“อิงฟ้า” ปลื้มคาเฟ่ปังเกินคาด แค่ 15 วันคืนทุนครึ่งทาง แย้มแผนขยาย 4 ภาคทั่วไทย พร้อมเปิดใจเรื่อง “ชาล็อต” ไม่ต่อสัญญา ยืนยันยังซัปพอร์ตในฐานะพี่น้องเสมอ เชื่อแฟนคลับเข้าใจการเปลี่ยนแปลง
เพิ่งเปิดธุรกิจคาเฟ่เป็นของตัวเองได้แค่ครึ่งเดือน แต่ตอนนี้ วราหะ คาเฟ ของสาว “อิงฟ้า วราหะ” กลายเป็นอีกหนึ่งคาเฟ่สุดฮอตไปแล้ว มีข่าวว่าได้ทุนคืนระดับ 10 ล้านแล้วเรียบร้อย ซึ่งเจ้าตัวเผยถึงเรื่องนี้ในงาน DeLeaf 9.9 Mega Bright Day เปิดตัว สบู่เดอ ลีฟ ทานาคา สูตรใหม่ อัปเกรดด้วย Triple Bright Active เดอ ลีฟ (De Leaf) ณ โรงแรม Skyview Hotel Bangkok ลั่นยังคืนทุนไม่เต็มจำนวน แต่ได้มากกว่าครึ่งแล้ว จากที่ตั้งเป้าไว้ 3 เดือน โชคดีที่มีแฟนคลับทั้งไทยและต่างประเทศมาอุดหนุนกันไม่ขาดสาย
“ยังไม่คืนค่ะ (หัวเราะ) มาครึ่งทาง ซึ่งมันก็มาเรื่อยๆ ค่ะ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากแรงสนับสนุนของแฟนคลับด้วย แล้วตอนนี้น่าจะเป็นเหมือนที่รู้จักของชาวต่างชาติในย่านนั้น ทุกวันนี้ก็ชื่นใจที่มันไปได้ด้วยตัวมันเอง เพราะตัวฟ้าเองก็ไม่ได้เข้าทุกวัน สมมติถ้าเราเข้าทุกวันแฟนคลับคงอยากเจอ ก็คงมาซื้อ เพราะได้เจอศิลปิน เราก็ลองไม่เข้าดูบ้าง แต่มันก็มีคนมา ยอดการสั่งซื้อก็ได้ดีเหมือนเดิม ก็เลยรู้สึกโอเค สบายใจ ก็คือมาถึงครึ่งทางของต้นทุน เพราะมันเป็นธุรกิจแรก มันก็แอบใช้งบค่อนข้างเยอะ เราก็แอบกดดันเล็กๆ ในตอนแรก แต่ว่าตอนนี้ก็คือปล่อยใจโฟลว์แล้ว
ระยะเวลา 15 วันที่เปิดให้บริการค่ะ ก็ถือว่าเร็วค่ะ มันก็เป็นกำลังใจที่ทำให้เราอยากทำสิ่งต่อๆ ไป ก็แพลนเอาไว้ว่าในอนาคตข้างหน้า ถ้าเป็นเรื่องของสาขาคาเฟ่ อาจจะเกิดขึ้นจริงก็ได้ ก็คืออาจจะเป็น 4 ภาค เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ หรือว่าขอนแก่นค่ะ เป็นหัวเมืองของ 4 ภาค ที่ให้แฟนๆ สำหรับคนที่เดินทางลำบาก แต่ว่าเราก็ไปเปิดเป็นสโตร์เลย อาจจะเกิดขึ้นภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งตอนนี้ก็อาจจะขอจัดการตรงนี้ให้ดีก่อน เพราะว่าจริงๆ ปัญหาหลังบ้านมันก็มีที่เราต้องจัดการอยู่ในทุกๆ วันค่ะ
