xs
xsm
sm
md
lg

อย่าด่าเจเจ! “ต้าเหนิง” โดดป้อง ประโยค “มึงไม่ได้รักกู มึงแค่รักที่กูรักมึง” ไม่ได้หมายถึงเขา!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ต้าเหนิง” วอนอย่าด่า “เจเจ” หลังถูกโยงประโยค “มึงไม่ได้รักกู มึงแค่รักที่กูรักมึง” ลั่นไม่ได้หมายถึงเขา เปิดใจสปิริตทนปวดจนฉีดมอร์ฟีนกลางกองถ่ายเพราะห่วงปากท้องทีมงานมากกว่าตัวเอง

เปิดใจถึงสปิริตการทำงานและความอดทนขั้นสุด สำหรับดาราสาว “ต้าเหนิง กัญญาวีร์ สองเมือง”หลังออกมาเผยถึงปัญหาสุขภาพเรื้อรังและโรค PCOS ที่ทำให้ต้องหามส่งโรงพยาบาลและฉีดยาพยุงร่างกายกลางกองถ่ายอยู่บ่อยครั้งจนแฟนๆ แห่เป็นห่วง

อย่างไรก็ตาม หลังรายการ PrimeCast ออนแอร์ คำพูดบางช่วงของต้าเหนิงเกี่ยวกับบทเรียนการตัดความสัมพันธ์กับเพื่อนที่ไม่ยินดีในความสำเร็จ พร้อมประโยค “มึงแค่ชอบที่กูซัปพอร์ตมึง แต่มึงไม่ได้ซัปพอร์ตกู มึงไม่ได้รักกู มึงแค่รักที่กูรักมึง” ถูกนำไปวิพากษ์วิจารณ์เดือด พร้อมโยง “เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม”อดีตแฟนที่เพิ่งลดสถานะ งานนี้เจ้าตัวรีบออกมาชี้แจง พร้อมวอนทุกคนอย่าด่าเจเจ เพราะไม่ได้เกี่ยวกับเจ้าตัว

“จริงๆ หนูว่ามันอาจจะเป็นอาการป่วยแบบที่ทุกคนก็มีสิทธิ์เป็น แต่ว่าหนูไม่ค่อยได้แสดงอาการอะไรออกมา เพราะว่าหน้าตาหนูมันดูไม่สามารถเจ็บป่วยได้ หน้ามันดูต้องแข็งแรง เวลาเราทำงาน เราก็ไม่อยากให้คนคิดว่าเราเจ็บป่วย หน้าตาหนูดูไม่อ่อนโยน เราอาจจะไม่ได้มีสิทธิ์ที่ต้องแสดงออกว่าเราป่วยขนาดนั้น เพราะว่าเราทำงานกับคนหมู่มาก ถ้าคนเป็นอะไรไปคนเดียว มันก็จะมีผลกับคนเป็นวงกว้าง

เรารู้สึกเจ็บหลายครั้งค่ะ ช่วงที่สุขภาพหนูไม่ดีมันเป็นระยะเวลานาน ถ้าโหดที่สุดน่าจะตอนที่มีรถพยาบาลมาที่กองถ่าย ฉีดยาแล้วกลับไปถ่ายต่อ ก็จะมีเหตุการณ์อะไรแบบนี้อยู่บ่อยๆ ไม่ได้รู้สึกว่าหนักกว่าคนอื่นไหม แต่รู้สึกว่าสำหรับตัวเองที่เจอหนักไหม ก็รู้สึกว่าหนัก แต่มันก็มีสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบ เราไม่ได้ทำงานคนเดียว เราทำงานกับทีมงานหลายๆ คน เพราะฉะนั้น ถ้าอะไรที่หนูยังทนได้ หนูก็จะทนไปก่อน

ก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องเยียวยา แต่รู้สึกว่ามันเป็นความรับผิดชอบมากกว่า อย่างที่บอกการทำงานนี้ไม่ได้ด้วยตัวหนูคนเดียว มีทีมงานหลายๆ คน มีคนที่เรารู้ว่ากว่าเขาจะล็อกวันนี้มาได้ มันเป็นงานที่นำไปสู่เงิน นำไปสู่การใช้ชีวิตปากท้องของเขา คือมันหลายอย่างค่ะ เรากลัวไปรพ.แล้วทำให้คนอื่นเสียเวลา มันเป็นงานที่ไม่ได้ทำด้วยตัวเองคนเดียว มันเลยต้องคิดถึงคนอื่นให้มาก”

