xs
xsm
sm
md
lg

“แทค ภรัณยู” เผยสาเหตุไม่เหยียบอีก! วัดพุทไธศวรรย์ หลังสิ้น “หลวงปู่หวล” กองปราบฯ ล่าเส้นเงินสีกาเอ๋ ไร้อาชีพแต่มีบ้านหรูหลายหลัง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“แทค ภรัณยู” ประกาศไม่เหยียบวัดพุทไธศวรรย์อีกหลัง “หลวงปู่หวล” มรณภาพ แฉแหลกฝั่ง “สมีโชติ” พฤติกรรมคล้ายมาเฟีย ยามวิกาลมีรถตู้ส่งคนปริศนา กองปราบฯ ลุยเช็กสเตทเมนต์ ล่าเส้นทางการเงินสีกาไร้อาชีพแต่มีบ้านหรูหลายหลัง

ความคืบหน้าคดีสะเทือนวงการสงฆ์ กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) บุกจับกุม “สมีโชติ” หรืออดีตพระอาจารย์โชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พร้อมสีกาคนสนิท ในข้อหายักยอกเงินวัดและฟอกเงิน ล่าสุดในรายการ โหนกระแส นักแสดงหนุ่ม “แทค ภรัณยู” ได้เปิดใจถึงชนวนเหตุที่ตนตัดสินใจเลิกเดินทางไปทำบุญที่วัดแห่งนี้นับตั้งแต่ “หลวงปู่หวล” อดีตเจ้าอาวาสรูปก่อนมรณภาพ

แทค ภรัณยู เผยว่า ภายในวัดมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายมานานแล้ว โดยฝั่งของหลวงปู่หวลเน้นการพัฒนาและช่วยเหลือสังคม แต่ฝั่งของอดีตพระโชติเน้นการทำวัตถุมงคล สายมู และเรื่องเงินทอง โดยหลังจากหลวงปู่หวลมรณภาพ ตนก็ไม่เคยกลับไปเหยียบที่วัดอีกเลย พร้อมแฉพฤติกรรมสุดแปลกของกลุ่มลิ่วล้อฝั่งอดีตเจ้าอาวาสว่ามีลักษณะกร่าง ติดป้ายเตือนหมาดุ เลี้ยงหมาบางแก้วไว้สิบกว่าตัวจนชาวบ้านในพื้นที่อยุธยารู้ดีและไม่กล้าเข้าใกล้ อีกทั้งในยามวิกาลยังพบเห็นรถตู้เข้าออกส่งผ่านวัตถุหรือบุคคลปริศนาเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม เมื่อทราบว่ามีการแต่งตั้ง “หลวงพ่อเบิ้ม” จากวัดท่าการ้อง เข้ามารักษาการเจ้าอาวาส ตนก็รู้สึกสบายใจและอาจพิจารณากลับไปทำบุญอีกครั้ง

ด้าน “พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์” และ “พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร” รอง ผกก.1 บก.ป. ระบุถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า ระบบการจัดการเงินวัตถุมงคลในยุคของหลวงปู่หวลนั้นทำไว้อย่างถูกต้อง โอนเข้าบัญชีวัดชัดเจน แต่ในยุคของอดีตพระโชติมีการเปิดบัญชีใหม่และตั้งมูลนิธิขึ้นมาบังหน้าเพื่อความสะดวกในการยักยอกเงินออกไปใช้อย่างโปร่งใส ซึ่งกองปราบฯ กำลังเร่งตรวจสอบสเตทเมนต์อย่างละเอียด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบมูลเหตุสงสัยในตัวสีกาคนสนิท ซึ่งตรวจพบประวัติว่าเป็นบุคคลล้มละลายและไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง นอกเหนือจากการนั่งดูแลตู้พระที่กุฏิ แต่กลับพบว่ามีเงินกว้านซื้อบ้านหรูถึง 2 หลัง และมีการนำทรัพย์สินไปใส่ชื่อบุคคลอื่นเพื่อปกปิดการถือครอง โดยทางตำรวจกองปราบฯ ยืนยันว่าจะทำงานเป็นเอกเทศและตรงไปตรงมา ไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพล อดีตข้าราชการ หรือนักการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น

ขณะที่ มหาหมี (ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา) ได้เสนอแนะให้คณะสงฆ์กวดขันพระภิกษุสามเณรอย่างเข้มงวด โดยยกธรรมเนียมโบราณสมัยรัชกาลที่ 4 ที่ห้ามพระภิกษุรับแขกสีกาในกุฏิโดยเด็ดขาด พร้อมสนับสนุนมติมหาเถรสมาคมให้ลดพฤติกรรมพุทธพาณิชย์และการจัดสร้างวัตถุมงคลเกร่อ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องเงินและสีกาซ้ำรอยขึ้นอีกในอนาคต