ก็คือออร์เดอร์ไม่พอ สินค้าไม่พอจำนวนออร์เดอร์ที่เขาสั่ง คือบางคนขับรถมาไกลมากๆ แล้วก็อยากทานขนมอันนี้ แต่ว่ามันหมดแล้ว แต่เราก็เข้าใจได้ คือไม่ว่าจะเป็นขนมหรือของที่อยู่ภายในร้าน มันจะเป็นสิ่งที่เราคัดแล้วคัดอีก แล้วถ้าสมมติว่าเราเพิ่มจำนวนออร์เดอร์ เราก็กลัวว่ามันจะออกมาไม่ดี อย่างเช่นขนมที่ต้องมีความกรอบ ถ้าสมมติว่าเราออร์เดอร์มาเยอะ แล้วไปเร่งทางผู้ผลิต ก็กลัวว่าเขาจะทำออกมาได้ไม่ดี มันก็จะได้แค่เท่านี้ในเต็มที่ของเขา ซึ่งพอเรามาตั้งที่เชลฟ์ ไม่ถึง 1-2 ชั่วโมงก็หมดแล้ว ก็เสียดาย อยากให้ทำมากกว่านี้
ก็อยากให้เป็นที่พึงพอใจของลูกค้าทุกคนที่มา แต่ว่า ณ ตอนนี้กำลังหาสิ่งทดแทน ซัปพอร์ตตรงนี้ได้ เช่น อาจจะต้องหาอะไรมาเพิ่ม หรือจะทำยังไงที่เพิ่มออร์เดอร์ได้มากขึ้นค่ะ ถามว่าเสียดายยอดสั่งซื้อไหม ก็เล็กๆ ค่ะ แต่ถ้ามันเสียชื่อจะเสียดายกว่า กลัวว่านี่เหรอขนมที่เขาแย่งกัน กลัวมันเป็นความรู้สึกแบบนั้น สู้เราทำให้มันดี เพราะร้านยังเปิดอีกยาวนาน ก็ต้องมีโอกาสที่ได้ชิมในสักวันหนึ่ง”
ดีใจที่ถูกใจคอกาแฟ เพราะลงทุนเยอะที่สุดกับเมล็ดกาแฟ
“ตั้งเป้าคืนทุน จริงๆ ตอนแรกตั้งเป้าไว้ 3 เดือนที่เราจะต้องมีกลยุทธ์หรืออะไรต่างๆ ที่ทำให้คาเฟ่มันไปได้ถึงจุดที่เราสบายใจ แต่ตอนนี้ก็คือปล่อยใจโฟลว์แล้ว เพราะมันไปเร็วเกินคาดเลย อาจจะด้วยตัวฟ้าเอง ฟ้าไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีอินเตอร์แฟนเยอะมากแค่ไหน จนวันที่เปิดก็เหมือนมีทุกเชื้อชาติหลากหลายประเทศมากๆ ที่มายืนรอกันหน้าร้าน ที่เราไม่เคยเห็นในโซเชียลมาก่อน นอกเหนือจากคนไทยแล้ว ก็ยังมีต่างชาติที่มาสนับสนุนด้วย มันก็เลยทำให้ธุรกิจเรามันไปได้เร็ว
กลยุทธ์ที่สำคัญของเราหนึ่งเลยเรื่องคุณภาพค่ะ คือช่วงหลังมาที่ไปทำงาน ก็มีทีมงานที่เป็นคนในกอง เขาก็แอบเม้าธ์ให้ฟังว่า แฟนเขาไม่ได้เป็นแฟนคลับพี่ฟ้านะ แต่เขาเป็นคอกาแฟอยู่เชียงใหม่ ซึ่งก็บอกว่าเมล็ดกาแฟเรา มันดังไปถึงคอคนรักกาแฟ คนชอบกินกาแฟ ซึ่งเรายิ่งได้ยินอย่างนี้ยิ่งดีใจใหญ่เลย ก็คือจริงๆ แล้วคาเฟ่นี้ทุนที่ไปหนักสุดๆ เลยคือเมล็ดกาแฟ แล้วก็เครื่องบดกาแฟ เครื่องทำกาแฟต่างๆ
