xs
xsm
sm
md
lg

“แพรรี่”ตกใจ “ทิดโชติ” วัย 60 ปีนโต๊ะเสพสีกา นี่ไม่ใช่ “เหนือดวง” แต่เหนือความคาดหมาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยังอึ้ง! ตั้งแต่เช้ายันค่ำ สำหรับการยักยอกเงินวัดของอดีตพระ “หลวงพ่อโชติ” วัดดังที่อยุธยา แต่ความตกใจไปกว่านั้นคือการมั่วสีกาบนโต๊ะอาหาร เรียกได้ว่ากลายเป็นมีมทำให้ AI ดีไซน์ออกมาในหลายรูปแบบ ล่าสุด “แพรรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร” ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ สถานีประชาชน ทาง ThaiPBS ถึงประเด็นนี้ เจ้าตัวบอกว่าไม่ใช่พระรุ่น “เหนือดวง” แต่นี่ “เหนือความคาดหมาย” อายุ 60 กว่า แต่มีแรงปีนโต๊ะอาหาร แนะนำคนเข้าวัด ถ้าวัดไหนตู้บริจาคเยอะ วัดนั้นแหละไม่ต้องไปเข้า

“บวชมา 18 ปี ไม่ใช่บวชมา 8 วัน ก็เห็นมาหมดแล้ว แต่อันนี้ไม่ใช่เหนือดวงนะ แต่อันนี้เหนือความคาดหมายมาก มันโป๊ะนะ แล้วคนอายุ 60 กว่า ปีนโต๊ะไหวไหมล่ะ เราลองนึกสภาพ คือไม่ได้สนใจเรื่องเหนือดวง แต่สนใจเหนือความคาดหมายมากกว่า 60 กว่า ก็ยังพยายามปีนโต๊ะ แสดงว่าเดี๋ยวโต๊ะรุ่นนี้น่าจะขายดี แล้วถ้าขายดี คนก็จะถามหาโต๊ะกับข้าว รุ่นนี้น่าจะขายดี

แล้วราคะ ที่มันเกิดขึ้น คือพระที่บวชเข้าไป ถ้าไม่มีการบำเพ็ญภาวนา พอจริงๆ สุดท้ายแล้วส่วนใหญ่ ก็จะตายกันที่ราคะนี่แหละ เป็นกิเลสที่ละได้ยากมาก พระถึงต้องมีกฎระเบียบวินัยเยอะแยะ ห้ามอยู่ในที่ลับตากับผู้หญิง พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้มาก แต่พระไม่ปฏิบัติตาม เพราะพระวินัยก็กำหนดไว้แล้วว่าห้ามอยู่ในที่ลับตากันสองตัวสอง และพอมาทำอะไรกันแบบนี้ พระก็ไม่เคารพวินัย

ทุกวันนี้ต้องเลิกศรัทธาพระที่ตัวคน หันกลับมาศรัทธาพระธรรมกันเยอะๆ แล้วเดี๋ยวนี้ฆราวาสก็ศึกษาหาธรรมะได้ในระดับนึง เราต้องเอาตัวเราไปผูกกับพระธรรม เราเป็นฆราวาส แล้วเราศึกษาธรรมะ เราก็สามารถทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาต่อไปได้ และศาสนาพุทธก็จะเข้มแข็ง แต่ทุกวันนี้ชาวบ้านเข้าหาพระ ไม่ได้เอาธรรมะ แต่ไปเอาของขลัง และพระก็มองฆราวาสว่าเป็นลูกค้า ไม่ได้มองว่าเป็นคนที่ตัวเองจะไปโปรดไปสอน แต่มองว่าเป็นเหยื่อ มันเลยกลายเป็นสถานที่ที่ทำให้คนมาแสวงหาประโยชน์ เป็นสถานที่หากิน อันนี้พูดตรงๆ”

ซัดทิดโชติไม่ได้รักศาสนา แต่เห็นแก่ตัว
“อย่างที่ได้ยินข่าวว่าทิดโชติ เขาบอกว่าเป็นห่วงศาสนา ก็คือพระที่ได้ดูรายการนี้ ก็อยากจะบอกว่า อย่าเห็นแก่ตัว อย่างทิดโชติ ไม่ได้เรียกว่ารักศาสนา แต่เรียกว่าเห็นแก่ตัว เห็นแก่ความสุขสบาย เห็นแก่ราคะ เห็นแก่กิเลส มีกิเลส และอยากเสพกาม แต่ละความเป็นพระไม่ได้ เพราะการเป็นพระแล้วมันอยู่สุขสบาย ก็ดูกับข้าวบนโต๊ะอาหาร พระรูปเดียวกินกับข้าว เหมือนอยู่ในภัตตาคาร

ถามว่าในอนาคต ถ้าจะต้องมีกฎว่าคนสนิทห้ามเป็นสีกานั้น อันนี้มันห้ามกันไม่ได้ ซึ่งพระเขามีระบบการปกครอง ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเองเขาก็มีนโยบาย 12 ข้อ อย่าให้พระไปยุ่งของเรื่องการปลุกเสก การมอมเมา มาเป็นแบบอย่างในการภาวนา การปฏิบัติ ซึ่งถ้าพาเขามาจริงจังทางด้านนี้ เรื่องสีกาก็กลายเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะว่าพระทุกคนที่บวชก็รู้ดีชั่วอยู่แก่ใจ”

วัดไหนตู้บริจาคเยอะ วัดนั้นไม่ต้องเข้า
แล้ววัดไหนตู้บริจาคเยอะ ไม่ต้องไปเข้าเลย หรือวัดไหนที่มีวิ่งให้แลกเหรียญไม่ต้องไปเข้ามัน แล้วบางวัดบอกว่าไม่มีเงินจ่ายค่าไฟ แต่มีเงินยิงแอดโฆษณาในเฟซบุ๊ก เหมือนอลงกต (วัดพระบาทน้ำพุ) ไง ถ้าเงินจะหมดแล้ว ก็จะโพสต์ว่าวัดจะอยู่ไม่ได้แล้ว คนละ 1 บาท สุดท้ายก็ได้เป็นร้อยล้าน

อย่างกล้องที่ดูชัดเจน เขาก็น่าจะจงใจถ่ายให้เป็นหลักฐาน ต้องเข้าใจด้วยว่าวัดมันมีผลประโยชน์เยอะ พอมันมีเรื่องเงินทอง ที่ใดมีผลประโยชน์ ที่นั่นมันจะมีทั้งคนดีและคนไม่ดี อันนี้ต้องพูดตรงๆ เพราะว่าเงินตกใส่หญ้า หญ้าก็ตาย ตกใส่ทราย ทรายก็ทรุด ตกใส่มนุษย์ มนุษย์ก็ไร้คุณธรรม อย่างที่เขาพูด แล้ววัดที่เกิดเหตุ มันเป็นสถานที่สร้างผลประโยชน์มหาศาล คิดว่าเงินมันเข้าใคร ออกใคร และถ้าวัดไหนเลี้ยงคนไม่ดีจริง ผลประโยชน์มันไม่เข้าใครออกใคร เป็นการตัดผลประโยชน์กันเอง ส่วนเรื่องการหักหลังกันไหม อันนี้ก็มีความคิดเห็นว่าอาจจะมีส่วน เพราะว่าเงินมันไม่ใช่หลักพัน มันเป็นหลักร้อยล้าน”