คลิปเบื้องหลังรายการ “อเมริกาส์ ก็อต ทาเลนต์” เผยโมเมนต์ที่ “เนเน่ รอยัล” นักร้องและมือกีตาร์สาวจากภูเก็ต ร่วมเล่นเพลง “Zombie” กับวง “ซันนี่ แอนด์ เดอะ แบล็กแพ็ก” ทำให้ผู้ชมชาวไทยได้รู้จักนักดนตรีอีกคนที่ทำงานอยู่ในวงการบันเทิงสหรัฐฯ นั่นคือ “ซันนี่” สราวุฒิ พรหมโยธิน หัวหน้าวงดนตรีประจำรายการของ “ฮาวี่ แมนเดล”
การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงการถ่ายทำรอบ “จัดจ์ส คอลแบ็กส์” ของอเมริกาส์ ก็อต ทาเลนต์ ซีซัน 21 หลังเนเน่สร้างความประทับใจจากการร้องและเล่นกีตาร์เพลง “Zombie” ของวงเดอะแครนเบอร์รีส์ในรอบออดิชัน และผ่านเข้าสู่รอบต่อไป เอ็นบีซี
ในฟุตเทจที่วงนำมาเผยแพร่ ฮาวี่เป็นผู้พาเนเน่มาร่วมแจมกับซันนี่และสมาชิกวง โดยเลือกเล่น “Zombie” เพลงเดียวกับที่เธอใช้เปิดตัวบนเวทีประกวด การเล่นดนตรีร่วมกันครั้งนี้จึงเชื่อมเส้นทางของศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่เดินทางมาจากภูเก็ต กับนักดนตรีไทยที่สร้างอาชีพอยู่ในสหรัฐฯ เข้าด้วยกัน คลิปจากช่องของวง
ฮาวี่มีบทบาทสำคัญต่อเส้นทางของทั้งสองคน ในฝั่งของเนเน่ เขาเป็นกรรมการรายการที่ได้เห็นความสามารถของเธอตั้งแต่รอบออดิชัน ส่วนในฝั่งของซันนี่ เขาเป็นผู้ค้นพบวงผ่านติ๊กต็อก ก่อนเชิญให้มาเป็นวงดนตรีประจำรายการและพอดแคสต์ “ฮาวี่ แมนเดล ดัส สตัฟฟ์” จนนำไปสู่การย้ายฐานของวงจากซานฟรานซิสโกเบย์แอเรียไปยังลอสแอนเจลิส มาร์ติน กีตาร์
สำหรับซันนี่ เขาเป็นทั้งนักร้อง นักเปียโน นักอูคูเลเล่ และโปรดิวเซอร์ เจ้าตัวเล่าในบทสัมภาษณ์กับคาลา แบรนด์ มิวสิก เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 ว่าเติบโตที่เมืองแปซิฟิกโกรฟ รัฐแคลิฟอร์เนีย และเริ่มเล่นดนตรีเมื่ออายุ 16 ปี ในช่วงที่กำลังเผชิญความยากลำบากในการทำความเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง
ซันนี่เริ่มทดลองเล่นเปียโนในห้องซ้อมของโรงเรียนเพื่อถ่ายทอดเสียงดนตรีที่อยู่ในหัว ก่อนแต่งเพลงแรกชื่อ “Asil” ได้ภายในประมาณ 15 นาที จากนั้นเขาแต่งเพลงด้วยเปียโนมากกว่าร้อยเพลงภายในหกเดือน โดยกล่าวถึงจุดเริ่มต้นครั้งนั้นว่า ดนตรีช่วยชีวิตเขาไว้
ความผูกพันกับประเทศไทยยังมีส่วนสร้างเอกลักษณ์ทางดนตรีของเขา ซันนี่เล่าว่าเริ่มสนใจอูคูเลเล่หลังย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ในช่วงที่เครื่องดนตรีชนิดนี้กำลังได้รับความนิยม ก่อนพัฒนาการเล่นให้รองรับทั้งทำนองนำและโซโล่ รวมถึงการใช้เอฟเฟกต์เสียง จนกลายเป็นหนึ่งในจุดเด่นของว
เว็บไซต์วงระบุว่า ซันนี่เริ่มสร้างแนวทางของซันนี่ แอนด์ เดอะ แบล็กแพ็กในปี 2558 โดยเล่นเป็นวงอะคูสติกขนาดเล็กร่วมกับ “เจค สต็อกลีย์” และ “โจ สต็อกลีย์” ตามร้านกาแฟและสถานที่แสดงดนตรีในเบย์แอเรีย ก่อนมี “อเล็กซ์ ไรน์” และ “เอริก โลว์” เข้ามาร่วมวง
แนวคิดของซันนี่คือมองเพลงคัฟเวอร์เหมือนผืนผ้าใบที่สามารถนำมาตีความใหม่ได้ สมาชิกจึงมีพื้นที่ใส่ตัวตน ด้นสด และปรับการเล่นให้เกิดสิ่งใหม่ในแต่ละโชว์ ต่อมาวงได้รับเลือกให้เปิดการแสดงให้ “บอซ สแกกส์” ในทัวร์ “เอาต์ ออฟ เดอะ บลูส์”
เมื่อการระบาดของโควิด-19 ทำให้งานแสดงหยุดชะงัก วงหันมาทุ่มเทให้การถ่ายทอดสดออนไลน์ ผ่านทั้งทวิตช์ เรดดิต และติ๊กต็อก ซันนี่เล่าว่าพวกเขาสะสมผู้ติดตามได้ประมาณ 600,000 คนภายในราวแปดเดือนของการสตรีม ก่อนที่การแสดงออนไลน์จะนำไปสู่โอกาสร่วมงานกับฮาวี่
หลังย้ายไปลอสแอนเจลิส วงมีโอกาสร่วมแสดงกับศิลปินชื่อดังหลายคน ทั้ง “ไมเคิล บูเบล” “ริชชี่ แซมโบรา” แห่งบองโจวี และ “จีน ซิมมอนส์” แห่งคิส นอกจากนี้ ซันนี่ยังร่วมออกแบบอูคูเลเล่รุ่นซิกเนเจอร์กับคาลา และทำงานด้านจิตรกรรมควบคู่ไปกับดนตรี มาร์ติน กีตาร์
ปัจจุบันบทบาทของซันนี่ แอนด์ เดอะ แบล็กแพ็กคือวงประจำรายการ “ฮาวี่ แมนเดล ดัส สตัฟฟ์” ส่วนการร่วมเล่นกับเนเน่เป็นโมเมนต์เบื้องหลังที่เชื่อมโยงกับช่วงจัดจ์ส คอลแบ็กส์ของอเมริกาส์ ก็อต ทาเลนต์ การพบกันครั้งนี้จึงเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เห็นทั้งความสามารถของเนเน่ และได้รู้จักซันนี่ นักดนตรีไทยอีกคนที่มีเส้นทางอาชีพน่าติดตามในสหรัฐฯ