ตอนนี้เมนูซิกเนเจอร์มันมีทั้งหมด 5-6 เมนู วราหะ ออน คลาวด์ ที่เป็นมัทฉะ อาจจะเป็นเทรนด์รักสุขภาพในช่วงนี้ที่มัทฉะกำลังมาแรง ก็เป็นเมนูที่ขายดีนัมเบอร์วัน แล้วแต่ละคนที่มาเขาก็รู้สึกว่าราคาที่จ่ายกับสถานที่ที่ได้มานั่งพัก ได้ถ่ายรูป ได้เช็กอิน แล้วก็ตัวเครื่องดื่ม หรือว่าเบเกอรี่ ขนมต่างๆ ในร้านมันคุ้มค่า แล้วก็สบายใจ อันนี้ก็เป็นกลยุทธ์แรกที่มาแล้วต้องให้เขารู้สึกว่าเขาไม่เสียเวลา แล้วก็ไม่เสียดายเงิน ส่วนกลยุทธ์ที่สอง เราคิดว่าในช่วงเทศกาลต่างๆ เราอาจจะมีอะไรให้ทุกคนได้เล่นสนุกมากขึ้น เช่น มุมถ่ายรูปที่มากขึ้น อาจจะเปลี่ยนรูปแบบ การขยับ การโยก การตกแต่งร้านไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้รู้สึกน่าเบื่อ หรือว่าอาจจะมีกิมมิกเล็กๆ น้อยๆ ในซิกเนเจอร์แต่ละเครื่องดื่ม แต่ละขนมค่ะ
ถามว่าการตัดสินใจเป็นนักธุรกิจครั้งนี้มาถูกทางหรือยัง จริงๆ ฟ้าว่า ก็อาจจะมาไม่ได้ถึงขนาดนี้ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากพี่สาวที่เป็นคนในครอบครัว แล้วก็พี่ซัน แล้วก็ทุกๆ คนที่ช่วยกันทำออกมาได้ดี เพราะตัวฟ้าเองมีเวลาน้อยมาก ฟ้าจะเป็นเหมือนลาสบอสที่ตัดสินใจอีกทีนึง แต่ว่าเรื่องดีไซน์ เรื่องดีเทลต่างๆ คือทีมเรา แล้วก็กัลยาณมิตรรอบตัวเราดีมากๆ ที่ช่วยกันซัปพอร์ตอย่างเต็มที่ รวมถึงก็ต้องขอบคุณบอสด้วยค่ะ ที่เขาให้โอกาสเราได้ลองทำ ฝึกเป็น CEO ครั้งแรก ก็เลยทำให้เหมือนเส้นทางมันราบรื่นสบายใจ”
บอกเรื่องชื่อเสียงก็สำคัญในการที่จะรักษาไว้
“มันก็มีความยากมาก เพราะว่าขนาดแค่เราพูดในไลฟ์ เหมือนความที่เราปลื้มปีติ เราก็พูดในไลฟ์ว่าเรามาถึงครึ่งทางของต้นทุนแล้วนะ มันก็ต้องมี 2 เสียงอยู่แล้วว่าก็เป็นดาราไงนั่นโน่นนี่ คือจริงๆ แล้วกระแส หรือความชื่นชอบ ถ้าพูดง่ายๆ เหมือนความเห่อมันอาจจะได้แค่ช่วงแรกๆ แต่อันนี้มันมาได้ไกลเพราะว่าคนแถวนั้นด้วยที่ชื่นชอบ รวมถึง คอกาแฟ คอมัทฉะ ที่อยากมาลองด้วยตัวเอง มันก็ต้องพึ่งคุณภาพ ควบคู่กัน ซึ่งตอนนี้สบายใจเรื่องคุณภาพของร้านค่ะ
เพราะว่าชื่อเสียงเรามันก็เป็นสิ่งที่เราต้องรักษาด้วยค่ะ หรือว่าเวลาเกิดปัญหาอะไร ฟ้าต้องรีบจัดการเลย คือจะไม่แช่ไว้เป็นครึ่งชั่วโมง หรือ 1 ชั่วโมง สมมติมีปัญหาอะไรแจ้งมาปุ๊บ เคลียร์ตัดสินใจแก้ไขปัญหากัน ณ ตรงนั้นเลย เพราะฟ้าว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว มันมาพร้อมกับความเซนซิทีฟ ละเอียดอ่อน กว่าที่อื่นๆ ค่อนข้างมากเช่นเดียวกัน
