คนที่เป็นจำเลยนะครับ ถ้าคิดว่าตัวเองมีช่องว่างที่จะต่อสู้ หรือว่าแนวทางคดีไปไม่ค่อยได้ ทนายจะทราบ เขาจะไม่ปากแจ๋ว ไม่ปากเก่ง ทุกวันนี้ฟ้องอาญาอย่างเดียว ไม่เรียกค่าเสียหายหรอกครับ เพราะว่าเขาถูก คุณลูกหมียื่นฟ้องล้มละลายอยู่ สถานะการเป็นสภาพบุคคลตามกฎหมาย จะสิ้นเร็วๆ นี้ ฉะนั้น อิสรภาพก็ไม่รู้ว่าจะถึงเมื่อไหร่

มองการให้สัมภาษณ์ แล้วพูดชื่อจาก “ทนายตุ๋ย” เป็น “ทนายตุย” คือการเหยียดหยาม และท้าทาย
“เขาพยายามเหยียดหยาม ท้าทายผม คำว่า ตุย น้องๆ วัยรุ่น เขาจะหมายถึงว่า ตาย ใช่ไหม ถ้าผมตายเนี่ย เขาเตรียมติดคุกไม่ได้ติดคุกเพราะผมนะ ติดคุกเพราะคดีที่เขาปากแจ๋วนี่แหละ”

ตอบปมศาลมีนบุรียกฟ้องคดีอาญา ที่ “ทนายแก้ว” ฟ้องหมิ่นประมาท “ปู มัณฑนา” และวินิจฉัยว่าเป็นการฟ้องซ้ำซ้อน เพราะจำเลย 1 คน ทำผิดแค่ครั้งเดียว
“ถูกต้องเลยครับ คือการกระทำความผิดอาญา 1 ครั้ง แล้วมีผู้เสียหายหลายๆ คนเนี่ยนะครับ ในทางกฎหมายอาญา จะต้องรับผิดชอบในการกระทำความผิดอาญานั้นครั้งเดียว แต่ในทางแพ่งเขาต้องรับผิดชอบต่อผู้เสียหายในทุกๆ คน ฉะนั้นนี่คือความแตกต่าง พอคดีนี้ เรื่องข้อความหมิ่นประมาท มันเป็นข้อความเดียวกัน ศาลท่านมองว่า มีผู้เสียหาย 2 คน ก็คือเป็น พี่หนุ่ม กับ ทนายแก้ว ท่านก็เลยใช้ดุลยพินิจในการวินิจฉัยในเรื่องข้อกฎหมาย ว่าคนด่าคน 2 คน จะต้องรับโทษแค่ครั้งเดียว แต่ถ้าในทางแพ่ง ต้องรับผิดชอบทุกคน

ชี้ในกรณีของ “หนุ่ม กรรชัย” ไม่ได้เป็นการฟ้องซ้ำซ้อน
“การฟ้องซ้อน หมายความว่า ผู้เสียหายคนนั้นฟ้องคดีไว้อยู่แล้ว แล้วฟ้องเป็นคดีใหม่อีก อันนี้เขาเรียก ฟ้องซ้อน ฟ้องซ้ำคือคดีที่ศาลท่านตัดสิน วินิจฉัยไปแล้วว่าไม่มีความผิด แล้วนำเรื่องนั้นมาฟ้องใหม่ นี่คือคำซ้ำซ้อน แต่ที่เขาพูดว่าซ้ำซ้อนอะไรของเขาเนี่ย จริงๆ เขาแค่พูดถึงเรื่องข้อความครับ ว่าเอาข้อความมาฟ้องซ้ำๆ จริงๆ แล้วผมเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ว่าข้อความเขามันมีข้อความเหมือนเดิม แต่เขาเอามารีโพสต์ ฉะนั้นเมื่อรีโพสต์ มันเป็นข้อความซ้ำ แต่มันเป็นรีโพสต์ ก็ทำผิดซ้ำ มันก็ต้องรับผิดชอบในทุกการกระทำตัวเอง อันนี้นักกฎหมายเขาทราบดี ส่วนเขาจะพูดในมุมนั้น จะพิจารณาแบบนั้น ก็เป็นมุมมองของเขาครับ

ทางทนายของ “ปู มัณฑนา” เลือกที่จะสู้ในแนวทางนั้น เพราะผลลัพธ์ค่อนข้างเป็นที่พอใจ
“ผมพูดคำว่านักกฎหมายและทนายความแล้วกันนะครับ ในการสู้คดีเขารู้ว่าควรจะสู้อะไร แล้วสิ่งที่เขาต่อสู้ มีน้ำหนักให้ศาลท่านเชื่อ และรับฟังได้ไหม อันนั้นก็เป็นแนวทางเขา ส่วนตัวผมก็มองว่าเขาก็สู้ไป จำเลยสู้คดีได้หลากหลายมากครับ แต่ต้องฟังและให้ศาลท่านเห็นได้ ว่าสิ่งที่เขาต่อสู้มันมีน้ำหนักจริง ศาลท่านถึงจะพิพากษายกฟ้อง แต่ถ้าเกิดว่าเขาสู้ไปแบบไม่มีน้ำหนัก ก็เตรียมรอเข้าคุกนะครับ”

ไม่มีอะไรจะฝากถึงอีกฝ่าย แต่เป็นกำลังใจให้เอาตัวเองออกจากคุกให้ได้
“ผมไม่ฝากหรอกครับ จะฝากทำไม เจอกันบ่อยๆ สู้นะครับ ผมเป็นกำลังใจ สู้ให้สุดๆ แล้วเอาให้ตัวเองออกจากคุกให้ได้ แล้วถ้าวันไหนที่คุณได้ออกมายืนนอกคุก ผมยินดีด้วย แต่ถ้าวันไหน คุณต้องเข้าไปอยู่ข้างใน ผมแสดงความเสียใจด้วยจริงๆ เพราะมันเกิดจากการปากแจ๋วของคุณแหละครับ”