แม้บทสรุปในชั้นศาลชั้นต้นจะตัดสินให้ดารารุ่นใหญ่ “ต้อม รชนีกร พันธุ์มณี” ชนะคดีเรียกค่าเสียหายจาก “โรงพยาบาลเลอลักษณ์” เป็นจำนวนเงินสูงถึง 7.7 ล้านบาท หลังยื่นฟ้องจากกรณีผ่าตัดจนใบหน้าผิดรูป กระทบต่อการใช้ชีวิตและงานในวงการบันเทิง กินข้าวเหนียวไม่ได้จากอาการปวดกราม ทั้งยังละเมิดนำรูปภาพและคลิปขณะผ่าตัดไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ทว่าฝั่ง “ปิ่น พิศพรรณ ศรีไชยยันต์” เจ้าของโรงพยาบาลเลอลักษณ์ มั่นใจในมาตรฐานและความถูกต้องของโรงพยาบาล ประกาศเตรียมยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อในชั้นต่อไป และเตรียมฟ้องกลับเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีอย่างถึงที่สุด
ล่าสุด “แอ้ม” อดีตผู้จัดการฝ่ายดูแลอินฟลูเอนเซอร์ของโรงพยาบาลเลอลักษณ์ และอดีตคนสนิทที่เคยเข้าไปดูแลต้อม รชนีกร ได้ออกมาอัดคลิปเปิดหน้าเผยความจริงเกี่ยวกับคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมูลค่า 50 ล้านบาท ระหว่าง ต้อม รชนีกร กับ โรงพยาบาลเลอลักษณ์ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
รับผิดนำข้อมูล รพ. ให้ฝั่งต้อม
แอ้ม เผยว่า ตนเองเคยเป็นพนักงานดูแล ต้อม รชนีกร ในช่วงที่ตัดกรามและดึงหน้าตั้งแต่ปี 2566 จนกระทั่งลาออกจากโรงพยาบาล และได้รับการชักชวนจากฝั่งนักแสดงสาวให้ไปทำงานร่วมกันและย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในบ้านนานกว่า 2 ปี ยอมรับว่าที่ผ่านมาอึดอัดใจมาตลอด เพราะตนเคยทำผิดพลาดด้วยการนำข้อมูลของโรงพยาบาลไปให้ฝั่งคู่กรณี ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่ล่าสุดได้เดินทางเข้าไปเคลียร์ใจ ยอมรับผิด และขอบคุณทางโรงพยาบาลเลอลักษณ์ที่ไม่ดำเนินคดีหรือแจ้งความจับตน
เปิดภาพจริง 2 ปีใช้ชีวิตปกติ-กินข้าวเหนียวได้ ไม่เคยเห็นเจ็บกรามไปหาหมอ
ในส่วนของคดีความฟ้องร้อง แอ้ม ได้นำหลักฐานคลิปวิดีโอขณะ ต้อม รชนีกร ร้องเพลง แสดงสีหน้า และรับประทานอาหารมาเปิดเผย พร้อมตั้งคำถามถึงอาการบาดเจ็บตามที่ถูกระบุในคดีว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่าที่ตนอาศัยอยู่ด้วยกัน เห็นนักแสดงสาวใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติทุกอย่าง อ้าปาก กินข้าว และเคี้ยวอาหารเหนียวอย่างข้าวเหนียวได้ ซึ่งตนเคยนึ่งให้รับประทานเองกับมือ
นอกจากนี้ ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายไปพบแพทย์เนื่องจากอาการเจ็บปวดที่กรามเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีเพียงการไปขอใบรับรองแพทย์เพื่อนำมาใช้ประกอบการดำเนินคดีฟ้องร้องโรงพยาบาลเท่านั้น ส่วนอาการชาบริเวณใบหน้าก็เคยได้รับการยืนยันจากตัวนักแสดงเองว่าดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งถือเป็นอาการปกติหลังการผ่าตัดตัดกราม
งัดสัญญาโชว์ลายเซ็นครบทุกหน้า ยัน รพ. มีสิทธิ์ใช้ภาพรีวิว
สำหรับประเด็นข้อพิพาทเรื่องการนำภาพและวิดีโอไปโพสต์ประชาสัมพันธ์ แอ้ม ได้นำสัญญาคู่ฉบับคดี 50 ล้านบาทขึ้นมาเปิดเผย โดยระบุว่าในข้อตกลงมีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่ายินดีให้เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ของโรงพยาบาลได้ และในเอกสารสัญญาทุกหน้าก็มีลายเซ็นรับรู้และยินยอมจากทั้งเจ้าของโรงพยาบาลและตัวนักแสดงครบถ้วน
แอ้ม ทิ้งท้ายว่า การออกมาพูดครั้งนี้ไม่ได้รับเงินจากฝ่ายใดทั้งสิ้น แต่ทำไปเพราะต้องการปลดล็อกความอึดอัดในใจและนำความจริงอีกมุมที่ทุกคนยังไม่เคยรู้มาเปิดเผย เพื่อให้สังคมได้คิดวิเคราะห์และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง
รวมทั้งได้ตอบคอมเมนต์ชาวเน็ตที่ห่วงว่าจะถูกต้อม รชนีกรฟ้อง ซึ่งแอ้มเผยว่า ตนพร้อมรับมืออยู่แล้ว ส่วนคนที่มองว่าออกมาแฉต้อม ทั้งที่นักแสดงดังชวนไปอยู่ด้วยกันนั้น คิดว่าคบได้หรือไม่ แอ้มก็ตอบกลับไปว่า รบกวนฟังให้ครบทุกคลิปก่อนแล้วจะรู้สาเหตุที่แท้จริง


