"นนกุล" เผยทำหนังสั้นส่งเข้าประกวดเทศกาลหนังต่างประเทศ บอกทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่ลงทุน เขียนบทและกำกับเอง บอกอยากลองทำอะไรใหม่ๆ และเป็นหนังลองเทคที่ถ่ายยาวต่อเนื่อง 45 นาที ไม่รู้ว่าที่ไทยเคยมีใครทำมาก่อนไหม แต่ตนก็ทำเต็มที่ ส่วนเรื่องนี้ "แอฟ ทักษอร" ไม่ได้มาร่วมเล่น แต่มาร่วมลงทุนด้วย ให้เป็นตำแหน่ง Co-producer ส่วนที่คนจับตาความสัมพันธ์ว่าห่างกับแอฟหรือเปล่า ยืนยันยังแฮปปี้ รักกันดีฎ
หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยทำหนังสั้นและลองทำเบื้องหลังมาพักหนึ่งแล้ว ตอนนี้นักแสดงหนุ่ม "นนกุล ชานน สันตินธรกุล" กลับมาทำหนังสั้นอีกครั้ง ชื่อเรื่อง Long Take แต่คราวนี้ทำเองหมดทุกขั้นตอน ซึ่งเจ้าตัวเผยถึงเรื่องนี้ในงานแถลงข่าวเปิดรับสมาชิก สมาคมนักแสดง (ประเทศไทย) ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร บอกว่าโชคดีมากที่เรื่องนี้ได้ทีมงานระดับประเทศมาร่วมด้วยหลายคนมาก
"ก็เป็นโปรเจกต์ที่เรารู้สึกว่าอยากจะลองทำอะไรใหม่ๆ บ้างครับ เราเป็นนักแสดงมาประมาณ 13-14 ปีแล้ว แล้วเรารู้สึกว่ามันถึงจุดที่เราอยากลองทำอะไรใหม่ๆ ดู ก็เลยลองเขียนบท ลองติดต่อทุกอย่างเอง ทีมงานหลักๆ ก็ติดต่อเอง ก็รู้สึกว่าโชคดีมากๆ เลยที่ได้พี่ๆ ทีมงานหลายๆ คนที่เก่งระดับท็อปประเทศมาช่วย ไม่ว่าจะเป็นพี่แอ้นที่ถ่ายฉลาดเกมส์โกง ถ่ายสงครามส่งด่วน หรือว่าตัวพี่แก่ที่ทำสงครามส่งด่วน เป็นโปรดักชันดีไซเนอร์ แล้วก็พี่เพชรที่เป็นผู้กำกับซีรีส์ของผมมาหลายเรื่องมากๆ ผมก็เลยขอให้พี่เพชรมาช่วยเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ต้องขอบคุณมากๆ แล้วก็นักแสดงก็อีก นายกสมาคมก็มาช่วยผมเล่นครับ" (หัวเราะ)"
ลงทุนหลักล้าน และเป็นการถ่ายแบบลองเทค 45 นาทีเต็ม
"ค่าใช้จ่ายก็หลักล้านอยู่ครับ แต่พอมันเป็นหนังสั้น สเกลมันจะไม่ไดัใหญ่เท่าชาวบ้านเขามากหรอกครับ แต่ก็พยายามทำให้มันดีที่สุด เพราะเราก็อยากจะให้มันออกมาดีที่สุด แล้วก็อยากส่งไปพวกเทศกาลต่างๆ ด้วยครับ เพราะเรื่องนี้รวมยอดฝีมือไว้เยอะมาก รวมจริงๆ คือผมอยากถ่ายแบบลองเทค แล้วมันต้องใช้นักแสดงที่ค่อนข้างมีประสบการณ์นิดนึง ไม่งั้นถ้ามันหลุดขึ้นมาแล้ว เอาตัวรอดไม่ได้ ก็จะล่มกันหมดเลย ต้องไปเริ่มใหม่ มุ่งกวาดรางวัลไหมเหรอ ไม่แน่ใจครับ (หัวเราะ) ก็หวังว่าครับ แต่เรารู้สึกว่าเรามีพล็อตเรื่องที่เราสนุกกับมัน ก็เลยอยากทำครับ
