xs
xsm
sm
md
lg

คดีพลิก! สาวเกาหลีเคยอ้างสัมพันธ์ “พระเอกตัวท็อป” สุดท้ายศาลชี้ฝ่ายหญิงผิดคดีสตอล์กเกอร์ ส่งข้อความถล่มหลายร้อยครั้งในวันเดียว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ฮวังจองมิน พระเอกตัวท็อปของเกาหลีใต้ กลายเป็นข่าวใหญ่หลังหญิงวัย 40 กว่าปีที่เคยอ้างว่ามีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเขา ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานสะกดรอยตาม ปรับ 6 ล้านวอน พร้อมสั่งเข้ารับโปรแกรมบำบัดพฤติกรรมสตอล์กเกอร์ 40 ชั่วโมง หลังพบว่ามีการส่งข้อความติดต่อซ้ำๆ ตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักร้อยครั้ง แม้พระเอกดังจะแสดงเจตนาว่าไม่ต้องการติดต่อแล้วก็ตาม
หญิงวัย 40 ปี ผู้เคยตกเป็นประเด็นจากการกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์กับนักแสดงชื่อดัง ฮวังจองมิน ล่าสุดถูกศาลตัดสินลงโทษปรับ หลังถูกฟ้องในข้อหาสะกดรอยและคุกคามนักแสดงหนุ่มอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 8 กันยายน ศาลแขวงโกยาง สาขาศาลแขวงอึยจองบู แผนกคดีอาญาที่ 4 ซึ่งมีผู้พิพากษา คิมยองอา เป็นประธาน ได้อ่านคำพิพากษาคดีของหญิงนามสมมติ “A” วัย 41 ปี ซึ่งถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการลงโทษการสะกดรอยตาม รวมถึงความผิดอื่นๆ

ศาลมีคำสั่งปรับ A เป็นเงิน 6 ล้านวอน หรือประมาณ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากคำสั่งปรับโดยสรุปเดิมที่ 3 ล้านวอน อย่างไรก็ตาม จำนวนดังกล่าวยังต่ำกว่าที่อัยการร้องขอให้ศาลลงโทษปรับ 10 ล้านวอน

ศาลพิจารณาเห็นว่า การที่ A ส่งข้อความถึงฮวังจองมิน หลายร้อยข้อความภายในวันเดียว เป็นพฤติกรรมที่สามารถสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้เสียหายได้ และยังเห็นว่า A รับรู้ดีอยู่แล้วว่าฮวังจองมินได้แสดงเจตนาชัดเจนว่าไม่ต้องการติดต่อสื่อสารกับเธอ

หลังจากฮวังจองมินเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ A ยังหันไปติดต่อกับ ลูกชายของนักแสดง โดยมีรายงานว่าเธอขู่ว่าจะทำร้ายตัวเอง พร้อมเรียกร้องให้ฮวังจองมินปลดบล็อกเธอในแอปพลิเคชัน KakaoTalk

นอกจากนี้ เธอยังส่งข้อความถึงฮวังจองมินซ้ำๆ ในลักษณะสื่อว่าอาจจบชีวิตตัวเอง รวมถึงส่งข้อความที่ดูคล้ายจดหมายลาตาย และมีอยู่ครั้งหนึ่งถึงขั้นส่ง ภาพแมวที่ตายแล้ว ไปให้เขา

อย่าเพิ่งรู้จัก ฮวังจองมิน แค่จากข่าวคดี เพราะเขาคือหนึ่งในนักแสดงที่แบกหนังเกาหลีทำเงินระดับปรากฏการณ์มาแล้วหลายเรื่อง ทั้ง Ode to My Father ผู้ชมกว่า 14.26 ล้านคน, Veteran กว่า 13.41 ล้านคน และ 12.12: The Day กว่า 13.12 ล้านคน ซึ่งล้วนติดอันดับหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของเกาหลีใต้ ด้านคุณภาพระดับโลก เขายังมีผลงาน The Wailing ที่ได้รับเลือกฉายนอกสายประกวดเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2016, The Spy Gone North ที่เข้าฉาย Midnight Screening ในคานส์ปี 2018 และล่าสุด Hope ผลงานของผู้กำกับ นาฮงจิน ที่เข้าชิง Palme d’Or ในสายประกวดหลักเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2026 โดยฮวังจองมินรับบทนำด้วย
ในการพิจารณาคดีครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม A ยอมรับว่าเป็นผู้กระทำพฤติกรรมดังกล่าวจริง แต่ชี้แจงว่า การกระทำของเธอมีจุดประสงค์เพื่อต้องการ “ยุติความสัมพันธ์” ระหว่างเธอกับฮวังจองมิน ไม่ได้มีเจตนาทำให้อีกฝ่ายวิตกกังวลหรือหวาดกลัว

ภายหลังศาลมีคำพิพากษา Sem Company ต้นสังกัดของฮวังจองมิน ออกแถลงการณ์ว่า

“ศาลได้วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดชีวิตประจำวันของนักแสดงอย่างร้ายแรง และเข้าข่ายการสะกดรอยตาม”

ต้นสังกัดกล่าวต่อว่า

“คำตัดสินครั้งนี้เป็นการยืนยันอีกครั้งว่า การสะกดรอยตามซึ่งคุกคามชีวิตของผู้อื่น ไม่สามารถถูกนำมาอ้างความชอบธรรมได้ไม่ว่าในกรณีใด เราเคารพการตัดสินของกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง”

พร้อมกันนี้ ต้นสังกัดยังประกาศเตรียมดำเนินคดีเพิ่มเติม โดยระบุว่า

“เรามีแผนดำเนินการทางกฎหมายต่อกรณีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมถึงไฟล์บันทึกเสียงที่ถูกตัดต่ออย่างมุ่งร้าย ซึ่งถูกเผยแพร่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาคดี”

ขณะที่ฝั่งของ A ระบุว่า เตรียมยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น

ในชีวิตส่วนตัว ฮวังจองมินแต่งงานแล้ว โดยสมรสกับ คิมมีฮเย นักแสดงละครเวทีและมิวสิคัล เมื่อปี 2004 หลังรู้จักกันมายาวนาน และทั้งคู่มีลูกด้วยกัน ขณะที่ฮวังจองมินขึ้นชื่อว่าเป็นนักแสดงที่ค่อนข้างแยกชีวิตครอบครัวออกจากพื้นที่สาธารณะอย่างชัดเจน