ถามว่าความเครียดกับความสุข อันไหนมันมากกว่ากัน จริงๆ มีทั้งคู่ แต่ความสุขมีมากกว่า เช่น ใน 1 เดือนตารางวันหยุดฟ้า ปกติก็คือถ้าหยุดเราจะนอนดูทีวีอยู่บ้าน ตื่นสาย แต่ทุกวันนี้วันหยุดก็ตื่นเช้าเข้าไปคาเฟ่ เพราะเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก แล้วพอเราเห็นครอบครัวหรือเพื่อนๆ เราได้มามีส่วนร่วมตรงนี้ ช่วยกันทำมาหากิน มันสนุก มันชื่นใจ ทำให้มองข้ามความเหนื่อยไปได้ในบางทีค่ะ”
เป็นปลื้มซุป'ตาร์ระดับประเทศอย่าง “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ยังไปที่ร้าน
“ต้องขอบคุณมากๆ ค่ะ อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความรู้สึกที่ตัวฟ้าเองตอนที่ส่งไปเชิญแต่ละท่าน เราก็ไม่คิดหรอกว่าเขาจะมา เพราะบางท่านก็ไม่ได้ตอบกลับเรามาเลย ก็มาเซอร์ไพรส์เลย อย่างพี่วู้ดดี้ (วุฒิธร มิลินทจินดา) หรือพี่อั้ม อย่างพี่อั้มคือฟ้ามีโอกาสได้เจอ แล้วได้ร่วมงาน มันไกลเกินฝันเรามากๆ ที่เขาจะมาหาเราที่ร้าน แล้วก็อยู่นานด้วย ทั้งเกรงใจ ทั้งตื่นเต้น แล้วแม่หนูชื่นชอบมากๆ ก็รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ค่ะ แล้วก็รวมถึงพี่ๆ ดารา ศิลปินหลายๆ ท่าน ที่ให้การตอบรับที่ดี ส่วนมากก็น่าจะอยากมาลองชิมด้วย ว่าคุณภาพเป็นยังไง อันไหนไม่ดีบอกหนูได้เลยนะ ขนมอันนี้หวานไปไหม หวานไปหรือเปล่า เปรี้ยวไปไหม
ต้องการรู้ความจริง ถ้ามันไม่ดีฟ้าจะได้ปรับ จะได้เปลี่ยนกันเลย เพราะฟ้าเชื่อว่าการทำอะไรก็แล้วแต่ มันไม่มีอะไรสมบูรณ์ หรือเพอร์เฟกต์ตั้งแต่แรก ทุกอย่างต้องได้รับการพัฒนาอยู่แล้ว ก็พร้อมที่จะน้อมรับ กว่าจะประสบความสำเร็จ อยากจะให้เป็นข้อคิดสำหรับทุกคนว่า กว่าจะถึงจุดนี้ แม้กระทั่งร้านวราหะ คาเฟ่ มันก็ผ่านคราบน้ำตาไปหลายรอบเหมือนกัน มากับความเครียด ก่อนจะเปิดมันเครียด มันกดดัน มันแบกอะไรหลายๆ อย่างเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราทำด้วยความรัก ใครที่มาก็จะรู้สึกได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ดีเทลเราตั้งใจมากๆ ถ้าเราตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ฟ้าว่ามันก็ต้องออกมาดี ถามว่าภูมิใจในตัวเองไหม หนูว่าหนูมีทีมที่ดีด้วยค่ะ มีคนซัปพอร์ตที่ดี แล้วก็มีโอกาสที่ดีจากพี่ๆ ในวงการ หรือว่าผู้ใหญ่หลายๆ คนที่เอ็นดูเราด้วย คนรอบตัวเรา สิ่งแวดล้อมเรามันเกื้อเราด้วยค่ะ”