อุปสรรคเหรอครับ เพียบเลย คือมันใหม่มากๆ ครับ เพราะว่าเราเริ่มจากศูนย์จริงๆ เขียนบทตั้งแต่ศูนย์เลย ไม่มีแม้แต่ตัวอักษรเดียว แล้วเงินก็ลงเอง เพราะฉะนั้นการจัดการอะไรมันต้องแม่นยำมากๆ ไม่งั้นเดี๋ยวงบมันบานปลาย แต่ถ้าถามเรื่องที่เครียดที่สุด น่าจะเป็นวันถ่ายนี่แหละครับ วันถ่ายคือทุกคนก็ใหม่มาก ทุกคนไม่เคยถ่ายลองเทคมาก่อน คือ 10 นาที มันอาจจะมีคนถ่ายกันเยอะแล้วล่ะ แต่ของผมมันประมาณ 45 นาที มันเลยมีความตึงเครียดนิดนึง แต่เราก็ต้องขอบคุณทั้งทีมนักแสดง แล้วก็พี่เพชร แล้วก็ทุกๆ คนที่ทำให้กองมันผ่อนคลาย คือถ้าผมคนเดียวเนี่ยเครียดแน่นอน กองเครียดแน่ๆ (หัวเราะ)
ถามว่าเป็นลองเทคที่ยังไม่มีใครทำยาวกว่า 45 นาทีไหม ถ้าในไทยผมยังไม่แน่ใจแล้วกันครับ ก็ไม่กล้าประกาศว่าตัวเองเป็นเรื่องแรกเนอะ แต่ 45 นาที ก็เป๊ะอยู่ครับ เป๊ะประมาณนึง แต่เราก็เหลือพื้นที่ให้นักแสดงเขาได้ Improvise อะไรอิสระประมาณนึงครับ"
เชื่อ AI ยังไม่สามารถมาครองงำหรือแย่งงานคนทำงานได้
"หนังสั้น AI เหรอ ผมว่ามันคนละอย่างกันครับ ผมว่าหนังสั้น AI หรือซีรีส์แนวตั้ง AI มันคนละมีเดียมกัน คือคนที่เขาดูซีรีส์แนวตั้ง หรือซีรีส์ AI เขาจะมีความคาดหวังแบบนึง พอเวลาเขามาดูหนังที่ใช้คนทำ เขาก็จะมีความคาดหวังอีกแบบนึง เพราะฉะนั้นผมว่ามันค่อนข้างคนละอย่างกัน แต่ถ้าเกิดคิดจะใช้ AI เป็นส่วนหนึ่ง ไม่ว่าจะสร้างหนัง สร้างซีรีส์ ผมว่าใช้มันเป็นเครื่องมือได้ไม่มีปัญหาเลย ในการทำให้ทุ่นแรงบางอย่างครับ
ถามว่าผมมองเรื่อง AI ว่าจะมาแย่งงานเราหรือเปล่า คือเท่าที่ดู ณ ตอนนี้ผมว่ามันก็ยังไม่รู้จะไปในทิศทางไหน บริษัทชั้นนำระดับโลกเขาก็ยังคุยหารือกันเรื่องนี้ตลอด ว่ามันควรจะลิมิตอยู่แค่ไหน มันไม่ควรจะทดแทนขนาดไหน เพราะฉะนั้นสำหรับอุตสาหกรรมบันเทิงแล้วกัน ยังไม่ได้รู้สึกว่ามันจะแย่งงานทุกคนขนาดนั้นครับ ซึ่งในอนาคตผมก็ตอบไม่ได้เนอะ แต่ผมว่าถ้าสุดท้ายแล้วเรามีการรับรู้เรื่องนี้กันอยู่แล้ว สุดท้ายคนสร้างมันก็คือคนแหละครับ เขาไม่น่าปล่อยให้มันลุกลาม หรือครอบงำขนาดนั้น ทุกอย่างมันต้องมีลิมิตอยู่แล้ว อาจจะมีกฎเกณฑ์ เพราะพอ AI มันใหม่มากๆ กฎหมายมันยังไม่ได้รองรับ แต่เดี๋ยวพอมันอยู่กับเราไปสักพักเรื่อยๆ ในสังคม มันก็จะมีกฎหมายมารองรับเอง"
เผยตอนนี้ส่งหนังไปตามเทศกาลต่างๆ หลายเทศกาลแล้ว