เจ็บแต่ก็ต้องทน ฉีดมอร์ฟีนทุกครั้งที่เป็นประจำเดือน
“ก็ทนค่ะ ถ้าฉีดมอร์ฟีนก็จะเป็นเวลาที่เป็นประจำเดือน เพราะว่าหนูเป็น PCOS เหมือนมดลูกหนูไม่ได้ดีอยู่แล้ว ก็จะมีปัญหาปวดท้องมาก ถ้ามันไม่ไหวก็ต้องนอนโรงพยาบาล หมอก็จะฉีดยาให้ ก็ผ่านไปแต่ละวันค่ะ เราไม่ค่อยได้คุยกับใครค่ะ ปกติถ้าอดทนจนถึงจุดแล้ว ผู้จัดการก็จะพาไป (ปันปันตกใจทนมาได้ไง?) มันก็ต้องทนค่ะ เรามีสิ่งที่ต้องทำ ก็อาจเกี่ยวกับการทำงานหนัก เราโตขึ้น เซลล์ในร่างกายมันไม่ได้แข็งแรงเท่าเดิม พอหนูใช้ชีวิตไม่ค่อยดีค่ะ หมายถึงว่านอนไม่เป็นเวลา กินไม่เป็นเวลา มันก็กระทบอยู่แล้ว ถามว่าเราเรียนรู้อะไร จริงๆ มันก็เรียนรู้มาตลอดทางนั้นแหละค่ะ แต่ว่ามันก็เป็นทางศีลธรรม ว่าถ้าเราจะเอาตัวเองคนเดียวหรือว่าจะคนหมู่มาก คือทำงานในวงการนี้ มันคิดถึงตัวเองคนเดียวไม่ได้ เราต้องคิดถึงคนอื่นเยอะๆ (ทุกวันนี้เราอยู่กับมันยังไง?) อยู่แบบนี้แหละค่ะ(หัวเราะ) ก็อยู่แบบนี้ แล้วก็แก้ปัญหาสเต็ปบายสเต็ป”

รับรักตัวเองน้อยเกินไป ไม่อยากให้กระทบคนอื่น
”หนูว่ามันก็มีค่ะ ถ้าวันนี้หนูยังทนได้ หนูจะทน หนูไม่อยากให้มันกระทบคนอื่น เราไม่รู้ว่าแต่ละคนมีปัญหาอะไรของตัวเองบ้าง งานนี้อาจจะเป็นงานที่เขาจำเป็นจะต้องทำเพื่อไปสู่อะไรบางอย่างถ้าวันนี้มันยกเลิก เรารู้ว่ากระบวนการทำงานแล้วได้เงินในวงการมันใช้เวลา ถ้าวันนึงมันแคนเซิลไป เขาอาจจะไม่ได้เลยก็ได้ หนูจะทนจนกว่าจะหนูจะไปเลย ไม่มีตรงกลาง ตอนนี้พยายามจะไม่รับงานติดๆ กันเยอะ มีเวลาให้ตัวเองพักเยอะขึ้น”

ทำใจอนาคตมีผลต่อการมีลูก
“มีอยู่แล้วค่ะ คุณหมอบอกแต่แรก แต่ต่อให้คุณหมอไม่บอก หนูก็คิดเองได้ว่ามันมีผล ตอนนี้หนูก็พยายามปล่อยตัวเองแบบสบายๆ ไม่เครียด เพราะว่าสิ่งที่แย่ที่สุดคือความเครียดมันมีผลต่อฮอร์โมน การนอน ทุกอย่าง ตอนนี้สุขภาพและสภาพจิตใจมันก็วันต่อวันค่ะ หนูพยายามไม่คิดเยอะ เหมือนแต่ก่อน เวลามีอะไรเข้ามาก็แก้ ไม่พยายามคิดไปล่วงหน้า มาขนาดนั้นค่ะ”

ขออย่าด่า “เจเจ กฤษณภูมิ” ข้อความ “มึงไม่ได้รักกู มึงแค่รักที่กูรักมึง” ไม่ได้หมายถึงเขา!
”จริงๆ ถ้าทุกคนดูจบมันจะรู้เลยว่ามันถูกพูดถึงความสัมพันธ์ของเพื่อน หรือว่าคนที่เราเจอในชีวิต ไม่ได้หมายถึงเจ อย่าด่าเจนะคะ คือจริงๆ เข้าใจได้ว่าถ้าในรูปแบบประโยคแบบนั้น จริงๆ มันหมายถึงได้ทุกความสัมพันธ์แหละ แต่ว่าถ้าโดยส่วนตัวหนูไม่ได้หมายถึงเจ ไม่ได้เกี่ยวกับเจ คือในนั้นปันปันถามว่า เรื่องเพื่อนของเรา เพราะว่าหนูมีเพื่อนหลายกลุ่ม ว่าหนูรู้สึกยังไง เรียนรู้อะไรจากการมีเพื่อนหลายๆ กลุ่ม หรือว่าคบคนหลายๆ กลุ่ม หลายๆ แบบ พอมีคนเชื่อมโยงก็คุยกันบ้าง แต่จริงๆ หนูรู้สึกว่าอาจจะเป็นส่วนน้อยที่คิดว่าเป็นเจ คนส่วนมากมีหลายคนที่ดูจบแล้วก็รู้ว่าเราไม่ได้หมายถึงเจ”

กลับมารับงาน 100 เปอร์เซ็นต์แต่ไม่ถี่เหมือนเดิม
ก็ 100% สำหรับหนูในตอนนี้ แต่อาจจะไม่ได้ถี่เท่าแต่ก่อนแต่ว่าความทุ่มเทเต็มที่ในการทำงานก็ 100% ค่ะ เรื่องสุขภาพก็ค่อยๆ ปรับตัวกันไปค่ะ หมายถึงหนูเองค่อยๆ ปรับไป ค่อยๆ หาบาลานซ์ให้ตัวเองให้เจอ เพราะหนังก็จะเข้าแล้วค่ะ”