พร้อมเป็นกำลังใจให้ “ชาล็อต ออสติน” เสมอ ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน
“ก็พอทราบค่ะ แต่ถามว่ามันมีผลกับเราไหม มันก็ไม่ได้มีผลกับเรา เพราะเราเชื่อว่าตลอดระยะเวลา 5 ปี ศิลปินทุกคนก็ทำพาร์ตหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว น้องเขาก็คงเต็มที่แล้ว แต่ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหนก็เป็นกำลังใจให้ แล้วตอนนี้ทุกอย่างมันก็เป็นไปได้ด้วยดีแล้ว ไม่มีอะไรให้ต้องน่ากังวลค่ะ ถามว่าได้มีการพูดคุยกันไหม จริงๆ ฟ้าไม่ได้ลงดีเทลอะไรเยอะมาก แต่ว่ามีพอได้ทราบแนวทางที่น้องจะตัดสินใจ แต่ก็ไม่ได้ถามบ่อย กลัวว่าเดี๋ยวมันจะดูเป็นการกดดัน ก็ให้เป็นการตัดสินใจของเขาเอง
ภาพของอิงฟ้าชาล็อตมันก็เป็นการเติบโตในทิศทางของตัวเอง เพราะว่าหลังจากนี้น้องเขาก็จะมีโอกาสตัดสินใจในการทำงานต่างๆ ด้วยตัวเขาเอง จะต้องเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น แล้วก็วางแผนตัวเองให้ดี ก็ยังเป็นกำลังใจให้ ไม่ว่าจะเลือกในเส้นทางไหนค่ะ อนาคตอิงล็อตฟ้าว่ามันก็ปกติค่ะ มันก็เป็นอีกหนึ่งกัลยาณมิตรที่ยังมีความหวังดี แล้วก็เฝ้ามองการเจริญเติบโตของน้องเขาไปเรื่อยๆ ในเส้นทางของเขาค่ะ”
เชื่อแฟนคลับบ้านคู่มีเวลาทำใจกันอยู่แล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงถือเป็นเรื่องปกติ
“มันก็เจอะเจอกันได้ ร่วมงานกันได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แค่เพียงแต่บริบทหน้าที่มันต่างวาระกันเท่านั้นเอง แต่ว่าในการเจอกัน หรือว่าความสัมพันธ์กัลยาณมิตรก็ยังมีความหวังดี เหมือนพี่สาว น้องสาวคนหนึ่ง งานคู่ยังมีอยู่นะคะ คิดว่าน่าจะยังมีอยู่ ต้องรีเช็กกันอีกทีนึง แต่คิดว่ายังมีอยู่
กับแฟนคลับ ฟ้าว่ามันคงมีระยะเวลาให้เขาได้เตรียมใจอยู่แล้ว เพราะเขาก็ทราบดีว่าระยะสัญญาของแต่ละคนไม่เท่ากัน อย่างฟ้าเป็นพี่ใหญ่ก็จะนานหน่อย อย่างน้องก็เต็มแมกซ์ของศิลปินก็คือ 5 ปี ถ้าแฟนคลับที่รักในความเป็นอิงล็อตอยู่แล้ว สุดท้ายก็คงจะเลือกที่ความสบายใจของศิลปินด้วย แต่ถามว่ามีใจหายไหมที่หลังจากนี้บริบทมันจะต่างกัน ก็คงมีในวาระเล็กๆ คิดว่าคงมี แต่ก็เป็นเรื่องธรรมชาติค่ะ ที่คนเราต้องมีเส้นทางในการเติบโตที่แตกต่างกันออกไป การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติค่ะ”