"เรื่องนี้ไม่ได้ชวนพี่แอฟมาเล่นครับ (หัวเราะ) พี่แอฟเจิมเรื่องแรกผมไปแล้ว ก็เลยรู้สึกว่าเราขอเป็นที่ไม่ใช่คนสนิทใจแล้วกัน หมายถึงว่าเอาคนที่เป็นพี่ๆ ที่รู้จัก แล้วก็มาร่วมกัน เพราะอยากรู้ว่าถ้าเกิดเรากำกับคนที่ห่างกับเราหน่อยมันจะเป็นยังไง น่าจะได้ดูกันอีกสักพักใหญ่ๆ เลยครับ เพราะเราต้องเอาไปตระเวนเทศกาลก่อน ก็น่าจะกลางปีหน้าเป็นต้นไปครับ
เทศกาลที่ไปจริงๆ มีส่ง Sundance Film Festival ไปแล้วครับ แล้วก็ IFFR (International Film Festival Rotterdam) แล้วเดี๋ยวมีแพลนจะส่งเรื่อยๆ ครับ ผ่านไม่ผ่านไม่รู้ (หัวเราะ) ยื่นไปก่อน ความคาดหวังเหรอ อย่าคาดหวังอะไรกับผมเลย ผมยังไม่รู้จะคาดหวังกับตัวเองยังไง (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ถ่ายเสร็จเรียบร้อย ส่งแล้ว แต่ว่ากระบวนการทำงานในขั้นตอนสุดท้าย ยังไม่เสร็จ 100% เราก็ยื่นเป็นเวอร์ชั่นที่อยู่ระหว่างดำเนินการไปก่อน ก็คืออาจจะมีแก้ไขเล็กน้อย เพิ่มลดเงาอะไรแบบนี้ครับ"
บอกเรื่องนี้ "แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ" มาเป็นผู้ร่วมลงทุนให้
"พี่แอฟก็บอกว่าเดี๋ยวช่วยลงเงินด้วย ก็คือเป็น Co-producer แต่เขาให้อิสระผมมาก (หัวเราะ) เขาเป็นเหมือนนักลงทุนอิสระของผมเลยครับ แต่ผมก็มีความหัวโบราณนิดนึงว่าผมก็อยากจะยังเป็นคนลงตังค์ส่วนมากอยู่ดี แต่ก็ใกล้เคียงครับ 60 40 ก็เลยให้เอาตำแหน่ง Co-producer ไปซะ (ยิ้ม) พอมีพาร์ตเนอร์เป็นคนนี้ก็สบายใจอยู่แล้วครับ ก็คือแค่อยากให้รู้สึกว่าเราร่วมกันทำ แต่ว่าการตัดสินใจสุดท้ายก็ให้ผมอยู่แล้วครับ พี่แอฟก็เป็นกำลังใจแล้วกันครับ แล้วก็มีน้องปีใหม่ไปกองด้วยครับ กับน้องปีใหม่ก็เรื่อยๆ ครับ ผมว่ามันตามระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันแหละครับ แต่เราก็ไม่ได้พยายามจะไปบังคับเจาะจงว่าอยู่ด้วยกัน เราต้องสนิทกันมากขึ้น
ไม่แปลกใจที่คนคิดว่าห่างกัน เพราะไม่ค่อยเล่นโซเชียลทั้งคู่
"ก็เข้าใจได้ครับ เพราะว่าผมไม่ค่อยลงรูปเท่าไหร่ แล้วก็ไม่ค่อยเล่น IG เท่าไหร่ ทั้งพี่เขาและผมก็ไม่ได้เป็นคนเล่นโซเชียลมีเดียเยอะขนาดนั้น ก็เข้าใจได้ว่าเขาจะเข้าใจอย่างนั้น แต่สุดท้ายแล้ว พอมันเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของคนสองคน เราก็เลยไม่ได้ไปสนใจมากว่าคนอื่นจะมองยังไง ว่าเราลงรูปเยอะหรือเปล่า เราแค่รู้อยู่แก่ใจว่าเวลาเราอยู่ด้วยกัน มันก็คือแฮปปี้ดี (ยิ้ม)"


